Unplanned 5-day-trip ซักที่แถวๆภาคเหนือของไทยแลนด์9livesncatseyes
เรื่องต่อจาก Day 2 และหลังจากนั้น
  •      เอาจริงๆทุกคนจะได้อ่านกันแบบยาวๆในโพสต์ที่แล้ว แบบอิ่มหนำสำราญ ไม่ต้องคลิกนู่นนี่อยู่ แต่คือ.
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    กูลืมกด เซฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ฟัก ทอง -.-
    เห้อม เป็นอะไรที่เซ็งมาก คือใช้เวลาสามชั่วโมงในการนั่งพิมพ์ พิมพ์ แต่พอกด publish ก็เห็นว่าเนื้อหาด้านล่างทั้งหมดแม่งหายไป เห่อ สาบานจะไม่สะเพร่าอีกแล้ว เป็นบทเรียนที่จะทำให้สตรีเด็กอย่างเรากลายเป็นสตรีผู้ใหญ่ที่มีความละเอียดอ่อน? ว่าแล้วก็มาต่อกัน เออกูลืมไปแล้วว่าถึงไหน ขอว๊าบไปอ่าน
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    เค หลังจากวัดพระธาตุดอยกองมูทำให้อิชั้นประทับใจ ที่ต่อไปคือดีกว่ามาก ชอบมาก ยกให้เป็น No.1 ของทริปนี้เลย ซึ่งมันก็คือ สุดเขตประเทศไทย "หมู่บ้านรักไทย"!!! ภูมิใจเสนอมาก คือต้องมาลองง จริง!
    ด้วยความที่ชอบมาก ก็มีข้อมูลมาเพิ่มเติมให้นาจา
    บ้านรักไทย ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานอดีต ทหารจีนคณะชาติ (กองพล 93) “ก๊กมินตั๊ง” บ้านรักไทยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล กว่า 1,776 เมตร ทำให้พื้นที่ เหมาะสมอย่างยิ่งกับการปลูกชาพันธุ์ดี และพืชเมืองหนาว ทิวทัศน์ของ หมู่บ้านโอบล้อมไปด้วยทิวเขา แมกไม้ที่ อุดมสมบูรณ์ บ้านรักไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องของชาและขาหมู่หมั่นโถว นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวที่แห่งนี้เพื่อดื่มด่ำกับการชิมชา และ ทานขาหมูหมั่นโถว บ้างก็หลีกหนี ความวุ่นวายมาหาความเงียบสบาย ของบ้านรักไทยแห่งนี้ บ้านรักไทยยังมีกิจกรรมหลายอย่างไว้ให้นักท่องเที่ยว ได้สนุกสนาน เช่น การเดินป่าศึกษาเส้นทางโดยมัคคุเทศน์น้อย พาเข้าไปชม "คุกดิน" และการขี่ม้าพาข้ามแดนไป ฝั่งพม่า ที่บ้านรักไทยยังมีเกสถ์เฮาส์ริมน้ำ (บ้านดิน) ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องกับสัมผัสกับ ธรรมชาติแบบใกล้ ชิดอีกด้วย
    ข้อมูลเหล่านี้  อ้างอิงมาจาก www.paiduaykan.com อยากดูภาพเพิ่มเติม เชิญเลย กูถ่ายมาน้อย 5555
         คืออยู่ที่นี่แม่งอารมณ์มันได้มาก เหมือนไม่ได้อยู่ในประเทศไทย เหมือนมึงเปิดประตูวิเศษโดราเอม่อนแล้วหลุดมาแถวๆจีน เวียดนาม คือไม่ใช่เฉพาะบรรยากาศ ทิวทัศน์ คนแม่งก็แบบ แม่ค้าพูดจีนกัน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่คนไทย แต่ภาพที่ถ่ายมามันสวยจริงๆ แต่มันเบลอเมื่อย่อไฟล์ เห่ออออ แต่ก็ช่างเถอะ เออลืมโม้ มันมีกำแพงคล้ายๆกับกำแพงเมืองจีนด้วยแหละ เดินดูรอบๆมันก็มีร้านค้ามากมาย ขายชงขายชา ของฝากบลาๆ แต่เราคิดว่าที่นี่วิเศษเลิศเลอมากที่จะกินข้าวเย็นกัน ว่าอย่างนั้นก็รีบตรงเข้าไปที่ร้านที่ใหญ่ที่สุดในซอย คือตัดสินจากความสวยงาม อลังของร้าน ชื่อว่า "ลีไวน์รักไทย" 
    ซึ่งอ่านรอบแรกก็ไม่เข้าใจ รอบที่สองก็เหมือนเดิม แต่เอาเถอ เข้าร้านกันเล้ยย ปล.ถ่านไม่ติดคำว่า ลี 55
         ภายในร้าน แน่นอนว่าตกแต่งได้จี๊นนนจีน เหมือนอยู่ในพวกหนังจีนที่เห็นๆกันตามทีวี โต๊ะก็เป็นแบบโต๊ะจีน มีที่หมุนๆตรงกลาง พนักงานก็แต่งตัวแบบคล้ายๆกี่เพ้า เขียนงี้ปะวะ 5555 แล้วทำผมแบบขี้หมาสองก้อนบนหัวอะ 5555

    และถึงเวลาสำคัญค่ะ คือ อาหารรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร ก็สัั่งอาหารมาไม่ค่อยเยอะ คือตอนนั้นไม่ค่อยหิวกัน ก็เอาอาหารแนะนำของร้าน แบบมาต้องห้ามพลาด ซึ่งมันก็มีดังเน้...
    จานแรกนะเค่อะ ทุกคนเห็นแล้วก็น่าจะคิดว่านี่คือหมูทอดหน้าโง่ที่กินกับข้าวเหนียวแน่ๆ แต่ผิดค่ะ !! นี่ไม่ใช่หมู หรือเนื้อ หรือปลา หรือไก่ อะไรทั้งสิ้น แต่มันคือ .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    เห็ดทอดดดดดด -..- รสชาติ สั้นๆคือ เค็มๆมันๆ เพลินดี
    จานที่สอง คือพระเอกของที่นี่ คือมึงต้องสั่งหมั่นโถจ้าา คือเขาจะนับตามจำนวนคนเลย คนละก้อน ร้อนๆจิ้มกับนมข้มหวาน หรือจะกินเปล่าๆก็ได้นะ อันนี้คือฟินและแน่นมาก เหมือนกินข้าว 1 จานเลย
    จานที่สาม อีนี่รสชาติแบบผัดผักบุ้งไฟแดงเป๊ะเลย เพียงแต่ไม่ใส่พริก และก็มันๆเค็มๆกว่าสไตล์จีนๆ แต่ผักที่เห็นเนี่ยมันเรียกว่า "ผักซาโยเต้" ซึ่งไม่รู้จัก แต่อร่อยดี ไม่ต่างอะไรมากจากผักบุ้ง กรอบๆ ชอบมาก
    และจานสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด มันธรรมด๊าธรรมดา คือ เต้าหู้ทอด แต่มันพิเศษตรงที่ภายนอกมันดูพองๆแน่นๆ แต่ข้างในกลวง 55555555 ไม่รู้เขาหลอกเรารึปาว แต่มันเป็นความกลวงที่อร่อยมาก จิ้มกับน้ำจิ้มบ๊วยที่มันค่อนข้างจะรสชาติอ่อนกว่าทั่วไป แต่รวมๆ มือนี้ฟิน อาหารก็ดีนะ แต่มานั่งกินลมชมบรรยากาศมากกว่า นั่งติดระเบียงน้ำ อ่าห์ลมพัด ตอนนั้น 19 องศา ก็ยังชิว

         และคือทุกครั้งตอนคิดเงินเขาจะมีชาร้อนของที่นั่นให้ด้วยนะ เป็นชาที่อร่อยมากก หอมมมากกกกกกกกก คือดี แล้วคือมันเจ๋ง เห็นฝาข้างบนนั่นมั้ย คือเราต้องยกฝาขึ้น คือน้ำชามันอยุ่ในนั้น แล้วมันจะไหลลงไปในแก้วข้างล่าง เข้าใจใช่มะ555 แล้วอีฝาที่ร้อนๆ มีไอขึ้นให้เอามาอังตา เขาบอกจะทำให้ตาสว่าง ซึ่งกุทำแล้วก็ไม่ได้เห็นผลทันที ถถถถ หรือทำผิดวิธีวะ ส่วนอีกอย่างคือเอามาดม อันนี้ดีจริง จมูกโล่งงง สดชื่น อ่าห์ fresh
    เอออ ลืมบอกไป หน้าร้านเขามีให้ถ่ายรูปด้วย เป็นตู้ไปรษณีย์กับชิงช้า แต่คิวยาวววมาก และก็มีร้านชาที่เรากินด้วยนะ น่ารักเชียว ชอบอีลูกแดงๆนี่อ่ะ
         อ่ะ พอกินเสร็จก็ทุกคนเขาจะกลับกันและ เพราะตอนนี้มันก็เย็นแล้ว ที่พักก็อยุ่บนดอย แน่นอนว่าน่าจะหนาวอ่ะ ที่พักห่างจากที่นี่ไม่เยอะ แต่ก็โค้งแม่ง -..- แล้วมีเหตุการณ์ที่ทำให้น่าตกใจคือ ขับรถอยุ่อยุ่ดีๆ ตอนนั้นมันมืดแล้ว แต่ไฟก็เปิดสว่างจ้า มีเด็กม้งอายุประมาณ 5 ขวบ วิ่งมาจากไหนไม่รุ้มาจะชนรถ ระวังหน่อยค่ะลู๊กกกก 
    โอเค สมมุติว่ามาถึงที่พักแล้วละกัน
         เรามาพักกันที่โฮมสเตย์ที่นึง ที่นี่แอบเห็นว่ามีกิจกรรมให้ทำเยอะแยะ กูต้องทำครบทุกอย่าง! ไม่ว่าจะเป็น
    -เก็บองุ่น
    -ขี่รถ ATV 
    คืออยากมากกกก เขามีชุดม้งให้ใส่ฟรีด้วยนะ จะให้ตังก็ได้ตามความประสงค์ คือกูจะใส่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่
    ฝันก็สลาย
    .
    .


    .

    .
    .
    .
    เพราะเขาบอกพรุ่งนี้จะออกตั้งแต่แปดโมงเช้า คือเซ็ง อะไร นี่มาเที่ยวชมอากาศ หรือนั่งแหงกในรถ ? กูไม่ยอมแน่ๆ เลยตั้งใจว่าจะตื่นตีห้ามาเตรียมตัว แล้วกูจะใส่ชุดม้งเข้าไร่องุ่น!!! ATV อดอยู่แล้วเพราะมันเช้าเกิน เห่อ เสียใจมาก อยากขับมานานแล้ว อยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่เอื้อมไม่ถึง ดราม่า -..- คิดอย่างนั้นก็รีบเข้าห้องคุมโปง ทำตัวเองให้หลับๆเลยค่ะ!
         ตื่นมาจัดการแต่งตัวเสร็จตอนประมาณหกโมง ตอนนั้นสั่นมาก หนาวสัส 16 องศาตอนเช้า กุใส่เสื้อไหมพรมที่ให้ความสวยงาม แต่ดูเหมือนว่าจะช่วยกันหนาวได้แค่นิดนึง โชคร้ายที่ฟ้าก็ยังไม่สว่างซักที นั่งรอเวลา สว่างเร็วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่ก็ไม่สว่าง จนเจ็ดโมงก็ไปกินข้าวต้มที่ทางโฮมสเตย์จัดให้ เซ็ง แผนที่มโนไว้แม่งล่ม ไม่สนุกเลยยย ไม่ไ่ด้ดั่งใจจจ แต่แล้วเสียงแว่วจากสวรรค์ที่ฟังก็ดังขึ้นมาว่า "เข้าไร่องุ่นได้นะคะ ประตูไม่ได้ล็อก จะใส่ชุดม้งถ่ายรูปได้นะ เดี๋ยวใส่ให้" กูไม่รีรอ รีบพุ่งไปทันที พรวดดดดดดดดดดดดดด จัดการแต่งองค์ทรงเครื่องเป็นม้งสาวสวย ชุดสีม่วงๆ ที่แม่งเดินแล้วมีเสียงจากเหรียญกระทบกันดังกุ๊งกิ๊งๆๆๆ ตลอดเวลาที่ก้าวเท้า บนหัวก็มีเครื่องประดับที่แม่งคล้ายๆหมวกแต่กุจะเรียกว่ามงกุฎ 555555555 แต่งเสร็จก็เดินกุ๊งกิ๊งๆๆๆเข้าไร่ไป ชมองุ่นที่มีทั้งแบบ newborn แล้วก็แบบ adult พร้อมแดก และก็แบบ elder คือใกล้ตาย 5555555555 เก็บได้นะ แต่ขี้เกียจ เออเขามีกฏด้วยนะจ้ะ ตามนี้เลย 5555 ถ่ายรูปยาวๆไป ตอนนั้นรู้สึกเหมือนมาสคอตม้งในดิสนีย์แลนด์ ยืนทำตัวน่ารักๆให้คนอื่นมาขอถ่ายรูป กูน่ารักมากใช่มั้ย 5555


    อันนี้คือป้ายกฏที่เลือนลางมาก แต่ใจความมันก็คือ ห้ามจับลูกองุ่นโดยตรงด้วยมืออ เพราะจะทำให้เจ้าองุ่นน้อยติดเชื้อนาจาาา
    ปล.ขอบ่นเรื่องภาพเบลอ แม่งงงรมเสียยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย 2MB ม่ายยยยยย
    ***แถมภาพดอกไม้ที่ถ่ายตอนเช้าจ้า
         มาต่อด้วยเรื่องสวยๆงามๆ ประทินโฉมกันบ้าง คือทางลงเราจะผ่าน"ภูโคลน" กันนน แวะจ้าาา
    • ภูโคลน ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกโดยกลุ่มนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาชาวฝรั่งเศส และชาวไทย ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประเทศไทย 
    • การค้นพบนั้นเริ่มต้นจากการได้พบสายน้ำร้อนผุดขึ้นมากลางทุ่งนา และได้ไหลไปผสมรวมกับลำธารเล็กๆ ขณะเดียวกันเป็นที่รู้จักกันว่าหากมีคนเจ็บป่วยไม่สบายก็มักไปแช่น้ำอุ่นดังกล่าวทำให้อาการปวดเมื่อยนั้นหายไป 
    • ในปี พ.ศ. 2539 ได้มีการศึกษาค้นคว้าและเก็บตัวอย่างน้ำแร่และโคลนธรรมชาติ ไปตรวจสอบ แร่ธาตุที่ห้องทดลองของสถาบันวิจัย THERMALIUM LUXEUIL LABORATORIEในประเทศฝรั่งเศส ใช้ระยะเวลาศึกษาและวิจัยอย่างละเอียดนานถึง 4 ปี ในปี 
    • พ.ศ. 2542 มีการแจ้งผลการวิจัยระบุว่าตะกอนโคลนที่ปนเปื้อน มากับน้ำแร่ร้อนนั้น เป็นโคลนบำบัดผิวที่มีคุณประโยชน์อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อผิวหนังและระบบไหลเวียนโลหิตของมนุษย์ มีแร่ธาตุหลากหลายชนิดเทียบเท่ากับโคลนจากต่างประเทศเช่น
    •     โคลนจากทะเลสาบเดดซี
    •     โคลนลาวาภูเขาไฟ ในประเทศโรมาเนีย ซึ่งสามารถค้นพบได้เพียงไม่กี่แห่งในโลก
    อ้างอิงจาก www.phuklon.co.th  ใช่จาา มีสามแห่งบนโลก เยย ไทยเป็นหนึ่งในนั้นน คือมีผลิตภัณฑ์หลายอย่างมาก แล้วก็มีคอร์สแบบรวบรัดสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย พูดถึงของที่ซื้อก็จะเป็นสบู่ภูโคลนนี่แหละ กลิ่นน้ำผึ้ง แต่มาตื่นเต้นกันที่คอร์สมาร์สหน้าดีกว่า ก็เลือกคอร์ส 120 บาท คือมาร์กหน้าแล้วลงไปแช่เท้าในน้ำแร่ร้อนๆได้จนกว่ามาร์สจะแห้งแล้วล้างออก ตอนล้างเสร็จได้เขาก็จะฉีดน้ำแร่ ใหใช้เจลน้ำแร่ซึ่งเป็นสินค้าตัวดังที่นั่นด้วย แล้วมีครีมกันแดดที่นั่น ใครจะทาก็ได้ เอาเป็นว่าออกมาหน้าใสขึ้นนาา มีชาวต่างชาติมาแบบ พอกทั้งตัวดำปี๋ ฮามาก 5555555555555

                                                             สบู่อันนี้ราคา  180 บาทนาจา

                                                                   นี่คือบ่อโคลน บุ๋งๆๆๆ
                                               นี่คือบ่อน้ำแร่ร้อนๆที่ให้แช่เท้า บรรยากาศดีมาก
                                เอ่อ เขามีตลาดเล็กๆขายของแบบนี้ด้วยนะ สอยที่ผูกผมมา 2 อัน5555
    แล้วเราก็เดินทางกันต่อ จุดหมายต่อไปคือ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ถผ.1 หรือสั้นๆคือ "ถ้ำปลา"
    อยากรู้ ถ้ำปลาคืออะไร ? ถ้ำที่มีปลาเหรอ ? ติมตามต่อโพสต์ต่อไปค่ะ กวนตีน 555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
                                     ขอบคุณที่ตามอ่านมาถึงตรงนี้นะค่ะ คอมเมนต์ได้ตามอัธยาศัยเค่อะ



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in