[Fic : ThorxLoki] LIEnarscel
[Fic: Thor x Loki] LIE - Ep00 : Prologue
    • Author’s Note : ฟิคเรื่องนี้เขียนในช่วงหลังจากดู Thor : Ragnarok จบนะคะ แต่มีความพัวพันในใจจากภาคเดิมจนเกิดเป็น Proloque (Ep00) นี้ขึ้น ฉากจะเป็นช่วง Thor : The Dark World ก่อนพาเข้า Ragnarok ค่ะ ฉากจากในหนัง แต่ความคิดติดฟิลเตอร์มโนของผู้เขียนไว้นะคะ บทนำนี้จะเรียกว่าฟิคได้เต็มปากไหมก็ไม่แน่ใจนะ ผิดพลาดประการใดพร้อมจะรับฟังไปแก้ไขปรับปรุงค่ะ

      Pairing : Thor x Loki

      Warning : เป็นฟิควายนะคะ แม้ว่าส่วนตัวจะชอบโมเม้นท์คู่นี้ในลักษณะ Bromance แต่ก็ไม่รู้อารมณ์คนเขียนจะพาลากเข้ารกเข้าพงแถวไหน (…) ใครไม่ชอบอ่านวายก็ผ่านไปดีกว่าเนอะ ตอนนี้ฉากเปิดชิลๆกันไปค่ะ เรทG พอ และ *Spoiler Alert* for Thor : The Dark World และ Thor : Ragnarok ค่ะ

      Credit : Cover Picture from -->  https://www.japantimes.co.jp/news/2014/07/10/business/corporate-business/disney-resumes-sales-new-movies-itunes-japan/#.Wg27SFVl8dU

      ………………………………………………………………..

      LIE – Ep00 : Prologue

      ………………………………………………………………..

                …วาจาเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถเรียกมันย้อนคืนมาได้เหมือนโยลเนียร์…

                นั่นคือเรื่องหนึ่งซึ่งธอร์บุตรแห่งโอดินเรียนรู้จากความผิดพลาด และเขาก็ต้องจ่ายราคาของความผิดพลาดครั้งนี้แพงลิบลิ่วเกินกว่าที่เขาจะรับไหว

                “อะไรทำให้เจ้าคิดว่าไว้ใจข้าได้?”

                คำพูดของโลกิ อนุชาจอมแสบสมชื่อเทพแห่งคำลวงยังคงชัดเจนในความทรงจำ ธอร์บอกตัวเองเป็นล้านครั้งว่าวันนั้น… ในคุกใต้ดินของแอสการ์ด มันก็แค่การต่อรอง ยื่นข้อเสนอ และเกลี้ยกล่อม หากแต่คำพูดของเขาก็ยังตามหลอกหลอนตนเองให้เจ็บแปลบทุกครั้งที่นึกถึง

                “ข้าไม่… แต่ท่านแม่ไว้ใจเจ้า”

                น้ำเสียงเทพเจ้าแห่งสายฟ้าเยือกเย็นคมกริบราวคมดาบน้ำแข็งจากโยธันไฮม์ ซึ่งพร้อมจะเสียบแทงเข้ากลางหัวใจร่างโปร่งซึ่งนั่งพิงผนังห้องขังอย่างอ่อนล้า

                “เจ้าควรได้รู้… ที่ผ่านมา… ตลอดเวลาที่เราต่อสู้กัน ข้าหวังเสมอว่าน้องชายข้ายังสถิตย์อยู่ที่ไหนสักแห่งในตัวเจ้า แต่ความหวังนั้นไม่อยู่คุ้มหัวเจ้าอีกต่อไปแล้ว…”

                ยิ่งพูดก็ยิ่งพรั่งพรู แต่ละคำจงใจบั่นทอน เชือดเฉือน เพียงเพื่อปลุกจิตสำนึกคนตรงหน้า เพียงเพื่อต่อรองให้ได้มาตามเป้าประสงค์ ไม่ได้แยแสสนใจเลือดที่ไหลซิบบนหัวใจที่ถูกกรีด ทั้งของคนฟังหรือแม้กระทั่งของตัวเขาเอง

                “….เจ้าหักหลังข้าอีกครั้ง… ข้าจะฆ่าเจ้า”

                ธอร์จ้องมองเข้าไปในดวงตาสีอ่อนจางของโลกิด้วยอาการสงบนิ่ง หวังว่ามันจะตบตาเทพแห่งคำลวงได้ หวังว่าคนเบื้องหน้าจะไม่สังเกตเห็นเยื่อใยใดๆในแววตาของเขา

                สุดท้ายโลกิก็ตอบรับมันด้วยรอยยิ้มเจือเศร้าแบบที่หมอนั่นชอบทำ… รอยยิ้มซึ่งเขาไม่อาจคาดเดาหรือแน่ใจความหมายของมันได้อีก เขาเคยชอบมองรอยยิ้มบนใบหน้าอนุชาจอมซนมาแต่ไหนแต่ไร แต่หลังจากถูกหักหลังนับครั้งไม่ถ้วน จนเกือบตายมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ก็ถึงเวลาที่เขาต้องยอมรับความจริงเสียทีว่า… โลกิโกรธและชิงชังเขาเพียงใด

                รอยยิ้มซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเหมือนสิ่งเยียวยาจิตใจอันร้อนรุ่ม ช่วยให้เขาเผลอยิ้มตาม ไม่ว่าจะมีเรื่องใดให้หงุดหงิดใจ มาบัดนี้มีแต่ทำให้เขาปวดใจทุกครั้งที่ได้เห็น และนั่นเป็นเหตุผลซึ่งธอร์ต้องฝืนใจมาตลอด ไม่ให้ตนเหยียบย่างลงมายังคุกใต้ดินตั้งแต่โลกิต้องโทษจองจำในนั้น

                แต่ตอนนี้เล่า… หากเลือกได้ เขาเลือกจะยอมเจ็บปวดแสนสาหัสจากความเกลียดชังอันถาโถมจากน้องชายคนเดียว ขอเพียงแค่เจ้าของรอยยิ้มนั้นอยู่เคียงข้างเขา คอยเดินตามอยู่เบื้องหลังเขา

                …ไม่สิ…นั่นไม่จำเป็นเสียด้วยซ้ำ จะเป็นที่ใดก็ได้ในโลกทั้งเก้านี้ ต่อให้หลุดไปในห้วงอวกาศซึ่งอาจไม่ได้พบเจอกันอีก

                …ขอเพียงแค่ได้รู้ว่า โลกิยังมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขที่ไหนสักแห่ง…

                …ขอเพียงคำพูดตรงข้ามกับใจในวันนั้นของเขา จะไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่เขามอบให้อนุชาผู้เป็นที่รักยิ่ง…

      —ℑ—

       

                ธอร์แน่ใจว่าหญิงสาวที่เขารักคือ เจน ฟอสเตอร์ แต่วินาทีที่โลกิผลักเจนให้พ้นอันตราย และเฉียดจะต้องกลายเป็นเหยื่อแทนในวิถีการดูดกลืนทำลายล้างชีวิตจากอาวุธชั่วร้ายของพวกดาร์คเอลฟ์ถ้าเขาช่วยไว้ไม่ทัน ทำเอาเขานึกโกรธหมอนั่นจนหัวร้อนที่ดันมีความคิดบ้าๆทำอะไรแบบนั้น แน่ล่ะว่าความปลอดภัยของเจนสำคัญ แต่เขาเองก็ไม่ต้องการสูญเสียโลกิไปเช่นกัน

                และจากวินาทีนั้นธอร์ได้ตระหนักรู้ ว่าสำหรับเขาแล้ว ไม่ว่าโลกิจะทำผิดร้ายแรงแค่ไหนมา จะโกรธเกลียดชิงชังเขาขนาดไหน จะหักหลังทำร้ายเขาอีกกี่ครั้ง เขาก็ยังต้องการมีอนุชาตัวป่วนคนนี้อยู่ในชีวิตเขาอยู่ดี

                แต่รู้ไปก็เท่านั้น เพราะเขาแทบไม่มีโอกาสได้เรียบเรียงความคิดในหัว หรือความรู้สึกที่มีออกมาเป็นคำพูดเสียด้วยซ้ำ ท่ามกลางการต่อสู้อ้อมกอดแห่งความตายของอสูรร้ายก็พาร่างสูงโปร่งของโลกิทรุดฮวบลงไปต่อหน้าต่อตาโดยที่พี่ชายเช่นเขาไม่สามารถปกป้องได้เลย

                หัวใจของเทพเจ้าแห่งสายฟ้าแทบแตกสลายยามประคองร่างอีกฝ่ายไว้ในอ้อมกอด มีแรงสั่นไหวน้อยๆซึ่งเขาไม่รู้ที่มา ไม่รู้ว่าจากร่างกายซึ่งกำลังหอบโยนดิ้นรนหนีความตายของโลกิ หรือจากแขนที่เคยดูแข็งแกร่งแต่ไร้สิ้นเรี่ยวแรงในตอนนั้นของเขา

                “เจ้าโง่… ทำไมไม่เคยฟังที่พี่พูดเลย” ในหัวเขามันตื้อไปหมด โกรธอีกคนจนดวงตาร้อนผ่าว

                “ข้ารู้… ข้ามันโง่… ข้ามันโง่…”

                “อยู่กับพี่!” เขาออกคำสั่งอย่างสิ้นหวังจนเกือบจะเป็นร้องขอ

                “ข้าขอโทษ… ข้าขอโทษ…” อีกคนพูดเหมือนรู้ ว่านี่คงเป็นอีกครั้งที่เขาจะต้องขัดใจเชษฐา และบางทีคงเป็นครั้งสุดท้าย

                เสียงพร่ำย้ำคำขอโทษของโลกิ พาห้วงความคิดพวกเขาย้อนกลับไปเมื่อครั้งเป็นเด็กน้อย ครั้งแล้วครั้งเล่าที่อนุชาตัวน้อยละล่ำละลักขอโทษ เพราะกลัวว่าตลกร้ายในบางครั้งของเขาจะทำให้เชษฐาองค์เดียวหมางเมินตน

                …ครั้งนี้ก็คงไม่แตกต่างกัน…

                ธอร์บอกตัวเองซ้ำๆให้เชื่อเช่นนั้น แต่ดวงตาสีฟ้าใสของเขากลับไหววูบ คำพูดมากมายจุกอยู่ในลำคอจนพูดไม่ออก เขาเคยพร่ำบอกให้โลกิสำนึกผิดมานานนักหนาแล้ว แต่มาตอนนี้เขากลับมองมันเป็นเรื่องไร้สาระไปเสียหมด เขาไม่ต้องการมันอีกต่อไปแล้ว ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าชีวิตของน้องชายเขาอีกแล้ว

                …ชี่ยยยยย… เขาส่งเสียงให้คนในอ้อมกอดหยุดพูดเพื่อจะได้เก็บแรงไว้

                “ไม่เป็นไร…” ธอร์เค้นเสียงเอ่ยตอบ และปลอบน้องชาย

                “ข้าจะเล่าสิ่งที่เจ้าทำวันนี้ให้ท่านพ่อฟัง”

                นั่นเป็นเรื่องเดียวที่ธอร์นึกออก โลกิมักบอกเล่าความน้อยเนื้อต่ำใจให้เขาได้ยินอยู่บ่อยครั้ง และต้องการให้พระบิดายอมรับว่าทัดเทียมเขาเสมอมา แต่คำตอบที่ได้จากอีกฝ่ายกลับฟาดลงมาราวสายฟ้า ตอกลิ่มลึกลงบนหัวใจเขาจนทั้งร่างสะท้าน

                “…ข้า…ไม่ได้ทำเพื่อเขา…”

                โลกิจ้องมองใบหน้าธอร์ ขณะที่ร่างกายผู้พูดค่อยๆเย็นลงช้าๆ และหยั่งรากเมล็ดแห่งความหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจลงกลางอกของผู้ที่ยังมีลมหายใจอยู่

                โลกิจากไปแล้ว และพาเอาสิ่งซึ่งเจ้าตัวเก็บงำมาตลอดให้ตายไปพร้อมกับเขา ความลับที่ใช่ว่าธอร์จะไม่เคยระแคะระคาย แต่เป็นความลับซึ่งธอร์เลือกจะมองข้ามๆมันไป และแสร้งทำเป็นไม่รับรู้มาตลอด

                …ที่สุดแล้วเขาก็ยังเป็นแค่พี่ชายโง่ๆของหมอนั่นอยู่ดี… แม้ว่า…ในบางครั้งที่มองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น…เขาเคยรับรู้…

                …ข้ารู้โลกิ…….ข้ารู้…

      ---ℑ---

       

                ธอร์กลับมายังมิดการ์ดหลายเดือนแล้ว หลังจากได้กลับไปแจ้งข่าวการตายของโลกิกับพระบิดา หลังๆมานี้เขามักใช้เวลากับตัวเองบ่อยครั้งเพื่อทบทวนสิ่งต่างๆที่ผ่านมา การต้องสูญเสียแม่และน้องชายไปในเวลาไล่เลี่ยกันเช่นนี้ ภายใต้หน้ากากของเทพเจ้าผู้แข็งแกร่งและในฐานะเจ้าชายแห่งแอสการ์ด เขาจำต้องรับมือกับความเศร้านั้นเพียงลำพัง โดยไม่อาจบอกเล่าให้ใครฟังได้ แม้แต่กับโอดินผู้เป็นบิดา หรือเจน ฟอสเตอร์ หญิงสาวคนรัก

                จนถึงตอนนี้ ดูเหมือน  ‘โลกิ’  จะยังเป็นหัวข้อเดียวที่ทำให้เขาและเจนทุ่มเถียงกันได้ ดูเอาเถอะ กระทั่งวิญญาณแตกดับไปแล้ว หมอนั่นก็ยังหาทางกลั่นแกล้งพี่ชายอย่างเขาได้ตลอดจริงๆ

                ริมฝีปากเขาเหยียดยิ้มจางๆ ยามนึกถึงคนที่จากไป

                พักหลังๆมานี้เจนกับเขาเริ่มห่างๆกันไปอย่างไร้ซึ่งคำอธิบาย และนั่นก็เป็นช่วงเดียวกับที่ความฝันราวนิมิตร้ายสำหรับแอสการ์ดเริ่มกวนใจเขา ในเมื่อหัวใจไม่ต้องการเวลาอยู่เฉยเพื่อจมลงไปในอดีต ธอร์ก็เลยพาตัวเองออกไปวุ่นวายกับปัจจุบัน และอนาคตที่คืบคลานเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง จงใจให้แต่ละวันผ่านไปแบบไม่เหลือเวลาให้ตัวเองได้ฟุ้งซ่านอีก

                …แล้วนี่อะไร?…

                ไม่มาเป็นเขาใครจะมาเข้าใจความรู้สึก ตอนได้เห็นรูปปั้นเจ้าน้องชายตัวแสบสูงกว่าตึกสี่ชั้นยืนตระหง่านรอต้อนรับเขาอยู่ในแอสการ์ด

                ยิ่งตอนที่ได้เห็นหน้าโอดินพระบิดาคืนร่างเป็นอนุชาซึ่งเขาคิดว่าตายไปแล้ว ธอร์ไม่แน่ใจจริงๆว่าความรู้สึกของเขาในตอนนั้นอยากทำอย่างไหนมากกว่ากัน ระหว่างรวบตัวอีกคนเข้ามา กอด กับเอาค้อนโยลเนียร์ในมือทุบหัวอีกฝ่ายให้แบะ

                …แต่ที่แน่ๆเทพเจ้าแห่งสายฟ้าได้บอกกับตัวเองแล้วว่า เขาจะทำทุกวิธี เพื่อให้แน่ใจว่า…ตลกร้ายครั้งนี้…คนตรงหน้า…เทพเจ้าแห่งคำลวง…จะต้องชดใช้ให้เขาอย่างสมน้ำสมเนื้อ…

      ==TBC.==

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Sirinapha Chuaythaisong (@fb1589145571179)
ภาษาดี น่าติดจามมากค่ะ
narscel (@narscel)
@fb1589145571179 ขอบคุณมากค่า... ว่าแต่... รักษาสุขภาพด้วยนะคะ (มองคนจาม 555 แซวเล่นค่า (>u<,,) แล้วแวะมาคุยเล่นกันอีกน้า