เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ก่อนจะเป็นผู้ใหญ่เสียก่อนa little student
ก้าวต่อไป เก็บไว้เพียงความทรงจำ
  •                ความรู้สึกในวัยเด็กที่เราจำได้ มีทั้งเรื่องดีที่น่าจดจำ เรื่องแย่ๆ ที่บางครั้งเราก็เป็นคนทำด้วยตัวเราเอง อย่างเช่น การทะเลาะกับน้องสาวเพราะเรื่องเล็กๆ จนสุดท้ายก็โดนคุณพ่อดุ หลังจากนั้นเราก็ไม่ค่อยทะเลาะกันแล้ว ซึ่งนั่นก็ถือเป็นบทเรียนแรกๆ ที่เกิดขึ้นและให้ข้อคิดกับตัวเรา การเรียนในวัยอนุบาล ประถม จนกระทั่งมัธยม แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็ช่วยทำให้ชีวิตของเรามีสีสันและน่าจดจำ บางทีว่างๆ ก็นึกถึง อมยิ้มคนเดียวก็มี
                   
                  ในชีวิตคนเราก็มักจะต้องเจอการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายโรงเรียน เจอเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ วิธีใช้ชีวิตแบบใหม่ สถานที่แปลกตา อะไรที่มันมักจะแตกต่างจากเดิม บางครั้งเราก็ยอมรับการเปลี่ยนแปลงถ้ามันทำให้เรามีความสุข หรือทำให้เราก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น แต่ในทางกลับกัน เราก็มักจะรั้งบางสิ่งไว้ไม่ให้มันจากไปไหน ซึ่งตามความเป็นจริงก็คงเป็นไปได้ยาก เพราะทุกอย่างมักมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่เราทำได้มีเพียงแค่ยิ้มรับการเปลี่ยนแปลง เก็บความทรงจำตรงนั้นไว้ แล้วก้าวต่อไป
                    
                   เชื่อว่าความทรงจำวัยมัธยมของทุกๆ คนมักจะมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่เสมอ ย้อนไปในวัยที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยม โรงเรียนถือเป็นสิ่งที่หล่อหลอมความคิด พฤติกรรม รวมไปถึงนิสัยของเรา เป็นสังคมที่สำคัญรองจากครอบครัว เราเรียนไม่ค่อยเก่ง เป็นเด็กเรียนกลางๆ มีอิจฉาเพื่อนที่ได้คะแนนดีกว่าบ้าง สงสารเพื่อนที่ได้คะแนนน้อยกว่าบ้าง ตามประสาเด็กคนหนึ่ง เมื่ออยู่มัธยมปลาย มีการคละห้องใหม่ ในช่วงนั้น จำได้ว่าไม่มีใครยอมรับการคละห้องของโรงเรียนแบบนั้นเลย ทุกคนทำเรื่องขอย้ายห้องไปอยู่กับเพื่อนของตัวเอง แต่ทางโรงเรียนก็ไม่ยอม เราจึงต้องยอมอยู่กับเพื่อนๆ สมาชิิกในห้อง ก็เริ่มมีการพูดคุยกันถึงเรื่องต่างๆ ความชอบ นักร้อง ซีรี่ส์ ดนตรี และอื่นๆ อีกมากมาย พวกเราได้ทำงานกีฬาสีด้วยกัน ไม่ว่าจะวางแผน จัดการงาน ขนฉาก คุมน้อง แทบทุกคนยอมเสียสละ ตื่นเช้ากลับดึกเพื่อทำให้มันออกมาดี จนเราได้รับรางวัล พวกเราภูมิใจมาก และดีใจที่ได้ทำงานด้วยกัน เรามีการนัดไปเที่ยวกันบ้าง และทำกิจกรรมห้องอยู่บ่อยๆ ครั้ง
                   
                    จนวันเวลาผ่านไป เราก็ค้นพบว่า เพื่อนๆ ตรงนี้นี่แหละ เป็นเพื่อนๆ ที่เรารักและไม่อยากจากไปไหนอีก ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปในวันแรก เราก็คงไม่เลือกที่จะทำเรื่องย้ายห้องอยู่ดี  แต่แล้วก็ต้องพบกับเรื่องเศร้า เมื่อพวกเราทั้งหมดเดินทางมาถึงวันที่ต้องแยกกัน วันที่พวกเราต้องเลือกทางเดินที่ต้องไปต่อของตนเอง ในตอนแรก พวกเราอยากที่จะอยู่ด้วยกันต่อไปเรื่อยๆ กลัวการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยบ้าง ตัดพ้อบ้าง ขอให้สอบติดที่เดียวกันบ้าง ต่างๆ นานา 
                    
                    ในทางกลับกัน การที่เราแยกย้ายนั้น ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่เจอกันอีกแล้วนี่นา เราก็แค่แยกย้ายไปเพื่อเจอสังคมใหม่ๆ คนใหม่ๆ แต่พวกเราทุกคนก็ยังจำเรื่องราวที่เราผ่านมาด้วยกันได้ไม่ลืม ถ้าคิดถึงก็แค่นัดเจอกัน พูดคุยกินข้าว สังสรรค์ ก็ยังหาเวลามาเจอกันได้อยู่ดี ซึี่งทำให้เราได้ข้อคิดเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งข้อว่า สิ่งที่ผ่านเข้ามาสร้างความทรงจำให้เรา เราเป็นผู้เก็บรักษามันเอาไว้เอง เราควรที่จะยิ้มให้มันพร้อมกับเดินหน้าต่อ และถึงเราจะก้าวต่อไปโดยที่ไม่มีสิ่งเดิมๆแล้ว ก็ใช่ว่าความทรงจำจะหายไป แต่มันอยู่ในใจแล้วต่างหาก 
                    
                     จริงๆ การเริ่มต้นใหม่นั้น มันก็อาจจะไม่ได้มีแต่เรื่องแย่อะไร บางทีเราอาจจะยึดติดกับความเคยชินและสิ่งเดิมๆ มากเกินไปก็เป็นได้ ลองเปิดใจให้กว้างและยอมรับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเข้ามา แล้วการใช้ชีวิตของเราก็คงจะง่ายและมีความสุขมากขึ้น :)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in