สุดสวาทแทบจะขาดใจsavedbywolf
เท็ดดี้เป็นหมีมีกรรม!
  • โบราณว่า หลังมรสุมผ่านพ้นไป ฟ้าหลังฝนย่อมสดใส (เป็นสีจมปูว) เสมอ

    แล้วโบราณก็ยังเคยกล่าวไว้อีกด้วย การใดที่คนอื่นเขาทำอยู่ กำลังใกล้จะประสบความสำเร็จแล้ว เราอย่าได้ไปขัดขวาง ดั่งสำนวนที่เคยว่าไว้ ...

    หมีเขาจะหาม (พวกหมา)อย่าเอาคานเข้าไปสอด!






    ตั้งแต่เด็ก เข้าสู่วัยรุ่น จนแก่ปูนนี้ ...

    รู้ไหมว่าจุนมยอน มีฉายาว่าอะไรในหมู่เพื่อนๆ?

    จริงอยู่ ที่ทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าไอ้จุนนั้น

    ไอ้ตี๋ใหญ่ ไอ้ลุคคุณชาย ไอ้ลูกชายเจ้าของร้านอาหารชื่อดัง ครอบครัวแสนจะเพียบพร้อม เรียนก็เก่ง กีฬาก็ได้ กิจกรรมก็ไม่เคยขาด ชีวิตของมัน ในแบบที่มันอยู่เฉยๆ ห้ามขยับตัวหรือเปิดปากพูดขึ้นมา เรียกได้ว่าทุกอย่างแทบจะสมบูรณ์แบบ

    แต่ถ้าหาก ไอ้นี่เริ่มขยับตัวหรือเปิดปากขึ้นมาเมื่อไหร่ จากสมบูรณ์แบบก็จะกลายเป็นคนสุดโต่ง เหลือก้ำเหลือเกินขึ้นมาทันที ด้วยความสัตย์จริง เป็นเพื่อนกับมันมาเกินครึ่งชีวิต ทุกวันนี้ จงอินยังสงสัยอยู่เลยว่าไอ้จุนมันใช้ชีวิตได้ตลอดรอดฝั่งมาจนถึงทุกวันนี้ได้อย่างไรกัน

    เพราะอยู่ เพราะรู้และเพราะเห็น

    ร่วมเหตุการณ์ในแทบทุกอย่างที่มันทำ บอกได้คำเดียวเลยว่าเห็นแล้วปวดกบาล!

    และไอ้ความเหลือก้ำเหลือเกินของมันนี่แหละที่มักจะนำพาความซวย อภิมหาซวยมาให้ตัวมันเอง พ่วงเขา ไอ้ป๋า คยองซูเข้าไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่เสมอ

    ตั้งแต่สมัยเรียน คยองซูมีฉายาว่า เชฟน้อยแต่ตะหลิวใหญ่ อย่าให้พูดเลยว่าตะหลิวมันใหญ่ขนาดไหน พูดไปแล้วก็เสียดายส่วนสูง 180 เซ็นกว่าๆของตัวเองซะเหลือเกิน แบคฮยอนคือปลาไหลไถสเก็ต ไถถูกทางก็ขึ้นสวรรค์กันไป แต่ถ้าไถแฉลบลงข้างทางเข้าดงหญ้าก็หน้าแหกกันไปตามเรื่องตามราว ส่วนเขาหล่อหน่อย หล่อที่สุดเพราะได้ฉายาว่าเป็นตำนานมหาลัย แต่จะตำนานเรื่องไหน ดีหรือไม่ดี ก็ขอให้ละไว้ในฐานที่เข้าใจแล้วกัน

    คนสุดท้ายไอ้จุน บางคนก็เรียกมันว่า อาเสี่ยจุน (ที่เสียทั้งเงิน ทั้งผู้หญิง) แต่ในกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นที่คุ้นเคยกันดี กลับเรียกมันว่า ...

    ไอ้ ‘ซวยหนึ่ง

    ก็เพราะไอ้จุนมันเป็นคนบ้ายังไงล่ะ ...

    คิดดูสิ ชอบทำอะไรเกินคนปกติไปเยอะเชียวแหละ เกิดมามีทั้งหน้าตา มีทั้งเงินดีๆอยู่แล้วแท้ๆ พ่อแม่ก็แสนจะตามใจ อยากได้อะไร ป๊ากับม๊าก็หามาให้ตลอด แต่ไอ้เรื่องพวกนี้มันก็ไม่แปลกหรอก ลูกคนมีตังคนอื่นๆเขาก็เป็นกันเยอะ แต่เหตุผลที่ไอ้จุนคือซวยหนึ่ง ก็เพราะเวลามันทำอะไร ธรรมชาติมักจะชอบลงโทษมันต่างหาก

    อย่างเช่น จะเซอร์ไพรส์สาวทั้งที ตั้งใจเอาดอกไม้ 99 ดอก ไปวางไว้หน้าประตูบ้านของน้องเขา แต่น้องเขาดันไม่เห็นขึ้นมา สาวเจ้าก็เลยถอยรถทับดอกไม้เละเทะเสียได้ทั้งๆที่ช่อดอกไม้นั้นใหญ่กว่ากระถางบัวหน้าบ้านของน้องเขาอีก เป็นงั้นไปได้ไงก็ไม่รู้ แบบนี้ไม่เรียกว่าดวงซวยแล้วจะเรียกว่าอะไร

    หรือจะเป็นวีรกรรมกระโดดน้ำ เพื่อนทั้งรุ่นเป็นสิบๆคนกระโดดลงน้ำไม่มีใครเป็นอะไรเลย ทั้งที่เมาๆกรึ่มๆกันทั้งแก๊งด้วยซ้ำ แต่พอไอ้จุนกระโดดรอบแรกเท่านั้นแหละ ทั้งที่มันเป็นคนเดียวที่ยังไม่ได้กินเหล้า สติเต็มร้อย แต่ไอ้แห้งนี่ดันเอาหน้าลงเต็มๆ โผล่ขึ้นมาอีกที เลือดกำเดาไหลเป็นน้ำตก แดงเต็มสระ ทำเพื่อนตกใจ วงเกือบแตก

    ไอ้ห่า ...

    ไม่เรียก ซวย โดยธรรมชาติ ก็ไม่รู้จะเรียกอะไรแล้ว

    แต่ ... ถ้าหากมีซวยหนึ่ง ก็ต้องมีซวยสองตามมาด้วย ถูกไหม?

    ในเมื่อไอ้จุนเป็นซวยหนึ่ง ซวยสองมันจะเป็นใครไปได้นอกจากเกลอคู่ใจอย่างเขาเล่า เขากับมันเรียกได้ว่า ซวยคู่ ถึงจะถูก! จุดเริ่มต้นแห่งความเฮงซวยของชีวิตเท็ดดี้ ที่มันเป็นคนนำพามาให้เขาก็ไม่ใช่อะไรเลย ก็สุดสวาทหน้าเป็นนี่ยังไงล่ะ

    แหม อย่าเพิ่งด่าเท็ด เท็ดยังอธิบายไม่จบไง

    ก็ตอนนั้นยังไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบ แถมน้องเขายังเกาะติดหมีเหมือนเห็บลิง ... เอ่อ เอาใหม่ สุดสวาทออกจะน่ารักไปเปรียบน้องเขาเป็นเห็บลิงก็จะแม่งๆหน่อย เกาะติดเป็น ... เป็นอะไรดีอ่ะ คิดไม่ออกอ่ะ แต่เอาเป็นว่า เกาะติดเป็นผิวหนังชั้นที่สองก็แล้วกัน คนหล่ออย่างเขาก็เลยรำค๊าญ รำคาญ ตอนนั้นคิดจริงๆว่าตัวเองแม่งโคตรซวยเลย เท็ดดี้เจอแต่ละอย่าง ต้องอดทน อดกลั้นแค่ไหน จะมีใครเข้าใจคิม จงอินบ้างไหม

    แต่ตอนนี้รักแล้ว รักคนเดียว รักไม่เปลี่ยนแปลงด้วย

    คิดว่าความซวยจะหมดไปจากชีวิตของเขาไหม บอกเลยว่า ไม่!

    ตั้งแต่เด็กจนแก่ ไอ้ซวยหนึ่งก็ยังคงขยันหาเรื่องมาให้ซวยสองอยู่เสมอ

    คิม จงอินขอเอามิตรภาพระหว่างเขากับไอ้จุนเป็นประกันเลยก็ได้






    เสียงเอะอะภายนอกทำให้ชายหนุ่มเริ่มขยับตัว ...

    จุนมยอนครางยาวในลำคอ ก่อนจะฟุบหน้าลงกับหมอนที่หนุนอยู่พร้อมๆกับที่ยกมือขึ้นมาบังใบหน้าของตัวเองเอาไว้เมื่อรู้สึกถึงแสงแดดในยามเช้า เขาลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ดวงตาสีน้ำตาลสดๆไม่ต่างจากสุดสวาทกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะถึงบางอ้อเมื่อพบว่าห้องนี้คือห้องพักผ่อนส่วนตัวภายในร้านอาหารของตัวเอง

    ไม่นานเมื่อดวงตาโฟกัส จับจุดได้ก็ตวัดขึ้นไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังก่อนจะพบว่าเป็นเวลาที่พนักงานจะเข้ามาเตรียมเปิดร้านพอดี ถึงว่า เสียงเอะอะ ขยับนู่นขยับนี่ถึงได้ดังกวนใจคนจะนอนนัก

    ชายหนุ่มจิ๊ปากอย่างขัดใจเมื่อลุกขึ้นมานั่งได้แล้วพบว่าบนพื้นห้องนั้น เกลื่อนกลาดไปด้วยกระป๋องเบียร์และกลิ่นหมักหมมของอาหารที่นำมากินกันตั้งแต่เมื่อคืน ในจังหวะที่เขากำลังจะลุก จู่ๆฝ่ามือข้างหนึ่งก็เหวี่ยงไปโดน ... เอ่อ จากประสบการณ์ไม่น่าจะพลาดไปได้ ที่ตะปบลงไปเต็มๆก็น่าจะเป็นหน้าอกนุ่มหยุ่นของสาวน้อยสักคน

    และนั่นก็แทบจะทำให้จุนมยอนสะดุ้งโหยง

    ตายห่ะ!

    เอาใครมานอนวะเนี่ย ที่ทำงานด้วย ถ้าพวกรู้ พวกด่าไม่ได้ไปผุดไปเกิดแน่ๆ และถ้าเซฮุนรู้ ก็จะแจ้นไปฟ้องม๊าอีก เขาก็จะโดนจากแค่เด้งเดียวเป็นสอง สาม สี่เด้งแน่ๆเลย พอคิดได้ก็ค่อยๆหันกลับไปดู ชายหนุ่มก็แทบจะตกใจเกือบตกเตียง

    นั่นมัน นีโม่ นี่หว่า!

    ไอ้จุนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

    ไอ้สมภารกินไก่วัด!

    เอ็งทำลงไปได้ยังไง นีโม่นั่นน้องๆรุ่นลูกเอ็งเลยนะเว้ย น้องเขาเพิ่งจะเลยยี่สิบมาได้จี๊ดเดียว เอ็งทำลงไปได้ยังไง สารภาพตามจริง เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าชื่อจริงของนีโม่คืออะไร ก่อนหน้าก็แทบจะไม่เคยคุยกัน เห็นผ่านๆว่าสมัครมาเป็นผู้ช่วยเชฟ หน้าตาก็น่ารักดี ดูเรียบร้อยๆติดจะสงบเสงี่ยมเจียมตัวนิดๆด้วย พอเซฮุนเข้ามาช่วยทำงาน ไอ้น้องเขาก็วัยไล่ๆกับนีโม่ พอเห็นสุดสวาทเขาเรียกเด็กคนนี้ว่านีโม่เขาก็เลยเรียกตามบ้าง

    ไม่ได้ใส่ใจจะถามชื่อแซ่น้องเขาเลยสักนิด

    ไหนๆก็หน้าเหมือนนีโม่อยู่แล้ว เรียกนีโม่ตามน้องชาย ก็คงไม่ได้ผิดอะไรหรอกมั้ง

    วินาทีถัดมานีโม่ก็ครางฮึมฮัมทั้งที่ยังหลับอยู่ ดูท่าว่าสาวน้อยจะไม่สบอารมณ์เพราะฝ่ามือของเขาดันไปตะปบลงเต็มๆที่ดอกบัวเอ่อ ... จะตูมก็ไม่ว่าไม่ตูมนะ เอาเป็นว่ากำลังจะบานก็แล้วกัน จุนมยอนรีบชักมือออกในทันที ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นมายืนพร้อมๆกับกันที่กางเกงของเขารูดลงจากต้นขาตกลงไปกองที่พื้น

    เวรเอ๊ย ....

    ไม่ได้รูดซิป ติดกระดุมแบบนี้ ก็ไม่ต้องสืบเลยว่าเมื่อคืนเขาเอาไม้จิ้มฟันไปแคะ ... มาแน่ๆ ชายหนุ่มหลับตาลงแล้วสบถในใจด้วยถอยคำหยาบคาย ในขณะที่เดินวนรอบห้องเพื่อหาเสื้อเชิ้ตตัวที่ใส่เมื่อคืน กลิ่นเบียร์ยังคงลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง จุนมยอนยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าของตัวเอง พยายามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

    เขาเหนื่อย ... จำได้แม่นเลยอันนี้

    พอถ่ายรายการเสร็จก็กลับเข้ามาในร้าน

    เจอนีโมกำลังจะกลับ

    เขาบอกลาเธอไปแล้ว

    แต่เธอถามเขากลับมาว่า เขาหิวหรือไม่

    เขาพยักหน้า จากนั้นก็กินอาหาร กินไวน์ ก่อนจะจบด้วยการกินหอ..

    “ฉิบ-หายแล้วววววววววว...” จุนมยอนคราง คำเดียวจริงๆที่คิดได้ในหัวตอนนี้

    ซวยแล้ว .... ซวยแล้ว

    ซวยหนึ่งไม่ไหวแล้ว ซวยหนึ่งจะทำยังไงดี ซวยหนึ่งคิดอะไรไม่ออก ซวยหนึ่งเลยโทรหาซวยสอง ให้ซวยสองมาช่วยซวยหนึ่ง (จะได้ซวยด้วยกัน)

    “จงอิน มาที่ร้านด่วน ฉันซวยแล้วเพื่อน!”






    “นีโม่ …”

    เสียงเรียบๆของจงอินดังขึ้นทำลายบรรยากาศเงียบงันภายในห้อง ร่างสูงของเพื่อนสนิทกำลังนั่งคุยกับเด็กสาวอยู่บนเตียงภายในห้องพักโดยมีน้องชายของเขากำลังยืนกอดอก มองตาเขียวตาคว่ำตรงมาที่ซวยหนึ่งอยู่ไม่ไกล

    “ถ้าพี่เข้าใจไม่ผิด เมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถูกต้องไหม แต่ยังไงเรื่องที่เกินเลยกันนิดๆหน่อยๆ พี่เชื่อว่ายังไงคุณจุนมยอน เขาก็ยินดีรับผิดชอบ”

    “แล้วคุณเขาจะรับผิดชอบยังไงล่ะคะ” นีโม่ถามสวนขึ้นมาทันที

    “เอ้า เราเป็นผู้หญิง เราก็เรียกร้องมาสิ แต่ยังไงก็ตาม เรื่องจะให้รับผิดชอบ ขอให้ไปคุยกันเองดีกว่า” จงอินถอนหายใจ มองใบหน้าสาวน้อยที่กำลังนั่งแหม่ะอยู่บนเตียงแล้วก็อดสงสารน้องเขาไม่ได้เหมือนกัน ตัวเขาเองก็มีพี่สาว เด็กอายุแค่นี้ จะมีทางไปสู้อะไรใครได้

    ไอ้จุนนะไอ้จุน …

    พอจงอินเป็นคนพูด น่าแปลกที่สาวน้อยกลับพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ดวงตาช้อนมองตัวต้นเหตุที่กำลังยืนล้วงกระเป๋าหน้าเครียดอยู่ไม่ไกลในขณะที่จงอินกำลังลุกยืนขึ้นแล้วเดินไปหาเซฮุนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของห้อง

    “คุณจุนมยอน ...” 

    ชายหนุ่มเจ้าของชื่อนิ่ง เขาถอนหายใจ หัวใจเกือบจะวายตายในตอนที่เข้าใจผิดแต่แรกว่าเมื่อคืนเอาไม้จิ้มฟันงัดปากหอยสังข์ไปแล้ว พอไอ้เท็ดมา ก็เหมือนมีระฆังช่วยชีวิต พอทั้งเขาและนีโม่ได้สติ คุยไปคุยมา ปรากฏว่าไม้จิ้มฟันก็นอนพับอยู่ในกางเกงนี่แหละ ไม่ได้ไปงงไปงัดอะไรมาทั้งนั้น ก็แค่เมาแล้วนัวเนียกันนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง

    “เรื่องเมื่อคืน ...” สาวน้อยพูดไม่เป็นประโยค นีโม่ช้อนตามองเขาที่ยืนค้ำหัวด้วยท่าทีอึดอัดก่อนจะเอ่ยเสียงตะกุกตะกักตามมา “หนู ...”

    “หนูเต็มใจ ฉันไม่ได้บังคับอะไรเธอให้มาอยู่ห้องนี้กับฉัน ถูกต้องไหม?” เขาถามย้ำ แกมประชดประชันเล็กๆเมื่อเห็นท่าทีบิดเป็นนางอายของอีกฝ่าย อ่ะโธ่เอ๊ย เมื่อคืนไม่เห็นเป็นงี้นี่ นีโม่ตามหาพ่อ พ่อตามหานีโม่ จะอะไรก็ช่างเถอะ แต่เมื่อคืนอ่ะ นีโม่ตามหาไม้จิ้มฟันล่ะสิไม่ว่า โว๊ะ “แล้วเราก็สนุกด้วยกัน ...”

    “แต่คุณเอาเปรียบหนู”

    “ให้พูดอีกที” จุนมยอนย้อนให้โอกาสทั้งๆที่เริ่มโกรธขึ้นมาแล้วเหมือนกัน

    “ก็คุณมาจูบหนูก่อน” นีโม่ไม่ยอม

    “อะไรวะ! ใช่ เราจูบกัน แล้วฉันจูบเธอคนเดียวรึเปล่าล่ะ เธอก็จูบฉันเหมือนกัน บอกให้กลับบ้าน เธอก็ไม่กลับ อย่างนี้ไม่เรียกว่าไฟเขียวแล้วจะให้คิดว่ายังไง”

    ท้ายประโยค ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปพูดใกล้ๆ เขาไม่อยากทำให้เด็กมันอายนักหรอก แต่จุนมยอนไม่ชอบคนเล่นแง่ ถ้าสาวน้อยบริสุทธิ์จริงอย่างที่โฆษณาตัวเองกับไอ้เท็ด เขาจะไม่ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษไม่สุดแบบนี้เลย อย่าให้พูดมาก คนอย่างเสี่ยจุนอ่ะ โดนหลอกมาเยอะ แต่ผู้หญิงพวกนั้น ถ้าจะเอาเงินก็บอกตรงๆว่าจะเอาเงิน ถ้ามีปัญญาจ่ายก็ได้กิน ไม่เห็นจะยากอะไรเลย ไม่ต้องมามีลับลมคมในอะไรแบบนี้ เขาอายุเท่าไหร่แล้วทำไมจะไม่รู้ว่าไร้เดียงสาจริงหรือซ่อนมีดไว้ข้างหลังกันแน่

    “อย่ามาเล่นแง่กับฉันนะนีโม่ เมื่อคืนเธอไม่ได้เป็นแบบนี้นิ พูดมาเลยว่าจะเอาอะไร ต่อหน้าจงอินอย่าให้ฉันพูดแรง ฉันเกรงใจคนอื่น ไม่ใช่เธอเองหรอกเหรอที่บอกฉันว่าเธออยากลอง แล้วเธอก็จะไม่เรียกร้องอะไรจากฉันน่ะ”

    “ค ... ค่ะ ” นีโม่ตอบกลับ ตาแดงจนอีกนิดคิดว่าน้ำตาน่าจะหยดแล้ว

    “ก็ถ้าอย่างนั้น เราไม่มีอะไรติดค้างกันถูกต้องไหม เธอจะให้ฉันชดใช้ยังไง ฉันไม่ได้อยากถูกดูเธอนะ แต่เธอจะเอาเท่าไหร่ล่ะ บอกมาเลย เรื่องนี้จะได้จบแล้วไม่ต้องไปอ้ำๆอึ้งๆใส่เพื่อนฉันอีก” จุนมยอนถอนหายใจยาว

    ไม่นานนัก สาวน้อยก็ตวัดสายตามองไปทางจงอินอย่างมีนัยยะ เขาหันไปมองบ้าง แต่ก็เห็นเพียงแต่ไอ้เท็ดมันสนใจอยู่แต่กับเซฮุน ไม่ได้สนใจนีโม่เลยสักนิด แล้วพอเธอเห็นว่าเพื่อนเขาไม่ได้สนใจ แม่คุณเขาก็ขยับปากตอบกลับแบบไม่มีเสียงราวกับกลัวคนในห้องจะได้ยินว่า

    ห้า ล้าน วอน

    เหยดแ –

    จุนมยอนตะลึง ...

    โถถถ แม่เจ้าปะคุณรุนช่อง แม่คุณเอ๋ยยยย แม่คุณ แค่จูบกับจับดอกบัวนิดๆหน่อยๆ จะเรียกเอาเป็นล้านวอนเชียวรึ สวยหยาดฟ้าลงมาเดินดินแท้ๆเน่าะ บุญของจุนมยอนคนนี้จริงๆที่ได้จับดอกบัวทองไปหนึ่งที เขาแทบอยากจะเอาหัวโขกเตียงให้รู้แล้วรู้รอด

    เพิ่งรู้กระจ่างแจ้งแจ่มชัดในวันนี้เอง

    ที่แท้นีโม่มันเป็นปลาฉลาม ... ปลาฟันดะไม่มีเลี้ยง

    แต่ก็ช่างเถอะ เอาเงินไปเลย แล้วไม่ต้องกลับมาเหยียบที่ร้านอาหารของเขาอีก ชิ่ว ถือว่าฟาดเคราะห์เว้ยเฮ๊ย คนซวยยังไงมันก็ซวยอยู่วันยันค่ำ เมื่อตกลงกับสาวน้อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มพยักหน้าเป็นเชิงว่าเขาตกลงให้กับนีโม่แล้วพูดกับเธอเบาๆว่าจะเดินไปเอาสมุดเช็คในห้องทำงานมาเซ็นให้

    จุนมยอนนั่งเขียนเช็คค่าโง่ของตัวเองในห้องทำงานเป็นเวลาเกือบห้านาทีได้ พยายามปลอบตัวเองว่าเงินที่กำลังจะเสียไปมันกำลังจะซื้อความสบายใจกลับคืนมาให้กับเขา ในขณะที่เดินกลับเข้าไปในห้องพักผ่อนชั่วคราว ซึ่งถือว่าเป็นจุดเกิดเหตุเสียเงินเป็นล้านวอนนั้น

    เสียงทุบประตูดังปังๆทำให้ชายหนุ่มสนใจ เขาก้าวเท้าเร็วขึ้นเพราะเสียงโวยวายของคนด้านในกับเสียงทุบประตูยังคงดังเป็นจังหวะ จุนมยอนเก็บเช็คใส่ในกระเป๋ากางเกงแล้วรีบกลับเข้าไปในห้องทันได้เห็นจงอินกับเซฮุนที่มีสีหน้าตกใจสุดขีด แต่ต่างกันที่น้องชายเขายืนตัวเปล่า

    ส่วนไอ้เท็ดนั้น กลับมีร่างของนีโม่ที่ตอนนี้กำลังสลบไสลไม่ได้สติอยู่ในอ้อมแขนด้วย

    “เกิดอะไรขึ้น!” เขาตะโกนถาม

    “นีโม่ล้มหัวฟาดพื้นในห้องน้ำ น็อคไปเลย พี่จุนอย่าถามมาก รีบพาน้องเขาไปโรงพยาบาลก่อน” เป็นเซฮุนที่ตอบกลับมาพร้อมๆกับที่จงอินเดินผ่านร่างของเขา ลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว

    “งงอะไรล่ะพี่จุน! รีบไปขับรถให้พี่เท็ดสิครับ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง จะรีบโทรบอกญาติน้องเขาด้วย เร็วๆเลยนะ” น้องชายของเขาจบประโยคด้วยการยัดกุญแจรถใส่มือ ก่อนจะดันๆให้เขาเดินตามจงอินไปติดๆ

    เกิดอะไรขึ้นวะ?

    จุนมยอนโคตรจะงง เขาหายไปไม่ถึงสิบนาที ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ตอนนี้ต่างคนก็ต่างตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนในเหตุการณ์ร่วมรับรู้ด้วยก็คือ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี อย่างน้อยก็กับเขาเองนี่แหละ เดือดร้อนชาวบ้านเขายังไม่พอ

    ยังจะเป็นตัวการผลักดันให้เด็กสาวคนหนึ่งเครียด ...

    จนเธอลื่นล้มหัวฟาดพื้นในห้องน้ำอีกด้วย






    “แฟนคุณไม่ได้มีอาการอะไรน่าเป็นห่วงนะครับ หมอดูผลสแกนแล้ว มีแค่บริเวณท้ายทอยที่บวมเล็กน้อยจากการกระแทก นอกนั้นก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ”

    เสียงคุณหมอเจ้าของไข้ที่ดังขึ้นทำเอาจงอินเกือบไปไม่เป็น ครั้นจะบอกว่าน้องเขาไม่ใช่แฟนผมก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะหมอเขาเล่นพูดต่อแบบไม่หายใจ ไม่เว้นจังหวะให้แก้ต่างได้เลย ก็ถ้าขึ้นศาลแล้วหมอร่ายแบบนี้ เท็ดดี้ยอมแพ้น็อคเลยตั้งแต่แรกดีกว่าครับ

    “น้องเขาไม่ใช่แฟนผมครับหมอ”

    ชายหนุ่มตอบกลับไปแห้งๆ จงอินนั่งอยู่บนโซฟาอย่างกระสับกระส่าย ในใจพะว้าพะวงอยากให้ไอ้ตัวต้นเรื่องที่หายออกไปเคลียบิลค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลกลับมาเร็วๆเหลือเกิน

    คุณหมอวัยกลางคนกระแอมขึ้นมาก่อนจะพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆเหมือนคนไม่เชื่อ “ถ้าถามผม ผมแนะนำให้คนไข้นอนค้างที่โรงพยาบาลสักคืนนะครับ”

    “ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ งั้นเดี๋ยวผมคงต้องโทรบอกครอบครัวน้องเขาก่อน ผมเป็นเอ่อ ... เจ้านายของเธอน่ะครับหมอ” เขาตอบพร้อมกับเกาท้ายทอยของตัวเองไปด้วย

    “เหรอครับ เอาหน่ะ คนหนุ่มคนสาวกันทั้งคู่ ห้องนี้เป็นห้องพักพิเศษ คุณสามารถนอนเฝ้าเธอได้ทั้งคืนครับ” คุณหมอพูดยิ้มๆอีกแล้วโว๊ย ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่แฟน แฟนตัวจริงรอให้ไปรับกลับบ้านอยู่ที่ร้านนู่น หมอครับ กรุณาอย่าเสี้ยม ผมเพิ่งได้แฟนคืนมาไม่ถึงเดือน อย่าคว่ำเรือผมเลยครับ

    “ผมทราบครับหมอ นี่ผมก็รอให้ครอบครัวน้องเขามาแล้วผมก็จะกลับแล้วเหมือนกัน” จงอินตอบกลับยิ้มๆบ้าง ปฏิเสธหน้าตายว่ายังไงก็จะไม่ให้เป็นแฟน

    คุณหมอพยักหน้ายิ้มๆอีกรอบก่อนจะเดินออกไป เท่านั้นชายหนุ่มก็ถอนหายใจกับตัวเองอย่างอดไม่ได้ ไม่เค๊ย ไม่เคยเลยจริงๆที่ไอ้ซวยหนึ่งมันจะซวยอยู่คนเดียว ดูสิ เรื่องมันก่อขึ้นมากับมือมันเองแท้ๆ เขาก็ยังต้องมานั่งรับผิดชอบไปกับมันจนได้ แต่คิดอะไรได้ไม่นาน สาวน้อยบนเตียงก็ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นในที่สุด

    ในทันที จงอินก็ลุกยืนขึ้นบ้าง เขาเดินไปดูอาการของเธอใกล้ๆตั้งใจจะถามว่าตอนนี้เธอรู้สึกอย่างไรบ้าง “เป็นยังไงบ้างล่ะเรา”

    “หนูเจ็บตรงท้ายทอยค่ะ” นีโม่ค่อยๆตอบกลับมาในขณะที่ดึงผ้าห่มขึ้นมาจนแทบจะคลุมหน้า “หนูลื่นคราบสบู่ในห้องน้ำ ถ้าพี่จงอินไม่ได้ยินเสียงหนูล้ม ไม่รู้ป่านนี้จะมีใครช่วยหนูออกมาไหม”

    ชายหนุ่มถอนหายใจ พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งตรงเก้าอี้เยี่ยมคนป่วยข้างเตียง จงอินมองใบหน้าอ่อนใสของสาวน้อยอย่างนึกสงสารก่อนจะหันมาสบตาเธอตรง ๆ “เรื่องนั้น พี่ต้องขอโทษแทนคุณจุนมยอนด้วย พี่น่ะเอ็นดูเราจริงๆนะนีโม่ พี่ไม่ได้มองเราเป็นลูกจ้างหรืออะไร ก็มองเป็นน้องเป็นนุ่งคนหนึ่งนี่แหละ ไม่งั้นจะให้เรียกพี่เหรอ ขอโทษแทนเพื่อนพี่ด้วยจริงๆ ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรอก ถ้าเขาพูดอะไรแรงๆก็อย่าเก็บไปคิดเลยนะ เขาก็ ... เป็นคนพูดจาตรงๆแบบนี้มาตั้งนานแล้ว”

    “ค่ะพี่จงอิน” เธอรับคำอย่างว่าง่าย หน้าเศร้าสร้อยหงอยเหงาจนเขานึกถึงหลานชายเวลาป่วยขึ้นมา

    “ไม่ต้องกังวลหรอกนะ พี่จะอยู่จนกว่าจะมีใครมาเฝ้าเราแล้วกัน”

    นีโม่พยักหน้า ... ก่อนจะเงียบกันไปพักหนึ่ง สาวน้อยเงียบไปจนเขาคิดว่าเธอกำลังจะหลับ ในขณะที่เขาเบนสายตามองไปตามรอบๆห้อง เสียงน้อยของคนป่วยก็ถามขึ้นมาอีก “หนูได้ยินคนในร้านพูดกันมานานแล้วว่าพี่กับพี่เซฮุนเป็นแฟนกัน”

    จงอินขมวดคิ้ว ... นึกแปลกใจนิดหน่อยที่ทิศทางของบทสนทนามันกลายมาเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาได้อย่างไร สุดท้ายก็เข้าใจว่านีโม่แค่ต้องการชวนคุย เขาจึงตอบกลับอย่างไม่ได้คิดอะไรมากมายนัก “ก็คบๆเลิกๆกันมาได้หลายปีแล้ว”

    “แล้วพี่รู้จักพี่เซฮุนได้ไงคะ”

    “ก็รู้จักผ่านเพื่อน ตั้งแต่เซฮุนเค้าตัวแค่นี้เอง” เท็ดดี้ยิ้มๆ พูดไปก็ทำนิ้วให้ดูด้วยว่า ตัวแค่นี้ มันเล็กมากเพียงใด ไม่ได้สังเกตุถึงสายตาวิบวับเพ้อฝันของสาวน้อยที่นอนมองตัวเองตาละห้อยเลยสักนิด

    “น่าอิจฉาพี่เซฮุนจังเลยนะคะ ... บางทีหนูก็อยากเป็นพี่เซฮุนบ้าง”

    จงอินชะงัก ครั้งนี้เขามองหน้าเธอด้วยสายตาไม่เข้าใจจริงๆ “หมายความว่ายังไงนีโม่”

    สาวน้อยตาแดง ริมฝีปากของเธอเริ่มบูดเบี้ยวเหมือนคนกำลังกลั้นร้องไห้ นีโม่ไม่ยอมตอบในตอนแรก ได้แต่นอนน้ำตาคลอก่อนที่เสียงสะอื้นแผ่วเบาจะค่อยๆดังขึ้น “หนูชอบพี่ค่ะพี่จงอิน ชอบมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ที่พี่ให้งานหนูทำ พี่คอยใส่ใจหนู ให้ความสนิทสนมกับหนู ...”

    ชายหนุ่มถึงกับตะลึง ...

    แต่กลับผละตัวหนีไม่ทันในตอนที่จู่ๆสาวน้อยก็ดันตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วแล้วก็โผมากอดแขนเขาเอาไว้ “พี่ไม่เคยคิดอะไรกับหนูจริงๆเหรอคะ”

    ให้ตาย ....

    “นีโม่ เรา ... เราไม่ได้ชอบไอ้จุนหรอกเหรอ”

    สาวน้อยส่ายหัวทันที เธอยังคงสะอื้นฮักในตอนที่เอนศรีษะมาซบต้นแขนเขา บอกตามตรงพอยิ่งรู้แบบนี้แล้วก็ยิ่งสงสาร เด็กหนอเด็ก คาดหวัง วาดฝันอะไรไม่เข้าเรื่อง “พอเถอะนีโม่ พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเรา อย่าทำแบบนี้ อีกหน่อยเราจะมองหน้ากันไม่ติดเลยนะ พี่รักพี่เซฮุน แล้วพี่ก็ไม่อยากมีเล็กมีน้อยด้วย”

    เธอยังคงส่ายหัวอย่างดื้อดึง ในขณะที่มือเล็กๆคู่นั้นค่อยๆเลื่อนลงมาจับมือของเขาเอาไว้ แวบหนึ่งที่จงอินคิดว่าเขาควรจะต้องเด้งตัวออกห่างจากเธอ แต่อีกใจก็กลัวนีโม่จะไถลตกเตียงหัวฟาดพื้นไปอีกรอบเพราะแรงกระชากของเขา ที่ทำได้ ก็มีเพียงแต่ถอนหายใจซ้ำๆกับคำพูดเตือนสติให้สาวน้อยคิดได้สักที

    “อย่าทำแบบนี้เลย เราน่ะ ยังเด็ก ยังมีเวลาไปเจอคนอีกเยอะแยะ อย่าลดค่าตัวเองแบบนี้สิ”

    “แล้วทีพี่เซฮุนล่ะคะ วันนั้นหนูเห็นพี่นั่งกอดกันต่อหน้าเชฟโดด้วยซ้ำ ยังไม่เห็นเป็นอะไรเลย”

    ครั้นจะสวนกลับว่า นั่นมันแฟนเขา ก็กลัวจะดูใจร้ายจนเกินไป ชายหนุ่มแกะมือสาวน้อยออกด้วยความสุภาพแล้วตอบกลับไปเสียงเรียบในที่สุด “ก็คนนั้น พี่วางแผนจะใช้ชีวิตร่วมกับเขา”

    “แล้วหนูล่ะคะ”

    “เราก็ไปตามทางของเรา อีกอย่างพี่ไม่นิยมเลี้ยงเด็ก”

    เขาตอบด้วยสีหน้าตายสนิทอีกครั้ง คราวนี้ตัดสินใจจริงๆว่าจะดึงตัวออกเป็นแน่ จงอินกำลังจะชักแขนหนี แต่มันเป็นจังหวะเดียวกับที่นีโม่เงยหน้าขึ้นมา มือของเธอที่เขาแกะออกเอื้อมมารั้งคอไม่ให้เขาถอยหนี แล้วใบหน้าเล็กๆก็ฉกวูบเข้ามาทีเดียว เขารู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น ดีที่ยังหันหนีได้ทันพอๆกับที่ริมฝีปากของสาวน้อยประทับลงมาเต็มๆที่มุมปากข้างหนึ่ง

    ขนลุกวืดเลยเว้ยเฮ๊ย ... บุญจริงๆที่ไม่โดนปากเต็มๆ

    จังหวะนั้น ทั้งสองคนไม่มีใครได้ยินเสียงเปิดประตูเลยแม้แต่นิดเดียว

    แต่เสียงที่ได้ยินก็คือเสียงอะไรหนักๆสักอย่างตกลงพื้นจนทำให้ทั้งเขาและนีโม่สะดุ้งโหยง ชายหนุ่มรีบหันกลับไปมองที่พื้นก็พบว่ามันเป็นตะกร้าผลไม้สำหรับเยี่ยมผู้ป่วย พร้อมกับร่างของไอ้ป๋าที่ทรุดลงไปนั่งกับพื้นกุมเท้าของตัวเอง ร้องโอดโอย ดูท่าว่าตะกร้าจะตกใส่เท้ามันไม่ผิดแน่ ก่อนสายตาจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับคนที่ยืนอยู่

    ไล่ไปทีละคน

    ไอ้จุน …

    คยองซู …

    และ คนสุดท้ายที่เกือบทำให้เขาช็อกตาย

    ครั้งหนึ่ง พวกเคยล้อด้วยความคะนองปากว่าถ้าหากมีซวยหนึ่ง มันก็ต้องมีซวยสองตามมา วันนี้เท็ดดี้ผู้เป็นศรีของมหาลัยนั้น เชื่อแล้ว ... จะไม่เถียงอีกเลย เนื่องจากซวยหนึ่งเพิ่งซวยไปได้ไม่ถึงครึ่งวัน ไอ้เวรนั่นมันก็หาเรื่องมาให้ซวยสองเสียแล้ว


    เพราะคนสุดท้ายที่กำลังยืนอึ้งอยู่ก็คือ สุดสวาท!






    บ๊าดดดดดดดดดดซบ! ...

    เวรแล้ว

    ทั้งเวรและกรรมมีเท่าไหร่จงบวกลบคูณหารใส่เข้าไปให้หมดเลย

    ไหงหวยตัวเด็ดเลขท้าย ซวย! ซวย! ซวย! ถึงได้มาลงที่คิม จงอินเต็มๆล่ะคราวนี้

    ไอ้เขานี่นะ เกิดมาอายุจะแตะเลขสี่อยู่รอมร่อ ไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าตัวเองจะแปลงร่างเป็นพี่ขุนแผนแสนสะท้านทรวงได้ด้วย แต่ก็อย่าให้โม้เลย เชื่อไหมว่าตะกี้นี้เพิ่งคิดในใจไปเองว่า ถ้าเกิดหันหน้าหนีไม่ทันขึ้นมาแล้วปากน้องโม่เขาจุ๊บลงบนปากเท็ดเต็มๆ แล้วถ้าเซฮุนเกิดรู้เข้า แล้ว ... แล้วอะไรอีกดีอ่ะ
    เอาเป็นว่า แค่คิดว่าสุดที่รักเขารู้ก็ทำพี่เบิ้มหงอหัวฝ่อแล้วครับ แต่นี่ใครจะไปคิดล่ะว่าคดีจะพลิกขนาดนี้

    เพราะน้องเขาดันได้ ‘เห็น’ เองเต็มสองลูกกะตาเลย

    อะไรมันจะไปได้ดั่งใจปานนั้นวะ!

    แหม ใจคนรออ่ะเนอะ พอคิดถึงน้องหน้างอได้แวบเดียว ...

    หน้างอก็มาทันทีเลย ...

    เอาล่ะสิ มาพนันกันไหมล่ะ ถ้าวันนี้เลือดหัวพี่ไม่กระเด็นเปื้อนหน้าโม่โชว์เพื่อนล่ะก็ เท็ดดี้จะยอมจูบตูดเจ้าแดให้ดูเลยเอ๊า!






    เซฮุนถึงกับอึ้ง!

    แหมโม่วววววววววววว!!! น้องโม่!!! เด็กโม่!!!

    ไม่สนแล้วโว๊ย ถ้าหากจะปล่อยตะกร้าผลไม้ตกใส่เท้าใครขึ้นมา แต่ตอนนี้อ่ะ ต้องหาที่ลงก่อน เด็กหนุ่มถึงกับต้องจับข้อศอกของพี่ชายเอาไว้เพื่อพยุงตัวเอง แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าป่าวนะ ป่าวอ่อนแอ แต่ที่ต้องหาที่เกาะอ่ะคือขาอ่อนไง แบบยวบเลยยวบ โมโหจนขายวบอ่ะ เคยเป็นป่ะล่ะ

    อือหือออ ที่มาทำตาใส มองคนนู้นที คนนี้ที จนไอ้เราก็เอ็นดู ก็เขาเป็นลูกคนเล็ก ชีวิตทั้งชีวิตมีแต่พี่ๆมารุมรัก เขาไม่เคยมีน้อง พอเห็นเรียบร้อยๆมองหน้าแล้วถูกชะตา น่ารักดี ก็อยากมีน้องขึ้นมาบ้าง เขานี่มันโง่จริงๆเลย กว่าจะรู้ตัวก็ปล่อยเพชฌฆาตหน้าเจี๋ยมเจี้ยมไว้กับของรักไปแล้ว

    สุดท้ายเพิ่งมารู้วันนี้เอง ...

    ที่ผ่านมา ไอ้เราก็นึกว่าน้องโม่เขาอยากได้พี่จุน

    แต่ที่ไหนได้ มารู้ก็เพราะเห็นเองเต็มตาวันนี้นี่แหละ เข้าใจผิดไปไกลแท้ๆ น้องเขาไม่ได้จะเอาพี่จุน แต่โม่นางจะเอาพี่เท็ดต่างหาก! ส่วนหมีแก่ตัวดีน่ะเหรอ ก็ทำอะไรไม่ถูกไปเลยไง ได้แต่ยืนใบ้ไง ยืนนิ่งไปเลย ยืนมองด้วยดวงตาอ้อนวอนเหมือนกำลังจะบอกว่าผิดไปแล้วจริงๆนะ

    บอกตรงๆไอ้โมโหมันก็โมโหอยู่หรอก แต่ลึกๆก็รู้แหละว่าเด็กมันจะเอาอ่ะ แล้วงงๆงกๆเงิ่นๆแบบพี่เท็ดจะไปทำอะไรได้ ใจดีกับชาวบ้านเขาไปทั่วแบบนี้จะไปตามอะไรใครทันกันเล่า

    ก็งงไปสิพี่!

    นี่ลองถ้าเป็นเมื่อก่อนนะ ไอ้ตะกร้าที่ตกพื้นไปเมื่อตะกี้อ่ะ ไม่ทันได้ตกหรอก ได้บินไปโดนหัวเท็ดดี้ก่อนเลยลำดับแรก โม่โชคดีมากนะที่มาเจอสุดสวาทเวอร์ชั่นอัพเกรดเป็นปี 2018 แล้ว เธอโชคดีแล้วจริงๆ ถ้ามาเร็วกว่านี้อีกสักหน่อยแล้วป๊ะเข้ากับสุดสวาท 2012 บอกเลยว่าป่านนี้โม่ก็จะเป็นอีกคนที่หัวปูด

    แล้วคนอย่างเซฮุนสุดที่รักของป๊ากับม๊าก็โนสน โนแคร์ไม่

    ทำอะไรก็ได้ เดี๋ยวพี่จุนก็จัดการให้เองนั่นแหละ เข้าใจป่าวโม่!

    แต่ก็ต้องยอมรับแบบไม่โกหกเลยนะว่าวินาทีที่เห็น ต่อให้โตแล้ว ใจเย็นแล้ว ไม่ถือสาหาความนีโม่ปลาฉลามตามหาไม้จิ้มฟันแล้วก็เถอะ

    แต่เขาก็ยัง ... รู้สึกเสียใจอยู่ดี

    เซฮุนหลับตาลงเพื่อเรียกสติ แล้วพอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็ยังเห็นอยู่เหมือนเดิมว่า หมีแก่ยังอึ้งแล้วปล่อยให้เห็บปลาเกาะอยู่เหมือนเดิม จงอินมองตรงมายังเขา พร้อมกับสายตาลูกหมาหงอย เศร้าสร้อยซะเหลือเกิน แหม หมั่นไส้ แถมปากยังพึมพำไปมาว่า ‘พี่ป่าวๆๆ’

    ยังจะมาพี่ป่าวอะไรล่ะ เดี๋ยวได้หัวแตก! เดี๋ยวก่อนเถอะนะ

    “พี่เท็ดยืนงงอะไรอยู่ มานี่สิ!”

    แน่ล่ะว่าต้องพูดออกไปแบบเรียบๆหน่อย เอาความมีคลาสเข้าข่มศัตรู ม่าม๊าสอนไว้ หึ โม่ จำไว้เลยนะ ต่อไปนี้เธอจะไม่ได้อะไรจากฉันอีก แม้แต่น้ำใจสักนิดก็จะไม่มีให้ คอยดูเถอะ

    พอชายหนุ่มเดินนิ่งๆมาหยุดอยู่ใกล้ๆได้ เซฮุนก็ใช้สายตาสั่งอีกครั้งให้จงอินยืนอย่างสงบอยู่ตรงหน้า แล้วพี่เท็ดก็ทำตามอย่างว่าง่ายซะด้วย สาบานว่าอีกนิดเดียวเขาก็จะหลุดขำแล้วเชียว แต่ไม่ได้หรอก เท็ดดี้น่ะเรื่องทะลึ่ง เรื่องไหลลงคลองนะ น้องๆพิ้ป๋าเลยจะบอกให้ ไว้ใจได้ที่ไหน ได้ทีแล้วขอข่มให้สะใจหน่อยเถอะ ยิ่งมีความผิดติดตัวชัดเจนแบบนี้ด้วยแล้วนะ ต้องเอาให้คุ้ม

    “ยืนนิ่งๆ” เซฮุนสั่งเสียงเรียบ แกล้งมองจงอินด้วยแววตาเย็นชาจนอีกฝ่ายหน้าเสียขึ้นมาจริงๆก่อนจะเดินย้อนกลับไปหาพี่จุน พี่คยองซู พิ้ป๋าที่ย้ายไปนั่งกุมเท้าอยู่บนโซฟาสำหรับเยี่ยมไข้เป็นที่เรียบร้อย

    ดวงตาสีน้ำตาลสดกวาดมองแปบเดียวก็เห็นขวดน้ำเปล่าของใครสักคนวางอยู่ไม่ไกล เท่านั้นเซฮุนก็คิดอะไรได้ขึ้นมาในทันที เขาหยิบขวดน้ำมาถือไว้ในมือ ก่อนจะหันไปพูดกับฝูงลิงทั้งสามตัวบ้าง “ถ้าใครยุ่งเรื่องนี้ ผมจะถือว่าพวกพี่ไม่คิดว่าผมเป็นน้อง”

    เงียบกริ๊บ ....

    เห็นยัง เห็นป่ะล่ะ เห็นป่าวว่าใครคือบอสด่านสุดท้ายตัวจริง

    ที่ผ่านมาอ่ะ ยอมให้แกล้งหรอกกกกกกกก อ่ะถ่อออออ เดี๋ยววันนี้จะจับทั้งปลาไหล ทั้งปลากระดี่ต้มเปรตให้ดูเป็นขวัญตา

    “พี่เท็ดรักผมไหม ...”

    ข่มปลากระดี่ซะหน่อย

    “รักจ้ะ ...”

    ตอบกลับมาทันทีพร้อมกับยิ้มแห้งๆในขณะที่เขาเดินเข้าไปใกล้ โดยอัตโนมัติมือของจงอินที่ทำท่าเหมือนจะยกขึ้นมาจับเอวเขาในแบบที่ชอบทำเป็นประจำก็ค่อยๆยกขึ้นราวกับจะลองเชิง เด็กหนุ่มยิ้มๆเหมือนจะยอมให้โดนตัวแต่ในตอนที่พี่เท็ดย่ามใจไปแล้วว่าเขายอมให้จับแน่ๆ เซฮุนก็ยกมืออีกข้างที่ไม่ได้ถือขวดน้ำไว้ฟาดแรงๆลงบนหลังมือของอีกฝ่ายดังเพี๊ยะ! ในทันที

    จงอินร้องโอ๊ยขึ้นมาดังลั่นห้องก่อนจะช้อนตามองเขาราวกับจะตัดพ้อว่า น้องนะน้อง ทำพี่ได้ลง ...

    รึจะมีปัญหา? ทำม๊ะ ทำไม พี่เท็ดจะทำไม เซฮุนไม่ยอมพูด ได้แต่ยืนกอดอกถือขวดน้ำนิ่งๆแล้วเชิดหน้าเชิดตามองพร้อมๆกับอีกฝ่ายที่หลบสายตาไปในทันที อย่าหวังว่าคราวนี้เขาจะสงสาร แค่นี้ยังน้อยไป ลองเป็นพี่เท็ดมาเห็นเขายืนจูบกับพี่หมีขาวดูบ้างสิ ถ้าพี่อี้ชิงไม่หน้าแหกตอนนั้นเลย ก็อย่ามาเรียกเซฮุนว่าเป็นสุดสวาทอีก!

    “มาใกล้ๆ” เขาสั่ง ไม่สนใจว่าใครจะคิดยังไง ในขณะที่มือก็ค่อยๆดึงผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวเป็นประจำออกมาจากกระเป๋ากางเกงของตัวเองด้วยความใจเย็น

    “เซฮุน พี่ไม่ได้จะ – อุฟ!!”

    พูดมากนักก็เอาผ้าเช็ดหน้ายัดปากมันเสียเลย ไม่มีอารมณ์แล้วก็ไม่อยากฟังด้วย เท็ดดี้มองมาตาโตเหมือนจะตกตะลึง เขาก็จ้องกลับ แต่พอพี่เขาเห็นว่าสุดสวาทไม่ได้เล่นจริงๆ หมีแก่ก็รีบก็หลุบตาต่ำ เบือนหน้าหนีเหมือนจะยอมแล้วทุกอย่าง ตอนนั้นเอง เขาก็ดึงผ้าเช็ดหน้าออกจากปากพี่เท็ดแล้วเทน้ำในขวดที่ถืออยู่ใส่ผ้าจนชุ่ม

    พอน้ำเกือบจะหมดขวด เซฮุนก็ตั้งใจปล่อยขวดน้ำที่ยังมีน้ำเหลือติดก้นขวดอยู่ลงกับพื้นดังตุ๊บ! จนคนบนเตียงผู้ป่วยสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ฮึ! ทียังงี้มากลัวนะโม่ ทีตอนอยากกินแฟนชาวบ้านเขาไม่เห็นกลัวเลย เซฮุนมองเด็กสาวบนเตียงได้เพียงครู่ เขาก็หันกลับมามองเท็ดดี้หมีแก่ของตัวเองบ้าง

    เซฮุนยิ้มในขณะที่เอื้อมมือมาจับล็อกปลายคางของชายหนุ่มเอาไว้แน่น เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง อาศัยจังหวะที่จงอินยังตกใจอยู่นั่นแหละ แล้วเอาผ้าเช็ดหน้าเปียกๆของตัวเองเช็ดแรงๆไปทั่วหน้าของชายหนุ่มในทันที

    “เซ ฮุน!” พี่เท็ดร้องประท้วงในทันทีเพราะทั้งผ้าทั้งน้ำเข้าปากจนเกือบจะสำลัก

    “เงียบนะ พี่เท็ด!” เขาเอ็ดเสียงดังเหมือนอีกฝ่ายเป็นเด็กๆ “เช็ดให้หมดเลยนะ มันสกปรก ผมไม่ชอบ!”

    ถึงจะแสดงออกว่าเก่ง กะอีแค่เห็นพี่เท็ดจูบกับคนอื่นต่อหน้าต่อหน้ามันทำอะไรสุดสวาทไม่ได้หร๊อกกก ... แต่พี่เท็ดรู้ไหมว่าข้างใน ใจมันเสียไปแล้วแค่ไหน ถึงแม้ท่าทางจะไม่กลัวใคร แต่ตอนนี้คนที่ยืนใกล้พอที่จะเห็นน้ำตาของเซฮุนรื้นไปทั้งเบ้าก็มีเพียงเท็ดดี้แค่คนเดียวนี่แหละ จากที่ชายหนุ่มตั้งท่าจะถอยหนีก็กลายเป็นยอมให้เขาทำตามใจชอบ ถึงแม้ตอนนี้ใบหน้าของจงอินจะแดงเถือกจากแรงถูไปแล้วทั้งแถบก็ตาม

    เซฮุนไม่ออมแรง

    จงอินก็ไม่ยอมประท้วง ไม่ร้องสักแอะว่าเจ็บเหมือนกัน ...

    รู้ไหม ... ว่าคนที่ครอบครัวตามใจมาตลอดชีวิตอย่างเขาน่ะ กว่าจะยอมให้ใครมามีอิทธิพลเหนือตัวเองได้มันยากเย็นแค่ไหน ที่ผ่านมา เซฮุนยอมพี่เท็ดคนเดียว อดทนทำให้ทุกอย่าง เป็นสิบปีแล้วนะที่เชื่อฟัง พยายามจะไม่เอาแต่ใจตัวเองแล้วก็ให้เกียรติเท็ดดี้มากๆ ในแบบที่ไม่เคยทำให้คนอื่นเลย แม้กระทั่งหงอกบนหัวพี่จุน เขาก็ตามถอนจนเกลี้ยงมาแล้ว

    แล้วคิดดูสิว่าสุดสวาทยอมพี่เท็ดถึงขนาดนี้ แล้วทำไมถึงยอมให้ปลากระดี่มันดูดปากเอาได้!

    เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ!

    ไหนพี่เท็ดบอกว่าอยากให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่ อยากให้ใจเย็นๆ อยากให้มีเหตุผล แล้วตอนนี้เท็ดดี้รู้ไหมว่าเขาต้องอดทน อดกลั้นมากแค่ไหน รู้รึเปล่าว่าเวลาโกรธจนอยากทึ้งหัวใครสักคนแล้วมันทำไม่ได้ มันอึดอัดจนแทบจะระเบิดมากแค่ไหน ก็พี่เองไม่ใช่เหรอที่สัญญาจะว่ารัก จะไม่มีคนอื่น แล้วที่สำคัญเขาก็ถามจงอินไปแล้วเป็นมั่นเป็นเหมาะ ใจป้ำขนาดไหนถึงได้ให้เวลาไปเคลียเด็กตัวเองให้เรียบร้อยก่อนมาคบเขาด้วย

    แล้วจะเอาอะไรอีก จะต้องให้ลงไปนั่งร้องไห้อ้อนวอนกอดขาเหมือนเมื่อก่อนน่ะเหรอ แบบนี้ใช่ไหมที่พี่เท็ดอยากให้เขาเป็น พี่เท็ดรู้ไหมว่าวันนี้พี่ทำให้สุดสวาทใจสลายแล้วนะ ใช่ เขาใจสลาย แต่บอกแล้วไง ว่าอย่าหวังว่าจะได้เห็นน้ำตา โดยเฉพาะต่อหน้าเด็กโม่นี่!

    ฝันไปเถอะ

    มือขาวสะอาดปล่อยผ้าเช็ดหน้าลงพื้นในตอนที่จงอินเรียกชื่อเขาเสียงอ่อนเสียงหวานอีกครั้ง เซฮุนส่ายหน้าแล้วผลักร่างของอีกฝ่ายออกให้พ้นตัว ก่อนจะเดินไปหาพี่ชายที่นั่งนิ่งๆมองทุกอย่างอยู่ไม่ห่างแล้วแบมือขอเช็คที่พี่จุนเตรียมไว้

    เซฮุนถือกระดาษมูลค่าห้าล้านวอนอยู่ในมือก่อนจะเดินนิ่งๆไปหยุดที่ปลายเตียงของโม่ เขามองเด็กผู้หญิงบนเตียงด้วยสายตารังเกียจ นึกเสียใจไม่น้อยที่ครั้งหนึ่งตัวเองเคยอยากได้เด็กคนนี้เป็นน้องเป็นนุ่ง เพราะความเอ็นดูแท้ๆที่ทำให้เขาปิดตาข้างหนึ่งลงไปได้อย่างง่ายดาย สงสารมันนักใช่ไหม ไหนๆก็ต้องทะเลาะกับพี่เท็ดอยู่แล้ว ขอกระชากหน้ากากปลากระดี่ให้ทุกคนดูหน่อยแล้วกัน

    “นีโม่ ...” เซฮุนเรียกชื่อของอีกฝ่าย เขามองเธอนิ่งๆ นิ่งในแบบที่เด็กคนนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วก็ชูเช็คในมือขึ้น โบกไปมาในอากาศเบาๆ ในขณะที่ห้องเงียบ เขาก็ถามออกมาเสียงดังฟังชัด “เธอชอบแฟนฉันงั้นเหรอ”

    เงียบ ... อีกครั้ง

    เซฮุนไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสียงของพี่จุนที่พยายามปรามเขาหรือจะเป็นพี่ป๋าที่ทำท่าจะเดินกระเผลกเข้ามาหาหรือจะเป็นเท็ดดี้ที่ยืนนิ่งตะลึงมองมาไม่คลาดสายตา ตอนนี้เขาสนอย่างเดียวคือปลากระดี่จอมดูด!

    “ค่ะ หนูชอบพี่จงอิน”

    แหม่ะ ไม่สะทกสะท้านเสียด้วยนะ สุดสวาทถึงกับต้องสูดหายใจเข้า ...

    ดี ในเมื่อตอบแบบไม่สลดแบบนี้ ตอนแรกก็ว่าจะให้เลือกระหว่าง จะแค่เสียหน้าหรือจะเสียอนาคต แต่ตอนนี้มันหมดแล้วโอกาสของเธอน่ะ ฉันจะเลือกให้เอง

    “เหรอ ...” เซฮุนรับคำ

    ก่อนเขาจะหันไปมองเท็ดดี้ ที่ยังยืนหน้าเปียกเงียบๆอยู่ที่เดิม

    “เธอคงชอบพี่จงอินมากสินะ แต่ที่ฉันอยากรู้คือ เธอรักเขารึเปล่าล่ะ”

    คำถามนี้ทำให้นีโม่ถึงกับตาโต

    “ตอบสิ” เขากดดัน

    “หนู ... หนู” ปลากระดี่อึกอักแล้วมองเลยไปทางด้านหลังราวกับจะขอให้จงอินช่วย

    “ถ้าเธอไม่ได้รักเขาแบบที่ฉันรัก แล้วเธอมาทำลายความสัมพันธ์ของเราทำไม”

    ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะเข้าไปตบปากโม่สักสองทีซ้อน แต่ก็ได้แค่คิดแหละ ให้ทำจริงก็ทำไม่ลงหรอก ปลากระดี่ตัวกระปิ๊ดเดียว เขาผลักทีก็คงจะหงายหลังหัวฟาดพื้นน็อคไปอีกรอบแน่ๆ ตอนแรกว่าจะพูดด้วยดีๆด้วยแล้วเชียว แต่พอถามว่าชอบแฟนชาวบ้านเขาเหรอ โม่ก็ตอบกลับมาหน้าตาเฉยแบบไม่มีสำนึก คนอย่างสุดสวาทก็เลยดีด้วยไม่ลง

    นี่แหละ ข้อดีของการไม่เคยเป็นเด็กเรียบร้อย เป็นผ้าพับไว้ เรียบกริบไม่มีรอยย่นมาตั้งแต่แรก เวลาจะร้ายทีจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลารักษาภาพพจน์

    “ดี ในเมื่อหน้าด้านแบบนี้ก็ดี ฉันจะให้เธอเลือก” เซฮุนพูดนิ่งๆ จ้องมองใบหน้าของจงอินด้วยสายตาตัดพ้ออย่างชัดเจนก่อนจะพูดต่อ “ค่าเสียหายที่พี่ชายฉันจะให้เธอมีมูลค่าห้าล้านวอนตามที่เธอขอ ในเมื่ออยากได้นักคิม จงอินเนี่ย ก็เลือกมาว่าจะเอาเงินหรือจะเอาผู้ชายคนนี้!”

    ท้ายประโยคเซฮุนหันกลับไปชี้ที่เท็ดดี้ก่อนจะเอ่ยย้ำอีกครั้ง “ถ้าเอาเงิน ฉันจะให้เธอฟรีๆแล้วไสหัวออกจากร้านอาหารของครอบครัวฉันไปซะ หรือถ้าจะเอาผู้ชายคนนี้ ฉันก็จะให้เธอฟรีๆเหมือนกัน แต่เธอเลือกได้แค่อย่างเดียว ความรักของเธอมีค่ามากกว่าห้าล้านวอนไหมล่ะนีโม่”

    “เซฮุน” เท็ดดี้กระซิบเสียงเครียดแล้วชายหนุ่มก็ถลาเข้ามาจับแขนเขาเอาไว้ พยายามจะรั้งให้หันกลับมามองหน้า แต่เด็กหนุ่มกลับผลักไสอีกฝ่ายออกห่างโดยที่ไม่ต้องคิด ไม่อยากมองหน้านักหรอก เดี๋ยวทนไม่ได้ร้องไห้ขึ้นมาล่ะเจ็บใจตัวเองแย่เลย

    “แล้วที่ฉันยกให้ ไม่ใช่เพราะฉันหึงหวงผู้ชายคนนี้ แต่ที่ยกให้เพราะฉันเกลียดคนไม่มีสำนึก ถ้าหน้าด้านนักก็จะให้ เอาไปเลย แล้วจำไว้นะ ของของฉันเธอจะได้ไปแล้วก็ต่อเมื่อฉันเขี่ยทิ้งแล้วเท่านั้น แล้วฉันเองก็อยากให้ใครบางคนรู้ความจริงอะไรไว้ด้วย ที่ฉันยอมเขามาตลอดเพราะฉันรัก แต่ถ้าเขาทำไม่ดี ฉันก็มีทางไป แล้วฉันก็จะไปทางที่ดีกว่าด้วย ไม่ทนอยู่กับผู้ชายเลวๆหรอก” เซฮุนพูดช้าๆในขณะที่สบตา ผู้ชาย คนที่พูดถึงไปด้วยพร้อมๆกับที่วางเช็คลงบนเตียงของคนป่วย

    “เลือกมานีโม่ จะเอาเงินหรือจะเอาผู้ชาย”

    “เราพูดอะไรน่ะ พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยนะ” คราวนี้เป็นจงอินบ้างที่เป็นฝ่ายพึมพำเสียงตัดพ้อ ชายหนุ่มพยายามจะเข้าใกล้แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อสุดสวาทเดินหนีไปยืนใกล้ๆกับจุนมยอนแทน

    และในตอนที่ไอ้จุนมันดึงร่างของเซฮุนเข้าไปโอบไว้หลวมๆอย่างปกป้อง น้องเขาก็ตัวอ่อน ตามซบหน้าซบตากับพี่ชายโดยไม่มีอิดออด ก็นิ่งอยู่อย่างนั้นพักหนึ่ง ทำท่าเหมือนจะร้องไห้อยู่แล้วเชียว แต่พอเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้างอหนักๆ ปากง้ำ จมูกเชิดก็กลับมาได้ทันเห็นในตอนที่นีโม่เอื้อมมือมาหยิบเช็คที่เซฮุนวางทิ้งไว้ไปถือเงียบๆ ก่อนเด็กสาวจะก้มหน้าหลบตาทุกคนในทันที

    “หึ ก็คิดอยู่และ” เสียงใครลอยมาตามลมก็คงไม่ต้องสืบต่อ

    พอเขาหันไปมอง แน่ล่ะว่าเซฮุนหันหน้าหนี
      
    จงอินมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก ...

    แต่ก็อดคิดไม่ได้จริงๆว่าตัวเองมีค่าแค่ห้าล้านวอนเองเหรอวะ เวรเอ๊ย นี่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองแท้ๆ ไหงถึงได้กลายเป็นเขาวะเนี่ยที่ซวยอภิมหาซวยขนาดนี้ กว่าจะง้อกลับมาได้ก็ตั้งหลายเดือน ดีกันได้แค่เดือนเดียว ก็คิดว่าคงต้องง้อยาวอีกรอบแน่นอน

    ไอ้จุนนะไอ้จุน ... ไอ้เพื่อนเวร

    อยากจะเอาเหรียญไปขูดรถมันเป็นค่าตอบแทนนัก!

    “เซฮุนครับ สุดสวาท ...”

    ในเมื่อสุดสวาทเขาทำท่าสะกิดไอ้จุนราวกับอยากกลับบ้าน ไอ้เขาที่มองหาจังหวะอยู่แล้วก็ตื่นตัวขึ้นมาในทันที จงอินเรียกชื่อน้องเขา แน่ล่ะว่าเซฮุนทำเป็นไม่ได้ยินขึ้นมาซะงั้น พอเขาทำท่าจะจับแขน เซฮุนก็ปัดออก ก่อนจะปัดเสื้อตัวเองซ้ำเหมือนรังเกียจอะไรพี่เท็ดนักหนา

    “พอเถอะพี่เท็ด ผมจะกลับกับพี่จุน แล้วพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องมารับ เจอกันที่งานแฟร์เลยแล้วกัน”

    น้องเขามานิ่งๆ เรียบๆ และไม่มีล้อเล่นเลยสักนิด …

    แต่เอาเถอะ สำหรับวันนี้ เขาจะปล่อยไปก่อน อย่างน้อยก็ยังมีพรุ่งนี้ล่ะว่ะ ยังไงพรุ่งนี้ก็จะต้องอยู่ด้วยกันทั้งวันอยู่ดี เพราะร้านอาหารของเขามีไปออกบูธในสวนสาธารณะ หรือถ้าง้อยากง้อเย็นนัก เท็ดดี้ก็จะปล้ำมันต่อหน้าพี่ชายน้องเขานี่แหละ อ่ะถ่อเอ๊ย เซฮุนของพี่ เห็นใจหน่อยเถอะ พี่ก็อยู่ของพี่เฉยๆนะเนี่ย ไม่ได้ออกนอกลู่นอกทางอะไรแม้แต่นิด

    ดูสิ ไอ้จุนมันเป็นคนหาเรื่องมาให้พี่แท้ๆ ไม่ยักไปโกรธพี่ชายตัวเองบ้างเล่า

    เท็ดดี้ท้อแท้ ...

    แล้วตอนนี้ ก็ได้แค่ยืนคอตกมองน้องเขาเดินควงแขนกับไอ้จุน กระหนุงกระหนิงกุ๊งกิ๊งอย่างกับคู่รักโคตรไฮโซ ไปตามทางเดินแคบๆของโรงพยาบาล พอร่างของไอ้เพื่อนเวรกับสุดที่รักของเขาหายลับไปจากสายตา จงอินก็กำลังจะหันไปถามคยองซูกับไอ้ป๋าว่าอยากไปหาอะไรกินแก้เซ็งกันไหม แต่ดูท่า อะไรๆก็ไม่เป็นใจสำหรับเท็ดดี้เลยแม้แต่น้อย

    “อ่ะ ฉันให้แกไอ้เท็ด” คยองซูพูดเรียบๆก่อนจะยัดตะกร้าผลไม้ใส่มือของเขา จงอินมองอย่างงุนงงแต่ในจังหวะที่เขาทำท่าจะปฏิเสธ ไอ้เพื่อนรักก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

    “เอาผลไม้ไปนั่งแทะแทนแห้วกระป๋องก็แล้วกัน”

    ไอ้ -

    ก่อนพวกมันสองคน รวมทั้งไอ้ป๋าที่ดูเหมือนจะหายเจ็บเท้าเป็นที่เรียบร้อยจะเดินหัวเราะครืนจากไปในทันที

    ทิ้งไว้ก็แต่หมีแก่หน้างง ...

    ที่ต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งง้อใหม่ทั้งหมด!






    เขียนโดย AyahSoo LONE WOLF
    Twitter hashtag: #จะขาดใจKH

    -  Thank You  -






เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
ehyukjaebt (@BBaekhyun)
ซวยมากซวยมายจริงๆ โชคดีนะเท็ด