otherssean and his nightmares
(Ulrich Nielsen x Jonas Kahnwald) [2/?] ; Obsession
  • Title : Goodbye | เด็กชายผู้เสพติดการมีคุณ

    Author : Sean

    Pairing : Ulrich Nielsen x Jonas Kahnwald

    Rating : Rate 15+

    Fandom #DarkNetflix

     

    ไม่เชิงว่าต่อจากเรื่องก่อนหน้า แต่ถ้าอยากให้ต่อก็..ต่อก็ได้จ้า ๕๕๕๕๕๕๕๕+

    แต่จะต่อยังไงก็ตามไปอ่านกันเองเนาะ

    Chapter นี้อาจจะมีต่ออีกประมาณ....ตอน (ไม่ขอบอกเพราะที่เหลือดองอยู่ ยังไม่เสร็จ orz) แต่จะพยัมเขียนให้เสร็จแน่นอนนะ

    ข่อมคุณที่เข้ามาอ่าน ถ้าจะกรุณาน้องจริงๆ โปรดคอมเมนท์ทิ้งไว้ที่แท็ก #seanfic ได้เรยค่ะ *ไหว้ย่อ*

     

    enjoy!

     





    ///






    ท้องฟ้าสีครึ้มเป็นปกติของเมืองวินเดน ..

    .. ช่างขัดกันเหลือเกินกับนัยน์ตาสีฟ้าที่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

     


    หยาดฝนโปรยปราย

    เด็กชายในเสื้อไหมพรม

    และจิตใจของเขาที่ลอยเคว้งบนอากาศ

     


    หวังเพียงแค่สักวันหนึ่งตัวเองจะเป็นเหมือนผีเสื้อที่โบยบินท่ามกลางสายฝนโหมกระหน่ำ, เพียงแค่อิสรภาพ เพียงแค่นั้น...

     

     

     

    นาฬิกาที่แขวนบนขอบกระดานไวท์บอร์ดบ่งบอกเวลาว่าตอนนี้บ่ายสองแล้ว

    โยนาสฟุบใบหน้าของตัวเองลงบนโต๊ะ ทุกอย่างดูเชื่องช้าไปหมด แม้กระทั่งเข็มของนาฬิกา

     


    .. บางทีเด็กชายก็สงสัย ..

     

    ทำไมทุกอย่างในชีวิตของเขาถึงดูย้อนแยงไปเสียหมด


    กับช่วงเวลาที่อยากเก็บเอาไว้ให้นาน ใยจึงหมุนวนเปลี่ยนผันจนแทบไม่มีแม้แต่เวลาให้ทำใจ

    กลับกัน .. ช่างเวลาที่อยากเร่งรีบให้ผันผ่าน กลับเชื่องช้าเหมือนมีมือของพระเจ้ามาหยุดรั้งเข็มนาฬิกานั้นเอาไว้

     

     

     

              .. เสียงของอาจารย์ที่อยู่หน้าห้องแทบไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับโยนาส ..

     

    เปลือกตาที่ข่มแน่นค่อยๆเปิดมองหยาดฝนเม็ดเล็กที่เลื่อนหลุดลงมาจากขอบของหน้าต่าง รินไหลลงมาเรื่อยๆ โดยหยาดฝนเม็ดที่เล็กกว่าเป็นตัวส่งผ่าน .. เด็กชายใช้ปลายนิ้ววาดทิศทางตามหยาดฝนเหล่านั้น

     

    หวนนึกถึงช่วงเวลาหนึ่ง .. ที่เคยได้วาดหยาดเหงื่อบนแผ่นอกของใครบางคน

     

     

     

    โทรศัพท์มือถือเครื่องบางที่ถูกทิ้งไว้อยู่ใต้โต๊ะ มันสั่นเตือนหนึ่งครั้งและค่อยๆสว่างขึ้นเพื่อแสดงถึงการมีอยู่ เรียกร้องความสนใจจากเด็กหนุ่มได้เป็นอย่างดี .. โยนาสหยิบมันออกมาจากใต้โต๊ะ ..


    เป็นแจ้งเตือนข้อความใหม่ที่เด่นหราบนหน้าจอ เขาเปิดมันอ่านแทบจะทันที, ข้อความหนึ่งจากเบอร์โทรศัพท์มือถือที่มีวงเล็บว่า ส่วนตัว ลงท้าย

     

     

     

    โยนาสเปิดอ่านข้อความนั้น และเก็บมันไว้ในกระเป๋ากางเกง

    เขาหันไปมองบาร์โทสซ์ เพื่อนสนิทของตัวเองที่นั่งอยู่ข้างๆ

     

     

     

    ขอโทษนะสำหรับนัดวันนี้ แต่ไปไม่ได้แล้วว่ะ

     

    ทำไมวะ

     

    มีนัดแล้ว

     

     

     

    โยนาสส่งยิ้มให้กับบาร์โทสซ์แทนคำขอโทษที่เพิ่งเอ่ยไป, แต่รอยยิ้มนั้นยังคงติดอยู่บนใบหน้าของเด็กชายไปจนกระทั่งเขาฟุบหน้าลงกับโต๊ะอีกครั้ง

     

     

     

    อย่างน้อยท่ามกลางสายฝนยังมีคุณอยู่ตรงนั้น

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    I

     

     

     

     

    โยนาสรอเวลาจนกระทั่งถึงช่วงเย็นของวัน..

     

     

     

    ฝนหยุดตกแล้ว .. เหลือเพียงแค่เศษของใบไม้ที่ถูกลมพัดปลิวมาตกอยู่บนทางเดิน เด็กชายเหยียบผ่านมันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาเลือกจูงจักรยานแทนที่จะขึ้นปั่น ..

     

    บนเส้นทางระหว่างกลับบ้านเขานัดเจอกับใครบางคน

     

     

     

    ห้าโมงเย็น .. โยนาสก้มมองนาฬิกาที่อยู่บนข้อมือของตัวเอง รอยยิ้มเล็กผุดขึ้นบนใบหน้าเป็นรอบที่สามของวัน นึกคำนวณเวลาในใจของตัวเอง ..

     

    ตอนนี้คุณเขาคงเพิ่งเลิกงาน อีกสักพักก็คงถึงจุดนัดพบระหว่างเราสองคน


    นึกถึงรอยยิ้มของเขาเมื่อได้พบ นึกถึงร่างกายของเราเมื่อได้แนบชิด นึกถึงลมหายใจอุ่นของเขาที่เป่ารดบนใบหน้า นึกถึงช่วงเวลาที่เราได้ใช้ร่วมกัน แม้จะในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่มันก็คุ้มค่าเกินกว่าจะเอาอะไรมาแลก

     

     

    นอกเสียจากเรือนร่างของโยนาสเอง

              เด็กชายผู้เสพติดการมีคุณ..

     

     

     

              โยนาสขึ้นนั่งบนจักรยานคันเก่ง .. เขาออกแรงถีบและมุ่งหน้าไปยังถนนระหว่างทางกลับบ้าน หยาดฝนที่คุ้มดีคุ้มร้ายเริ่มรินไหลลงมาจากฟากฟ้าอีกครั้ง รินรดบนใบหน้าของเด็กชาย

     

    ริมฝีปากเล็กเผยอออกกว้างและรองรับน้ำฝน สูดลมหายใจลิ้มกลิ่นไอของพื้นดินเมื่อชุ่มน้ำ ก่อนที่จะดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมศีรษะ

     

     

    .. คิดถึงสีหน้าของคุณเขา .. คงไม่ชอบใจแน่ๆ ถ้าโยนาสทำให้ตัวเองเปียกปอนไปกับน้ำฝนแบบนี้

     

     

     



              อีกฟากหนึ่งของมุมถนน รถคันสีเงินที่คุ้นเคยจอดนิ่งสนิทบนไหล่ทาง เด็กชายเบี่ยงตัวลงจักรยานเริ่มเข็นแทนที่จะรีบปั่นเข้าไปหา ..

     

    โยนาสลอบยิ้มเล็กน้อย คาดเดาในหัวใจว่าอีกคนจะทำหน้าอย่างไร เมื่อตัวเองแอบทดสอบใจของคนรอบ้าง บางทีเขาอาจจะไม่โกรธ .. ถ้าหากเห็นรอยยิ้มของโยนาสที่มอบให้

     

     

     

    เจ้าเด็กปล่อยจักรยานให้ล้มลงนอนบนพื้นหญ้าข้างทาง เคาะกระจกอยู่สองสามที และส่งยิ้มเป็นสัญญาณของการมาถึง


    มองจากตรงนี้คงเห็นใบหน้าของเขาไม่ชัดสักเท่าไหร่

     

     

     

    เด็กชายเปิดประตูเข้าไปทันทีที่ได้ยินเสียงของประตูถูกปลดล็อค

     

    รอนานไหมครับอูลริค เป็นโยนาสที่เริ่มเอ่ยทักก่อน .. เขาถอดเสื้อฮู้ดของตัวเองออก แล้วโยนไปแถวๆเบาะหลัง ใช้ฝ่ามือยีผมที่เปียกชื้นน้ำฝน แม้จะรู้ว่านั่นไม่ช่วยให้ดีขึ้นเลยก็ตาม

     


    ไม่นาน.. ฉันก็เพิ่งมาถึง” อูลริคเอื้อมมือไปเปิดแผงคอนโซลฝั่งข้างคนขับ หยิบผ้าขนหนูที่เตรียมไว้ออกมา


    ม้วนผ้าถูกคลี่ออกพร้อมๆกับกลิ่นหอมที่ติดอยู่บนเนื้อผ้า .. เขาวางมันไว้บนฝ่ามือของตัวเอง ไม่ต้องพูดอะไร เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆก็ยื่นหัวเข้ามาใกล้ เป็นที่รู้กัน

     


    ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองเปียกขนาดนี้” น้ำเสียงของอูลริคดูดุเล็กน้อย แต่โยนาสไม่โกรธ .. มองเจ้าของมือทั้งสองข้างที่ยังคงเช็ดผมที่เปียกปอนไปด้วยน้ำฝนของตน

     


    อยากเห็นคุณเป็นห่วง” เด็กชายอมยิ้ม .. แน่นอน ตอนนี้เขาได้คำตอบตรงตามที่คาดเดาเอาไว้ตั้งแต่แรก


    โยนาสจับข้อมือของคนตรงหน้าเอาไว้ ดึงผ้าขนหนูที่อยู่ในมือออก เขาหลับตาและจุมพิตอุ้งมือนั้น .. ฝ่ามือของอูลริคยังคงให้ความอบอุ่นได้ดีเช่นเคย เด็กชายแนบฝ่ามือของเขาทิ้งไว้ข้างแก้มของตัวเอง

     


    ไม่ต้องทำอะไรฉันก็เป็นห่วงเธอจะแย่อยู่แล้ว...” เขาตอบยิ้มๆ มือข้างที่ว่างเอื้อมแนบแก้มอีกข้าง จรดหน้าผากของตนเข้ากับหน้าผากที่เล็กกว่าของอีกฝ่าย

     


    อยากเห็นคุณยิ้มบ่อยๆ” เด็กชายตอบ ขยับศีรษะออกเพื่อมองสีหน้าของคนตรงหน้า

     


    เขายิ้มอีกครั้งตามที่โยนาสร้องขอ .. ปลายนิ้วโป้งลูบแก้มของเด็กชายไปมา ขอโทษนะที่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาให้เธอ .. ตามหามิเกลยังไม่เจอเลย”

     

     

    โยนาสเก็บก้อนสะอึกไว้ในอก

    มองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาคู่นั้น แท้จริงแล้วกลับเต็มไปด้วยความปวดร้าว

     

    จะพูดออกไปได้อย่างไร..

    เมื่อความจริงที่ค้นพบ กลับเต็มไปด้วยความฉิบหายที่ซ่อนอยู่

     

    โยนาสจะพูดมันออกไปได้อย่างไร .. กับคนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างอูลริค ..

     

     

    .. หากความจริงมันเจ็บปวดนัก ใยต้องดึงหัวใจเพียงดวงเดียวเข้ามาติดพัน ..

    .. หากความจริงมันทำร้ายนัก  ใยต้องยอมให้หัวใจเพียงดวงเดียวต้องเจ็บเจียนตาย ..

     

    .. เด็กชายเลือกที่จะเก็บความจริงที่ได้พบไว้ลึกสุดหัวใจ ..

     

     

     

    ฝ่ามือเล็กลูบผ่านแก้มที่ซูบตอบของอีกฝ่าย

    มากที่สุด เท่าที่โยนาสจะทำได้ คงมีเท่านี้ .. เป็นรอยยิ้มของอูลริค

     

     

    ใบหน้าของชายวัยกลางคนเอียงซบฝ่ามือของเด็กน้อย .. ยอมให้ฝ่ามือนั้นเป็นผ้าซับน้ำตาที่ดีที่สุดของตัวเอง .. หยดน้ำตาเริ่มรินไหล เมื่อภาพของคนที่คุ้นเคยซ้อนทับเด็กชายตรงหน้า

     

    .. ใบหน้าของลูกชายตัวน้อยที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยในป่าวินเดน ..

     

     

    เป็นเพราะเขาเอง หากวันนั้นเขาไม่ออกไปข้างนอก และอยู่กับมิเกลทุกอย่างก็คงไม่เป็นแบบนี้ 

    .. เป็นความผิดของเขาทั้งหมด ..

     

      

     

    คุณอย่าโทษตัวเองเลยนะ อูลริค” เด็กชายเช็ดน้ำตาของเขาที่กำลังรินไหล .. อ้อมกอดเล็กไม่รอคำขออนุญาต โยนาสดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดไว้แน่น ซบใบหน้าลงบนร่องไหล่ของเขา

     

     

     

    กลับกลายเป็นโยนาสเอง .. ที่รู้สึกผิดสำหรับเรื่องทั้งหมด

    .. ความจริงที่ไม่ได้ถูกเอื้อนเอ่ยยังคงถูกเก็บไว้ในหัวใจของเขา ..

     

     

     

    จะบอกอูลริคอย่างไร ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นไปแล้ว เป็นไปตามกลไกของเข็มเวลา

     

    มิเกลที่กลายเป็นพ่อของเขาในอนาคต และความสัมพันธ์ของเขาในตอนนี้ ที่กลายเป็นความสัมพันธ์แบบผิดธรรมชาติ

     

    ไม่ใช่แค่อูลริคที่หายไป โยนาสเองก็อาจหายไปพร้อมกับกาลเวลา ..

     

    สุดท้ายแล้วโยนาสก็เลือกที่จะขังลืมความทรงจำไว้เบื้องลึกของมหาสมุทร เลือกอยู่กับความฝันที่มีอูลริคอยู่ตรงนี้ แทนความจริงที่ไม่อาจหลงเหลือใคร

     

     

     

    หยุดร้องได้แล้ว...” เด็กชายกดจูบลงบนริมไหล่ของอีกฝ่าย ไล่ข้ามมาที่แก้มผอม ... เขาเงยหน้ามองอีกคน บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตานั้น ให้ผมเป็นความสุขของคุณนะ อูลริค

     

     

    ฝ่ามือของเด็กชายประคองใบหน้าของคนที่แก่กว่า มอบจุมพิตอันแสนอ่อนหวานให้กับเขาผู้นั้น โยนาสกดริมฝีปากของตัวเองทิ้งเอาไว้ เฝ้ารอปฏิกิริยาจากคนตรงหน้า– ริมฝีปากนุ่มขยับแนบชิด .. ปล่อยปลายลิ้นของตัวเองให้ลิ้มรสริมฝีปากอุ่นของอูลริค

     

    โยนาสรับรู้ได้ถึงลมหายใจเชื่องช้าที่รินรดใบหน้าของตัวเอง เป็นลมหายใจที่ไม่ถึงกับหนักหน่วง แต่ตอนนี้แล้วใครจะสนใจกัน, อูลริคเปิดริมฝีปากเพื่อให้เด็กชายได้เข้ามาลิ้มลองตนก่อน .. กลิ่นของบุหรี่จางๆที่ยังคงติดอยู่กับลมหายใจของคนตรงหน้า ทำให้เด็กชายขยับมอง

     

     

    กลับมาสูบเหรอครับ

     

    อูลริคเอ่ยตอบรับในลำคอ อือ.. ช่วงนี้เครียดน่ะ..

     

    โยนาสพยักหน้า ยื่นปลายนิ้วโป้งทั้งสองข้างบีบนวดระหว่างคิ้วของอูลริคเบาๆ แบบนี้ดีขึ้นไหมครับ” เด็กชายยิ้ม

     

    อืม...” ชายวัยกลางคนยิ้มกว้างกับท่าทางของเจ้าเด็กตรงหน้า, คิ้วทั้งสองข้างที่ก่อนหน้าถูกขมวดแน่นจนติดเป็นนิสัยเริ่มคลายออกตามปลายนิ้วเล็กที่บีบนวด

     

     

     

     

     

    ช่วงขณะหนึ่งเหมือนโลกหยุดหมุน .. นัยน์ตาของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเด็กชาย มองลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลคู่นั้นที่หลงใหล อูลริครู้สึกราวกับถูกต้องมนต์สะกดให้ติดอยู่กับห้วงแห่งกาลเวลา พร้อมกับสิ่งที่โหยหามาตลอดทั้งชีวิตของคนคนหนึ่ง ..

     

    หากนาฬิกาชีวิตเหลือเพียงแค่ทรายเม็ดสุดท้าย เขาก็ยอมที่จะใช้เศษเสี้ยวของวินาที แลกกับการได้มองดวงตาคู่นั้นของเด็กชาย

     

     

     

     

     

    คุณทำเพื่อทุกคน.. แล้วใครทำเพื่อคุณบ้าง

     

     

    ประโยคหนึ่งที่เด็กชายตรงหน้าเคยถามเขาเมื่อนานมาแล้ว อูลริคยังคงเก็บคำถามนั้นเอาไว้ในหัวใจของตัวเองเสมอมา


    โยนาสไม่ได้บอกให้อูลริคได้ตอบคำถามของเขา แต่กลับให้เขาหาคำตอบให้กับตัวเอง

     

     

    .. และคำตอบอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว เป็นคำตอบของทุกคำถามที่ติดค้างมานานแสนนาน ..

     

     

     

     

     

    ภายใต้ท้องฟ้าสีดำ มองเห็นเพียงแค่เงาลางๆของใครบางคน

     

     

    อูลริคเลือกที่จะปิดตาลง

    .. บนภาพสีพื้น ยังมีโยนาสและรอยยิ้มของเขาที่ชัดเจนอยู่ตรงนั้น ..

     


    ฝ่ามือหนาประคองใบหน้าของเด็กชายเอาไว้ ก้มลงจุมพิตบนหน้าผากเล็ก ตามด้วยเปลือกตา ปลายจมูก และริมฝีปากตามลำดับ

     

    ชายวัยกลางคนไล้ริมฝีปากลงต่ำ, ปลายจมูกแนบชิดลำคอขาว เลื่อนสูดดมกลิ่นน้ำหอมจางๆหลังใบหู ขบเม้มผิวเนียนที่เย้ายวน, เด็กชายตัวสั่นเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นสองมือก็ยังคงทำหน้าที่ลูบคลำร่างกายใต้ร่มผ้าของอูลริค

     

     

     

    ผมขอข้ามไปนะครับ.. เด็กชายเอ่ยข้างหู แต่เขาไม่รอคำตอบ

     

    โยนาสเบี่ยงตัวข้ามมานั่งฝั่งทางคนขับ บนตักของอูลริค แนบชิดเรือนร่างด้วยการขยับเบียดส่วนล่างของคนตรงหน้า อ้อมแขนเล็กคล้องลำคอแกร่งของอูลริคเอาไว้

     

    โยนาสอมยิ้มเล็กน้อย

     

     

    คนที่แก่กว่ากระแอมคอ เมื่อรู้ว่าสาเหตุของรอยยิ้มนั้นมาจากอะไร

     

     

    เขาขยับตัวเพื่อให้นั่งถนัดขึ้น ..เดี๋ยวฉันเลื่อนเบาะก่อนอูลริคน่าจะรีบบอกตั้งแต่แรก แต่เด็กชายไม่ปล่อยโอกาสเขาได้พูดอะไรเลย


    อูลริคขยับเลื่อนเบาะถอยไปจนสุด โอบแขนรอบเอวบางของคนตรงหน้า

     

    แน่ใจนะว่าจะเอาแบบนี้” คนถามเลิกคิ้วสูงเพื่อชั่งใจ

     


    เจ้าเด็กอมยิ้ม กลัวไม่ถนัดเหรอครับ”

     


    แคบนะ.. กลัวเธอเจ็บเขาตอบ เงยหน้ามองเด็กชายที่คร่อมอยู่ด้านบนตัวเอง

                             

    ไม่เป็นไรครับ ผมโอเค

     

    อูลริคยิ้ม ถ้าเธอโอเค ฉันก็โอเค”

     

     

     

    นัยน์ตาสีมรกตจ้องมองใบหน้าละอ่อนของเด็กหนุ่มตรงหน้า รอยยิ้มเล็กพิมพ์ประทับบนใบหน้านั้น .. โยนาสถกเสื้อไหมพรมออก เผยผิวกายใต้ท้องฟ้าผืนสีดำ


     รอยยิ้มเดิมนั้นเชิญชวนอูลริคได้ลิ้มลอง

     


    ให้ผมถอดเสื้อให้คุณนะ” เด็กชายเอ่ยขอ

     

    เขาพยักหน้าอนุญาต

     

     

     

    ขอบคุณที่วันนี้ฝนตกเลยทำให้อากาศหนาวเย็น 

    .. เปลือยกายแนบชิดคงไม่มีอะไรอบอุ่นไปมากกว่านี้แล้ว ..

     

    ปลายนิ้วเรียวแตะสัมผัสแผ่นอกของคนตรงหน้า จินตนาการถึงหยาดเหงื่อที่รินไหลลงมาเหมือนหยาดฝนเมื่อตอนบ่าย โยนาสก้มลงและจุมพิตบนยอดอกนั้น ละเมียดปลายลิ้นไล้วนเหมือนไอศกรีมในฤดูร้อน

     

    เสียงคำรามที่ถูกสะกดกลั้นทำให้โยนาสเงยหน้ามองเจ้าของเสียงนั้น

     

    เด็กดี...” ฝ่ามือหนาลูบผม อูลริคประคองใบหน้าหวานนั้นเข้ามาใกล้ เขามอบจูบให้กับเด็กชายอย่างอ่อนโยน .. กายแนบกาย .. ร่างเล็กบดเบียดแก่นกายของตัวเองเข้ากับแก่นกายใต้ร่มผ้าของอีกคน .. ปลุกกามารมณ์เร้าร่วมกัน

     

    ปลายจมูกสูดดมกลิ่นหอมของเด็กชายซ้ำแล้วซ้ำเล่า .. ริมฝีปากบางพรมจูบตามเรือนร่างขาวผ่อง ไล่ต่ำลงมาบนแกนกลางบนร่างกายของโยนาส อูลริคจุมพิตเบาๆ ก่อนที่สองมือจะค่อยๆปลดเข็มขัดและกางเกงของเด็กชายออก


    ต่างฝ่ายต่างช่วยปลดเปลื้องอาภรณ์ซึ่งกันและกัน

     


    ร่างกายเปลือยเปล่าแนบชิดอีกครั้ง .. ผิวขาวซีดซึ่งแต่งแต้มด้วยรอยช้ำสีกุหลาบก่อนหน้ายังหลงเหลือร่องรอยอยู่ .. อูลริคใช้ปลายนิ้วสัมผัสผลงานของตัวเอง

     

     

    เธอเจ็บไหม..” เขาถามเสียงอ่อน

     

    เด็กชายส่ายหัวเบาๆแล้วยิ้ม ไม่ครับ.. ถ้าคุณชอบ

     

    ขอโทษนะ ถ้าทำให้เธอเจ็บ ฝ่ามือเลื่อนลงรั้งเอวของโยนาสเอาไว้

     

     

    อูลริคยิ้ม มองเด็กชายที่ก้มเข้ามาใกล้ .. มือคู่นั้นเลื่อนลงต่ำกว่าเดิม และหยุดค้างไว้ที่บั้นท้ายงอน .. 


    ร่างของโยนาสสั่นเล็กน้อย เนื่องจากอากาศเย็นนอกคันรถที่เริ่มปกคลุมพร้อมกับไอหมอกช่วงหัวค่ำ .. วันนี้กลับบ้านช้าอีกแล้ว .. เด็กหนุ่มคิดในใจ แต่ก็สะบัดหัวไล่ความคิดทิ้ง ..


    ช่างประไรเล่า อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ปลอดภัยแล้ว .. ในอ้อมกอดของอูลริค

     



    หรือเปล่านะ?

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in