My Diarydhaearin
แปล: The cleaner
  • เรื่องราวเกี่ยวกับ พนักงานทำความสะอาดที่ทำงานอยู่ในกรมตำรวจพบเจอกับคดีมากมายที่เข้ามาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนจนวันหนึ่งเขาก็อยากเป็นผู้ก่อคดีซะเองหลังจากได้แปลไปก็ว่าจะหาซื้อมาอ่านอยู่แต่ยังไม่มีเวลาสักที 


    นี่คือบทแปลที่เคยส่งไปให้สำนักพิมพ์หนึ่งตอนที่อยากสมัครเป็นนักแปล แต่เค้าไม่ติดต่อกลับมา (สงสัยฝีมือจะง่อยจริง แฮ่)แต่คิดว่าไหนๆ ก็ลงมือแปลแล้วก็เอามาแปะไว้ในนี้เผื่อจะมีใครอ่านละติดใจอยากหาตัวเล่มมาอ่านแบบจริงจัง 


    ส่วนที่ได้รับจากสำนักพิมพ์เป็นส่วนที่อยู่ในบทที่ 3 ของเรื่องไม่แน่ใจว่าที่ไทย เค้าแปลออกมาขายหรือยังถ้าอ่านแล้วติดใจก็สามารถไปหาซื้อมาอ่านได้นะคะ หนังสือจากต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษชื่อเรื่อง The cleaner ค่ะ 

    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


    บทที่ 3

     

                ข่าวในหนังสือพิมพ์ไม่น่าสนใจอีกต่อไปทำไมผมถึงยังต้องอ่านข่าวอยู่อีก ในเมื่อผมคือคนที่สร้างข่าวพวกนั้นขึ้นมาเองผมพับหนังสือพิมพ์วางลงบนเตียงข้างตัวผม เช็ดคราบหมึกจากหนังสือพิมพ์ที่ติดอยู่บนนิ้วกับผ้าปูที่นอนจากที่ผมได้ศึกษาแองเจลล่ามา เธอจะทำหน้าแบบนี้ในตอนที่เธอพยายามจะทำความเข้าใจกับข่าวที่สุดแสนจะเลวร้ายอย่างตอนที่พ่อของเธอถูกรถชน หรือตอนที่น้ำหอมของเธอหมดผมมองผ้าขนหนูที่ห่อหุ้มบนร่างของเธอย่างหมิ่นเหม่เธอที่ยืนอยู่ในสภาพเกือบเปลือยนี้ช่างดูเย้ายวน


                “ผมชื่อโจ”ผมบอกเธอขณะที่ผมมุ่งหน้าไปที่กระเป๋า เพื่อหยิบเอามีดที่มีด้ามที่ใหญ่เป็นอันดับสองออกมาใบมีดที่ออกแบบมาจากประเทศสวิส ผมยกมันขึ้นมาในระดับที่เราทั้งสองคนเห็นมันได้ชัดเจนเธอดูตกใจมาก ถึงแม้ผมจะอยู่ใกล้กับมันมากกว่า


                “ผมเป็นข่าวหน้าหนึ่งนะคุณอาจจะเคยผ่านตามาบ้าง”


                ด้วยช่วงขาที่ยาวของแองเจลล่าทำให้เธอเป็นผู้หญิงที่ดูสูงโปร่งผมสีบลอนของเธอ ยาวสลวยตามธรรมชาติ ใบหน้ามีเสน่ห์ และรูปร่างที่สมส่วนของเธอเป็นแบบที่สามารถขึ้นปกโฆษณาคอนแทคเลนส์ หรือลิปสติกในนิตยสารได้ นั่นเป็นเหตุผลให้ผมต้องมาถึงที่นี่นัยน์ตาสีฟ้ามีชีวิตชีวาคู่นั้น ตอนนี้มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวความหวาดกลัวที่ทำให้ผมตื่นเต้น ความหวาดกลัวที่ทำให้ผมรู้ว่า เธอรู้จักผม เธอต้องเคยอ่านหรือเคยได้ยินเรื่องราวของผมทางวิทยุ หรือไม่ก็โทรทัศน์มาก่อน


                เธอเริ่มส่ายหัวเหมือนกับกำลังปฎิเสธอะไรบางอย่างอยู่หยดน้ำตาร่วงหล่นดั่งฝนที่กำลังตกลงมาในแนวนอน ฝนที่หล่นลงมาจากทางซ้าย และทางขวา ผมที่เปียกชื้นสะบัดไปมาส่วนปลายที่เปียกสะบัดไปโดนผนังห้อง และกรอบประตู มันสะบัดไปล้อมดวงหน้าของเธอด้วยเธอค่อยๆ ถอยหลังกลับ เหมือนกับว่าเธอได้พบที่ที่ปลอดภัยที่เธอสามารถจะหนีไปหลบซ่อนได้


                “คุณ...คุณต้องการอะไร” ในที่สุดเธอก็รวบรวมความกล้าถามผมออกมา


                ผมยักไหล่และคิดถึงบ้านสวยๆ สักหลัง รถดีๆ สักคัน หรือของอื่นๆ ที่ผมอยากได้ สเตอริโอของเธอกำลังเล่นเพลงเพลงเดิมซึ่งตอนนี้มันเป็นเพลงของเรา ใช่... สเตอริโอ ผมคงไม่ปฎิเสธที่จะรับมันเหมือนกัน


                แต่เธอให้ผมไม่ได้สักอย่างผมหวังว่าเธอจะให้ได้ แต่ชีวิตมันไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้นผมตัดสินใจจะไม่บอกเธอตอนนี้ ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง


                “ได้โปรดออกไปจากที่นี่ได้โปรดเถอะ”


                ผมได้ยินประโยคนี้มาหลายครั้งแล้วผมเกือบหาวออกมา แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะผมต้องรักษามารยาท “คุณกำลังจะทำตัวเป็นเจ้าบ้านไร้มารยาทนะ”ผมกล่าวกับเธออย่างสุภาพ


                 “คุณมันบ้าไปแล้ว ฉัน... ฉันจะโทรแจ้งตำรวจ”


                นี่เธอโง่หรืออะไรนะเธอคิดว่าผมจะยืนบื้ออยู่ตรงนี้ รอเธอวิ่งไปต่อสายขอความช่วยเหลือ ผมคงจะนอนเล่นครอสเวิร์ดในหนังสือพิมพ์บนเตียงระหว่างที่รอพวกเขามาจับผมเข้าคุกสินะ ผมเริ่มสายหัวแบบเธอบ้าง “คุณโทรได้เลยถ้ามันจะยังโทรติดอยู่” ผมตัดสายโทรศัพท์แล้ว ตอนที่ผมกินพิซซ่าของผม...พิซซ่าของเธอ


                เธอหันหลังกลับแล้ววิ่งไปทางห้องน้ำ ในขณะที่ผมก็วิ่งตรงไปที่เธอ เธอรวดเร็ว แต่ผมก็ว่องไวผมปามีดในมือออกไป เคล็ดลับของการปานี้อยู่ที่การรักษาสมดุลมันจะพลาดถ้าหากว่าคุณไม่มีความเป็นมืออาชีพมากพอในตอนนั้นเราทั้งสองคนต่างมีความหวัง ใบมีดเฉียดแขนของเธอไปในจังหวะที่เธอวิ่งไปถึงหน้าประตูห้องน้ำมันกระทบกับกำแพงแล้วตกลงบนพื้น เธอประแทกบานประตูแล้วล็อคกลอน แต่ผมไม่ยอมแพ้ ผมเพิ่งจะมาถึงเรื่องราวมันเพิ่งเริ่มต้น


                ผมถอยหลังไปสองสามก้าวถ้าผมจะกลับบ้าน ผมก็สามารถกลับได้ตลอดอยู่แล้ว แค่เก็บของลงกระเป๋า ถอดถุงมือแล้วก็เดินออกไป แต่ผมทำไม่ได้ เพราะผมมีข้อผูกพันกับมีดของผม จิตวิญญาณของผม ผมจึงต้องอยู่ต่อมองในแง่ดี ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ต่อตัวเอง


                เธอเริ่มตะโกนร้องขอความช่วยเหลือแต่จะไม่มีเพื่อนบ้านคนไหนได้ยินเสียงร้องของเธอ ผมรู้ เพราะผมทำการบ้านมาดีบ้านนี้อยู่ห่างจากบ้านหลังอื่นๆ มาก และมีสนามหญ้ากว้าง พวกเราอยู่ในตำแหน่งบนสุดและตอนนี้เพื่อนบ้านของเธอก็ยังไม่มีใครกลับ ทั้งหมด คือ การบ้านที่ผมได้ทำมาถ้าคุณอยากมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จ คุณจำเป็นจะต้องทำการบ้าน แต่นั้นก็ไม่สามารถสร้างความเครียดได้สักเท่าไหร่


                ผมเดินกลับไปที่ห้องนอนเลือกมีดด้ามที่ใหญ่ที่สุดออกมาจากกระเป๋าตอนที่ผมกำลังจะกลับไปที่ห้องน้ำ ก็มีแมวน้อยตัวหนึ่งเดินเข้ามาในห้องเจ้าแมวน้อยตัวนี้ช่างเป็นมิตร ผมก้มลงเอามือลูบลงบนตัวแมวมันคลอเคลียที่มือผมแล้วเริ่มส่งเสียงคราง ผมเลยจับมันขึ้นมา


                ผมอุ้มมันกลับไปที่ห้องน้ำแล้วเรียกเธอออกมา “ถ้าคุณไม่ออกมาผมจะปาดคอแมวของคุณซะ”

                “ได้โปรดอย่าทำอะไรมันนะ”

                “นั่นเป็นทางเลือกของคุณ”


                ตอนนี้ผมกำลังรอรออย่างที่ผู้ชายทุกคนรอ เวลาที่ผู้หญิงอยู่ในห้องน้ำอย่างน้อยเธอก็หยุดส่งเสียงร้องแล้ว ผมเกาลงไปภายใต้ขนปุกปุยนั้น ตรงคอที่ห้อยลงมาของเจ้าแมวที่ตอนนี้ไม่สามารถส่งเสียงร้องได้อีกต่อไป


                “ได้โปรดเถอะคุณต้องการอะไร”


                โอ้แม่เจ้าพระเจ้าในจิตวิญญาณของเธอบอกให้ผมซื่อสัตย์ แต่มันคงจะง่ายขึ้นถ้าผมพูดในสิ่งที่ควร“ก็แค่คุยกัน” ผมโกหก

                “คุณจะฆ่าฉันมั้ย”


                ผมส่ายหัวปฎิเสธหึ... ผู้หญิง “ไม่หรอก”


                กลอนประตูห้องน้ำส่งเสียแหลมชัดเหมือนกำลังจะปลดล๊อค เธอกำลังให้โอกาสกับผม แทนที่จะทนเห็นแมวถูกฆ่า บางทีโอกาสก็เป็นสิ่งที่แพงแสนแพง


                ประตูค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ เธอช่างไร้เดียงสาจนน่าตกใจ จนผมไม่รู้จะพูดอย่างไรเมื่อประตูเปิดออกกว้างพอ ผมโยนเจ้าขนปุยลงบนพื้นเธอทิ้งตัวลงไปดูกองขนปุกปุยนั้นอย่างพยายามหาเหตุผลว่าทำไมหัวของเจ้าแมวจึงหมุนกลับด้าน ทำไมขาทั้งสี่จึงชี้ไปคนละทิศละทางอย่างนั้น ผมแทรกตัวเข้าไประหว่างประตูโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้กรีดร้องแองเจลล่าเองก็ไม่แข็งแรงพอที่จะดันผมให้ออกไปได้ ประตูเปิดอ้าออกในขณะที่เธอเสียการทรงตัวแล้วล้มลงไปในห้องอาบน้ำฝักบัวแล้วผ้าขนหนูก็หลุดออกจากมือของเธอ


                ผมก้าวเข้าไปในห้องน้ำกระจกยังเป็นฝ้ามัวจากไอน้ำในห้องน้ำ ผ้าม่านห้องน้ำลายลูกเป็ดยางกำลังยิ้มหยอกล้อกับผม พวกมันใส่ชุดเครื่องแบบ และหันไปทางเดียวกัน เหมือนกำลังจะพากันว่ายน้ำไปออกรบแองเจลล่าเริ่มต้นกรีดร้องอีกครั้งแต่ก็ทำได้ไม่ดีนัก ผมลากเธอกลับไปที่ห้องนอนผมตีเธอไปสองสามครั้งเพื่อให้เธอยอมทำตามแผนการ เธอพยายามจะขัดขืนแต่ผมมีประสบการในการหยุดหญิงสาวมากว่าที่เธอมีประสบการณ์ในการเอาตัวรอด ดวงตาของเธอเหลือกขึ้นแล้วเธอก็สลบไป


                สเตอริโอยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไปบางทีหลังจากเสร็จเรื่องนี้ผมอาจจะเอามันกลับบ้านไปด้วย ผมจับตัวเธอนอนลงบนเตียง แล้วเดินไปรอบๆห้องนอน ปลดรูปภาพครอบครัวของเธอลงจากผนัง ขอบหน้าต่าง และตามชั้นต่างๆภาพสุดท้ายเป็นภาพของสามีของเธอ และเด็กน้อยสองคน เดาได้เลยว่าพวกเขาถูกดูแลเป็นอย่างดี


                ขั้นตอนต่อไปผมหยิบปืนพกขนาด9 มม.ของผมออกมาวางบนโต๊ะข้างเตียง เพื่อให้หยิบฉวยได้ง่าย มันเป็นปืนดีที่ผมซื้อมาเมื่อสี่ปีที่แล้วตอนที่เริ่มงานนี้ปืนที่ได้จากตลาดมืดจะมีราคาสูงมาก แต่ก็นั่นแหละ ผมขโมยเงินมาจากแม่ที่ไปโทษเด็กข้างบ้านในเรื่องนี้เธอก็เป็นผู้หญิงประหลาดอีกคนที่ไม่ไว้ใจผู้จัดการธนาคาร จนไม่ยอมใช้บริการจากธนาคารปืนนี่ผมแค่เตรียมไว้เผื่อว่าสามีของเธอจะกลับบ้านเร็วหรือไม่ก็อาจจะมีเพื่อนบ้านโผล่เข้ามากลางคัน บางทีอาจจะมีธุระหรือบางทีตอนนี้สามีเธออาจจะกำลังอยู่บนถนนแล้วก็ได้


                ปืนของผมเป็นเหมือนยาวิเศษมันทำให้ทุกอย่างเป็นจริงขึ้นมาได้ ผมปลดโทรศัพท์ลงจากผนัง แล้วดึงสายโทรศัพท์ออกมามัดมือของเธอไว้กับหัวเตียงผมไม่อยากให้เธอขัดขืนมากนัก


                เธอตื่นขึ้นมาพอดีกับที่ผมใช้ชุดชั้นในมัดขาของเธอเสร็จมันทำให้เธอรู้สึกได้ถึงสามสิ่ง คือหนึ่ง ผมยังอยู่ที่นี่ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝันสอง เธอกำลังอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า และสามเธอถูกมัดขึงพืดอยู่บนเตียง ผมเห็นเธอค่อยๆคิดถึงสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาทีละอย่างทีละอย่าง


                ต่อจากนั้นเธอก็ระลึกได้ว่ามีอะไรบ้างที่มันยังไม่เกิดขึ้นอย่างที่สี่ อย่างที่ห้า และอย่างที่หก ผมเห็นจิตนาการของเธอโลดแล่นออกมากล้ามเนื้อบนใบหน้าของเธอกำลังกระตุก เหมือนเธอกำลังครุ่นคิดถึงคำถามที่จะถามผมดวงตาของเธอกลอกไปมา พยายามจะเพ่งมองมาที่ผม ผมเห็นเธอลนลานหาทางออกอยู่ในหัวเผื่อว่าจะมีทางเลือกสักทางที่จะทำให้เธอรอด


                “เห็นนี่ไหม”ผมบังคับให้เธอมองมีดในมือผมอีกครั้ง เธอเบนสายตาไปที่ใบมีด


                เธอพยักหน้าใช่ เธอเห็นมัน และเธอก็ร้องไห้ออกมาด้วย


                ผมกดปลายมีดลงที่แก้มของเธอแล้วบังคับให้เธออ้าปากใบมีดเริ่มบาดลงบนผิวของเธอ นั่นทำให้เธอยอมอ้าปากอย่างรวดเร็ว ผมล้วงลงไปในกระเป๋าแล้วหยิบเอาไข่ใส่เข้าไปในปากของเธอซึ่งเธอยอมให้ความร่วมมืออย่างดีหลังจากนั้นไข่ที่ว่าก็เป็นไข่ดิบธรรมดาไม่ได้มีอะไรพิเศษ ประโยชน์ของไข่ก็คือมีโปรตีนสูงและเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการปิดปากได้อย่างดี “ถ้ามีปัญหาอะไร บอกผมได้เลยนะ”


                เธอไม่ได้พูดอะไรไม่มีปัญหา แน่นอนอยู่แล้ว


                ผมกลับไปเอาผ้าขนหนูของเธอในห้องน้ำมาปิดหน้าของเธอไว้ถอดเสื้อผ้าออกแล้วขึ้นไปบนเตียง ร่างของเธอขยับอย่างรุนแรง โดยไม่ปริปากบ่นเธอแค่ร้องไห้ไปเรื่อยๆ จนไม่สามารถร้องออกมาได้อีก พอจบเรื่องผมก็ลงจากเตียง แล้วจึงพบว่าไข่มันหลุดลงไปในคอหอยของเธอและบางสิ่งบางอย่างที่ผิดพลาดก็เกิดขึ้นในตอนนั้น และนั่นคงเป็นต้นเหตุของเสียงสำลักที่ผมได้ยินอุ๊ปส์


                ผมอาบน้ำแต่งตัว แล้วเก็บเครื่องมือทั้งหมด ตอนที่เดินลงบันไดมา ใบหน้าบนรูปถ่ายที่เรียงรายอยู่ด้านบนบันไดนั้นมองลงมาที่ผมผมยังหวังอยู่ว่าพวกเขาจะพูดอะไรออกมาบ้างหรือย่างน้อยที่สุดก็น่าจะก่นด่าสิ่งที่ผมได้ก่อขึ้นที่นี่ในตอนที่ผมจากพวกเขาออกมาด้านนอก ผมก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก


                ความรู้สึกผ่อนคลายอันแสนสั้นมีอายุอยู่ได้เพียงไม่กี่วินาทีก็จากไป ผมเริ่มรู้สึกแย่ ผมหลุบตามองปลายเท้าทั้งสองขณะที่ก้าวย่างใช่แล้ว รู้สึกไม่ดี รู้สึกหม่นเศร้าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปอย่างที่มันควรเป็น และจบลงที่ผมได้คร่าชีวิตของใครบางคนไปผมหยุดอยู่ที่สนามหญ้า แล้วเด็ดกุหลาบออกมาจากต้นของมัน ผมยกมันขึ้นมาจรดตรงจมูกแล้วสูดกลิ่นจากกลีบของมัน แต่มันก็ไม่สามารถทำให้ผมยิ้มได้ หนามของมันตำนิ้วผมผมอมแผลที่ถูกตำไว้ รสชาดของเลือดเริ่มเข้ามาแทนที่ของรสชาดของแองเจลล่า


                ผมเสียบดอกไม้ไว้ในกระเป๋าแล้วเดินไปที่รถของเธอ พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงแต่ยังคงส่องแสงเข้าสู่ดวงตาของผม ในวันที่อากาศหนาวแบบนี้ความร้อนที่ผมรู้สึกได้คงไม่ได้มาจากพระอาทิตย์ แต่มันคงจะมาจากข้างในตัวผมเองผมอยากจะยิ้ม อยากจะมีความสุขกับช่วงวันที่เหลือ แต่ผมทำไม่ได้


                เจ้าขนปุยที่น่าสงสาร


                เจ้าแมวน้อยที่น่าสงสาร

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in