I Seoul YouRnonimo
I Seoul You #3
  • 2/7/2017

    หลับแบบหลับสนิท หลับลืมตาย

    การเดินไปเดินมาแค่ในย่านมยองดงและฮงแดเกือบทั้งวันก็เล่นเอาคนไม่ออกกำลังกายแบบเราสลบไสล ร่างกายรวนไปชั่วขณะ โชคดีที่ก่อนนอนเรายกขาพาดผนังห้องพักไว้ (อันที่จริงไม่ควรทำอย่างยิ่งแม้ว่าคุณจะอาบน้ำแล้วก็ตาม ถ้าเกิดผนังห้องพักเค้าเป็นสีขาวจะเป็นรอยได้) ไม่อย่างนั้นขาล้าจนปวดระบมไปหมดแน่ๆ

    เราตื่นทันอาหารเช้าเลยลงไปชั้นใต้ดินของเกสเฮ้าส์ที่เปิดเป็นร้านอาหาร เบรคฟาสต์ง่ายๆ ในเวลาเก้าโมงเช้าก็เพียงพอให้เราสามารถเดินขาลากไปได้ตลอดเช้านี้

    วันนี้เราลองไปเดินเล่นบริเวณใต้แม่น้ำฮันบ้าง เขตสำคัญคือเขตคังนัม พอพูดถึงเขตนี้ความร่ำรวยก็จะกระแทกเบ้าตาเข้ามาทันทีราวกับเราอยู่ผิดที่ผิดทาง พอออกจากสถานซินซาก็มาถึงถนนกาโรซู ซึ่งสัญลักษณ์เด่นของถนนเส้นนี้คือต้นกิงโกะที่ปลูกเรียงกัันไปตลอดสาย และที่น่าสนใจกว่านั้นคือบริเวณนี้เป็นเส้นเดียวกับโรงพยาบาลศัลยกรรมเรียงรายเช่นกัน หากจะเห็นสาวๆ หรือหนุ่มๆ มีผ้าก็อซเดินผ่านไป - มาก็ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจแต่อย่างใด

    กาโรซูเป็นถนนที่จะเป็นอีกเกรดหนึ่ง ร้านค้าในถนนเส้นนี้จะราคาสูงพอสมควร และก็จะไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยวเยอะเสียเท่าไหร่ ผู้คนบริเวณนี้จะให้ความรู้สึกอีกแบบแตกต่างจากย่านที่มีนักท่องเที่ยวเยอะๆ อย่างฮงแด มยองดง หรืออีแด 

    ร้านเสื้อผ้าที่นี่จะเห็นคู่รักเดินอยู่ในร้านเยอะ และผู้ชายจะช่วยผู้หญิงตัดสินใจด้วย จะคอยบอกว่าเสื้อตัวนี้เหมาะกับฝ่ายหญิงรึเปล่า หรือไม่อย่างนั้นก็เดินหาเสื้อผ้าที่น่าจะเหมาะกับฝ่ายหญิงให้ ซึ่งเราก็ไม่เคยเห็นมาก่อน เซ้นส์การแต่งตัวของผู้ชายที่นี่ดีมาก เพราะฉะนั้นจะเห็นโอปป้าบริเวณกาโรซู หรือหลายๆ ที่เดินสวนไปมาให้เป็นบุญตาเต็มไปหมด

    เมนหลักของการมากาโรซูคือมาทานซี่โครงพันชีสที่เห็นบ่อยๆ ตามทวิตเตอร์ พี่สาวเราเคลมว่าร้านนี้อร่อยมาก และน่าจะเป็นร้านดังพอสมควรเพราะมีลูกค้าเยอะจริง เราสองคนเลยสั่งซี่โครงไซส์เอ็ม แต่เพิ่มชีสขั้นแม็กซ์ ตอนแรกจะเอาแค่เพิ่มไซส์เอ็มเฉยๆ แต่ดันพลั้งปากไปสั่งไซส์แอลซะงั้น

    พี่สาวบอกว่าร้านนี้นางเป็นวายจีแสตนด์ เปิดแต่เพลงของค่ายวายจีซึ่งก็จริง แต่ว่าทีวีที่ตั้งไว้สามจุดดันเปิดเอ็มวีจ่ายค่ายเอสเอ็มซะงั้น สงสัยเป็นการทำสงครามสงครามระหว่างเจ้าของร้านกับเหล่าพนักงานแหงๆ 


    <ชีสเกินซี่โครง เลี่ยนแน่นวล และรอให้พนักงานเค้าจัดการให้นะจ๊ะ>

    ข้างๆ จะมีไข่และมันบดมาให้ด้วย พอเสร็จจากการสวาปามมื้อควบบ่ายสองโมงก็เลยเดินเที่ยวบริเวณนั้นต่ออีกสักหน่อย ก่อนจะตัดสินใจไปสถานีควังฮามุนเพื่อไปจบมื้อเย็นที่ร้านพารือดาซอนแซงนิม หรือร้านเกี๊ยวสามแฝดในตำนานนั่นเอง ถ้าใครเคยเห็นผ่านตามาบ้างกับรายการ The Return of Superman ของเกาหลีจะต้องได้เจอครอบครัวของสามแฝดที่น่ารักมากๆ และทานอะไรก็ดูอร่อยมากๆ ด้วย แถมรีวิวของคนที่เคยไปตามรอยก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยมากกกกกกกกก  

    แต่ก่อนหน้านั้นก็ไปเดินถ่ายรูปบริเวณอนุเสาวรีย์พระเจ้าเซจงตามฉบับนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้จะไปไหนซะก่อน
     
    ข้างๆ กันบริเวณขอบถนนจะมีแผ่นหินเรียงไทม์ไลน์การปกครองประเทศเกาหลีตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ดูน่าสนใจและแปลกตามาก และด้านหลังอนุเสาวรีย์จะมีทางเข้าพิพิธภัณฑ์พระเจ้าเซจงซึ่งอยู่ชั้นใต้ดิน เข้าฟรี ข้างในจะรวบรวมเกี่ยวกับพระราชประวัติของกษัตริย์และสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ รวมไปถึงเครื่องดนตรี พจนานุกรมภาษาเกาหลีเล่มแรก และมีโซนให้อ่านหนังสือแยกออกไปด้วย ที่น่าสนใจมากๆ คือจะมีการบรรยายแบบออดิโอ้โดยการสแกนคิวอาร์โค้ดแล้วเลือกไฟล์ข้อมูลที่เราสนใจฟังเป็นภาษาอังกฤษ หรือจะเลือกเป็นภาษาเกาหลีก็ได้

    <แผ่นหินที่เรียงไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ประเทศ เก๋เว่อร์>
    จะเห็นนักท่องเที่ยวหลายๆ คนแต่งชุดฮันบกประยุกต์สวยงามมาถ่ายรูปกัน และจะเห็นมากขึ้นเมื่อเดินเลยขึ้นไปอีกหน่อยที่บริเวณพระราชวังคยองบก มาทุกสี มีถ่ายพรีเวดดิ้งด้วย เรียกได้ว่ามีองค์รัชทายาทและเหล่าๆ เจ้าหญิงหลายพระองค์เดินไปมาเต็มไปหมด เราไม่ได้เข้าไปดูในวังเต็มๆ เพราะเวลาใกล้จะหกโมงแล้ว

    <พระราชวังคยองบุก>
    วันนี้ครึ้มมาทั้งวันฝนก็ตกเอาอีกทีจนได้ หลังจากไปหากาแฟดื่มเพื่อนั่งพักและหาพิกัดร้านเกี๊ยวสามแฝด โดยจริงๆ แล้วร้านนี้เค้าเน้นขายคิมบับนะ ยืนนิ่งหน้าตึกที่คนเค้าเช็กอินอยู่นานก็ไม่เห็นแม้แต่หลังคาร้านตามภาพ เกือบถอดใจไปแล้วแต่เราก็บอกพี่สาวไปว่าไหนๆ ก็ไหนๆ เดินเลยหัวมุมนี้ไปแล้วกัน ไม่เจอก็ช่างมัน แล้วพอเดินไป เจอเฉย! คนมันจะมีดวงได้ทานก็ต้องได้!

    เนื่องจากเป็นร้านดัง โชคดีมากที่ไปถึงแล้วมีโต๊ะพอดี เลยสั่งคาลบีมันดูคนละเข่ง ก่อนจะพบว่ามันใหญ่มาก! และพี่สาวเราก็บอกว่านี่ถือเป็นข้าวเย็นเลยนะ ซึ่งตอนแรกที่ยังไม่เห็นเข่งและขนาดเกี๊ยวเราก็ท้วงในใจไปแล้วว่าจะเอาอะไรมาอิ่ม แต่พอของจริงมาเท่านั้นแหละ คิดอย่างเดียวเลย จะกินหมดมั้ย?

    <อันนี้ทานไปแล้วด้วยสองตัว ใหญ่แค่ไหนถามใจเธอดู>

    แล้วเค้าจะมีน้ำซุบมาให้ด้วย จริงๆ มีแบบเกี๊ยวน้ำที่อีกโต๊ะสั่ง แต่เราอยากลองแบบของสามแฝดเลยสั่งเป็นคาลบีมันดูมา น้ำซุปจะมีกลิ่นเนื้อซึ่งถ้าคนไม่ชอบทานเนื้ออาจจะไม่จอยกับมื้อนี้เท่าไหร่

    อาหารการกินที่เกาหลีนั้นเราว่าเป็นขนาดไซส์ที่ใหญ่ขึ้นมาจากที่เราทานปกติเยอะมาก ขนาดว่าเราเป็นไม่ได้เป็นคนทานน้อยแล้วนะ แต่มาทานอาหารจานเดียวที่นี่มีจุกนาจา

    วันนี้รู้สึกว่าคอมพลีทแล้วก็พากันกลับที่พัก ไม่ได้แวะไปที่ไหนอีกเนื่องจากงบหมดแล้ว มาทริปนี้เรากับพี่สาวเน้นกินดีอยู่ดี จัดของดีของเด็ดมาจนงบหมดตั้งแต่สองวันแรก โดยหลังจากวันนี้ไปต้องใช้เงินพี่แทน 

    ทำไมจบวันด้วยเรื่องเศร้าๆ ตลอดเลยอ่ะ ไม่เข้าใจ!
    ฮือออออออออ!!
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in