[Fic : ThorxLoki] LIEnarscel
[Fic: Thor x Loki] LIE - Ep04 : Harsh
  • Author’s Note : ตอนนี้แอบแทรก Grandki เข้ามา 555 แต่ก็อยากให้ช่วยเชียร์พี่ชายกันต่อไปนะคะ ถ้ามีตรงไหนแปลกๆก็ขออภัยด้วยค่ะ นี่ก็มาจากมโนล้วนๆ กาวที่แท้ทรู

    Pairing : Thor x Loki  และ Grand x Loki  

    Rate : เอาเรทไรดี 15+ ละกัน

    Warning : LGBT , Boy's Love , ฟิควาย , *Spoiler Alert* for Thor : Ragnarok

    Edit : 1/12/2017 @0:27 : เกลาสำนวนตัดคำเกินคำซ้ำให้อ่านลื่นขึ้นเท่านั้นค่ะ

    ………………………………………………………………..

    LIE – Ep. 04 : Harsh

    ………………………………………………………………..

     

              ‘ท่านพี่!...ธอร์!! เอามันออกไป!! ข้าบอกท่านแล้วว่าข้าไม่ชอบ!!’

              บุตรองค์รองแห่งโอดินเกรี้ยวกราดใส่เชษฐาตน เมื่ออีกคนเล่นไม่เข้าเรื่อง เอาโยลเนียร์มาวางทับบนตัวเขาจนลุกไม่ขึ้น

              ดวงตาโลกิร้อนผ่าวด้วยความโกรธ...โกรธจนร้องไห้...

              แค่โอดินตัดสินใจมอบโยลเนียร์ให้เป็นอาวุธคู่ใจ และแต่งตั้งให้เชษฐาผู้เก่งกล้าของเขาเป็นว่าที่กษัตริย์ของแอสการ์ด เขาก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมากพออยู่แล้ว โดยไม่ต้องให้อีกคนมาตอกย้ำหรอกว่า...คนอย่างเขาไม่คู่ควร และไร้คุณสมบัติที่จะยกโยลเนียร์...

              ‘ถ้างั้น เจ้าก็ควรฟังที่ข้าพูด...’

              น้ำเสียงของเชษฐาไม่ได้แข็งกร้าวเช่นทุกที แต่ก็ห่างไกลจากคำว่าอ่อนโยนมากมาย

              ‘นอนพักซะโลกิ...ตอนนี้เจ้าเป็นคนป่วย...ที่เหลือให้ข้ากับพวกโฮกันจัดการเอง...’

              คนพูดใช้มือหยาบกร้านโอบข้างใบหน้าเขาแล้วปาดเช็ดหยดน้ำใสที่ไหลรินจากหางตาเขาออกด้วยนิ้วหัวแม่มือ

              ‘ปราบพวกกบฏที่วานาไฮม์เสร็จ ข้าจะรีบกลับมา’

              โลกิเม้มปากหันหน้าหนีมือเชษฐาตนอย่างขัดใจ และไม่ยอมสบตาสีฟ้าจัดซึ่งมองมาที่เขาอีก

              ...เขาเกลียดความรู้สึกนี้...

              ความรู้สึกของการถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง และเกลียดการถูกมองเป็นคนอ่อนแอในสายตาของใครต่อใคร โดยเฉพาะพระบิดาและเชษฐาของเขา

              เสียแต่มันดันเป็นเรื่องจริง ที่เขาก็แค่ไม่อยากยอมรับ

              จะไม่ให้เขาถูกเย้ยหยันว่าอ่อนแอได้เช่นไร ในเมื่อขนาดอิสตรีอย่างเลดี้ซิฟยังทนอากาศร้อนและแห้งได้มากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ

              ...กะอีแค่เจออากาศร้อนจัดนานๆ... จะพ่ายแพ้อะไรกับมันนักหนา!

              ตลอดเวลาที่ผ่านมาโลกินึกด่าตัวเองแบบนี้นับครั้งไม่ถ้วน แต่ร่างกายเขากลับไม่เคยยอมฟัง

              ภาพที่เห็นเริ่มแปรเปลี่ยนไปมาสับสน จนไม่รู้แล้วว่าเป็นภาพอะไรหรือภาพใคร รู้แต่ว่าร่างกายหนักอึ้งขึ้นทุกที และคล้ายกำลังถูกแผดเผา

              “…ธ...ข้าร้อน...ปล่อยข้...”

              โลกิบุตรแห่งลอเฟย์พึมพำด้วยเสียงพร่าแหบ เขาพยายามหลีกหนีจากความร้อนซึ่งตนจงเกลียดจงชัง แต่กลับต้องทรมานไม่รู้จบเมื่อความร้อนที่ว่าไม่ได้มาจากภายนอก แต่กลับอยู่ในร่างของตนเองซึ่งกำลังนอนซมเพราะพิษไข้

              เรือนกายขาวซีดราวหินอ่อนมีเพียงผ้าพันแผลพันไว้ตรงต้นขาข้างซ้าย ยามนี้เปลือยเปล่าเผยให้เห็นสัดส่วนชวนมอง เมื่อผ้าผืนบางที่เคยปกปิดร่างก่อนหน้านี้ถูกเจ้าของร่างผลักไสจนไปกองรวมกันอยู่ตรงปลายเท้า

              คนบนเตียงเริ่มบิดเร่ากระสับกระส่ายหนักขึ้น ลมหายใจร้อนหอบโยนเบาๆไม่เป็นจังหวะ บ่งบอกถึงความทรมานของเจ้าตัวภายใต้เปลือกตาซึ่งยังคงปิดสนิท เรือนผมยาวปรกบ่าสีดำขลับเริ่มชื้นเหงื่อจนละแนบไปกับกรอบหน้าอันมีเค้าหวาน ทำเอาบุรุษผมสีดอกเลาซึ่งกำลังยืนมองอยู่ข้างเตียงถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

              เขาหยิบผ้าชุบน้ำในอ่างซึ่งวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมาบิดหมาด แล้ววางโปะเข้าตรงซอกคอขาวระหงของคนเป็นไข้เพื่อช่วยลดความทรมานของอีกฝ่าย และเริ่มจับอีกคนเช็ดตัวเพื่อลดอุณหภูมิในร่างกาย ครู่เดียวคนบนเตียงก็ดูจะสงบลง

              “เฮ้..เฮ้...เจ้า...”

              เขาลองเรียกดูเล่นๆ ไม่ได้คาดหวังให้คนบนเตียงซึ่งนอนหลับตาอย่างเดียวมาเกือบหนึ่งวันเต็มๆตอบรับสักเท่าไหร่ แต่เปลือกตาซีดเซียวไร้สีเลือดกลับขยับปรือขึ้นมาจริงๆซะงั้น เผยให้เห็นดวงตาสีเขียวอมฟ้าคู่สวยซึ่งยังดูเหม่อลอยเหมือนเจ้าตัวยังไม่กลับจากดินแดนแห่งความฝันดี

              เพียงครู่เดียวเปลือกตาของคนเจ็บก็ปิดกลับไปอีกครั้ง เรียกเสียงถอนหายใจจากผู้ที่เฝ้ามองอยู่

              “...พักผ่อนเถอะ แล้วรีบหายไวๆ... ข้ามีดาวทั้งดวงรออวดเจ้าอยู่...”

              หนุ่มใหญ่ผมสีดอกเลาเผยยิ้มกว้าง ขณะจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายจมสู่ห้วงแห่งการหลับใหลอีกครั้ง

    ---ℑ---

              โลกิ ลอเฟย์ซันได้สติอีกครั้งก็พบว่าตนมาอยู่บนเตียงกว้างสะอาดสะอ้าน ในสถานที่ไม่คุ้นเคย การตกแต่งฉูดฉาดในห้องทำเอาเส้นเลือดตรงขมับเขาปวดตึ้บขึ้นมาทันทีจนต้องหลับตาลงพักอีกรอบ

              “เจ้าฟื้นแล้ว!”

              น้ำเสียงระรื่นยินดีของใครคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆ เรียกให้เขาต้องหันไปมอง

              ใบหน้าซึ่งปรากฏต่อสายตาเรียกได้ว่าแปลก เพราะถึงจะดูคล้ายคุณลุงใจดีคนหนึ่งแต่ก็แตกต่างจากชาวแอสการ์ด

              บนใบหน้าของชายผมสีดอกเลาบริเวณกึ่งกลางจากริมฝีปากล่างจรดปลายคางมีแถบสีฟ้าสดพาดผ่านราวกับมีใครเอาสีมาแต่งแต้มทาไว้ แต่นั่นก็ดูเข้ากันได้ดีกับสีจัดจ้านของเสื้อคลุมสีทองวับวาวซึ่งเจ้าตัวสวมใส่อยู่ เรือนผมสั้นถูกเสยเรียบไปด้านหลังในทรงโฉบเฉี่ยวให้ความรู้สึกแตกต่างจากภาพลักษณ์ผู้สูงวัยทั่วไปที่โลกิเคยพบเห็นมาโดยสิ้นเชิง

              โลกิมองดูอีกฝ่ายกระวีกระวาดเลื่อนเก้าอี้มาข้างเตียงแล้วหย่อนตัวนั่งลงข้างกายเขาอย่างเบลอๆ

              แต่แล้วก็หายเบลอเป็นปลิดทิ้งเมื่อตระหนักได้ว่า สายตาของอีกฝ่ายยังคงเลื่อนจับไปตามร่างกายของเขาซึ่งมันเปลือยเปล่า

              โลกิถึงกับลุกพรวด ตะปบหาของใกล้มือซึ่งก็ไม่พ้นหมอนที่หนุนอยู่มากอดบังเรือนร่างตนจากสายตาคนตรงหน้าทันที พร้อมขยับตัวถอยห่าง แต่ก็แทบจะกัดลิ้นตนเองเพื่อกลั้นเสียงร้องเจ็บแผลของตนเอาไว้

              ในฐานะผู้ชายด้วยกันอาจจะมองว่าเขาสะดิ้งเกินไปบ้าง แต่ลองมาเห็นแววตาตาลุงนี่ก่อนจะเข้าใจ เป็นใครจะไม่กระดาก ลองถูกโลมเลียด้วยสายตาแบบนั้น

              โลกิเม้มกัดริมฝีปากล่างตนเอง ใบหน้าของเขาเห่อร้อนอย่างไม่ควรจะเป็น และทำอะไรไม่ถูก

              “เจ้าเป็นใคร และเสื้อผ้าข้าไปไหน...?” โลกิตะคอกถามน้ำเสียงเย็นชา

              “มันสกปรกมาก ข้าเลยจับถอดออกตอนอาบน้ำ ก่อนจะทำแผลให้เจ้าและพามานอนนี่ เตียงมันจะได้ไม่เลอะไง”

              อีกฝ่ายยังคงส่งยิ้มหวานให้ ดูไม่ถือสากับการกระทำเสียมารยาทของคนหนุ่มกว่า น้ำเสียงฟังดูจะรู้สึกสนุกอยู่ในทีด้วยซ้ำกับปฏิกิริยาของคนเจ็บ

              “เจ้า...อาบน้ำข้า!!?”

              ดวงตาสีเขียวจางถึงกับถลึงมองอีกฝ่าย แต่แล้วก็กลับเป็นฝ่ายเบือนหลบ อย่างซ่อนความตื่นตระหนกไว้ไม่มิด

              ...อาบน้ำ??!!!... จับไปแล้ว…ไม่ใช่แค่มอง แต่ตาลุงนี่...

              งานนี้คนเจ็บถึงกับอึ้งช็อคไป

              ก็ขนาดธอร์... เชษฐาที่เติบโตมาด้วยกันยังไม่เคยได้เห็น ยังไม่เคยสัมผัสร่างกายเปลือยเปล่าของเขาทั้งตัวแบบนี้!

              “ด้วยความยินดี”

              บุรุษผมสีดอกเลายิ้มกว้างตอบรับ เสมือนประโยคคำถามของอีกฝ่ายเป็นคำกล่าวขอบคุณ พลางส่งสายตายั่วยิ้มให้อย่างพวกขี้แกล้ง เว้นวรรคให้อีกคนได้หายใจนิดนึงแต่ไม่รอให้ตอบอะไร บุรุษสูงวัยกว่าก็ขำคิกออกมาและพูดต่อ

              “ตามนิยามล่ะก็นะ แต่ในทางปฏิบัติสาวๆของข้าเป็นคนชำระล้างกายให้เจ้า อาบน้ำให้ตัวเองข้ายังไม่ทำเลย ข้าก็ให้พวกนางทำให้เหมือนกัน”

              คนพูดหลิ่วตาให้คนบนเตียงอีกที ให้รู้ว่าเขาเพียงแกล้งหยอกเล่นเท่านั้น

              เทพแห่งคำลวงมาโดนหลอกเสียเองบ้างก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก แต่อย่างน้อยให้พวกนางกำนันล้างตัวให้เขาก็ยังรับได้มากกว่า

              โลกิเริ่มตั้งสติได้ก็รีบร่ายเวทเสกเสื้อผ้ามาห่อหุ้มร่างกายตนเองให้เรียบร้อย

              ชายผมสีดอกเลาถึงกับตาโตเมื่อเห็นว่าหนุ่มน้อยที่เขาช่วยไว้เมื่อวันก่อน กลายเป็นผู้มีพลังเวทระดับไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

              “ข้าเป็นเจ้าของซาคาร์... ชื่อดาวดวงนี้น่ะนะ เจ้าเรียกข้าว่าแกรนด์มาสเตอร์ก็ได้ เจ้าล่ะ?”

              …เจ้าของดาวดวงนี้?...

              บุตรแห่งลอเฟย์ชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนตัดสินใจเอ่ยตอบ

              “...โลกิ...ลอเฟย์ซัน”

              เขาแนะนำตัว ขณะเดียวกันก็ลองขยับขาข้างที่เจ็บดูก็เห็นว่าอาการดีขึ้นบ้างแล้ว คงเพราะร่างกายเขามีพลังฟื้นตัวได้เร็วกว่าสิ่งมีชีวิตทั่วไป หากไม่สาหัสหรือโดนจุดตายก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลนัก

              “ที่นี่...?”

              เทพหนุ่มมองไปรอบๆห้องซึ่งตกแต่งด้วยสีสันขาวแดงแปลกตา

              “อ้อ! ที่พำนักของข้าเอง ข้าเจอเจ้าบาดเจ็บอยู่ระหว่างให้ยานจัดปาร์ตี้ของข้าร่อนลงจอดหลบพายุ ก็เลยพาเจ้ากลับมาด้วย”

              แกรนด์มาสเตอร์ยักไหล่เหมือนเป็นเรื่องไม่สำคัญอะไร

              “จริงสิ ข้ากำลังจะเข้ามาดูแผลเจ้า... ให้ข้าดูซิว่าเป็นยังไงบ้าง”

              “ขะ!! ข้าไม่เป็นไร! ท่านแกรนด์มาสเตอร์กรุณาอย่าได้กังวลกับแผลเล็กน้อยนี่เลย”

              เขารีบละล่ำละลักเอ่ยปัด เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นถึงเจ้าบ้าน เทพแห่งคำลวงก็เปลี่ยนท่าทีนอบน้อมอย่างคนหัวไวรู้จักเข้าหาผู้มีอำนาจทันที

              แต่แน่นอนล่ะ โลกิบอกกับตัวเองในใจ

              ...ไว้หายดีก่อนเถอะ ถ้ารู้ว่าอีกคนโกหกล่ะก็ เขาจะจัดการฆ่ามันให้ตายอย่างทรมานเลยคอยดู...

              “ไม่อยากให้ข้ากังวลก็ตามใจข้าสิ ข้าจะได้สบายใจ... มานี่ มา...”

              แกรนด์มาสเตอร์ยิ้มกริ่มในใจกับท่าทีโอนอ่อนของอีกฝ่าย หากแต่ทำเป็นขมวดคิ้วนิ่วหน้า ดูวิตกจริงจังอย่างคนเจ้าเล่ห์เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายปฏิเสธได้

              “…”

              โลกิถึงกับเม้มปาก ก็บาดแผลเขาตรงโคนขามันเล่นสูงเว่อร์ซะขนาดนั้น จะให้ดูยังไงได้ถ้าไม่ถอด...

              ระหว่างที่คนเจ็บยังคงนิ่งไม่ตอบ ในใจก็กำลังคิดหาทาง

              ฝ่ายที่มีประสบการณ์เหนือกว่าอย่างแกรนด์มาสเตอร์ก็ลุกขึ้นยืน แล้วคว้ากุมข้อเท้าข้างที่ไม่บาดเจ็บของโลกิ ดันให้เด็กหนุ่มชันเข่าข้างนั้นขึ้น หลีกทางให้ตนหย่อนตัวลงนั่งบนที่นอนเกือบชิดต้นขาด้านซ้ายซึ่งบาดเจ็บอยู่ของเทพหนุ่ม

              “อ้ะ!!”

              ไม่ใช่ไม่คิดจะขยับหนี แต่ขาข้างหนึ่งก็เจ็บอยู่ อีกข้างก็ถูกยึดกุมไว้ สุดท้ายก็ได้แต่ร้องด้วยความตกใจ จะถีบยันยอดอกอีกคนออกไปก็ใช่เรื่อง ในเมื่อตาลุงนี่ก็บอกชัดเจนว่าเขามันคนใหญ่คนโตแค่ไหนบนดาวบ้านี่

              “ข้า!!...”

              บุตรแห่งลอเฟย์รีบยกมือยันต้นแขนผู้ที่ได้ชื่อว่าแกรนด์มาสเตอร์เบาๆคล้ายเป็นเชิงขอให้หยุด แม้จะยังนึกหาข้ออ้างไม่ทัน แต่เขาก็หัวไวพอจะรีบร่ายเวทย์เปลี่ยนชุดที่ใส่อยู่ให้ขากางเกงข้างที่บาดเจ็บนั้นหายไป เหลือเนื้อผ้าปกปิดแค่ระดับเหนือปากแผล โชว์ขาขาวยาวได้สัดส่วนซึ่งยังมีผ้าพันแผลที่พันไว้ก่อนหน้านี้

              แกรนด์มาสเตอร์ไม่ได้แสดงความขัดเคืองใจใดๆเมื่อผิดแผน เขาจัดการปลดผ้าพันแผลออกดู และเปลี่ยนผ้าพันแผลให้โลกิใหม่อย่างอ่อนโยน ด้วยความที่ช่ำชองเจนจัดกว่ามาก มองปราดเดียว      แกรนด์มาสเตอร์ก็พอจะอ่านออก ว่าอีกคนอ่อนเชิงและตื่นสัมผัสในเรื่องอย่างว่าขนาดไหน

              ...ค่อยเป็นค่อยไป ช้าๆก็ได้...ทำไมเขาจะต้องรีบร้อน… ในเมื่ออย่างไรเสีย ไม่ว่าใครก็หนีออกจากดาวดวงนี้ไม่ได้ง่ายๆอยู่แล้ว…

              ...ช้าเร็ว คนตรงหน้าก็ต้องเป็นของเขาวันยังค่ำ หากเขาต้องการ...

              นัยย์ตาสีน้ำตาลอ่อนทอแววกรุ้มกริ่ม ริมฝีปากอันมีสีฟ้าสดใสคลี่ยิ้มหวานให้โลกิ

              เทพแห่งคำลวงเองก็ใช่จะอ่านท่าทีของอีกฝ่ายไม่ออก คนฉลาดอย่างโลกิ ลอเฟย์ซันมีหรือจะไม่รู้ว่าเป้าประสงค์ของอีกคนคืออะไร

              ...แต่หากแกรนด์มาสเตอร์คิดจะบังคับเขาจริง ตาเฒ่านี่ก็คงทำไปตั้งแต่เขายังไม่ได้สติแล้วไม่ใช่รึไง จะเสียเวลาเลี้ยงไข้ทำแผลให้เขาดีขึ้นเพื่ออะไร...บางที...เขาอาจยังพอมีโอกาส... มีความได้เปรียบเล็กๆในสถานการณ์นี้ ขอเพียงแค่เขาหามันเจอ และเล่นตามเกมเป็น...

              ...ที่สำคัญ...

              ...นานๆที ถ้าจะมีใครอ่อนโยนกับเขาบ้าง มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ?...

               “เสร็จละ! ทีนี้เจ้าก็ควรนอนพักซะนะ โลกิ เดี๋ยวข้าจะให้คนจัดอะไรมาให้ร....'รอ' อะไรนะ ขึ้นต้นด้วยตัว 'ร.' ...อ้า! ใช่! รองท้อง! ข้าจะหาอะไรให้เจ้ารองท้องสักหน่อย หิวแย่แล้วไหม?”

              เจ้าบ้านเอ่ยถามอย่างเอาอกเอาใจ มือก็ทาบกด ดันแผ่นอกคนเจ็บให้เอนกลับลงนอนบนเตียงช้าๆ

              โลกิอดคิดไม่ได้ว่า มือของแกรนด์มาสเตอร์นั้นช่างอ่อนนุ่ม ตลอดเวลาที่ทำแผลให้ก็อ่อนโยนกับเขามาก มือนั่นพอวางทาบลงมาก็ให้ความรู้สึกอุ่นบนอก

              ...นี่มันดีกว่าสัมผัสแข็งๆจากโยลเนียร์ตอนถูกเจ้าโคถึกบ้าพลังดันเขาให้นอนติดเตียงเป็นไหนๆ...

              ...บางทีชีวิตใหม่ของเขาที่ซาคาร์อาจจะมีแต่เรื่องดีๆก็ได้ ใครจะรู้...

              แกรนด์มาสเตอร์ส่งยิ้มให้เขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะยอมเดินออกจากห้องไป โลกิเองก็ฝืนยิ้มตอบ รอจนร่างอีกคนพ้นประตูไป ค่อยหลับตาลงอีกครั้งอย่างเหนื่อยอ่อน

              แต่แทนที่จะได้พัก เขากลับหวนนึกถึงสัมผัสจากมือหนักๆซึ่งตบลงมาบนหลังคอเขา แล้วคว้าให้เข้าไปใกล้อย่างเอาแต่ใจ จนตัวเขาแทบปลิวตามแรงรั้งเสียทุกครั้ง...

              นึกถึงสัมผัสสากกร้านระคายผิวบนแก้มและริมฝีปาก ยามที่มือใหญ่ตะครุบปิดปากเขาแน่นอย่างหัวเสีย เมื่อเจ้าของมือนั้นสรรหาถ้อยคำมาเถียงสู้เขาไม่ได้...

              ...บางทีเขาคงยังไม่หายไข้ดี...เพราะดวงตาทั้งสองข้างของเขามันเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง...

    และที่ซาคาร์...ไม่มีมือใหญ่สากแต่อุ่นที่เคยโอบแก้ม และลากนิ้วเช็ดปาดน้ำตาให้เขาอีกแล้ว...

    ==TBC.==

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
pepiprim (@pepiprim)
เฮือกกกก อ่านไปก็กลั้นหายใจไป ใจไม่ดีเลยค่ะกลัวป๋าจะไม่อดทนแล้วรวบหัวรวบหางน้อง ฮือออ /ข่นบาป 55555
ดีนะป๋าอ่อนโยนค่อยเป็นค่อยไปจนน้องจะเริ่มรู้สึกดีนิดๆแล้ว แต่แม้พี่ธอร์จะมือหนักแค่ไหนน้องก็ยังคงคิดถึงนะคะ (อยากจะแหมมมมยาวๆ 55555)
narscel (@narscel)
@pepiprim ต้องเชียร์ป๋าหน่อยนะคะ คนแต่งทีมพี่ชรัยยย 55555 แต่ก็ข่นบาปพอกันคะ เกือบสังเวยน้องเช่นกัน 5555
pepiprim (@pepiprim)
@narscel บาปไปด้วยกันค่ะฮืออ5555555 แอบเชียร์ป๋าเล็กๆแต่ก็ยังชูป้ายไฟพิท้ออยู่นะคะ สู้เขาาา