สังคมแหลมทื่อargentumnm
At School : ขอได้ไหมสังคมแนวราบเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
  • ทุกๆคนที่เป็นประชาชนของรัฐล้วนต้องไปโรงเรียนเล่าเรียนศึกษาตามกฎหมายการศึกษาภาคบังคับ นั่นหมายความว่าชีวิตคนนึงๆซึ่งตรงกับวัยเด็ก วัยรุ่น ล้วนแต่ต้องไปใช้ชีวิตอยู่โรงเรียน ไม่ต่ำกว่า 10 ปี ก็นั่นแหละ ระยะเวลาที่ยาวนานค่อนชีวิตเรามันได้กลายเป็น"เครื่องมือ" สร้างกลไกอุดมการณ์อะไรบางอย่างให้เรา สร้างความทรงจำที่ดี หรือก็บาดแผลก้อนนึงให้กับวัยเรียน

    กว่าการศึกษาประเทศนี้ๆจะพัฒนา เด็กน้อยนักเรียนก็ถูกทำให้อ่อนล้า อ่อนแรงไปกับกระบวนการ ระบบที่บั่นทอนการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจเริ่มหายาก ทั้งๆที่จินตนาการควรไปกับการเรียนรู้มันคืออาหารของการเรียนรู้เลยนะ การศึกษาในฝันของคนเรียน คนสอน ก็มุ่งหวังจะสร้างองค์ความรู้ และเพลิดเพลินกับการเรียนรู้เพื่อต่อยอดต่อชีวิต แค่นี้ก็ฟันเฟืองสังคมได้แล้ว 

    แต่พอนึกถึงระบบการศึกษาในบ้านเราแล้ว ไฉนทุกองคาพยพต่างๆไม่ว่าจะองค์ประกอบใหญ่ไปจนน้อย มีแต่เรื่องให้ส่ายหัว

    ทำไมมันถึงลงเอยแบบนี้ไปได้นะ ... สำรวจดูโรงเรียนทุกโรงเรียน(ในทีนี้ขอพูดถึงเฉพาะโรงเรียนรัฐบาล) มักจะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดที่โตมากกับระบบการบริหารที่ใหญ่โตเทอะทะไม่คล่องตัว ลำดับขั้น การสั่งการแบบ top-down ถ้าโรงเรียนรัฐบาลก็ขึ้นกับระบบราชการ อย่าง สังกัด สพฐ. หรือหน่วยงานอื่น
    ในเมื่อโครงสร้างแบบนี้มาเป็นฐานการศึกษา มันก็สวนทางกับ point ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง อย่าว่าแต่ผู้เรียนที่ได้รับผลกระทบ คนสอนก็ได้รับนะ แทนที่จะได้มีประสิทธิภาพในการสอนเต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ต้องเจียดเวลาก้อนโตไปกับงานราช งานหลวง งานที่ไม่ใช่งานสอน 

    เอวัง ระบบแบบนี้มันหมุนไปเพื่ออะไรหว่า ตอบสนองการเรียนรู้ต่อผู้เรียน ? ครูเน้นผลงาน วิทยฐานะ ? 
    บางทีระบบมันก็กัดกร่อนจนทำให้คนห่างไกลจากเป้าหมายที่มันควรจะเป็น

    พูดถึงนักเรียน ครู ขนบ ค่านิยมกันบ้าง
    ผลพวงที่ทำให้คลื่นอำนาจนิยมพัดคลุมการศึกษาไทย มันก็ราชการนั้นแหละที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างครู-นักเรียน กลายเป็นลำดับสูงต่ำ Hierachyพ่วงมากับระบบลำดับอาวุโส การที่มีภาพครูเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ล่วงละเมิดไม่ได้ อันนึงเป็นเจ้า อันนึงเป็นบ่าว อันนึงอำนาจมาก อันนึงการต่อรองต่ำมาก แล้วอย่างนี้จะเกิด "สังคมแนวราบ เสมอภาค" มันจะเอื้อต่อการเรียนรู้ได้อย่างไร 

    ก็ไม่ปฏิเสธว่าโรงเรียนเองก็ต้องมีกฎระเบียบ ไม่งั้นก็ขาดขื่อแป แต่พูดกันตามตรงระบบที่ทำให้ผู้เรียนเชื่องเชื่อ กลายเป็นหุ่นยนต์ก็อันตรายนัก มันขาดแรงบันดาลใจ ไฟการไปเรียน หากใครตาม #การศึกษาไทย #ChangeEduTH น้องๆบางคน ใครหลายๆคนมักมีความทรงจำที่ยากจะลืม

    การปฏิรูปการศึกษามันมีนะ แต่เป็นเพียงคลื่นใต้น้ำที่รอวันโผล่แต่ก็นานเพราะคลื่นนี้สงบเหลือเกิน จากสภาพอำนาจนิยมปกคลุมสภาพแวดล้อมการศึกษาในโรงเรียนที่แปรโรงเรียนไม่ต่างอะไรกับสถานที่กักกัน ตั้งแต่เวลาแปดโมงเช้าที่พร้อมรับการผลิตซ้ำวาทกรรมชาติ ศาสน์ k. จนถึงเลิกเรียน ในแต่ละภาคการศึกษานักเรียนคนๆนึงต้องเจอระบบอำนาจรวมศูนย์เข้าให้ซักวัน ไหนจะกฎเรื่องทรงผม ชุดเครื่องแบบ  สภาพแบบนี้แหละจ้า สวนทางกับจารีตสังคมที่ชูคุณค่าคนเท่ากัน ระบอบประชาธิปไตย มาพร้อมกับการเปิดกว้างกับความหลากหลาย 

    ลองคิดดูนะ สภาพที่เป็นอำนาจนิยม + เคร่งจ๋า แบบนี้ มันขัดกันกับการเรียนสังคม ประวัติศาสตร์ หน้าที่ ที่มุ่งคนเรียนเป็น พลเมือง ไหม 
    -การที่เด็กไม่เคยรู้จักโฮโลคอสต์มาก่อน (ปวศ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ในช่วงสงครามโลกครั้งที่2)
    -การที่เด็กไม่สามารถแสดงออกความคิดเห็นเรื่องสังคม การเมือง เศรษฐกิจได้
    -การโหมกระหน่ำชาตินิยมบ้าคลั่งในหนังสือแบบเรียน อารมณ์แบบแผนที่ประเทศไทยใหญ่ๆกินพื้นที่อื่น ไม่งั้นก็ชี้นิ้วพม่าเป็นผู้ร้าย
    -การไม่มี 6ตุลา 14ตุลาในแบบเรียน 

    ช่วงนึงเราเจอข่าวที่ ครูใจร้ายลงไม้ลงมือกับเด็ก โผล่ตามนิวฟีดบ่อยมาก สลดใจมากจริงๆ การสอนสิทธิ ศักดิ์ศรีที่คนพึงมี

    แต่แล้วก็มีคนกลุ่มนึงพยายามเป็นส่วนนึงของคลื่นใหม่ มาพร้อมกับสิ่งที่เรียกว่า การพยายามสอนให้คนเป็น Citizen ให้ได้ 

    เดี๋ยวมาต่อนะ คราวหน้า
    การศึกษาพูด 3 คืนไม่จบนะเอาจริง

    #การศึกษา #อำนาจนิยม #พลเมือง

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in