โดยจำยอมsurfgirl
สามเจ็ดสอง, วันฝนตก, และการพบกัน





  • ผมพบเขาครั้งแรกในวันฝนตก




    หยดน้ำฝนจากต้นไม้ที่หยดแหมะลงบนหัว แอ่งน้ำบนพื้น และแว่นตาขึ้นฝ้า ผมยังจำมันได้ ฮู้ดจากเสื้อกันฝนที่บดบังทัศนียภาพเบื้องหน้าไปครึ่งหนึ่งทำให้ผมมองเห็นเพียงเท้าคนเดินผ่านไปมา




    ผมกำลังรอรถบัสสายสามเจ็ดสองเพื่อนั่งกลับอพาร์ตเมนท์




    “Do you mind if I sit here?”




    เป็นประโยคแรกที่ผมได้ยินจากเขา--ที่ในตอนนั้นผมเห็นเพียงรองเท้าบูทสองข้างเพราะไม่กล้าพอจะเงยหน้าขึ้นไปมอง และด้วยพฤติกรรมการเข้าสังคมระดับต่ำ ผมทำเพียงเขยิบตัวเพื่อเว้นที่ว่างข้าง ๆ พอให้เขาได้นั่ง ไร้ซึ่งบทสนทนาต่อจากนั้น




    เสียงเพลงจากหูฟังของเขาดังทะลุออกมาข้างนอกจนผมได้ยิน มันเป็นเพลง Beetlebum ของ Blur และไม่ว่าในตอนนี้ ห้าปีก่อน หรือ ณ ขณะนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาในตอนนั้น ผมก็ยังคงเป็นนักแอบมองที่แย่เหมือนเดิม




    “Pretty annoying, Huh?”

    “Pardon?”



    “I mean the rain.”




    ผมพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเสมองไปอีกทาง แต่หางตายังคงสังเกตเห็นเขายกยิ้มเล็ก ๆ จนเกิดเป็นรอยบุ๋มที่แก้มสองข้าง




    “Art major?” เขาถามขึ้น สายตาหยุดอยู่ตรงกล้องที่ผมวางไว้ข้างตัว

    “Actually no. I’m majoring in Business.”


    “Interesting.”

    “What’s so interesting? Anyone can photograph.”

    “I haven’t seen people using film cameras for decades.”


    “Then you see one now, and there’re a lot more.”




    คิดว่าการเข้าสังคมและบทสนทนากับคนแปลกหน้าของผมมันคงไม่ใช่แค่ระดับต่ำ แต่ติดลบทะลุพื้นโลกลงไปแล้ว แต่เขาก็ดูไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจกับคำตอบแสนไม่เป็นมิตรของผมแต่อย่างใด




    “Can I see your camera?”



    ผมเลิกคิ้ว แต่ก็ยื่นมันให้เขา




    คนข้าง ๆ จับกล้องฟิล์ม--มือสอง, ราคาถูก, ที่ผมได้มาตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น--อย่างระมัดระวัง และในขณะที่ผมยังไม่ทันได้ห้าม เขาก็ขึ้นฟิล์ม หันกล้องมาทางผมและ--แชะ




    “Photographers don’t usually have many photos of themselves.”

    “That doesn’t mean you can shoot one of me without my consent.”



    “So delete it then.”



    “You know what, I haven’t met anyone this ill-mannered”

    “That makes me hurt a bit.”

    “Yeah. You should.”




    และเขาคงรู้สึกถึงสีหน้าไม่ชอบใจของผมนั่นแหละ จึงเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มหน้าหมั่นไส้ “I’m sorry that I didn’t ask for your permission, but it’s just because...”




    และรถบัสก็มาจอดที่ป้ายพอดี ผมจึงหยิบกล้องและซุกมันไว้ภายในเสื้อกันฝน ก่อนจะวิ่งขึ้นรถไปโดยที่ยังไม่ทันได้ฟังเขาพูดจนจบประโยค




    แล้วในภายหลัง เมื่อตอนที่ผมรบเร้าถามถึงเหตุผลที่ค้างคานั้น เขาก็มักจะยกยิ้มและเลี่ยงที่จะตอบทุกครั้งไป มันจึงเป็นสิ่งที่ติดอยู่ในใจผมจนถึงทุกวันนี้ พร้อมกับคำถามตลก ๆ ว่าเขาคนที่ผมรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าในวันนั้นกลายมาเป็นเขาคนที่ผมขาดไม่ได้ในตอนนี้ได้ยังไง






    tbc
    .
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in