[Fic: Thor x Loki] LIEnarscel
[Fic: Thor x Loki] LIE - Ep01 : Darkness
  • Author’s Note : ฟิคเรื่องนี้เขียนมาในแนว Side Story ของ Thor : Ragnarok นะคะ ใครที่ยังไม่ได้ดูอาจจะงงๆหน่อย เพราะเนื้อเรื่องแต่ละตอนไม่ต่อกันเป๊ะๆเสียทีเดียว เราคิดว่าถ้าดูหนังแล้วเอาฟิคไปประกอบกันมันจะโอเคกว่าล่ะนะ แต่จะว่าเป็นตอนสั้นๆมันก็มีพล็อตที่วางไว้อยู่ เรื่องนี้เป็นแฟนฟิคจากหนังเป็นเรื่องแรกของเรา หวังว่าคนอ่านจะสนุกไปกับเรานะคะ

    Pairing : Thor x Loki

    Warning : เป็นฟิควายนะคะ แม้ว่าส่วนตัวจะชอบโมเม้นท์คู่นี้ในลักษณะ Bromance แต่ก็ไม่รู้อารมณ์คนเขียนจะพาลากเข้ารกเข้าพงแถวไหน (...) ใครไม่ชอบอ่านวายก็ผ่านไปดีกว่าเนอะ ยังคงเรทG สำหรับตอนนี้ค่ะ และ *Spoiler Alert* for Thor : Ragnarok ค่ะ

    ………………………………………………………………..

    LIE – Ep. 01 : Darkness

    ………………………………………………………………..

              …ที่นี่…ที่ไหน…?

              ท่ามกลางความเวิ้งว้าง และมืดมนอนธการซึ่งโอบล้อม สองมือเปะป่ายไขว่คว้าออกไปทางใด ก็ไร้ซึ่งสิ่งยึดเหนี่ยว โลกิรู้แต่เพียงตนเองคล้ายกำลังร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง หากแต่เวลาผ่านไปนานเท่าใด ร่างกายของเขาก็ยังไม่กระแทกเข้ากับก้นหลุมให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเสียที มันนานเสียจนสมองเริ่มเล่นตลกกับตัวเขาเอง ไม่กี่นาทีถัดมาเขาก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ตนกำลังร่วงลงสู่เบื้องล่าง หรือลอยขึ้นไปข้างบนกันแน่ แต่ที่แน่ๆ มันชัดเจนแล้วว่า เขาหลุดเข้ามาติดกับดักเวทของใครบางคนเข้าให้แล้ว

              …ให้ตายสิ!…

              เขาเกลียดความรู้สึกแบบนี้ และคุ้นเคยกับมันอย่างประหลาด คล้ายสิ่งนี้เคยเกิดขึ้นกับเขาเมื่อนานแสนนานมาแล้ว นานจนจำแทบไม่ได้… มันเหมือน… เขากำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่าง หวาดกลัวอะไรบางอย่าง ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความสับสน อับอาย และเสียใจ…

              แต่การร่วงลงไปครั้งนั้นดูเหมือนว่า เขาจะคว้าหรือถูกคว้าเอาไว้นี่ล่ะ จากนั้นก็ร่วงลงไปในพื้นน้ำอันหนาวเย็น…

              โลกิสะบัดหัวแรงๆ พยายามไล่ความทรงจำอันลางเลือนในหัวออกเพื่อรวบรวมสติ

              ก่อนหน้านี้เขายังยืนอยู่กับธอร์ในมิดการ์ด แล้วจู่ๆ วงเวทเรืองแสงสีทองก็พาเขามาลอยเค้งเต้งอยู่นี่ จะเป็นฝีมือใคร และมีเจตนาดีหรือร้ายเขาก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คนทำน่าจะจงใจแยกเขาออกห่างจากธอร์ ซึ่งช่างไร้สาระเหลือเกินในสายตาโลกิ

              …ทำอย่างกับเขาและเชษฐาต่างสายโลหิตจะอยู่ด้วยกันได้นานนักนี่… ต่อให้ไม่มีใครทำอะไร จบจากภารกิจตามโอดินกลับบ้าน เจ้าพี่โง่นั่นก็คงจะทอดทิ้งเขาไม่เหลียวแลเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้อยู่ดี…

              โลกิอดแค่นขำออกมากับความคิดนั้นไม่ได้

              ตั้งแต่ได้พบกับหญิงชาวมิดการ์ดคนนั้น ธอร์ก็ไม่ใส่ใจการอยู่หรือไปของเขา เรียกง่ายๆ ก็คือ ไม่เห็นหัวเขาอีกแล้วนั่นล่ะ บางทีถ้าหลุดจากอาคมของเจ้าบ้านี่ได้ก่อนธอร์ เขาน่าจะหนีไปให้ไกลๆ ก่อนจะถูกเจ้าพี่บ้านั่นจับไปทิ้งให้แห้งตายในคุกใต้ดินของแอสการ์ดอีกรอบ

              โลกิหวนนึกถึงช่วงเวลาซึ่งเขาถูกจับไปขังครั้งก่อน มีเพียงฟริกก้า มารดาผู้เป็นที่รักของเขาเท่านั้นที่ห่วงหาอาทร ใช้มายาเวทมาหาเขาถึงคุกใต้ดิน ส่วนเจ้าพี่ชายตัวโง่ของเขากับโอดินนั้น ไม่เคยโผล่มาให้เห็นเงาหัว ไม่เคยแม้แต่จะส่งสารใดๆ หรือฝากอะไรมาให้เขาด้วยซ้ำ… ถ้าไม่ใช่เพื่อช่วยสตรีมิดการ์เดี้ยนนางนั้น…

              นึกถึงแล้วก็เจ็บแปลบในอก

              ‘ข้าเห็นเจ้าตาย! ข้าร้องไห้เป็นเผาเต่า!’

              คำพูดของพี่ชายเมื่อครู่ก่อนถูกจับแยกกันในนิวยอร์ค วนเวียนกลับมาเหมือนจงใจขัดความคิดตัดพ้อในหัวของเขา

              …คำพูดของธอร์ เทพเจ้าแห่งสายฟ้า แต่ไหนแต่ไรมา… พูดสิบครั้ง เป็นสัจจะเสียสิบสองครั้ง…

              นั่นชวนให้เขานึกภาพตาม แล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ละครฉากนั้นมันกินใจเสียจนเขาถึงกับต้องจ้างคณะละครมาเล่นให้ดูซ้ำๆ ก็มันหาดูได้ง่ายๆ ที่ไหน ที่เชษฐาของเขาจะร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจให้เขาแบบนั้น

              ที่สร้างรอยยิ้มให้เขาอีกเรื่อง คือข้อมูลสำคัญไม่แพ้กันซึ่งเขาเพิ่งได้รับรู้มาเมื่อครู่โดยบังเอิญ

              ‘…ไม่ได้โดนทิ้ง… รู้ไหม… ข้ากับเจนเราเลิกกันด้วยดี…’

              ธอร์ดูกระอักกระอ่วนยามพูดแก้ต่างและให้นิยามใหม่ของคำว่า 'โดนเจนทิ้ง'

              และเขาอนุเคราะห์อีกฝ่ายได้เพียงปั้นหน้าเศร้า ตบบ่าปลอบพี่ชายไปตามสมควร แต่ข้างในเขาน่ะดีใจจนลิงโลด แน่ล่ะเทพเจ้าแห่งสายฟ้า ว่าที่กษัตริย์แห่งแอสการ์ดกับหญิงสาวชาวมิดการ์ดมันไม่มีอะไรคู่ควรกันตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว!

              ทว่า...นึกดูอีกที โลกิก็ชักไม่แน่ใจว่าเขาควรรู้สึกยังไงกับข่าวนั่น เขาไม่แน่ใจว่ายามนี้เชษฐาโง่งมของเขาได้ก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากของการทำใจได้รึยังนี่สิ ยิ่งเจ้าเทพโคถึกนั่น นอกจากจะเป็นพวกมือหนักแล้ว ปากยังหนักอย่างกับอะไรดี มีอะไรในใจก็ไม่ค่อยจะยอมพูดออกมาเสียด้วย

              ดูเหมือนยิ่งโตมาเชษฐาของเขาจะยิ่งมีเรื่องเก็บงำไม่ยอมบอกเขามากขึ้นทุกที ทั้งที่เมื่อก่อนดีใจเสียใจอะไรก็วิ่งโร่มาเล่าให้เขาฟังเสียทุกเรื่องแท้ๆ

              ความคิดนั้นพาเอารอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้าเทพแห่งคำลวง โลกิปล่อยตัวให้จมลงไปในความคิดตัวเองเงียบๆ ก่อนจะพยายามไล่ความคิดในหัวออกไปอีกครั้ง

              …ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้สิ โลกิแห่งโยธันไฮม์!…

              เขาดุตนเองในใจ

              โลกิเชื่อแล้วจริงๆ ว่าความมืดและการไร้ซึ่งสัมผัสใดๆทำให้คนเป็นบ้าได้ง่ายๆ ไม่เว้นแม้แต่กับเทพอย่างเขา…

              เขากลับมาพยายามคิดหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้อีกครั้ง บางที...ธอร์อาจกำลังต่อสู้เพียงลำพังอยู่กับจอมเวทผู้ที่ลากเขามาอยู่ในเขตอาคมนี้ และเขารู้ดีว่าเชษฐาของเขาไม่เก่งกับการรับมือพวกใช้สมองเท่าไหร่นัก…

              …ยิ่งช้าก็ยิ่งไม่ได้การ…

              โลกิร่ายพลังเวท และทดลองยิงมันออกไปในความมืด แต่แล้วเพียงครู่เดียวพลังมหาศาลก็บีบอัดกลับมารุนแรงกว่าที่เขายิงออกไปไม่รู้กี่เท่า แรงอัดกลับจนปอดแทบฉีก ทำให้เขาต้องงอตัวด้วยความแน่นจุกตรงกลางอก ยังดีที่เขาแค่ยิงพลังออกไปแบบซ้อมๆ เท่านั้น... แต่ขนาดแค่ซ้อม ก็ทำเอาเขาเหมือนเข้าไปอยู่ตรงศูนย์กลางการระเบิดบิ๊กแบงแล้ว...

              …บ้าที่สุด!…

              โลกิสบถเบาๆ แต่หูสองข้างของเขาอื้อจนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงของตนเองแล้วในตอนนี้ และในหัวก็พร่าเบลอใกล้จะหมดสติเต็มที

    ---ℑ---

              ‘โลกิ!!  โลกิ!’

              ยามสติเลือนลางเสียงเรียกคุ้นหูก็ดังก้องขึ้นในหัวแทน… จะเป็นเสียงใครได้นอกจากสุรเสียงของเชษฐา หากแต่… มันเป็นเสียงของธอร์ในยามที่ยังเยาว์วัยกว่านี้มาก…

              โลกิเริ่มจำได้ลางๆ เมื่อความทรงจำที่หล่นหายไปตามกาลเวลา หรืออาจด้วยเหตุผลที่ว่าเจ้าตัวไม่อยากจดจำก็ไม่รู้ บัดนี้มันกลับมาชัดเจนขึ้นราวกับรูปถ่ายที่เพิ่งถูกฉวยมาปัดฝุ่น

              เขาจำได้ว่า ตนกำลังวิ่งหนีเชษฐาซึ่งร้องเรียก และวิ่งตามมาเบื้องหลัง อะไรทำให้เขาในตอนนั้นรู้สึกหวาดกลัวอีกคน จนวิ่งเสียสุดแรงก็จำไม่ได้ รู้แต่ตอนนั้นเขาแทบไม่สนใจกิ่งไม้ในป่าสองข้างทาง จนวิ่งชนกระแทกเป็นรอยช้ำตามตัวเต็มไปหมด ในใจคิดเพียงจะต้องไม่ให้ถูกพบตัวและหนีไปให้ได้

              พลันพื้นที่เหยียบย่างกลับกลายเป็นอากาศธาตุ แล้วร่างของเขาก็ร่วงลงไปในความมืดอันเวิ้งว้าง เขาจำได้ว่าตนแหกปากร้องลั่นด้วยความตกใจจนลืมตัว ก่อนจะถูกใครบางคนคว้าแขนไว้จากด้านบน

              ‘โลกิ! ข้า..’

              ตู้มมม!!

              ยังไม่ทันที่ธอร์จะได้พูดอะไร ร่างของเด็กทั้งสองคนก็ร่วงลงสู่พื้นน้ำเย็นเยียบ แขนซึ่งถูกอีกคนคว้ากุมแน่นตั้งแต่ตอนร่วงลงมา ฉุดดึงเขาให้ลอยขึ้นไปรับอากาศเหนือผิวน้ำอย่างรวดเร็ว

              แค่กๆ!!

              เทพเจ้าองค์น้อยทั้งสอง ต่างคนต่างสำลักน้ำ ดีที่มันดูจะเป็นน้ำใต้ดินซึ่งไม่เป็นอันตราย และรสชาติไม่ได้แย่เกินไปนัก ไม่นานโลกิก็พบว่าทั้งธอร์และเขากำลังยืนอยู่ในน้ำซึ่งสูงท่วมถึงระดับอก

              ‘ท่าทางจะเป็นบ่อน้ำเก่า’

              สุรเสียงของเชษฐาไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยวใดๆ ไม่ต่างจากในยามปกติ ถึงอย่างนั้นโลกิก็ยังคงอยู่ในความตื่นกลัวคนตรงหน้าอยู่ดี มันดูไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่นักเมื่อโลกิในตอนนี้หวนนึกย้อนกลับไป

              อนุชาองค์น้อยยังคงไม่ตอบรับใดๆ รอจนดวงตาเขาปรับเข้ากับความมืดได้แล้ว จึงเห็นว่าเบื้องหน้าคือเชษฐาของตนซึ่งกำลังยืนเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบน มือข้างที่กุมแขนเขาไว้เปลี่ยนมาขยุ้มคอเสื้อด้านหลังเขาไว้แน่นแทนราวกับกลัวว่าเขาจะหนีไปไหนอีก

              โลกิเงยหน้ามองตามขึ้นไป เห็นแสงสว่างลอดผ่านรูเล็กๆไกลลิบอยู่ด้านบนก็ถอนหายใจ เขาหวังว่าตนจะได้รับการช่วยไม่ให้ตกลงมาจากมือที่คว้าไว้ แต่เปล่าเลย กลายเป็นว่าพวกเขาดันร่วงลงมาด้วยกันเสียอย่างนั้น

              …นั่นแหละ…ธอร์…

              โลกิคิด

              เขาจะคาดหวังอะไรจากเชษฐาผู้ซึ่งถนัดแต่การใช้แรงมากกว่าใช้หัวคิดได้เล่า เขานึกและเริ่มกวาดตามองไปรอบๆ เผื่อจะเจอทางกลับขึ้นไป

              พอเทพแห่งสายฟ้าเห็นว่าอนุชาไร้ซึ่งปฏิกริยาโต้ตอบ ธอร์จึงก้มกลับลงมาดูอนุชาอีกครั้ง

              ‘เจ้าบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า?’

              ‘เปล่า…’

              คนถามพยักหน้ารับ

              ‘ดีแล้ว’

              ธอร์ตอบรับเพียงสั้นๆ จากนั้นก็เดินยื่นมือไปข้างหน้าช้าๆ เพื่อคลำหาผนังบ่อน้ำ และไม่ลืมหิ้วอนุชาติดไปด้วยราวหิ้วกระเป๋าถือใบโปรด

              น่าเสียดายที่ตะไคร่จับเสียจนผนังบ่อเก่าแห่งนี้ลื่นเกินจะปีนป่ายขึ้นไปได้ และจากระยะที่ร่วงลงมา โลกิก็บอกได้เลยว่าทั้งเขาและเชษฐา คงไม่สามารถกระโดดขึ้นพ้นปากบ่อได้เป็นแน่

              ‘ให้ข้าลองโยนเจ้าขึ้นไปด้านบนดูไหม?’

              ‘ไม่! ข้าเกลียดเวลาเจ้าโยนข้า!’

              โลกิแทบแหวใส่

              ‘ไม่เอาน่า โลกิ… เจ้าชอบมัน’

              อีกฝ่ายพูดด้วยเสียงกลั้วขำ

              ‘ข้า-เกลียด-มัน!’

              โลกิมุ่ยหน้า พูดเน้นทีละคำเหมือนอยากให้แน่ใจ ว่าทุกความหมายของมัน จะซึมผ่านกระโหลกหนาๆ ของเชษฐาตนลงไป เขาอดนึกโมโหไม่ได้ ว่าอะไรทำให้เจ้าพี่ตัวโง่ของเขาเข้าใจไปได้ ว่าเขาชอบถูกเขวี้ยงถูกโยนไปมาเหมือนเป็นของเล่นแบบนั้น

              ‘ลองดูก็ไม่เสียหลายนี่’

              นั่นไง! นั่นล่ะที่เขาพูดถึง!!

              โลกิแทบกรีดร้องในใจ

              ‘หรือเจ้ามีแผนที่ดีกว่านี้?’

              เชษฐาตัวน้อยเอ่ยถาม น้ำเสียงมั่นใจเสียเต็มประดาว่าการเจรจาครั้งนี้ตนจะเป็นฝ่ายชนะ

              โลกิกัดริมฝีปากล่างตนเองอย่างหงุดหงิด แต่จะโทษใครได้ ที่ผ่านมาไม่ใช่เพราะเขายอมตามใจพี่ชายตัวดีนี่ทุกครั้งหรอกหรือ ถึงมีวันนี้ อ๋อ แน่ล่ะ เขาทำไปเพียงเพื่อจะได้รับความรักความเมตตาจากลูกชายคนโปรดของโอดินก็เท่านั้น แต่ใครจะไปรู้ว่าหมอนี่จะเสียนิสัยจนไม่ยอมฟังใครถึงเพียงนี้

              ‘ระวังหัวเจ้านะ โลกิ’

              อีกฝ่ายให้สัญญาณ ทำเอาบุตรคนรองของโอดินหลุดจากภวังค์ความคิด รีบร้องเสียงหลง มือผลักแผ่นอกคนที่ขยุ้มคอเสื้อเขาอยู่ตั้งแต่เมื่อกี้ให้ออกห่าง ไม่คาดว่าอีกคนจะหลุดเสียงอุทานออกมาเบาๆ

              ‘อุก!’

              ‘……’

              โลกิดันอีกฝ่ายออกค่อนข้างแรง แต่ด้วยกำลังขนาดเขา และความถึกทนของธอร์ แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกรู้สาใดๆ ได้…หากไม่ใช่….

              ‘ท่านพี่…ท่านบาดเจ็บอยู่’

              โลกิยิ้มน้อยๆ ในความมืด ซึ่งอีกคนคงไม่สามารถเห็นได้ และเอ่ยออกมาอย่างมีชัย

              ‘เก็บแรงท่านไว้ดีกว่า… บางทีสิ่งที่เราทั้งคู่ต้องทำ อาจเพียงแค่ ‘รอคอย’… จนกว่าไฮม์ดัลจะมองมา และพาคนมาช่วยพวกเราก็เท่านั้น’

              โลกิแน่ใจว่าผู้เฝ้าระวังไบฟรอสต์ซึ่งมีดวงตาที่เห็นทุกอย่างในโลกทั้งเก้าได้ ช้าเร็วก็จะพบเห็นเขาทั้งคู่หล่นอยู่ในบ่อน้ำนี่ และเรียกคนมาช่วย

              ‘ข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก… แต่แผนที่เจ้าว่ามานั่นก็ใช้ได้…’

              เจ้าคนเจ็บพูดแล้วหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีไม่เหลือเค้าอาการเมื่อครู่ให้ต้องกังวล ทั้งที่ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าต้องอยู่ในบ่อน้ำร้างนี่ไปอีกนานเท่าไหร่ด้วยซ้ำ

              ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งเมื่อบทสนทนาจบลง และเป็นธอร์ที่เอ่ยตัดความเงียบขึ้นก่อน

              ‘…ข้าดีใจนะโลกิ ที่ข้ามีเจ้าอยู่ด้วย…’

              เสียงอีกฝ่ายดูจริงจังจนโลกิอดหันไปมองทางคนพูดไม่ได้ แม้ตรงนี้จะมืดมากจนไม่สามารถเห็นสีหน้าอีกฝ่ายได้ก็ตาม

              ‘อ๊ะ! ข้าไม่ได้หมายถึงอยู่ด้วยกันในบ่อน้ำนี่ ข้าไม่ได้อยากให้เจ้าตกลงมาหรอกนะ ข้าหมายถึง… ทุกที่ …และใช่… รวมทั้งในบ่อน้ำนี่ด้วย’

              ‘……’

              โลกิรับฟังถ้อยคำชวนสับสน ลนลานกลับไปกลับมา ราวกับคำพูดเหล่านั้นไม่ผ่านสมองของเชษฐาตนอย่างเงียบๆ เขาไม่เข้าใจว่าอีกคนจะทะเลาะกับตัวเองทำไมด้วยซ้ำ ระหว่างที่โลกิกำลังนึกหาถ้อยคำอันคู่ควรมาเหน็บแนมเชษฐา ธอร์ก็เปลี่ยนกลับมาบอกแผนการใหม่ซึ่งเพิ่งนึกออกกับเขาอีกรอบ

              ‘โลกิ… เจ้าปีนขึ้นมาขี่คอพี่มา…’

              คนเป็นน้องพ่นลมหายใจออกทันทีที่ได้ฟังอย่างหน่ายๆ

              ‘นั่นจะไร้ประโยชน์ พี่ข้า… บ่อนี้ลึกเกินกว่าที่ข้าหรือท่านจะกระโดดหรือปีนออกไป’

              ‘ขึ้นมาเถอะน่า… ด้านล่างเป็นตะไคร่ แต่เหนือผิวน้ำขึ้นไปอาจจะพอมีที่ให้ยึดเกาะได้ก็ได้นะ’

              เทพองค์น้อยคะยั้นคะยอให้อนุชาปีนขึ้นไปบนบ่าเขาไม่หยุด จนโลกิทนความเซ้าซี้ไม่ได้ และด้วยตามใจเชษฐามาจนเคยชิน สุดท้ายก็ยอมปีนขึ้นไปนั่งหน้ามุ่ยขี่คออีกคนจนได้

              ‘ข้าบอกท่านพี่แล้วว่ามันเปล่าประโยชน์’

              โลกิน้อยตวัดหางเสียงอย่างเคืองๆ เมื่อมือสัมผัสตามผนังบ่อระดับเหนือขึ้นมาจากผิวน้ำและพบว่ามันลื่นและไม่สามารถปีนป่ายได้ไม่ต่างกันกับด้านล่าง

              ‘อา…งั้นสินะ’

              น้ำเสียงอีกฝ่ายตอบรับง่ายๆ คล้ายไม่แปลกใจอันใด ทำเอาโลกิพ่นลมหายใจอีกครั้งอย่างอ่อนใจ

              …กะโหลกหนาๆ ซึ่งเขาเกาะอยู่นี่ ดูท่าจะต้องใช้ความพยายามมากเหลือเกิน กว่าเขาจะทำให้เจ้าของมันเข้าใจและยอมรับอะไรได้ในแต่ละเรื่อง…

              เมื่ออีกคนได้ลองสมใจ ไม่ติดใจสงสัยแล้ว โลกิก็ตั้งท่าจะปีนกลับลงไปอย่างเก่า แต่กลับถูกอีกคนห้ามไว้

              ‘ไม่ต้องลงมาหรอก… เจ้าอยู่บนนั้นไปแหละ’

              !? งงดิ

              ‘ทำไมข้าจะต้องอยู่บนนี้ล่ะ?’

              ‘ข้าขี้เกียจให้เจ้าไต่ขึ้นไต่ลง’

              โลกิมุ่นคิ้วกับคำตอบประหลาดๆ ของผู้เป็นเชษฐา แต่ก็เลือกจะปล่อยวางในที่สุด บ่อยครั้งที่เขาเลิกคิดเลิกพยายามทำความเข้าใจในตัวเชษฐา โลกิให้คำตอบกับตัวเองว่า… มันไม่มีตรรกะอะไรในหัวของคนที่ไม่มีตรรกะอยู่แล้ว… และเขาก็คงกลายเป็นบ้าไปเสียก่อน หากต้องมานั่งหาเหตุผลในทุกๆ การกระทำของ ธอร์

              …ดีเหมือนกัน... อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องทนยืนแช่น้ำเย็นๆ นั่น แถมต้องรอนานแค่ไหนก็ยังไม่รู้ อยู่บนนี้ก็สบายดี…

              อนุชาองค์น้อยเกาะศีรษะของเชษฐาไว้ พลางชะโงกตัวไปด้านหน้านิด เพื่อก้มบอกอีกฝ่าย

              ‘ถ้าท่านพี่เมื่อยหรือรู้สึกหนัก อยากให้ข้าลงก็บอกข้าแล้วกัน’

              ‘อืม… แล้วข้าจะบอก’

              บุตรคนโตแห่งโอดินตอบน้องชาย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าเทพเจ้าสายฟ้าตัวน้อย แต่คนด้านบนคงไม่มีโอกาสได้เห็น

              พวกเขารอจนกระทั่งพลบค่ำ กว่าจะมีคนตามมาช่วยดึงขึ้นไปจากบ่อร้างนี่ โลกิจำได้ว่าตนเกือบจะนั่งหลับบนบ่าของเชษฐา ทั้งในท่าเกาะกอดศีรษะของอีกคนไว้นั่นล่ะ

              ทั้งคู่ถูกนำขึ้นมาในสภาพอ่อนแรง เหล่าทหารและนางกำนันต่างกรูกันเข้ามา ช่วยกันดูแลเจ้าชายองค์น้อยทั้งสองพระองค์  และในตอนนั้นเองที่มีเสียงร้องอย่างตื่นตกใจดังขึ้น จากกลุ่มเหล่านางกำนันซึ่งช่วยกันดูแลพยาบาลบุตรคนโตแห่งโอดิน เสียงร้องนั้นเรียกให้โลกิหันมองตาม และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นใบหน้าซีดขาวจนแทบไม่มีสีเลือดของเชษฐาองค์เดียว ตรงข้ามกับผ้าห่มผืนหนาในมือนางกำนัน ซึ่งก่อนนี้ใช้ซับห่อร่างเปียกปอนของเทพสายฟ้าองค์น้อย บัดนี้กลับเปรอะเปื้อนแดงฉานด้วยโลหิตสดๆ ของธอร์…

    ==TBC.==

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
forsaken_91 (@forsaken_91)
จะว่าไปกิก็ตามใจธอร์จริงๆนั่นแหละค่ะ สังเกตมาตลอด อาจเพราะเป็นน้อง พี่เองก็ชัดเจนมาตั้งแต่เด็กว่าตนคือราชาคนต่อไป ยอมจนเขาเอาแต่ใจ กิก็ทำได้แค่พูดจากวนไปเรื่อย
narscel (@narscel)
@forsaken_91 กินี่ตอนแรกๆมีความเป็นน้องน้อยมากๆ ชอบแอบแกล้งพี่แต่พอเอาเข้าจริงก็ยอมนะ น่ารักมากเลย อาจจะปากไปทางการกระทำไปทางให้เห็นบ่อยๆ อิอิ
pepiprim (@pepiprim)
เรื่องราวตอนเด็กนี่น่ารักมากๆเลยค่ะ พี่ธอร์ดูอ่อนโยนและปกป้องน้องมากๆ ขนาดตัวเองเจ็บยังให้น้องขี่คอน้องจะได้ไม่เปียกอีก TvT
narscel (@narscel)
@pepiprim ขอบคุณมากเลยค่ะที่เม้นท์มาคุยกัน ดีใจมากเลยคะที่ชอบ เราแอบคิดว่าพี่เขารักและอ่อนโยนน้า เพียงแต่ความหมีมันเยอะเลยยั้งมือกะน้องไม่ค่อยอยู่ 5555 แล้วแวะมาคุยเล่นกันอีกนะคะ
pepiprim (@pepiprim)
@narscel 555555ยินดีค่า ได้เจอฟิคธอร์กิอิงแร็คนาร็อกดีๆอ่านแล้ว >< ตอนพี่บอกจะลองโยนน้องขึ้นไปนี่ขำก๊ากเลยค่ะ 55555 พี่เอ๊ยยย
narscel (@narscel)
@pepiprim อ้าวไม่ซึ้งหรอกเหรอคะ "ขึ้นไปซะ เจ้าต้องรอดน้องข้า" ไรงี้ อิอิ โยนน้องเป็นว่าเล่นมาแต่เล็กแต่น้อยยยยย จับติดแทค #ทำไมหมีไม่อ่อนโยนนนน