[Fic : ThorxLoki] LIEnarscel
[Fic: Thor x Loki] LIE - Ep02 : Recall
  • Author’s Note : ฟิคเรื่องนี้มาในแนว SideStory ของ Thor : Ragnarok นะคะ บางช่วงบางตอนอาจจะสรุปๆเพื่อให้ใช้เนื้อเรื่องของหนังมาประกอบกันไป คนที่ยังไม่ได้ดูอาจจะงงๆหน่อยเพราะเนื้อเรื่องแต่ละตอนไม่ต่อกันเป๊ะๆเสียทีเดียว ในตอนนี้อาจจะเล่าเรื่องแบบย้อนไปย้อนมานิดนึง ถ้างงหรือมีอะไรแนะนำ คอมเม้นท์ได้เลยค่า ยินดีรับไปปรับปรุงแก้ไขน้า สุดท้ายก็หวังว่าคนอ่านจะสนุกไปกับเรานะคะ

    Pairing : Thor x Loki

    Warning : เป็นฟิควายนะคะ แม้ว่าส่วนตัวจะชอบโมเม้นท์คู่นี้ในลักษณะ Bromance แต่ก็ไม่รู้อารมณ์คนเขียนจะพาลากเข้ารกเข้าพงแถวไหน(...) ใครไม่ชอบอ่านวายก็ผ่านไปดีกว่าเนอะ และ *Spoiler Alert* for Thor : Ragnarok ค่ะ

    Edit : [24.11.2017 @13:38] เกลาสำนวนเรียบเรียบประโยคสลับกันบ้างนิดหน่อยเพื่อให้อ่านลื่นขึ้นค่ะ มีเพิ่มนิดหน่อยช่วงท้ายๆน้า (> <) โพสต์ครั้งแรกดึกไปหน่อยมีความเบลอลืมใส่บางช็อตที่คิดไว้ค่า ขออภัยนะคะ 

    ………………………………………………………………..

    LIE – Ep. 02 : Recall

    ………………………………………………………………..

     

              สายลมเอื่อยพัดผ่านแพรผ้าบางกรองแสงพลิ้วไหวละลู่ไปกับลาดไหล่เด็กชายซึ่งนั่งเอนกายอยู่บนกรอบหน้าต่างห้องหนังสือ เขากำลังจดจ่อกับตำราเวทย์โบราณเล่มหนาในมืออย่างเงียบๆ ก่อนจะถูกเสียงหัวเราะโหวกเหวกโวยวายจากเบื้องล่างดึงความสนใจให้นัยย์ตาสีเขียวน้ำทะเลสว่างใสผละจากตัวอักษรบนหน้ากระดาษ

              “เจ้ามาหลบอยู่นี่เองโลกิ! โวลสแต็กซ์เจอถ้ำใต้ผาน้ำตกทางชายป่า พวกข้าเลยจะลองไปสำรวจดู มาเร็วน้องข้า!โดดลงมาเลย ข้ารับเจ้าเอง!”

              เจ้าคนที่ตะโกนแหกปากคุยอย่างอารมณ์ดีนั่งอยู่บนหลังม้าตรงทางเดินต่ำลงไป อ้าแขนแข็งแกร่งนั่น โดยคาดหวังให้เขากระโดดพุ่งตัวลงไปหาจากหน้าต่างชั้นบนของปราสาท แถมกวักมือเร่งยิกๆเอาแต่ใจสุดๆแบบนี้ ทั่วทั้งแอสการ์ดจะเป็นใครไปได้อีกนอกจากธอร์บุตรแห่งโอดิน...

              รอบกายของธอร์ยังปรากฏกลุ่มคนบนม้าอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งก็คือแก๊งค์เพื่อนธอร์ อันได้แก่ เฟนดรัล  โวลสแต็กซ์ โฮกัน และเลดี้ซิฟอันเป็นภาพคุ้นตาดีสำหรับโลกิ...

              เขารู้ดี...ข้างกายของเชษฐาไม่เคยปราศจากผู้คนที่รักเขา...

              และรู้มานานนักหนาแล้วว่า... เขากับธอร์แตกต่างกันแทบทุกเรื่อง ราวกับมาจากคนละขั้ว

              ...ธอร์เป็นโอรสองค์โตแห่งโอดิน... เจ้าชายรูปงามองค์น้อยผู้มีเส้นผมสีทองดุจแสงแดดอบอุ่นกลางฤดูหนาว และดวงตาสีฟ้าสดใสราวท้องฟ้ากลางฤดูร้อน รอยยิ้มเจิดจ้าดั่งดวงตะวัน และมีพรแห่งความกล้าหาญซึ่งไม่มีสิ่งใดจักทำให้หวั่นหวาดได้...

              ...ว่าที่รัชทายาทแห่งแอสการ์ด... ทายาทเพียงองค์เดียวที่อยู่ในสายพระเนตรของโอดินผู้เป็นบิดา...

              ...ไม่มีสิ่งใดเหมือนเขาเลยแม้แต่นิดเดียว...

              โลกิยกมุมปากให้ดูคล้ายยิ้ม เขาไหวไหล่เล็กน้อยก่อนจะร้องตอบเชษฐา

              “ท่านพี่ไปเถอะวันนี้ข้ามีหนังสือที่ต้องการอ่านให้จบ และท่านก็รู้ข้าไม่ชอบขี่ม้ากลางแดดร้อนๆเท่าไหร่”

              แต่ไหนแต่ไรมาแล้วที่โลกิไม่ค่อยชอบออกไปผจญภัยโลดโผนนอกปราสาทเหมือนพี่ชายและผองเพื่อนของพี่ บุตรคนรองของโอดินชมชอบใช้เวลาอยู่แต่ในห้องหนังสือ ตัวปราสาทหรือถ้าอากาศดีก็จะออกไปนั่งเล่นในสวน มีเพียงหนังสือในมือเท่านั้นเป็นเพื่อนแท้ไว้แก้เหงา แตกต่างจากธอร์บุตรคนโตของโอดินซึ่งชื่นชอบการฝึกซ้อมต่อสู้ ขี่ม้า และผจญภัย

    ความชอบอันแตกต่างเหมือนจะพาให้สองพี่น้องแยกห่างกันอย่างสิ้นเชิงแต่ก็ไม่ เพราะเจ้าพี่ชายจอมเอาแต่ใจดันชอบมาลากผู้เป็นน้องให้ติดสอยห้อยตามไปทำนู่นทำนี่ไม่ได้เว้นในแต่ละวันซะนี่

              นานๆทีโลกิจึงจะยอมเอ่ยปากขัดใจ จงใจแกล้งเชษฐาของตนบ้าง แต่ต่อให้เขาพูดเช่นไรสุดท้ายเจ้าพี่บ้านั่นก็ยืนกรานจะให้เขาทำตามใจเกือบทุกครั้งนั่นล่ะ

              “ตามใจเจ้า โลกิ...แต่มันจะต้องสวยมากแน่ๆ ข้าก็แค่อยากให้เจ้าได้เห็นมันกับตา...”

              โลกิกระพริบตาปริบ เมื่อครั้งนี้อีกฝ่ายกลับยอมตามใจเขาง่ายกว่าทุกครั้งเสียจนเขาไปไม่เป็น ได้แต่มองในแง่ดีว่า…บางที...เจ้าเทพโคถึกนี่ก็คงเรียนรู้ที่จะหมดความอดทนเป็นเหมือนคนอื่นเขาบ้างแล้วกระมัง...

              โลกิยกมุมปากขึ้นปรากฏคล้ายรอยยิ้มจางๆ

              ถึงคนเป็นพี่จะยอมตามใจแต่ก็ยังไม่วายจงใจบ่นดังๆให้ได้ยิน

              “ข้าแน่ใจว่าเจ้าจะต้องอิจฉา เวลาข้ากลับมาเล่าให้ฟัง…โลกิ”

              …อิจฉา...? ...แน่นอนพี่ข้า...

              …ข้าอิจฉาในทุกๆเรื่องของท่านอยู่แล้ว...

              ประกายตาสีเขียวกระด้างขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคลี่ยิ้มบดบังความรู้สึกวูบไหวในใจตน ก่อนที่อีกคนจะสังเกตเห็นได้

              เมื่อเหล่านักผจญภัยตัวน้อยชักม้าเหยาะย่างห่างไป โลกิซึ่งเฝ้ามองตามแผ่นหลังของเชษฐาจนลับสายตา กลับกระโดดลงจากกรอบหน้าต่าง เขาวางหนังสือในมือลงบนโต๊ะ ก่อนจะกลับไปที่ห้องของตนฉวยรองเท้าบินได้มาสวม และแอบไล่ตามกลุ่มของพี่ชายไปยังถ้ำแห่งนั้นด้วยอย่างเงียบๆ

              ...เรื่องอะไรจะยอมให้เจ้าพี่บ้ามาคุยฟุ้งให้เขาอิจฉาเล่นเล่า บางทีเขาอาจจะแกล้งให้อีกฝ่ายตกใจเล่นกับลูกไม้เล็กๆน้อยๆ หรือหาอะไรสนุกๆเล่นในถ้ำที่ว่านี่ก็ได้หากมีโอกาสเหมาะๆ แน่นอนว่าเทพแห่งการหลอกลวงเช่นเขามีดีกว่าแค่โกหกเจื้อยแจ้วไปวันๆแน่...

    ---ℑ---


              เมื่อถึงผาน้ำตกโลกิก็ใช้เวทแปลงร่างตนเองเป็นงูเกล็ดสีดำเหลือบเขียวเลื้อยตามกลุ่มของธอร์เข้าไปชื่นชมความงามในถ้ำแห่งนั้นด้วยทันที

              มันเป็นถ้ำหินอันโอ่โถงสวยงามจริงดังที่พี่ชายเขาคุยโวไว้ และที่นี่ก็เย็นสบายดีจนโลกิอดเสียดายไม่ได้ ที่โวลสแต็กซ์ดันค้นพบมันก่อนเขา ไม่เช่นนั้นเขาคงได้ใช้มันเป็นสถานที่ลับในการพักผ่อนหย่อนใจได้เป็นอย่างดีทีเดียว

              “ดูสิว่านี่ใครตามเรามา!”

              เพราะมัวแต่เผลอมองดูรอบๆ งูน้อยโลกิถึงถูกมืออุ่นของใครบางคนคว้าจับเข้าตรงส่วนใกล้หัวด้วยมือเปล่าอย่างระวัง และยกร่างเขาขึ้นมาพร้อมยื่นแขนแข็งแรงให้งูน้อยอย่างเขาได้เกาะเกี่ยว

              ...เดี๋ยวนะ?! ท่านรู้ได้ยังไงว่าเป็นข้า!??...

              โลกิได้แต่นึกในใจอย่างตื่นตระหนก แต่ยังไม่ทันจะกลับคืนร่างประโยคถัดมาของอีกคนก็ทำให้รู้ว่าตนเข้าใจผิด

              “เฮ้...คนสวย ถ้ำนี่เป็นบ้านเจ้าหรือ?”

              งูน้อยเคลื่อนตวัดส่วนหางพันรอบลำแขนธอร์ แกล้งทำตัวให้สมกับเป็นงูทันที ส่วนหัวเขายังถูกยึดกุมไว้ และดวงตาสีฟ้าสดใสก็ก้มลงมามองสบ แววตาของเชษฐาซึ่งมองมาที่เขาทอแววดีใจและออกจะหลงใหลชื่นชมร่างงูของเขาจนโลกิอดรู้สึกประหม่าแปลกๆไม่ได้

              แน่ล่ะ... ถ้าเป็นโลกิเทพแห่งคำลวงคงไม่มีวันได้รับสายตาชื่นชมเช่นนี้จากคนเช่นธอร์เป็นแน่...

              เทพสายฟ้าตัวน้อยใช้นิ้วหัวแม่มือลูบเบาๆบนหัวงูน้อย ก่อนหันไปหาเพื่อนๆที่เดินมาดูใกล้ๆบ้าง

              “ข้ารู้ว่าท่านชอบงูนะธอร์แต่มันอาจจะมีพิษสงต่างจากที่เห็น” โฮกันเอ่ยเตือน

              บุตรคนโตของโอดินได้แต่ยิ้มกว้างตอบ สำหรับธอร์แล้วอสรพิษตัวน้อยบนแขนเขา ช่างไม่ต่างกับสัตว์เลี้ยงแสนสวยน่าทนุถนอมตัวนึงเท่านั้น

              “พวกเจ้าว่างูนี่เหมือนโลกิไหม?”

              ธอร์เอ่ยถามพลางชูเพื่อนตัวน้อยบนแขนตนอวดเพื่อนๆ

              “แน่นอนธอร์ใครๆก็รู้ว่าอนุชาท่านลิ้นสองแฉก และพิษสงพอๆกับงูพิษตัวน้อย”

              คำตอบของเฟนดรัลเรียกเสียงหัวเราะจากคนที่เหลือ เพราะเป็นที่รู้กันว่า ในบรรดาพวกเขาทั้งหมดนอกจากธอร์แล้ว เฟนดรัลนี่ล่ะที่มักเป็นเหยื่อการแกล้งของโลกิบ่อยครั้ง

              ธอร์ลอบระบายลมหายใจออกยาว ยิ้มฝืดๆให้กับมุขตลกนั่น

              “เขาก็แค่...เฮ้!”

              ธอร์ยังไม่ทันได้แก้ต่างให้อนุชา เจ้างูในมือก็ฉวยโอกาสสะบัดหัวสุดแรงจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ จนหลุดการจากการจับยึด และมันก็ว่องไวเกินกว่าเทพสายฟ้าตัวน้อยจะคาดคิด พริบตาเดียวงูน้อยสีสวยก็คลาดสายตากลืนหายไปกับมุมมืดของถ้ำ

              “ไม่นะ!”

              เจ้าชายองค์น้อยอุทานออกมาอย่างเสียดาย

              ตลอดบ่ายวันนั้นธอร์ยังคงเอาแต่บ่นงึมงำคนเดียวไม่เลิกขณะเที่ยวเล่นสำรวจถ้ำกับเพื่อนๆ

              “ข้าว่าโลกิน่าจะชอบมัน... เสียดายจัง... ถ้าพวกเจ้าเจองูนั่นช่วยข้าจับด้วยล่ะ”

              “ท่านจะพามันกลับวัง?” โวลสแต็กซ์ถาม

              “โลกิไม่ได้มา... ถ้าได้เห็นงูนั่นบางทีครั้งหน้าเขาอาจจะอยากออกมาข้างนอกบ้าง รู้ไหม ข้าว่าขืนเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในวังเช่นนั้นเขาคงตัวซีดเป็นกระดาษเหมือนหนังสือที่เขาชอบถือไปมาเข้าสักวันเป็นแน่”

              คนเป็นพี่มุ่นคิ้วเบาๆเมื่อพูดถึงน้องชายที่ดูจะไม่แข็งแรงเท่าไหร่ในความรู้สึกของเขา

              เฟนดรัลจงใจมองบนอย่างล้อเลียน

              “อ้า!...ของกำนันแด่อนุชาท่านสินะ... เจ้าชายธอร์แห่งแอสการ์ด... มีใครอีกไหมในเก้าโลกที่ยังไม่รู้...ว่าท่านมัน... ‘ไอ้คนติดน้อง’…”

              วาจาของเฟนดรัลยังคงเรียกเสียงหัวเราะให้กับทั้งแก๊งค์ได้เช่นเดิมและเทพแห่งความสำราญคงแซวเพื่อนตนอย่างคะนองปากถึงไหนต่อไหนเป็นแน่ หากไม่เกรงใจเลดี้ซิฟซึ่งเริ่มมองค้อนใส่เจ้าชายองค์โตแห่งแอสการ์ดที่ดีแต่หัวเราะตาม ไม่ยอมเถียงคำแซวเหล่านั้นสักคำ

              บทสนทนาหยอกเย้าเหล่านั้นกลับไม่ถึงหูคนถูกพูดถึงแม้แต่นิด เพราะทันทีที่หลุดจากการยึดกุมของเชษฐา งูน้อยตัวนั้นก็เลื้อยหลบออกจากถ้ำแห่งนั้น กลายร่างและกลับมาที่ปราสาทแอสการ์ดด้วยรองเท้าบินได้ของเขาทันที

              อ๋อ แน่ล่ะ เขาหงุดหงิดสิ หงุดหงิดมากด้วย มันไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมายเลย แต่มันก็ยังกวนใจเขาได้สำเร็จครั้งแล้วครั้งเล่า

              ไม่เคยมีสิ่งใดเป็นของเขา! ไม่มี!...

              ตลอดมามีแค่ ธอร์! บัลลังก์ของธอร์! ประชาชนของธอร์! เพื่อนของธอร์!

              และเขา...โลกิ...ก็เป็นเพียงอนุชาของธอร์!

              ต่อหน้าทุกคนอาจทำเหมือนเขาเป็นเจ้าชายอีกคนของแอสการ์ด แต่ลับหลังไม่ว่าใครก็เห็นเขาเป็นเพียงติ่งเล็กๆไร้ค่า ไร้ความสำคัญสำหรับทุกคนที่นี่ ในขณะที่ใครต่อใครมองธอร์บุตรคนโตของโอดินอย่างชื่นชม ในฐานะว่าที่กษัตริย์แห่งแอสการ์ด... เจ้าชายรัชทายาทผู้แข็งแกร่งและกล้าหาญ เขายังคงเป็นได้แค่ โลกิ...อนุชาของธอร์...เทพจอมลวง ปลิ้นปล้อนไม่ต่างจากอสรพิษร้าย ซึ่งคอยอาศัยเกาะหลบอยู่ใต้เงาผ้าคลุมของธอร์ผู้เป็นเชษฐาเท่านั้น!

              ข้าวของตรงหน้าถูกแขนเล็กเหวี่ยงกวาดลงจากโต๊ะ จนตกแตกกระจายเกลื่อนพื้นเพื่อระบายอารมณ์ ก่อนเจ้าของห้องจะเรียกกริชอาคมขึ้นมาบนฝ่ามือ และซัดใส่แจกันดอกไม้ใหญ่ตรงมุมห้องจนแตกกระจาย

              โลกิหยุดยืนเงยหน้าขึ้นเพื่อให้หยาดน้ำอุ่นร้อนไหลกลับเข้าไปข้างใน เขายืนนิ่งอยู่เช่นนั้น ปล่อยให้ดวงตาที่พร่ามัวจับอยู่บนกลีบดอกไม้ซึ่งกำลังปลิดปลิวลอยคว้างในอากาศราวกับละอองหิมะอันหนาวเหน็บแห่งโยธันไฮม์อย่างเงียบงัน

    ---ℑ---

              หลังจากวันที่ไปสำรวจถ้ำ ธอร์ไม่ได้เจอหน้าโลกิมาหลายวัน ไม่ว่าเขาจะเพียรตามหาอนุชาองค์น้อยของเขาทั่วทุกสถานที่โปรดของอีกฝ่ายเท่าที่นึกออกแล้วก็ตาม จนกระทั่งเจ้าชายแห่งแอสการ์ดเริ่มหงุดหงิดหนัก ถึงขนาดเพื่อนๆในแก๊งค์ของเขาและเลดี้ซิฟเองก็ยังเข้าหน้าไม่ติด

              ธอร์ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ดูเหมือนโลกิจงใจหลบหน้าเขามาตั้งแต่วันนั้น

              ...กะอีแค่ไปเที่ยวเล่นข้างนอก... และก็ใช่ว่าเขาไม่เอ่ยปากชวน...

              ธอร์นึกในใจอย่างหงุดหงิด

              วันนี้เขาลองมาดูที่สวนข้างปราสาท ดวงตาสีฟ้าสอดส่ายมองหาเด็กน้อยผอมบางผมดำขลับและดวงตาสีเขียวสุกใสคนที่เคยติดสอยห้อยตามไปกับเขาในทุกๆที่ แต่ก็ไม่เจอ

              เขาหันไปทุบต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆด้วยกำปั้นเพื่อระบายอารมณ์ที่เริ่มพลุ่งพล่าน มิคาดร่างสีดำเป็นเกล็ดเลื่อมสีเขียวสะท้อนประกายแดดของงูน้อยคุ้นตาจะร่วงตุ้บลงมาที่พื้นตรงหน้าเขา

              ธอร์ก้มลงคว้าจับช่วงหัวของงูน้อยไว้ได้อย่างชำนาญ ใบหน้าเขาปรากฏรอยยิ้มซึ่งหายไปนานช่วงหลายวันมานี้

              “เฮ้!...ดูซิว่าใครหลบมาอยู่ที่นี่...”

              เขายื่นลำแขนให้งูน้อยพันเกาะ แต่ดูเหมือนคราวนี้งูน้อยจะจงใจทิ้งตัวนิ่งไม่ตอบสนอง

              “….”

              เมื่อแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตตัวเล็กตรงหน้ายังจงใจหมางเมินใส่เขา ธอร์ก็เลยเปลี่ยนมาช้อนอุ้มร่างงูน้อยไว้ในวงแขนตนแทนอย่างจ๋อยๆลงไปถนัดใจ

              “เอ้า!...ไม่พันก็ไม่พัน... นี่... กระทั่งเจ้ายังเมินข้าด้วยเหรอนี่?...”

              เจ้าชายองค์น้อยสบตาสีเขียวสุกสกาวที่เขารู้สึกคุ้นเคยของเจ้างู ดวงตาของมันทำให้เขาไพล่นึกไปถึงใครอีกคนอย่างประหลาด แววตาสีฟ้าของเทพเจ้าองค์น้อยหม่นเศร้าและดูเหงาๆ ก่อนริมฝีปากจะหลุดพึมพำออกมาเบาๆ

              “…โลกิ...”

              “…ใช่ข้าเอง..!”

              งูน้อยในอ้อมกอดคืนร่างกลับมาเป็นโลกิอนุชาองค์น้อย และนาทีนั้นทุกอย่างกลับเกิดขึ้นเร็วมาก เมื่อจังหวะที่อีกคนคืนร่าง ธอร์บุตรแห่งโอดินกำลังก้มลงไปจูบงูน้อยในมือพอดี ริมฝีปากของคนเป็นพี่จึงแตะประทับนุ่มนวลลงบนริมฝีปากของอนุชาซึ่งเพิ่งคืนร่างกลับมาอย่างประจวบเหมาะ

              !!!

              เทพแห่งคำลวงชะงักค้าง ถ้อยคำที่เตรียมไว้สาดใส่เย้ยหยันเจ้าพี่โง่ของตนคล้ายถูกหยุดไว้ด้วยเวทอันทรงพลังกว่า ใบหน้าเขาพลันร้อนวูบ และทันทีที่รู้ตัวเขาก็รีบสะบัดหน้าออกด้วยความความตกใจ สับสน ระคนอับอายอย่างบอกไม่ถูก เขาเรียกกริชอาคมออกมาแล้วปักมันใส่อกเชษฐากึ่งผลักอีกฝ่ายออกห่างอย่างรวดเร็ว

              “อุก!! โลกิ?”

              ธอร์ขมวดคิ้วพร้อมปล่อยมือจากอีกฝ่ายและเซถอยไปด้านหลังก้าวหนึ่ง จากสีหน้าและแววตาบ่งบอกได้ว่าอีกฝ่ายประหลาดใจไม่แพ้กัน

              ...การล่อลวงสัมฤทธิ์ผลอีกครั้ง...

              ...ตลกร้าย...สมกับมาจากอสรพิษ...เช่นเขา...

              โลกิเหม่อมองใบหน้าตื่นตระหนกและสงสัยของเชษฐา หลุบมองมือของอีกคนที่กดกุมบาดแผลไว้ ก็เห็นโลหิตของว่าที่กษัตริย์แอสการ์ดหลั่งรินซึมออกมาตามรอยแยกนิ้วมืออุ่นซึ่งเพิ่งสัมผัสเขา สุดท้ายโลกิก้มมองกริชอาคมเปื้อนเลือดในมือตน ก่อนจะทำให้มันหายวับไป

             

              ...โทษของกบฏแอสการ์ด คืออะไรนะ?...

              …ใช่ประหารรึเปล่า?...

              ...อยู่ในห้องหนังสือมาตั้งนาน ทำไมเขาถึงไม่เคยหาอ่านเรื่องนี้มาก่อนเลยนะ...

              …แล้วเขาจะมีโอกาสได้เจอหน้าแม่อีกไหม?…

              ความคิดไหลพรูเข้ามาในหัว จากนั้นจำได้แค่ตนหันหลังวิ่งหนีไปทางชายป่าอย่างไร้ทิศทาง โดยมีเสียงของธอร์ไล่ตามมาเบื้องหลัง

              ...เชษฐาคงตามมาเพื่อจับกุมเขา บางทีบาดแผลของธอร์อาจจะไม่ลึกนักก็ได้ ...

              โลกินึกปลอบใจตนเอง เพราะแม้ว่าเขาจะเร่งฝีเท้าสักเท่าไหร่คนที่น่าจะบาดเจ็บคนนั้นก็ยังคงไล่ตามเขามาได้อย่างไม่ลดละ

              ...บางทีธอร์อาจให้อภัยเขาเหมือนทุกครั้ง และพวกเขาก็จะกลับไปเป็นเช่นเดิมเหมือนเมื่อก่อนได้อีก...

              แต่ไหนแต่ไรมา เขาไม่เคยหวาดกลัวเชษฐาเท่านี้มาก่อน... เพราะไม่ว่าจะเสียงดังใส่เขาแค่ไหน ธอร์ก็ไม่เคยโกรธเขาจริงจังได้นาน... แต่ครั้งนี้ไม่ใช่... ธอร์...คงจะโกรธเกลียดเขาแล้วจริงๆ...

              “โลกิ!!”

                        “โลกิ!”

              เสียงตะโกนเรียกชื่อเขาจากผู้ไล่ล่าถูกเปลี่ยนเป็นแรงผลักให้เด็กชายตัวน้อยวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตเข้าไปในป่าลึกจนกระทั่งพลัดตกลงไปในบ่อร้าง...

    ---ℑ---

              แล้วฝันร้ายก็ตามกลับมาหลอกหลอน ภาพร่างอ่อนแรงและเต็มไปด้วยคราบโลหิตของธอร์ท่ามกลางเหล่านางกำนันเบื้องหน้า คล้ายกับค้อนยักษ์ที่ทุบใส่โลกิตัวน้อยจนสติขาดผึงและพลันดับวูบลง…

              ...เขาเป็นเทพแห่งคำลวง... และคนที่เขาพยายามหลอกก็คือตัวเขาเอง... เขาเป็นคนแทงธอร์ และไม่ว่าเขาจะหลับและตื่นขึ้นมาอีกกี่ครั้ง มันก็ยังคงเป็นความจริงที่หนีไม่พ้น...

              แต่โลกิคิดผิด... ความทรงจำอันน่าพรั่นพรึงของเขาถูกฝังกดไว้ในส่วนลึก ความหวาดกลัวและเสียใจสร้างกำแพงเก็บกักความทรงจำครั้งนั้นไว้อย่างแน่นหนามายาวนานทีเดียว

              หลังจากถูกช่วยขึ้นมาจากบ่อน้ำนั่นครั้งนั้น เขาก็เป็นไข้สูงอยู่สองวันเต็มๆ เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขากลับจดจำได้ลางๆเพียงว่า เขากับเชษฐาพลัดหลงกันในป่า และจากปากคำของนางกำนันซึ่งเขามารู้ในภายหลัง ธอร์เล่าให้ใครต่อใครฟังว่า ตัวเขาได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุขณะหล่นลงไปในบ่อน้ำนั่น

              ช่วงสองวันที่เขาเป็นไข้ เชษฐาผู้บ้าพลังของเขาพยายามจะขอมาเยี่ยมเขาให้ได้ แต่ก็ถูกนักเวทที่ทำการรักษาพระอาการสั่งห้ามไว้ เดือดร้อนคนเพิ่งหายไข้อย่างเขาต้องถูกย้ายเข้าไปพักฟื้นอยู่ในห้องเดียวกันกับคนเจ็บแทน ทันทีที่เขาลุกไหว

              โลกิซึ่งจดจำเรื่องราวใดๆไม่ได้มากนัก หลังจากฟื้นขึ้นมาก็วนเวียนอยู่เฝ้าดูแล อยู่เป็นเพื่อนเชษฐาซึ่งยังต้องนอนพักรักษาตัวในห้องต่ออีกหลายวัน และนั่นก็ให้ผลดียิ่งกว่าเวทรักษาใดๆ เมื่อเทพเจ้าสายฟ้าองค์น้อยดูจะสดชื่นและอารมณ์ดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด

              ตลอดช่วงเวลานั้น ธอร์กลับไม่เคยปริปากบอกใครหรือแม้แต่ถามไถ่ให้เขาระแคะระคายถึงที่มาของบาดแผลนั่นเลย

              และถ้าถามโลกิ... มันก็เป็นช่วงเวลาเดียวที่เขารู้สึกเหมือนมีดวงอาทิตย์อันอบอุ่นเป็นของตัวเองท่ามกลางราตรีอันมืดมิดและหนาวเย็น ภายใต้ผ้าห่มผืนอุ่น... ในเตียงของพี่ชาย...

    ---ℑ---

              กระแสลมอุ่นพัดเอื่อยๆจากที่ใดมิอาจรู้ได้ไล้สัมผัสไปบนเปลือกตาขาวซีด ปลุกให้เจ้าของดวงตาสีเขียวอมฟ้าอ่อนจางตื่นขึ้นจากการหลับใหล หากแต่รอบกายและเบื้องหน้ายังคงมีเพียงความมืดอันเวิ้งว้างของเขตอาคมโอบล้อมร่างเขาไว้

              “โธ่โว้ย!”

              โลกิเริ่มสบถอย่างหงุดหงิดทันทีที่เริ่มรู้สึกตัวว่าเขาอยู่ที่ใด ความทรงจำมากมายที่จู่ๆก็ทะลายกำแพงหนาออกมาให้หวนรำลึกถึง ทำเอาเขาอ่อนล้าอย่างประหลาดเมื่อไม่รู้ว่าคนที่นึกถึงป่านนี้จะเป็นเช่นไรบ้าง เขาตะโกนด่าทอเจ้าคนที่กักขังเขาไว้ที่นี่พักใหญ่ ก่อนจะกลายเป็นเสียงเรียกหาใครอีกคน

              “ธอร์ โอดินซัน!!”

              แต่ไม่ว่าเสียงด่าหรือเสียงตะโกนเรียกของเขา ต่างล้วนถูกเขตอาคมดูดกลืนหายไปอย่างง่ายดาย แต่นั่นกลับทำให้โลกิบุตรแห่งลอเฟย์ยิ้มออก... มันเป็นรอยยิ้มดูเศร้าๆที่สุดจะคาดเดาความหมายของมัน

              โลกิเริ่มตะโกนเรียกอีกคนดังขึ้น... และดังขึ้น

              “เทพเจ้าสายฟ้า!”

                                       …อยากเจอ...


              “ธอร์!!”

                            ...ข้าอยากเจอ...


              “เจ้าอยู่ที่ไหน!!”

                                  ...ข้าอยากเจอท่าน...


              “…พี่ข้า...”


              “ท่านพี่!!!”


    ==TBC.==


    Note : ได้ข่าวว่าในหนังออกจะเป็นซีนตลก ไหงมาเป็นฟิคแล้วหมู่เฮายัดดราม่าใส่รัวๆก็ไม่แน่ใจค่ะ 55555 แงงงงงง

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
pepiprim (@pepiprim)
ไม่ว่าน้องจะทำอะไร จะแทงพี่แล้วหนีไปอีก แต่พี่ก็ยังไม่โกรธไม่เกลียด แล้วยังดีใจที่น้องมาเฝ้าข้างๆ ไม่รักของเขาก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว ฮือออ

ในหนังนี่ซีนตลกจริงๆค่ะ 5555 แต่พอเอามาทำแบบนี้แล้วก็ดีเหมือนกันนะ >< น้องก็ไม่ได้ตั้งใจจะแทงพี่ซะหน่อย พี่น่ะแหละมาจูบน้องเอง! (เอ้า พี่ผิดเฉย5555)
narscel (@narscel)
@pepiprim นี่ทีมยัยน้องใช่ไหมคะเนี่ย 5555555 ตอนดูก็นั่งขำในโรงไปนะ แต่เก็บโมเม้นต์มายัดใส่ฟิคเพียบเลย ขยันสูดกาวใส่ฟิลเตอร์ไปค่า
pepiprim (@pepiprim)
@narscel ทีมน้องกิจริงค่ะ เขิน555555 ตอนดูขำมากค่ะ แล้วยัยน้องยังมายิ้มอีก วงวารพี่55555

ร่วมด้วยสูดกาวด้วยคนค่ะ กาวให้สุดอย่าหยุดที่อินฟินิตี้วอร์ 555555
narscel (@narscel)
@pepiprim มาค่ะเสริมเรือให้แข็งแกร่งรอรับ อฟนตว. ไปด้วยกัน ฝึกวิ่งบนน้ำไว้แล้วค่ะ 55555
pepiprim (@pepiprim)
@narscel ถึงมาร์เวลจะล่มเรือยังไงด้อมธอร์กิก็จะแข็งแกร่งเดินบนน้ำได้ด้วยตัวเองค่ะ555555555

ปล. อาจจะเม้นฟิครัวๆหน่อยนะคะ อย่าพึ่งรำคาญกันน้า><
narscel (@narscel)
@pepiprim ไม่รำคาญเลยค่ะ ดีใจม๊าาากกกก (>u<,,) คนเขียนเหงาง่ะ อยากคุยกะคนอ่าน ติชมตามสบายเลยนะคะ จะได้รับไปพัฒนาด้วย แค่คุยเล่นก็ดีใจค่ะ อิอิ
pepiprim (@pepiprim)
@narscel ได้เลยค่า นี่ก็เหงาๆไม่ค่อยมีคนให้หวีดด้วย ได้แต่ตามอ่านฟิคแฟนอาร์ตและส่องแท็ก 5555 คุยกับไรท์สนุกมากเลยค่ะ ดีใจจจ TT
narscel (@narscel)
@pepiprim มีกลุ่มไลน์หวีดthorki นะคะ ถ้าอยากแจมดีเอ็มมาทวิตเราได้น้า @narscel ค่ะเดี๋ยวให้คนตั้งเขาลากให้
pepiprim (@pepiprim)
@narscel แอร๊ยพึ่งเห็นว่าฟอลมาด้วย55555 ได้เลยค่า เดี๋ยวอ่านจบแล้วจะทักไปน้า