From Cern(เจิ้น) to CernYanisa Sunthornyotin
Day76: ยูนิคอร์นกลับบ้านนนนนนนนน

  • 17 สิงหาคม

    เก็บของCheck outจากโรงแรมตอน9โมงค่ะหย่อนกุญแจใส่กล่องเขียวๆในตึกเอาไว้รอแม่บ้านมาเคลียร์ห้องตอนบ่ายเราก็ไปลั้ลลาฝากกระเป๋าไว้ที่แอร์พอร์ตนั่งสาย10เข้าไปเจนีวาว่าจะไปกินเจลาโต้ทิ้งท้ายซะหน่อยถ่ายรูปกับเจ็ดโด้วครั้งสุดท้ายสามเดือนที่ผ่านมาเจ้ายูนิคอร์นโตขึ้นบ้างรึเปล่านะ? เสร็จแล้วบ่ายสองก็ไปสนามบินด้วยรถสาย5ค่ะเพียงแค่18นาทีก็ถึงก่อนจะพบว่าไฟลท์ดีเลย์ค่ะทุกคนนนนน

    ช้าไป2ชม. แล้วก็ทำให้มิ่งต่อเครื่องที่โดฮาไม่ทันนนนน

    ต้องรอต่อเครื่องที่โดฮาอีก6ชม.แหน่ะค่ะจะร้องงงถึงไทยทุ่มนึงแทนที่จะเป็นบ่ายโมงฮืออออชาบูของข้าาาาได้แต่ภาวนาให้แบตโทรศัพท์กับIpadมีชีวิตรอดกลับไปถึงไทยเรียกว่าเป็นการจบทริปแบบหักมุมแล้วกันค่ะตั้งแต่มานี่ยังไม่เคยเจออะไรดีเลย์นานถึง2ชม.ต่อยาวไปถึง6ชม.ขนาดนี้เลยมาเจอวันกลับซะได้โถ่ถังตกม้าตายจริงๆ

    อ้ะว่าไปแล้ว...ลืมแพคโปสเตอร์พรีเซนต์ใส่กระเป๋า5555 เราจะทิ้งมันไว้ข้างหลังแล้วกันนะคะพกกลับไปแค่ความรู้และประสบการณ์พอถถถแถเลเวลล้าน


    สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณบทความ เด็กบ้าไปเซิร์น by VICHAYANUN WACHIRAPUSITANAND https://minimore.com/b/LtSPA ที่ให้ทั้งแรงบันดาลใจ และแนะแนวประสบการณ์การใช้ชีวิตที่CERNให้นะคะ ซาบซึ้งเหลือ😭 หวังว่าบันทึกประจำวันนี้จะมีคุณค่าต่อคนอื่นๆ ทั้งกับรุ่นน้องหรือผู้มีความประสงค์อยากจะไปลองใช้ชีวิตที่สวิสเซอร์แลนด์ ที่CERN ที่ซึ่งแม้ค่าครองชีพจะแพงแต่ก็คุ้มค่ากับคุณภาพชีวิตที่ดีและระบบการขนส่งที่ยอดเยี่ยม(แต่อย่าได้ป่วยเข้าโรงพยาบาลเชียวนะคะ555แพงอยู่) ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะได้มีโอกาสทำงานในสภาพแวดล้อมแบบนี้อีกมั้ย 

    ที่ๆแบบ...แค่เดินผ่านลุงหัวขาวคนนึงก็รู้สึกได้ถึงออร่าความแก่กล้าซึ่งวิชานั้น 

    ทำให้เราได้รู้ว่าการใช้ชีวิตควบคู่ไปกับการทำงานมีคุณค่ากับเราแค่ไหน และสภาพแวดล้อมในการทำงานแบบใดที่มันควรจะเป็น การออกไปท่องโลกครั้งนี้เปิดแง่มุมหลายๆอย่างที่เราไม่เคยมองเห็นจากแค่เพียงภายในประเทศ 

    ทำให้เรามองเห็นภาพของสิ่งที่ทั้งควรและไม่ควรมาปรับใช้กับประเทศของเรา 

    ทำให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างสภาพแวดล้อมของตะวันตกและตะวันออกที่แท้ทรู เมื่อเทียบกับการไปดูงานที่เสิ่นเจิ้นปีที่แล้วกับบริษัทดอกไม้แดง(ขอไม่เอ่ยนาม)

    ทำให้รู้ว่าแม้จะคาดหวังการเจอเนื้อคู่ที่นี่ บางทีโชคชะตาก็กำหนดให้เจอแค่พันธมิตรหม้อหุงข้าว ที่เจอหน้ากันก็ทักแต่ ‘Hey... can I borrow your rice cooker?’

    ถถถ นี่เป็นซัมเมอร์ที่ดีที่สุดในชีวิตเลยค่ะ ก็ได้แต่ครุ่นคิดในใจว่า ผ่านมา2เดือนครึ่ง เจ้ายูนิคอร์นได้โตขึ้นบ้างรึเปล่านะ...

    หวังว่าตัวเราในอนาคตเมื่อหันกลับมาอ่านไดอารี่เหล่านี้จะคอยเตือนใจว่าเราผ่านอะไรมา เราผิดพลาดตรงไหน เราพัฒนาไปมากเพียงใดเทียบกับตอนนี้ แล้วไม่ลืมสิ่งที่เราเคยประสบพบเจอในช่วงซัมเมอร์นี้นะคะ


    ไว้เจอกันใหม่ในทริปท่องDartmouth 1ในมหาลัยIvyLeague ในนามบทความ 

    ~Dartmouthนี่เป็นอะไรกับDartVaderป้ะคะ~

    นะคะ อิคึ☺️

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in