สุดสวาทแทบจะขาดใจsavedbywolf
สุดที่รักของ ... สุดสวาท
  • ที่เลิกกันไป ...สาบานให้ตายว่ามันมาจากเรื่องนิดเดียว!

    จงอินคิดแล้ว ก็ได้แต่ถอนใจระหว่างขับรถกลับบ้านคนเดียว ส่วนที่เพิ่งจะหน้าแหกเพราะโดนเซฮุนแหกหน้ามานั้น เขาไม่มีอะไรจะพูดอีก แล้วก็พูดไม่ออกด้วย พอได้เจอจังๆอีกครั้งก็เลยรู้ว่าเซฮุนเปลี่ยนไปมาก ตอนแรกก็ตั้งใจจะแหย่น้องเขาก่อนจริงๆนั่นแหละ แต่ไม่คิดเลยว่าสุดสวาท ... จะสวนกลับมาได้หน้าหงายขนาดนี้

    สู้ให้เซฮุนอาละวาดให้งานพังไปเลยยังดีกว่า

    เพราะอย่างน้อยเขาก็จะได้หาเรื่องเคลียร์ แล้ว ‘เข้าเรื่อง’ ของเราให้มันจบๆไปซะ ไหนจะเรื่องงานที่จงอินแสนจะหนักใจอีก วันแรกก็ชนะน็อคใส่เขาไปแล้วแบบไม่ต้องสืบซ้ำ เพื่อนก็เอาแต่มองเขาตาดำๆทำเป็นไม่รู้เรื่อง ไม่คิดจะช่วยยังไม่พอ พวกมันยังแอบเข้าข้างเซฮุนอย่างหน้าด้านๆอีกด้วย

    ไม่ใช่ว่าจับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน แต่รู้ทันมันทุกอย่างแค่ขี้เกียจเอาเรื่องเองต่างหาก

    แล้ววันต่อๆไป ... เขากับอีกฝ่าย

    มันจะทำงานด้วยกันรอดได้ยังไงล่ะว๊ะ!

    แต่ไหนๆก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าน้องชายไอ้จุน เป็นแฟนเก่าของเขา เป็น .... เฮ้อ อยากจะให้เป็นอะไรก็เป็นไปเถอะ ขี้เกียจจะเถียง ขี้เกียจจะหาข้อแก้ต่างแล้วด้วยเหมือนกัน เอาเป็นว่าทุกคนรู้กันหมดนั่นแหละว่าแต่ก่อน ลมหายใจเข้า – ออก ของเซฮุนคือเท็ดดี้แค่เพียงคนเดียว

    ถึงแม้ว่าเซฮุนจะไม่เคยปริปากบอกคนอื่นก็ตามว่าเจ้าตัวหลงรักพี่เท็ดจนหัวปักหัวปำมากมายขนาดไหน
    แต่การกระทำหลายๆอย่างมันก็ฟ้องอยู่ดี ที่เคยชอบไปทำด้อมๆมองๆเวลาไอ้จุนพากลุ่มเพื่อนมาเล่นที่บ้านหรือแสร้งมาเชียร์แบคฮยอนแข่งกีฬาทั้งๆที่ตอนมาก็สนใจแต่เขา ไม่ได้สนใจจะเชียร์ไอ้ป๋าอย่างที่ปากว่าจริงๆเลยสักครั้ง

    พูดถึงวันนั้นแล้ว ก็ตลกดีเหมือนกัน

    เพราะในตอนที่น้องเขาโดนจับได้ว่าแท้จริงแล้วไม่ได้มาเชียร์ไอ้ป๋า แต่อยากมาหาพี่เท็ดนั้น เซฮุนก็วิ่งหนีกลับบ้านไปเลย เหมือนกันกับเขาในตอนนี้นี่แหละ ในเมื่อเถียงไม่ได้ เพราะใจมันอยากจะแพ้มาตั้งแรก ไม่อยากสู้ก็แค่แกล้งโวยวายแล้วหนีกลับบ้านมันเลยดีกว่า

    ง่ายดี ...

    ในขณะที่แบคฮยอนยิงประตูทำแฮตทริกสามลูกรวดส่งผลให้ทีมฟุตบอลขี้กากของเราชนะขาดลอย ตอนนั้นร่างโปร่งๆของเซฮุนไม่ได้ขึ้นไปนั่งบนอัฒจรรย์กับคนอื่นด้วยซ้ำ มองไกลๆก็เห็นแต่น้องเขายิ้มคนเดียวอย่างกับคนบ้าระหว่างนั่งอยู่บนพื้นหญ้าข้างสนามในมุมอับหลังโกลด์ของทีมฝั่งตรงข้าม

    ตอนนั้นจงอินก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร สุดสวาทถึงได้เลือกไปนั่งตรงนั้น เพราะถ้าหากพลาดแล้วโดนบอลเตะอัดหน้าขึ้นมา น้องเขาก็คงได้จมูกใหม่เป็นของขวัญวันเรียนจบมัธยมอย่างแน่นอน ตอนแรกไม่รู้จริงๆก็เลยไม่เข้าใจนิดหน่อย

    แต่ตอนนี้รู้แล้ว เพราะไม่นานหลังจากนั้น ไอ้จุนมันเป็นคนหลุดปากพูดเองว่าที่น้องมันไปนั่งตรงนั้นก็เพราะมันเป็นมุมที่จะเห็นจงอินวิ่งไปทั่วสนามได้อย่างชัดเจนที่สุด โอ้โห บอกตามตรง พี่โคตรประทับใจเลยอ่ะน้อง

    จนเมื่อเกมจบลง เสียงโหวกเหวกของบรรดานักเตะขี้กาก ฝีมือข้างถนนก็ดังไปทั้งสนาม แต่มีเพียงแค่ดวงตาสีน้ำตาลสดๆที่ได้บังเอิญสบกับดวงตาของเขาโดยบังเอิญ ในขณะที่เขากำลังจะวิ่งเข้าไปหาเพื่อพูดคุย เซฮุนก็รีบลนลานลุกขึ้นคว้ากระเป๋าเป้แล้ววิ่งพรวดออกจากสนามฟุตบอลตรงกลับบ้านไปเลยทันที

    อะไรของน้องเขาวะ มาก็มาแบบไม่บอก แถมตอนจะไปก็ยังไม่ยอมร่ำลากันอีก

    ทิ้งพี่และเพื่อนพี่ยืนงงกันเป็นแถบๆ

    และเหตุการณ์วันนั้นก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้จงอินเริ่มเอ็นดูเซฮุนด้วยความเสน่หา มิใช่เอ็นดูเพราะเห็นว่าเป็นน้องชายเพื่อน

    เอ็นดูด้วยความเสน่หา ... อย่างนั้นเหรอ?

    ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่แกใช้คำพูดสวยหรูเหมือนในนิยาย คิม จงอิน …

    อดไม่ไหว ได้แต่หลุดขำแล้วจิกกัดตัวเองอยู่ในใจระหว่างขับรถ พอยิ่งตกดึก ถนนก็ยิ่งโล่ง ความคิด อดีตและความทรงจำของเขากับเซฮุนก็เริ่มกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ บอกตามตรงพอรู้ว่าน้องเขาจะกลับมา ในตอนแรกก็หวังเพียงแค่ได้ร่วมงานกันอย่างราบรื่นเท่านั้น

    ส่วนไอ้จุนมันก็เหลือก้ำ เหลือเกินจริงๆ ...

    ไม่รู้ว่ามันจะเอาน้องใส่พานให้เขาหรือมันจะตัดหัวเท็ดดี้ถวายใส่พานให้น้องมันกันแน่

    แค่คิดก็ปวดหัวจี๊ดๆขึ้นมาแล้ว ไม่ไหว เขารู้ตัวว่าแก่เกินไปแล้ว ไร้น้ำยา แถมยังหมดมุก จะให้ไปสู้รบปรบมือก็พาลจะเหนื่อยเปล่า ถ้าสุดสวาทเขาอยากจะเป็นผู้ชนะนักล่ะก็ จงอินก็จะยอมเป็นผู้แพ้สิบทิศให้น้องเขาเอง

    ช่วงแรกๆ ...

    เรื่องที่เซฮุนแอบรักจงอินนั้น มันทำให้เขากังวลและอายเพื่อนจนแทบบ้าเพราะทุกคนเอาแต่ล้อเขาเรื่องนี้ไม่หยุด ล้ออย่างเดียวไม่พอ พวกดันใส่มุกทะลึ่งตึงตังให้เขาที่ตอนนั้น ... คิดแค่เอ็นดู ไม่มีอะไรแอบแฝงก็เริ่มๆจะคิดลงต่ำ เลื้อยลงขาของน้องเขา ไปถึงไหนต่อไหนขึ้นมาจริงๆ

    แต่เมื่อเวลาผ่านไป การล้อเลียนก็ค่อยๆกลายเป็นการสนับสนุนขึ้นมา ซึ่งถ้าว่ากันตามตรง ไอ้จุนมันก็แสดงออกชัดเจนว่ามันหวงน้องของมันมาก ถึงแม้มันจะทำตัวประสาทเวลาอยู่กับเพื่อนก็ตาม แต่กับน้อง มันเป็นพี่ชายที่ดีเสมอ เพราะฉะนั้นจงอินจึงค่อนข้างแปลกใจว่าเพื่อนรักมันเห็นอะไรดีในตัวเขา ไหนจะป๊า จะม๊ามันอีก ที่ไม่เคยมีห้าม ไม่มีเรียกไปคุยหรือมีทีท่าว่าจะข่มขวัญเขาเลยสักนิด

    ในตอนที่จงอินยังคงค้นหาตัวเองอยู่ เขาไม่รู้จริงๆว่าเขามีอะไรดีกว่าคนอื่น

    ถึงแม้ทุกคนจะไฟเขียวยกสุดสวาทของม๊ากับป๊าให้แล้ว

    แต่นั่น ยังไม่ได้รวมถึงเรื่องส่วนตัวที่โคตรจะยุ่งเหยิงระหว่างเขากับเซฮุนแต่อย่างใด เพราะเขาก็ยังทำใจไม่ได้ ถ้าหากจะไปสุดทางกับอีกฝ่ายจริงๆ คิดหนักเหมือนกัน เซฮุนไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นน้องชายของจุนมยอน ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้น ... ก็ไม่อยากจะคิดว่าหลังจากนั้นเขาจะต้องตามเคลียร์กับใครบ้าง

    แต่ชีวิตมันก็ตลกร้ายอย่างนี้นั่นแหละ

    อย่างที่บอก เขามันเป็นคนมีกรรม คบกันได้ไม่นานนักก็มารู้ว่าเซฮุนจะต้องไปเรียนต่อ แถมยังเป็นไฟลท์บังคับของป๊ากับม๊าที่ใครก็ขัดไม่ได้เสียด้วย แน่ล่ะว่าเขาตกใจ แต่ที่มากกว่าตกใจก็คือตอนนั้นตัวเองโคตรบ้าเลย ให้โง่แถมเง่าบวกเข้าไปด้วย พอคิดอะไรไม่ออก ก็พาลูกเขาหนีไปกกตั้งหลายวัน
      
    ไหนๆก็ไม่มีอะไรจะเสียมันอยู่แล้วนี่หว่า

    ไม่อยากจะคิดจริงๆถ้าตอนนั้นป๊ากับม๊าเอาเรื่องเขาขึ้นมา อะไรจะเกิดขึ้น

    แต่เรื่องนี้จะโทษใครสักคนก็ต้องเป็นจุนมยอนนั่นแหละ! ที่มันคอยกดดันเขาจนประสาทกลับได้ขนาดนั้น จงอินคิดเข่นเขี้ยวอยู่ในใจ ชายหนุ่มยิ้มๆให้กับความทรงจำของตัวเองในขณะเท้าแตะเบรกเพื่อชะลอให้รถจอดติดไฟแดง เขาส่ายหัวเล็กน้อยแล้วมองออกนอกกระจกออกไปไกล แหม พอยิ่งมาได้เห็นหน้าใกล้ๆ ก็หยุดคิดถึงตัวน้องของมันไม่ได้เลย

    ฮึ!

    ก็ไม่อยากจะพูดให้เสียผู้ใหญ่นักหรอก เดี๋ยวหาว่าเอาน้องเขามานินทา ผู้ชายดีๆที่ไหนถ้าจริงจังกับใคร เรื่องบนเตียงคงไม่มีหลุดออกมาให้ได้ยินในวงเหล้า แต่ก็ ... ขอภูมิใจกับพี่เบิ้มในกางเกงสักนิดหนึ่งที่ได้กินหนมตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง …

    พอน้องเขาไฟเขียวหลังจากตะล่อมอ้อนขอว่า ‘ไม่ใส่คอนด้อมได้ไหม’

    พี่เบิ้มเพื่อนรักของจงอินก็ลิงโลดขึ้นมาเหมือนต้นไม้ได้แสงตะวันเลยล่ะ

    แต่ก่อนที่เขาจะได้ตัดสินใจทำอะไรลงไป เซฮุนก็พึมพำอะไรบางอย่างที่เขาฟังไม่ทันก่อนสองมือขาวๆจะเอื้อมมาจับต้นคอเขาไว้ทั้งสองข้างแล้วออกแรงดึงให้ใบหน้าเราเคลื่อนเข้าใกล้กันมากขึ้น

    มันเป็นแค่การแตะริมฝีปากลงเบาๆอย่างลองเชิงในตอนแรก พร้อมๆกับที่เซฮุนผละออกมาอย่างรวดเร็วและใช้พวงแก้มแดงก่ำแนบกับแก้มของเขาอย่าง ... เฮ้อ น่าเอ็นดูเหลือเกินเว้ย

    เด็กๆนี่มันดีอย่างนี้นี่เองสินะ

    เขาในตอนนั้น ... ยกมือออกจากการวางค้ำที่นอนเอาไว้และเอื้อมมาจับข้อมือของอีกฝ่ายในขณะที่เซฮุนค่อยๆหน้าแดง จมูกแดง แดงไปจนถึงใบหูและลำคอตามลำดับ ก่อนจะอ้อมแอ้มกระซิบบอกเขาว่า

    ‘ที่กำลังจะให้เนี่ย ผมให้พี่เท็ดคนแรก’

    แหม่ะ ...

    ถึงแม้จะไม่ได้ถือเรื่องที่คู่รักที่เคยผ่านใครมาก่อน แต่ก็ต้องยอมรับตามตรงว่าตอนนั้นใจมันฟูจนพี่เบิ้มที่ขึ้นสุดไปแล้วยังต้องยอมเลยล่ะ

    และมันทำให้เขาหมดความอดทนจนได้

    จงอินยิ้มกริ่มด้วยความชอบใจ ก่อนจะเป็นฝ่ายโน้มตัวลงไปหาเซฮุนอีกครั้ง เพื่อครอบครองริมฝีปากที่เขาคิดว่ามันร้ายกาจไม่แพ้ใบหน้าใสๆร้ายเดียงสานั่นเลย ส่วนอีกมือก็เอื้อมมาจับล็อคใบหน้าอ่อนเยาว์ให้ตรึงอยู่กับริมฝีปากของตัวเองอย่างง่ายดาย

    คืนนั้นเขาดื่มด่ำในทุกวินาทีระหว่างเรา

    ส่วนเซฮุนก็ปล่อยให้เขาทำตามใจชอบไม่ได้ขัดขืนใดๆทั้งสิ้น ไม่เหมือนเวลาเชิดหน้าเถียงกลับฉอดๆ หรือเวลาลืมตัวและชักสีหน้าทำให้นึกถึงแมวขนฟองที่กำลังขู่ฟ่อๆใส่หมาข้างบ้าน

    แต่ไม่ล่ะ คิดไปคิดมา ดูยังไงก็ไม่ใช่ เพราะจงอินค่อนข้างแน่ใจ ว่าสุดสวาทไม่ใช่นักรักประเภทมารร้ายบทเตียงหรอก หนมปังเนยนม ข้น หอมๆที่ยังไม่โดนใครปาดหน้าชิมมา ใครเขาจะไปกินอย่างมูมมามได้ลงล่ะ มันก็ต้องค่อยๆละเลียดปล่อยให้ความหอมหวานมันค่อยๆละลายไปอย่างช้าๆในปากสิ ถึงจะถูก

    แล้วที่สำคัญ ...

    เซฮุนก็ไม่เคยเตือนเขาให้รู้เลยว่าพอปาดหน้าหนมปังนมข้นดูแล้ว จับถอดออกจนหมด เนื้อในของหนมปังจะขาวโบ๊ะจนแทบแสบตาขนาดนี้ ... แหม่ะ 
       
    “อยากให้พี่อ่อนโยนไหม? ชอบแบบไหน หืม” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยกระซิบแนบริมฝีปากแดงฉ่ำสั่นระริกเบาๆ แต่จงอินกลับไม่รอคำตอบใดๆทั้งสิ้น แหย่ให้เขินไปงั้นแหละ ชอบ ไม่รออะไรทั้งนั้น ขอปาดหน้าเนยของหนมปังก่อนเลยแล้วกัน 

    “เพื่อเรา ...พี่ทำให้ได้นะ”

    เอาตรงๆ จงอินคิดว่าตอนนี้ถ้าไม่ใช่บ้านไฟไหม้ก็คงเอาอะไรมาหยุดเขาไม่ได้แล้วแหละ
      
    เบบี้ ...

    ส่วนคืนที่สอง น้องสุดสวาทเขาก็เมาเละ หมดสภาพในแบบที่ถ้าไม่รัก แล้ววือได้ขนาดนี้ ได้มีผลักหงายหลังตกรถปล่อยให้นอนส่างอยู่ข้างทางไปนานแล้ว นัวเนียบอกรักได้แปบเดียวก็ร้องจะอ้วก ... แล้วน้องเขาก็อ้วกจริงๆ อ้วกตั้งแต่ร้านอาหารไปจนเกือบถึงโรงแรม เอาเป็นว่า ถ้าน้องเขาเป็นรถไฟฟ้าก็เรียกได้ว่าจอดอ้วกมันแม่งทุกสถานีนั่นแหละ

    ส่วนคืนที่สามก็ ... ทะเลาะกัน

    “ก็แค่บอกคนในครอบครัวว่าหมั้นอ่ะ!”

    มาและ น้ำเสียงนี่ ... อารมณ์มาเต็มล้วนๆ ไม่มีเหตุผลปนเลยสักนิด

    “ทำไมอ่ะ หรือว่าพี่เท็ดมีอะไรปิดบัง ถึงบอกคนอื่นไม่ได้” เซฮุนเสียงดัง

    “มันไม่ใช่แบบนั้น” เขาก็ได้แต่ถอนหายใจ นึกอยากเอาฝ่ามือขึ้นมาขยี้ผมบนหัวตัวเองให้เละแล้วหลับไปเลย “หมั้นมันเรื่องใหญ่นะ มันจะแค่หมั้นได้ยังไง”

    “แล้วพี่มาสวมแหวนให้ผมทำไม”

    “เอ้า เซฮุน ทำไมถามแบบนี้ล่ะ”

    “ก็พี่ทำเหมือนไม่จริงใจกับผม ...” เอาล่ะ ตามสเต็ป นอกจากอารมณ์มาเต็มแล้ว ตาก็เริ่มแดงๆ พูดไปริมฝีปากก็เริ่มสั่น แต่ก็ยังเชิดหน้า เหลือบตามอง ตาค้อนตาคว่ำอยู่เหมือนเดิม

    “เข้าใจใหม่เลยนะ ที่ให้แหวนก็เพราะโคตรจะจริงใจด้วยเลย” จงอินเริ่มเสียงดังขึ้นมาบ้าง งอนเล็กๆน้อยๆเขาก็พอเข้าใจ แต่อย่าให้กลายมาเป็นงี่เง่าแล้วพาลมาดูถูกความรู้สึกของเขา แบบนี้ต้องดุ “แล้วที่พี่บอกว่าให้รอจนเราเรียนจบแล้วค่อยบอกที่บ้าน พี่หวังดีกับเราที่สุดแล้วนะ จะสวมแหวนตอนไหน จะบอกใครเมื่อไหร่มันก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น แต่พี่อยากให้เรามั่นใจมากกว่านี้ก่อน เชื่อพี่เถอะ เรื่องแบบนี้อย่าใจร้อนแล้วก็อย่ารั้นไม่เข้าเรื่อง พี่ไม่ได้เป็นแบบที่เราคิดไปทุกอย่างหรอก ก็แค่ขอให้คบกันไปเรื่อยๆก่อน เรียนจบแล้วค่อยบอกป๊ากับม๊าก็ได้ มันก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยนะ เซฮุน”

    “แต่ผมไม่อยากรอแล้ว พี่เท็ดไม่เข้าใจเหรอ จะบอกตอนนี้หรือตอนไหนมันก็ไม่ต่างกันหรอก”

    “ต่างสิ! ตอนนี้พี่ยังไม่มีอะไรเลยนะ จะหมั้น ... แล้วจะเอาอะไรไปขอเรา ที่ให้แหวนก็เพราะอยากให้รู้ไว้ว่าจริงใจ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เรารอให้พี่สร้างตัวก่อนไม่ได้เลยเหรอ”

    เซฮุนถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง …

    เด็กหนุ่มอ้าปากค้างก่อนจะเปิดๆปิดๆริมฝีปากเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ยังหาเรื่องมาเถียงไม่ได้ ในขณะที่เขาได้แต่ถอนหายใจ เหนื่อยใจ แล้วก็ไม่อยากมานั่งทะเลาะกันเรื่องนี้เลยจริงๆ

    ก็รู้อยู่หรอกว่าสุดสวาทตื่นเต้น จงอินรู้ ... ทุกคนก็รู้หมดนั่นแหละ

    กะอีแค่เซฮุนอยากเปิดตัว ... ที่จริงใช้คำว่าเปิดตัวก็คงไม่ได้ เพราะไอ้จุนมันยกเขาใส่พานให้น้องมันไปตั้งนานแล้ว ต้องบอกว่าอยากหมั้นมากกว่า แต่จงอินยังไม่พร้อม ใจพร้อม แต่เงิน แต่งาน แต่ความมั่นคงไม่พร้อม แล้วเขาก็อยากให้สุดสวาทเรียนจบก่อนด้วย ข้อนี้สำคัญมาก เรียนจบ มีงานมีการทำก่อนแล้วค่อยอวดแฟน จะเปิดตัวใหญ่กว่านี้อีกสิบเท่า คิม จงอินก็ไม่มีหน้าไปว่าได้หรอก

    เพราะความเป็นจริงมันโหดร้ายแบบนี้เสมอ ก็เลยยังหมั้นไม่ได้ เขาคิดว่าลึกๆแล้วเซฮุนเข้าใจ เด็กหนุ่มไม่ได้งี่เง่าขนาดนั้นแต่ติดอยากให้ง้อแล้วก็เอาใจเยอะๆ แล้วไอ้ที่ทำอยู่นี่ก็คงไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าอยากจะเอาชนะเขาก็เลยไม่ยอม

    เรื่องขี้ปะติ๋ว ไม่น่ามานั่งเถียงกันตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ ให้ตายสิวะ

    “ทำไมถึงเปิดตัวไม่ได้ ถ้าไม่เปิดตัวก็เลิกกันไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ”

    นั่นไง ...

    “ถ้างั้น พี่เท็ดพร้อมจะเปิดตัวเมื่อไหร่ ก็ค่อยติดต่อผมมาก็แล้วกัน”

    ตอนนั้น จงอินฟังแล้วก็ทำเฉยๆ เพราะตัวเองก็เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน คบกันมาได้พักใหญ่ เขาตามใจเซฮุนทุกอย่าง แต่มีแค่อย่างเดียวที่เคยขอ เขาเคยพูดกับอีกฝ่ายไว้ว่า ถ้าไม่ได้อยากเลิกเพราะหมดรักจริงๆ เวลาทะเลาะอะไรกัน ห้ามเอาคำบอกเลิกมาขู่เด็ดขาด คนอื่นอาจจะไม่ถือเรื่องนี้ แต่เซฮุนรู้ดีที่สุดว่าจงอินซีเรียสมากเพียงใด

    เพราะฉะนั้น เขาโกรธที่เซฮุนเอาคำบอกเลิกมาขู่ ... เขาโคตรโกรธเลยว่ะ แล้วก็ไม่อยากตามใจจนเสียนิสัยและเป็นอีกคนที่มีส่วนทำให้เซฮุนขี้งอน ขี้น้อยใจหนักมากขึ้นกว่าเดิมด้วย จงอินจึงตัดสินใจที่จะไม่ง้อในตอนที่สุดสวาทเก็บกระเป๋าแล้วกระแทกกระทั้นหนีกลับบ้านไปก่อน

    แล้วพอจงอินกลับถึงโซล กะว่าจะไปคุยเพื่อเคลียร์กันดีๆ รู้อีกทีเซฮุนก็บินหนีไปต่างประเทศแล้ว ... จากเริ่มที่จะหายโกรธ ก็กลับมาโกรธหนักใหม่อีกรอบ ส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากจะยอมรับเลยจริงๆ ถึงแม้จะรักแต่ก็ไม่มีปัญญาวิ่งตามไปในตอนนั้น ครั้นจะยืมเงินคนอื่นไปเพื่อง้อแฟน ก็เป็นเขาเองที่รับความทุเรศทุรังของตัวเองไม่ไหว

    เขาจึงเลือกที่จะเงียบ ไม่พูดมาก แล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เก็บเงิน ... ก็เพื่อที่จะไปตามง้อนี่แหละ จงอินใช้เวลาเก็บเงินเป็นเดือน เพราะเขาตั้งใจจะไปหา อยู่เป็นเพื่อนเซฮุนอีกสักพักแล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ ถึงแม้พวกไอ้จุน ไอ้ป๋ามันจะคอยแซวเขามันทุกวันก็ตามว่าสุดสวาทมีแฟนใหม่ไปนานแล้ว แต่ด้วยความสัตย์จริง จงอินไม่เคยเชื่อ แล้วในวันที่ทุกอย่างในชีวิตเขาลงล็อคและเขาก็มีเงินพร้อมเรียบร้อย

    ด้วยหัวใจเต้นระรัว จงอินก็ตัดสินใจโทรไปหาอีกฝ่ายเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือน

    ตอนนั้นแหละที่ตั้งใจจะง้อจริงๆ ...

    แต่ปรากฏว่า ... ตอนที่โทรไปหานั้น เบอร์ที่เขาดูแล้วดูอีกว่ามันเป็นเบอร์เดียวกับที่โทรหาไอ้จุนแทบทุกวัน จงอินจึงค่อนข้างแน่ใจว่ามันคือเบอร์โทรส่วนตัวของเซฮุนอย่างแน่นอน แต่พอปลายสายกดรับมันกลับมาแล้วเป็นเสียงของผู้ชายอีกคนเป็นคนรับสาย

    เขาก็ใจไม่ดี แกว่งๆนำไปแล้ว ... แต่ก็ยังใจดีสู้เสือถามต่อ

    ‘คุณเป็นใคร ทำไมมารับโทรศัพท์ของเซฮุนได้’ เขาถาม

    ปลายสายเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบกลับมา ‘ผมว่า ... ให้เจ้าตัวเขาบอกคุณเองดีกว่า’

    เงียบไปอีกพักหนึ่ง ก่อนจะกลายเป็นสุดสวาทที่ฮัลโหลเสียงใสกลับมา จงอินก็ถามคำถามเดิม เขาถาม ย้ำชัดว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร แต่เซฮุนกลับหัวเราะ ...

    เสียงนุ่มๆ ทุ้มเล็กๆที่แทงจึก จึก จึก ลงตรงกลางหัวใจของเขา

    “อ๋อ หมี ... ขาว พี่อี้ชิง แฟนใหม่อ่ะ”

    เท่านั้นแหละ ... มีหมีใหม่แล้วจริงๆนี่หว่า

    ไอ้ห่า ที่ผ่านมา ไอ้เราก็นึกว่าเพื่อนแซวเล่น ...

    แถมคนใหม่เป็นหมีขาวเสียด้วย แล้วจะมีหมีขนดำมอมแมมไปเพื่ออะไรอ่ะ ในเมื่อหมดรัก บอกเลิก หนีไป แล้วก็มีแฟนใหม่ไปแล้วด้วย หมีดำอย่างเขาก็คงไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว


    “ถ้างั้นก็ขอให้มีความสุข”


    และนั่นก็คือคำสุดท้ายที่เขาพูดกับสุดสวาทผ่านโทรศัพท์ทางไกล

    เรื่องเก่าๆมันก็ ... แหมนะ ตอนยังดีๆกัน เพื่อนแทบไม่เคยเรียกคำว่า เท็ดดี้ ให้ได้ยิน เพราะพวกรู้ดีว่าถ้าแซวแล้วจะโดนถีบหงายหลังเป็นการตอบกลับ แต่พอเลิกกันไป พวกดันนั่งพูด นอนพูด ย้ำนักให้ได้ยินทุกวัน ไอ้คำแทงใจดำนี่ เขาก็ได้แต่เงียบ ไม่ตอบโต้ แต่ที่เจ็บใจยิ่งกว่าที่เป็นไอ้หมีหน้าโง่ ก็คือเสียเงินซื้อตั๋วไปอเมริกาแต่ดันไม่ได้บินนี่แหละ

    เมื่อเกือบหกปีที่แล้ว

    ชีวิตของเขามันบัดซบมาตั้งแต่ตอนนั้น

    ส่วนตอนนี้ สุดสวาท กลับมาเป็นที่เรียบร้อย ...

    ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็ช่วยอวยพรให้ คิม จงอิน คนนี้

    โชคดีไปตลอดรอดฝั่งด้วยเถอะ






    วันนี้คือการเข้ามาซ้อมมือก่อนวันเริ่มทำงาน

    เซฮุนเข้ามาดูร้านตั้งแต่ตอนสายๆ แต่ยังไม่ทันจะได้เตรียมตัวเปิดร้านในตอนบ่ายก็วุ่นวาย โหวกเหวกกันตั้งแต่เช้าแล้ว น่าแปลก ถึงแม้เขาจะเพิ่งเคยเข้ามาในส่วนของร้านอาหารซึ่งถูกปรับปรุงใหม่ในรุ่นของพี่ชายเพียงแค่ไม่กี่ครั้ง ถ้าไม่นับก่อนที่เขาจะต้องไปเรียนต่อเมืองนอกน่ะนะ แต่เพราะบรรยากาศของครอบครัวที่ยังคงหลงเหลืออยู่เต็มเปี่ยมด้วยล่ะมั้ง ที่ทำให้เซฮุนไม่ได้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด

    “ไง เรา”

    น้ำเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขาเอ่ยทักทาย ทำให้เซฮุนหันกลับไปยิ้มกว้าง เขามองอีกฝ่ายแล้วได้แต่ยิ้มล้อเลียนเมื่อเห็นเชฟโดของทุกยังคงหน้าใส ไร้แววเมาค้างหรือสภาพของลิงโซ่ขาดเมื่อคืนแต่อย่างใด ในขณะที่พี่ป๋ากับพี่จุนนั้น น่าจะนอนแฮงค์หมดสภาพอยู่ในออฟฟิศด้านบน ไม่ผิดไปจากนี้แน่

    เมื่อคืนเป็น อาเฮีย ผงาดอย่างลิงโซ่ขาด พอเช้าวันถัดมากลับเมาค้าง นอนหมดฤทธิ์เป็นลิงตากแอร์ ... น่าอนาจ หมดสภาพในแบบที่ ถ้าพี่จุนเกิดมีเมียตบแต่งขึ้นมาจริงๆ เซฮุนก็ขออวยพรให้เมียในอนาคตของพี่ชายโชคดีก็แล้วกัน

    ไม่ใช่หนุ่มๆกันแล้ว แต่ดีดไม่ดูอายุตัวกันเลย ... จุดจบมันเป็นอย่างนี้นี่เองสินะ

    พูดถึงพี่โด บอกแล้วไงว่ารายนี้ ไม่ธรรมดา ไม่มีมากระโตกกระตาก แต่ไม่ใช่ว่าไม่กิน พี่เขากิน! ... แต่กินเงียบม๊าก ถ้าเท็ดดี้เป็นประเภทร้ายลึก ... โด คยองซู พี่เขาก็มาแบบร้ายเงียบล่ะนะ

    “สวัสดีครับ พี่คยองซู”

    ชายหนุ่มเจ้าของชื่อยิ้มรับ ก่อนจะยกมือลูบศีรษะทรงสกินเฮดของตัวเองอย่างเก้อๆ “อึดเหมือนกันนะเรา ไม่คิดว่าวันนี้จะเข้ามาดูร้านไหวด้วย”

    “เมื่อคืนผมไม่ได้ดื่มครับพี่ แต่ที่อยู่จนงานเลิกคือรอหิ้วพี่จุนกลับบ้านต่างหาก” เซฮุนตอบแบบขำๆอย่างไม่ได้คิดอะไร ได้แต่มองชายหนุ่มถอดเสื้อนอกของตัวเองออก เหลือแต่เสื้อยืดบางๆด้านในแล้วเอาเครื่องแบบเชฟขึ้นมาสวมทับด้วยความคล่องแคล่ว

    คยองซูหัวเราะก่อนจะตอบกลับมายิ้มๆเช่นกัน “แล้วมันหายไปไหนแล้วล่ะ”

    “นู่นครับ สลบอยู่ในห้องทำงานกับพี่ป๋าตั้งแต่มาถึงแล้ว เมื่อเช้าก็ต้องให้ม่าม๊าเป็นคนขึ้นไปปลุกถึงได้ลุกมาทำงานได้ ไม่งั้นป่านนี้ก็ยังไม่ตื่นหรอก”

    เซฮุนตอบไป ปนหมั่นไส้พี่ชายแท้ๆของตัวเองอยู่ไม่น้อย คราวนี้คยองซูไม่ได้หัวเราะอีกต่อไปแล้ว แต่ทำเพียงแค่ส่ายหัวยิ้มๆเท่านั้น ไม่นานเมื่อสวมใส่เครื่องแบบของตัวเองเสร็จเรียบร้อย ร่างสันทัดของพี่ชายคนสนิทก็อ้าแขนออกก่อนจะเดินเข้ามาสวมกอดเขาหลวมๆ เซฮุนยิ้มแล้วยอมอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่ายด้วยเต็มใจ

    ในขณะที่ปลายคางแหลมๆของตัวเองวางแหมะอยู่บนศีรษะของเชฟหนุ่มได้อย่างพอดิบพอดี เขาขำกับตัวเองแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรในตอนที่คยองซูค่อยๆวางฝ่ามือแนบกับสะโพกของเขาอย่างมีมารยาทอยู่เพียงครู่ ก่อนจะผละออกในไม่กี่วินาทีถัดมา

    “ยินดีต้อนรับกลับมานะเซฮุน แล้วพี่ก็หวังว่า งานเมื่อคืนจะไม่ได้ทำให้เราหมดสนุก”

    “ไม่เลยครับ ผมเห็นพวกอาเฮียสนุก ผมก็สนุกด้วยเหมือนกัน” เขาแซวหนึ่งในอาเฮียของน้องๆหนมหวานเมื่อคืน เด็กหนุ่มหัวเราะก๊ากเมื่อเห็นคยองซูตีสีหน้าไม่ถูกขึ้นมาบ้าง ยืนถามสัพเพเหระกันอีกเพียงครู่ ก่อนจะนึกได้ว่าวันนี้ยังไม่เห็นจงอินเลย แต่พี่เท็ดคงไม่ได้เมาค้างอยู่ที่ไหนหรอกมั้ง เมื่อคืนก็ไม่ได้เมาในตอนที่เถียงไม่ได้แล้วกระฟัดกระเฟียดหนีกลับบ้านนี่น่า

    “ว่าแต่เท็ดดี้ล่ะครับ ยังไม่มาเหรอครับพี่” ก็อดไม่ได้จริงๆที่จะถาม

    ทันใดนั้นคยองซูก็ยิ้มกว้างขึ้นมาเหมือนอีกฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องถาม เพียงแต่ว่าจะถามตอนไหนให้มันเขินๆน้อยที่สุดเท่านั้นเอง “ตอนเช้าเห็นเจ้าแดฮยอน วิ่งอยู่แถวนี้แวบๆ น่าจะอยู่ด้วยกันหลังร้านล่ะมั้ง”






    “อาเท็ด ผมไม่อยากใส่สีเหลือง!”

    ในตอนที่เดินไปถึง เสียงดังด้วยความขัดใจของเด็กชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น เซฮุนเบิกตากว้าง จริงอยู่เขาจำได้ไม่เคยลืมว่าจงอินมีหลานชาย แดฮยอน ... เป็นลูกพี่สาวของจงอิน แต่พอมาเห็นกับตา ก็อดตะลึงไม่ได้ที่แดฮยอนโตขึ้นมาก ครั้งล่าสุดที่เห็นก็น่าจะสักสามสี่ขวบได้เองมั้ง

    ตอนนี้เด็กน้อยได้กลายเป็นหนุ่มน้อยหน้างอที่กำลังงอแงไม่ยอมใส่หมวกสีเหลืองท่าเดียวไปเสียแล้ว

    “โว๊ย บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกเท็ดดี้ ทำไมเอ็งดื้องี้วะ”

    ไม่กี่วินาทีถัดมา เสียงนุ่มๆที่บ่นกระปอดกระแปดใส่หลานก็ดังขึ้น คราวนี้เป็นคุณอาบ้างที่หน้างอ จงอินไม่ฟังหลานชาย มือใหญ่คว่ำหมวกลงบนศีรษะของหนุ่มน้อยด้วยความขัดใจพอกัน

    “ทีคนอื่นยังเรียกได้!”

    เอ้า ... ในเมื่ออาไม่ยอม มีหรือหลานจะยอม ดีเอ็นเอเดียวกันซะอย่าง บังคับใส่หมวกสีเหลืองใช่ไหม พอลงหัวปุ๊บ มือเล็กๆก็ดึงออกปั๊บเลยเช่นกัน

    “ถ้าคนอื่นที่พูดถึง คือแบคฮยอน อาบอกแล้วไงว่าอย่าไปฟังมัน”

    จงอินคว้าร่างของเด็กชายเข้ามายืนนิ่งๆตรงหน้า พูดไปก็ชี้นิ้วสั่งสอนหลานให้เชื่อฟังไปด้วย แดฮยอนหน้างอเมื่อคุณอาสุดที่รักไม่ยอมตามใจ แต่คราวนี้ชายหนุ่มก็ไม่มีสน ในเมื่อดึงออกได้ ก็ใส่ใหม่ได้เหมือนกันล่ะวะ

    เอาสิ!

    “ใส่เดี๋ยวนี้เลยนะ เดี๋ยวแม่เอ็งมารับ แล้วเห็นยังแต่งตัวไม่เรียบร้อย โดนแม่บ่น คราวนี้อาไม่ช่วยนะ”

    เท่านั้นแหละ ... พอเอาแม่มาขู่ปุ๊บ ก็นิ่งปั๊บเลยทันที เด็กหนอเด็ก ถึงแม้จะหน้างอ ปากยื่นจนจงอินทนไม่ไหว ต้องดีดปากขี้งอนเบาๆจนแดฮยอนงอแงร้องจ๊ากไปอีกรอบ แต่ไม่นานก็ยอมให้ใส่หมวกเป็ดสีเหลืองที่พี่สาวเขาบังคับนักหนาว่าให้จับหลานใส่ให้ได้เพราะอยากจะถ่ายรูป แต่โดยดี

    จะบ้าตาย ...

    ทำไมคิดได้ช้านักวะ จับปล้ำใส่หมวกตั้งนานสองนาน ก็ดื้อไม่ยอมใส่ รู้งี้เอาแม่มาขู่ตั้งแต่แรกก็จบแล้ว พอรู้แกวก็ได้แต่ยิ้มกับตัวเอง ตอนนี้แดฮยอนยังเด็ก เอาแม่มาขู่ได้ ส่วนตอนไอ้ดื้อนี่โตเป็นหนุ่มก็ค่อยเปลี่ยนทริค เอาเมียมาขู่แทน รับรอง ไม่มีกล้าหือ



    เซฮุนยิ้มก่อนจะค่อยๆหลุดหัวเราะอย่างอดไม่ได้ ...

    พี่เท็ดนี่นะ กับหลานก็ยังจะตีกันได้ ทำมาเป็นบังคับให้คนอื่นใส่สีเหลือง ทีตอนนั้น ตัวเองก็ไม่ยอมใส่เหมือนกันนั่นแหละ บอกว่าไม่เหมาะกับตัวเอง สีหวานไป หาข้ออ้างสารพัดที่จะไม่ใส่ ส่วนเหตุผลก็ไม่ได้มีอะไรเลย

    แค่ตอนนั้น เท็ดดี้ ... พี่เขาอายเพื่อน เท่านั้นเอง

    ส่วนเพื่อนพี่เท็ด ก็ปากเจ๊บบบเจ็บ กะอีแค่จงอินยอมใส่เสื้อคู่เอาใจเขาหน่อยเดียว ก็พากันตั้งหน้าตั้งตาล้อจนแทบไม่ผุดไม่ได้เกิดเลยแหละ สาบานจริงๆว่าเซฮุนสงสารพี่เท็ดมาก เสื้อเหลืองอ่อนกับหูแดงๆ มันไม่ได้เข้ากันเลยเนอะ

    สงสารอ่ะ พี่เท็ดแพ้ตลอด ไม่ได้ชอบใจเลยจริงๆ ....

    แต่พอพูดถึงสีเหลืองแล้วก็จะมีความเขินขึ้นมานิดนึง เคยพูดจนปากเปียกปากแฉะว่าพี่เท็ดน่ะ ใส่สีไหนก็ดูดี ใส่แว่นงงๆยังหล่อเลยอ่ะ กะอีแค่สีเหลืองไม่รู้จะมานั่งคิดมากทำไม อยู่กันมาตั้งนาน รู้อยู่หรอกว่าชายหนุ่มชอบใส่แต่เสื้อผ้าโทนสีเข้ม เรียบๆ ไม่มีลวดลายและไม่ชอบให้ใครมาแต่งตัวให้

    แต่เซฮุนชอบ!

    เพราะฉะนั้นเมื่อก่อนบอกเลยว่า พี่เท็ดไม่รอด

    จงอินเป็นคนไม่ค่อยพูดมากเกี่ยวกับเรื่องของตัวเอง แต่เซฮุนขอยืนยันมา ณ ที่นี้ว่าการเอาใจพี่เท็ดไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงจะอยู่ง่าย กินง่าย ไม่เลือกมากก็จริง แต่กว่าจะถูกใจอะไรจริงๆนั้นยากมาก ไม่รู้ว่าหกปีที่ผ่านมาจะ(แอบ)เปลี่ยนเมียบ่อยไหม เนื่องจากตั้งแต่หนุ่มๆจงอินเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยมากเพราะนิสัยลุยๆส่วนตัว ใช้ได้ไม่กี่ครั้งก็ขาด ก็สีซีดเพราะชอบไปคลุกหมา คลุกดิน หรือเล่นบ้าพลังกับหลาน แต่อย่างน้อยเท็ดดี้ก็ไม่ใช่คนบ้าเสื้อผ้าแพงๆ ที่พอถึงเวลาโละทิ้งแล้วเขายังต้องน้ำตาไหลแทน

    เรื่องมีอยู่ว่า ... วันนั้นคือวันครบรอบวันแต่งงานของพี่สาวพี่เท็ดเขา

    แน่ล่ะ ว่าจะออกงานทั้งที เซฮุนก็ต้องแสดงฝีมือหน่อย จำได้ว่าวันนั้นเขาไปบ้านพี่เท็ดตั้งแต่หัววัน กะว่าช่วยแต่งตัวให้คุณอาเสร็จ ก็จะช่วยแต่งตัวให้คุณหลานด้วยเลย เพราะพี่สาวของจงอินคงต้องใช้เวลาแต่งตัวนานเป็นพิเศษ ก็นะ วันครบรอบแต่งงานทั้งที เป็นใครก็คงอยากจะสวยที่สุดอยู่แล้ว

    ก็ขึ้นมาช่วยกันแต่งตัวบนห้องพี่เท็ดนั่นแหละ ...

    แต่จริงจังได้แปบเดียวก็ ... เล่นตลอด

    ใส่เสื้อเชิ้ตยังไม่ทันได้ติดกระดุมครบ ก็มาทำเสียงอ่อนหวานเสียงหวาน อ้อนกอดนัวเนียจนเสื้อยับเกือบได้ลงไปรีดใหม่อีกรอบ บอกเลยว่าลีลาพี่เขาแพรวพราวมาก ถ้าวันนั้นไม่โดนขัดจังหวะ หนมปัง นม ข้น ไม่น่าเหลือไปถึงเชจูอ่ะ

    ขอโทษนะ พี่เบิ้ม ...

    แล้วพอเขาพูดขำๆว่า ตอนพี่คยองซูต้องใส่สูท ถ่ายรูปครอบครัวประจำปี เขาก็ไปช่วยอีกฝ่ายแต่งตัวแบบนี้แหละ เพราะพี่จุนอ่ะ ไม่ได้เรื่อง ไม่ยอมช่วย แถมขี้เกียจด้วย พอพี่เท็ดได้ยิน ก็หน้าหักทันที แล้วยังมีหน้ามาพูดต่ออีกว่า หวง ไม่ให้ไปแต่งตัวให้ใคร

    พี่หวง...ใช่เลย...หวงมากด้วย ...

    แล้วสุดสวาทจะไปทำอะไรได้อ่ะ นอกจากเขิน!

    พอเขาไม่ตอบ ไปไม่เป็น พี่เท็ดก็เอาใหญ่ ไม่พูดพร่ำทำเพลง แล้วจูบเลย จูบทั้งๆที่เสื้อยังติดกระดุมไม่ครบอยู่อย่างนั้นนั่นแหละ เซฮุนจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นอย่างไรในตอนนั้น เขาจำได้เพียงแต่ว่าได้แต่ยืนอ่อนเปลี้ยเหมือนโดนพี่เท็ดเขาเตะตัดขา หมดแรง หอบแฮ่กพิงตู้เสื้อผ้าอ่อนระทวยอยู่อย่างนั้น

    “หวง ...”

    เท็ดดี้ย้ำอีกครั้ง ก่อนจะลากเขาเข้าไปฟัดแก้ม ฟัดคออย่างเมามัน มือก็เลื้อยลงต่ำ ขยำก้นเล่นเหมือนเด็กมันเขี้ยวดินน้ำมัน เอาจริงนะ เซฮุนก็งงอยู่หน่อยๆ คือมันสนุกเหรอ ... บีบก้นคนเล่นเนี่ย ถ้าเป็นพี่จุนมาทำแบบนี้รับรองบ้านแตกแน่ๆ แต่อย่างพี่จุนคงไม่จับก้นเล่นหรอก รายนั้นจะเล่นอย่างอื่นมากกว่า

    แล้วที่สำคัญ ไม่ใช่แฟน มาจกก้นนี่มีสวนนะ จะบอกให้

    กำลังเคลิ้มๆ ... พี่เท็ดนี่เสื้อยับไปเป็นที่เรียบร้อย ส่วนเสื้อของเขาก็กำลังจะหลุดออกจากตัวในไม่ช้า กำลังจะเสียงอ่อนเสียงหวานว่า ‘พี่เท็ด อย่า ...’ แต่ยังไม่ทันได้พูด ประตูก็เปิดผ่างตามที่ใจคิดขึ้นมาจริงๆ

    “พี่เซฮุน!!!”

    เจ้าของชื่อร้องว๊าก ตกกะใจในตอนที่ร่างเล็กๆของเด็กชายวัยไม่เกินห้าขวบพุ่งเข้ามาในห้อง จำได้ว่าตอนนั้น เขาผลักพี่เท็ดที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว จนชายหนุ่มเสียท่าหงายหลังลงไปนอนแผ่กับเตียงอย่างหมดหล่อ

    จงอินสบถก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหน้า ในตอนที่แดฮยอนกระโดดดึ๋งเข้ามากอดเซฮุนอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ชายหนุ่มก็ได้จังหวะดึงผ้าห่มม้วนเป็นก้อนแล้วเอามาปิดพี่เบิ้ม ซึ่งตอนนี้พี่เขากำลังผงกหัวขึ้นมาชมเหตุการณ์ภายในห้องอย่างสนอกสนใจ แล้วติดกระดุมเสื้อเชิ้ตด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับเต็มที

    ในขณะที่เขาก็ร้อนไปทั้งหน้า ก่อนจะทำใจกล้าก้มลงไปยิ้มให้เด็กชายด้วยความกระดากอายสุดชีวิตเช่นกัน ก็เพราะเด็กไม่รู้เรื่องนี่แหละ เลยยิ่งอาย แดฮยอนเอ๊ย เข้ามาไม่ดูจังหวะ กำลังจะโดนหมีงับหัวเอาแล้วไม่รู้รึไง

    “ว่าไงครับ หมีน้อย”

    ตอนดีๆแดฮยอนก็เป็นหมีน้อยของทุกคนในบ้านนั่นแหละ ...

    แต่ตอนพี่เท็ดเขางอน จากหมีที่โตเต็มวัยก็กลายเป็นหมีน้อยชั่วคราวได้บางเวลาเหมือนกัน

    “แม่บอกว่าให้ขึ้นมาแต่งตัวกับอาเท๊ดดดดดดดดด” ท้ายประโยคหมีน้อยแผดเสียงดังลั่นด้วยความตื่นเต้นจนเขาหลุดขำออกมาอย่างอดไม่ได้

    ครั้นจะบอกให้แดฮยอนลงไปก่อน ดูท่าพี่เบิ้มเขาก็น่าจะหดกลับลงไปในกระดองเพราะหมดอารมณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเพื่อนรักของพี่เบิ้ม ... พี่เท็ดนั้น ก็ยอมลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วยืนแต่งตัวเงียบๆแต่โดยดีแล้วเช่นกัน

    ให้ตาย ... เวลาแบบนี้ การตีสีหน้านิ่งสนิทว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมันจะหลุดขำเอาทั้งคู่น่ะสิ

    “โอเคๆ ฮยอนนี่ อย่าเสียงดังสิครับ ม่ะ วันนี้พี่จะแต่งตัวให้อย่างหล่อเลย” เซฮุนเอ่ย แล้วก้มลงไปหอมแก้มยุ้ยดังฟอด เอ็นดูหลานของจงอินมากกว่าใครเพราะลึกๆแล้ว เขาเองก็อยากมีน้องมาโดยตลอด แต่น่าเสียดายที่ป๊ากับม๊าปิดอู่เป็นที่เรียบร้อย ก็เลยอด

    ส่วนแดฮยอนนั้น ก็คงไม่ต้องสืบ เจ้าตัวยังเด็กมากและค่อนข้างจะติดเขา แม้ว่าเด็กชายจะมีคนรุมรักมากมายเพราะเป็นหลานคนแรกของบ้านพี่เท็ด ทั้งครอบครัวก็เลยเห่อหลานกันมากเป็นพิเศษ แต่กลับเป็นแดฮยอนเองที่ชอบคิดว่าเซฮุนเป็นเพื่อนเล่นของตัวเอง ทุกครั้งที่เห็นเขาก็มักจะทำตัวตามติดอยู่เสมอ

    ขนาดเขาเรียกจงอินว่า เท็ดดี้

    แดฮยอนยังเรียกตามเลย ดูสิ

    ชายหนุ่มยืนแต่งตัวเงียบๆอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจงอินจะเดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้า ค้นกุกกักอยู่คนเดียว สักพักหันมาหาเขากับหลานชาย แล้วยื่นของที่แอบซื้อไว้ให้แดฮยอนที่มีสีหน้างุนงง แล้วพูดนิ่งๆ

    “เอ้า...ซื้อมาให้...รักษาของด้วยนะ”

    “ของแดฮยอนเหรออาเท็ด” เด็กน้อยถามกลับ ก่อนจะส่งเสียงดีใจดังลั่นไปทั้งห้องอีกครั้ง พอได้ของขวัญแดฮยอนผละจากเซฮุนอย่างไม่ใยดี แล้วคว้าหุ่นยนต์ขึ้นไปเล่นอย่างมีความสุขบนเตียงในทันที

    จงอินกลับมายิ้มหน้าบานอีกครั้ง

    ส่วนเซฮุนนั้น ก็ได้แต่ถอนหายใจ ...

    วันนี้จะเสร็จไหม แต่งตัวเนี่ย



    ในตอนที่แดฮยอนวิ่งปรู๊ดออกไปหลังจากยอมให้จงอินใส่หมวกสีเหลืองเป็นที่เรียบร้อย เซฮุนก็ตัดสินใจปรากฏตัว เขากระแอมก่อนจะมองชายหนุ่มที่ยืนเท้าสะเอวมองหลายชายของตัวเองจนลับสายตา

    วันนี้พี่เท็ดกลับมาแต่งตัวหล่อเหลา สะอาดสะอ้านอีกแล้ว ...

    ไม่ได้ใส่แว่น ใส่เสื้อยืดเป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นอีกต่อไป

    เรือนผมสีน้ำตาลเข้มๆ มันช่างเข้ากันได้ดีกับเสื้อไหมพรมบางเบาสีน้ำเงินเรียบๆกับกางเกงผ้าสีเทาเข้มและรองเท้าหนังกลับเสียเหลือเกิน เอาเถอะ เบื่อจะชมในใจ เอาเป็นว่าพี่เท็ดแต่งตัวยังไง เขาก็ชอบหมดนั่นแหละ

    ต่อให้ไม่แต่ง ... เปล่าเปลือย แถมหุ่นพัง เซฮุนคิดว่าเขาก็ยังคงชอบอยู่ดี

    “พี่เท็ด ...” เซฮุนเป็นฝ่ายเริ่มทักทาย

    ในทันทีเช่นกันที่จงอินหันกลับมาถอนหายใจใส่หน้าเขาเป็นการตอบกลับ เอาเข้าไป ทั้งเพื่อน ทั้งหลาน ทั้งแฟน ... เก่า โลกนี้มีใครรักคิม จงอินบ้างไหมเนี่ย

    “ทำไมวันนี้มาแต่เช้า” จงอินถาม “ไหนเมื่อคืนไอ้จุนมันบอกว่าเราต้องรอคุยโทรศัพท์ทางไกลไง”

    “โทรศัพท์ทางไกล?” คราวนี้เป็นเซฮุนบ้างที่ถามกลับ ... ด้วยความงุนงง

    “ก็ ... หมีขาว ไง” เสียงทุ้มของชายหนุ่มตอบกลับ “ไอ้ ... ไอ้จุนมันว่ายังงั้น”

    “อ๋ออออออออ” เขาลากเสียง อยากจะยิ้มให้แก้มฉีก แต่ไม่ดีกว่า เดี๋ยวพี่เท็ดรู้แล้วโมโหไฟลุกแน่ๆ พี่จุนนี่ก็นะจริงๆเลย อยากได้พี่เท็ดมาเป็นน้องเขยจะแย่ แต่ก็ชอบไปแกล้งเขา

    พี่หมีขาว ... แฟน(กำมะลอ)ของเขานี่เอง

    “ก็ ... ไม่ได้รอ เลิกกันไปนานแล้ว” เซฮุนแย้งด้วยใบหน้านิ่งสนิท แต่ในใจเต้นตุบตับ อยากรู้ว่าพี่เท็ดจะตอบอะไรกลับมา

    “โทษที” คราวนี้ จงอินกลับเงียบไปเกือบนาที ก่อนชายหนุ่มจะตอบกลับด้วยสีหน้าเก้อๆเหมือนวัยรุ่นเพิ่งแตกเนื้อหนุ่ม หัดเต๊าะสาว “พี่ไม่รู้ ว่าเลิกกันแล้ว”

    “อื้อ เลิกแล้ว” เซฮุนย้ำอีกครั้ง ตั้งใจย้ำ ให้อีกฝ่ายรู้ “แล้วตอนนี้ก็โสดด้วย”

    พูดออกไปแล้ว ... ว่าโสด

    แต่สิ่งที่ยังไม่ได้ถามก็คือ พี่เท็ดสนใจอยากกลับมาไหม ?

    จงอินอึ้ง ...

    รู้ทั้งรู้ว่าน้องเขาทอดสะพานเหล็กเสริมคอนกรีตมาให้ตนข้ามไปอยู่จะๆ เซฮุนไม่มีหลบตา ไม่มีเขินอายใดๆ แต่ให้ตายสิวะ! สุดสวาท ไม่ได้ทำให้มันง่ายเลยสักนิด เด็กบ้าบออะไร ปั่นหัวเขาได้แม่งตลอดเวลา

    เนี่ย จงอินมองตามร่างสูงโปร่งของน้องเขา เซฮุนดูดีเสมอเมื่อใส่กางเกงยีนส์ ขายาวๆที่เคยพาดกับ ... เฮ้อ เรือนผมสีดำสนิทกับนัยน์ตาสีน้ำตาลสดๆเหมือนสีของเยลลี่กาแฟที่น้องเขาชอบกิน

    ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดอย่างยอมแพ้กับชะตากรรม แต่ก็ทำใจไม่ได้ ถ้าหากต้องลงไปคุกเข่าอ้อนวอนขอให้น้องเขากลับมา

    “แล้วไม่มีใครมาจีบบ้างเหรอ”

    “มี” เซฮุนตอบเรียบๆ ไม่มีปฏิเสธและไม่รู้ว่ายังจะให้ความหวังเขาอยู่ไหม

    แหม ... มันก็เหมือนสุดสวาทเอาเท้ากระทืบหัวใจพี่ซ้ำๆเลยเนอะ พูดไม่ออกขึ้นมาจริงๆก็ตอนนี้ น้ำกำลังจะไหลลงคลอง น้องเขาก็ตอบแบบเอาฝายมากั้นไม่ให้น้ำไหลซะงั้น ไม่ปูทางให้พี่ลงลื่นๆบ้างเลยสุดสวาท

    “ก็...ถ้ายัง...ก็....”

    “ก็อะไรครับพี่เท็ด” เด็กหนุ่มถามกลับแล้วเดินเข้ามาใกล้ ตอนนี้แค่เอื้อมแขนไปคว้า จงอินก็จะได้น้องเขากลับคืนมาในอ้อมกอดแล้ว

    “หรือคราวนี้พี่จะเป็นฝ่ายจีบผมรึไง”

    “เปล่าสักหน่อย” จงอินตอบไม่เต็มเสียง นึกใจหายขึ้นมาแปลกๆกับประโยคต่อไปของเซฮุนอยู่ไม่น้อย

    “ก็ดีครับ...” เซฮุนยืดตัวขึ้นแล้วเดินเข้ามาใกล้อีก แต่ก็ยังไม่ยอมพูดอะไร

    ถึงตัวจะห่างกันไปตั้งหลายปี แต่ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าหลายต่อหลายคนกำลังต่อแถวให้ท่าพี่เท็ดอยู่ เขาเคยนอนไม่หลับเพราะระแวงว่าจงอินจะนึกรักใครขึ้นมาจริงๆอยู่หลายคืน มันหน่วงในใจแบบนี้นี่เองสินะ ยืนตัวเป็นๆอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่กลับกอดไม่ได้

    “พี่จงอิน”

    “หื้มมมมม” เนี่ย นิดเดียวเอง ... เสียงนุ่มๆทุ้มๆ อยู่ใกล้แค่ปลายหู


    พี่ยกโทษให้กับสิ่งที่ผมทำบ้างรึยัง


    เซฮุนกระซิบถามแผ่วเบา สังเกตว่าหลังจากถามไป จงอินก็นิ่ง แต่ดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายจ้องกลับมาอย่างตั้งใจ...

    ตั้งใจเกินไป...

    และที่สำคัญ พี่เท็ดไม่ได้ยิ้มให้ใจชื้นบ้างเลย

    ดวงตาเอาแต่จับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของเขา จ้องอย่างจริงจัง เหมือนตอนนั้น ... ที่เคยจูบกันดูดดื่ม จนเขาได้แต่รู้สึกร้อนซู่ไปทั้งตัวและหัวใจ

    จงอินไม่ยอมตอบในทีแรก แต่จู่ๆก็คว้าฝ่ามือของเขามาจับอยู่อย่างนั้น ลูบไปลูบมาเหมือนมันมีค่ากับเจ้าตัวมากมาย ทำอยู่พักใหญ่ เซฮุนแทบจะน้ำตารื้น ไม่รู้ทำไม แต่เพราะพี่เท็ดไม่ตอบด้วยอารมณ์นี่แหละ เลยทำให้เขายิ่งรู้สึกผิด

    ถ้าจงอินจะว่า ... หรือจะโกรธ ที่เขาประชดแล้วหนีไป หรือยิ่งกว่านั้น ถ้าตัวเขาเองจะกล้าบอกเท็ดดี้ต่อหน้าว่าเรื่องทั้งหมดนี่ เรื่องที่เอาพี่หมีขาวมาใช้ทรมานจงอินในตลอดระยะเวลาตั้งหลายปีที่ผ่านมา มันคือเรื่องโกหก

    ไม่ต้องรอให้พี่เท็ดยืนยันออกจากปากว่าเจ้าตัวให้อภัย ...

    เซฮุนก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เหมือนกันที่เขาจะยกโทษให้ตัวเองได้

    ไม่มีอีกแล้ว สุดสวาท สุดประสาทแดก คนนั้น

    ตอนที่ห่างกัน ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะเข้าข้างเขาไปซะทุกเรื่อง ทั้งพี่จุน ทั้งพี่ป๋าก็เคยสั่งสอนเขาอย่างจริงจังกับเรื่องนี้จนเซฮุนน้ำตาร่วงมาหลายรอบแล้ว ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นดีเห็นงามไปด้วยหมดหรือแม้กระทั่งพี่คยองซูเองก็ตาม

    สุดท้าย หกปีผ่านไป เพื่อผู้ชายคนนี้ เพื่อคำว่ารักเพียงคำเดียว...

    เซฮุนเปลี่ยนแปลงตัวเอง

    เปลี่ยนไปเยอะ มากมายในหลายปีมานี้ เปลี่ยนจนเขาเองยังแทบจะไม่เชื่อว่าตนเองจะเป็นไปได้ขนาดนี้ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ จงอินใช้ชีวิตอย่างไร บ้านพี่เท็ดไม่ได้ลำบาก เป็นครอบครัวชนชั้นกลางที่อบอุ่นมากๆเลยด้วยซ้ำ แต่อีกฝ่ายก็ยอมทำงานงกๆเพื่อเขา เพื่ออนาคตของเรา 

    จงอินต้องยอมลำบากเพื่อเด็กปัญญาอ่อนอย่างเขา

    พี่เท็ดเป็นคนดี

    จงอินเป็นคนน่ารัก ... และเซฮุนก็ยอมรับกับตัวเองมานานแล้วว่าเขารักผู้ชายคนนี้

    ก็รู้อยู่หรอกว่า พี่เท็ดน่ะ ไม่ได้แก่แรงแสนน่าเบื่อ

    ถึงจะแก่ แต่ก็แก่ลายคราม ลีลาพลิ้วไหวเป็นลายพร้อยเชียวนะ …

    ตอนแรกว่าจะไม่ง้อเพราะหมั่นหน้าเสียเหลือเกิน กะจะมาให้เขาง้อ เล่นตัวเยอะๆเป็นค่าเสียเวลา แต่คิดไปคิดมา ไอ้เรื่องเมื่อหกปีก่อน ก็เป็นเขาเองที่ไปแสดงอิทธิฤทธิ์เล่นลิงหลอกเจ้าเสียจนเรื่องบานปลายใหญ่โตขนาดนี้ ยิ่งพอรู้ว่าจงอินไม่สู้ ... ยอมหงอ ไม่หือ ไม่อือ ไม่มีว่าแถมมือก็ยังไม่ถึงเหมือนเมื่อก่อนด้วย ใจมันก็อ่อนเองโดยไม่ต้องให้เอาไฟรักที่ไหนมาลนอีกต่อไปแล้ว

    ก็ผิดจริงๆนั่นแหละ


    เพราะฉะนั้น ครั้งนี้ สุดสวาทจะง้อก่อนก็ได้!






    เขียนโดย AyahSoo LONE WOLF
    Twitter hashtag: #จะขาดใจKH

    -  Thank You  -






เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
ehyukjaebt (@BBaekhyun)
ดีกันได้แล้ว อยากเห็นความหวานของขนม