2018 ROAMING AROUNDA 24-HOUR TALE
รีวิวสมัครแอร์เอมิเรตส์ของคนผมสั้น
  • หลังจากที่บริษัทเค้าไม่เปิดรับลูกเรือมาสักพัก ขนาดว่าคนที่  on hold ไว้ยังโดน reject ปีที่แล้วอีแอร์แต่ละคนบินกันแบบตัวจะขาด ชีวิตจะหาไม่ THE WAIT IS OVER ! ตอนนี้เค้ามารับแล้วค่ะ จากข่าวล่าสุดที่อยู่ดีๆไปรู้มาแบบงงๆจากวงในคือ จะเปิดเทรนเร็วๆนี้ เพราะฉะนั้น open day ไม่นานเกินรอแน่ๆ เตรียมตัวให้พร้อมเลยค่าา

    ชื่อบลอครอบนี้ก็ตรงตัวมาก เพราะคิดไม่ออกแล้ว มีคนเรียกร้องมาว่าอยากได้รีวิว ผ่านไป 2 ปีครึ่ง เออทำก็ได้ เล่นตัวนิส :p อยากให้อ่านให้จบเพราะตั้งใจเขียนมากกกกก

    ขออนุญาตแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะคะ ชื่อ แน็ต ภัคค์ทินัน ค่ะ จบจาก Mahidol University International College ค่ะ คนจะรู้จักในชื่อ ภัคค์ทิ อยู่ดูไบใช้ชื่อนี้เพราะมันตามพาสปอร์ต ตอนที่เข้ามาเค้ายังไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อเล่นถ้าชื่อไม่ได้ออกเสียงยากขนาดนั้นค่ะ ไม่รู้ว่าเค้าอนุญาตคนอื่นรึป่าว แต่เค้าไม่ให้เราใช้ชื่อ แน็ต เราเลยเรียกตัวเองว่าภัคค์ทินี่แหละ กลายเป็นชื่อไอจีก็ชืื่อนี้ ทำอะไรก็ชื่อนี้ แน็ตบินมา 2 ปีครึ่งแล้วค่ะ ปกติรีวิวแต่ที่เที่ยว และของกิน ขอฝากเพจเนียนๆ https://www.facebook.com/a24hourtale/ 

    ขอบอกก่อนว่า แน็ตไม่ใช่ผู้ช่ำชอง หรือ โปรในการสมัครแอร์ใดๆ เรียนจบมาก็ไปทำอย่างอื่นก่อน จนเบื่อๆ เป็น office syndrome เลยลาออกดื้อๆเลย (ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่างค่ะ) อันนี้ถือเป็นการรีวิวการสมัครแอร์ครั้งแรก ข้อมูลอาจจะไม่ครบและลงรายละเอียดเท่าของเพื่อนๆคนอื่นๆ แต่อย่างน้อยรู้ข้อมูลเพิ่มจากหลายๆคนที่เค้ามองต่างกันออกไปก็ทำให้เราเห็นภาพกันมากขึ้นเนอะ ลดความตื่นเต้นกันได้บ้าง ยาวนิดนึงนะคะ แต่อยากให้อ่านกันค่ะ โดยเฉพาะ รายละเอียดเกี่ยวกับวันสมัครและ process ต่างๆ

    ตอนลาออกจากงานแรกๆก็ไม่คิดว่าจะสมัครแอร์เพราะตัดผมสั้นไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ไปสมัครแบบสั้นๆนี่แหละค่ะ ได้ทั้ง NokScoot และ Emirates แล้วทุกวันนี้ก็เป็นแบบรูปที่เห็นข้างล่างนี่แหละค่ะ ผมก็ยังสั้นแต่สั้นขึ้นเรื่อยๆ

    Graduation Day (January 2016)



    ..ม า เ ริ่ ม กั น เ ล ย ดี ก ว่ า..

    W H A T  T O  P R E P A R E ?

    คำถามเกี่ยวกับการเตรียมตัวที่อาจจะเข้ามาในหัวของแต่ละคนน่าจะเป็น 
    แต่งหน้ายังไง ทาปากสีอะไร , ทำผมยังไง, เล็บสีไรดี, กระโปรงต้องยาวเท่าไหน, สูทสีไรดี , ถ่ายรูปที่ไหน ฯลฯ 

    แน็ตจะค่อยๆอธิบายไปทีละพ้อยท์นะคะ

    1. หน้าและผม
    ถ้าถามว่าจ้างเค้าแต่งหรือแต่งเอง? แน็ตเลือกแต่งเองค่ะ เพราะตอนรับปริญญาจ้างเค้าแต่งแล้วไม่ชอบ หนาไปเยอะมาก อีกอย่างปกติแล้วแน็ตเป็นคนแต่งหน้าไม่หนาเลยค่ะ กลัวสิวขึ้น กลัวแพ้ จะเอาอะไรทาบนหน้าทีคิดแล้วคิดอีก มีความเยอะส่วนตัว บวกกับว่าแน็ตจะรู้สึกไม่มั่นใจถ้าเค้าโปะรองพื้นหนาๆ เพราะฉะนั้นเอาที่มั่นใจนี่แหละค่ะ จนถึงทุกวันนี้บินมาจะ 3 ปี แน็ตก็ยังคงคอนเซปท์หน้าเบาๆไปบิน ตัวอย่างการแต่งหน้าก็จะเป็นดังภาพด้านล่างนี้ ลิปสีแดงของ KAT VON D ค่ะ บอกก่อน คนถามเยอะมาก


    ตลอดทั้ง process การสมัคร แน็ตเน้น eyeshadow เข้มๆ เข้มกว่าในรูป เพื่อให้ตามันโตหน่อย แปะสติกเกอร์ตา 2 ชั้น พูดง่ายๆว่าอะไรที่คิดว่าทำแล้วสวยทำแล้วดี งัดมาใช้ให้หมดเลยค่ะ แน็ตเน้นที่ตาค่ะ เพราะรู้ว่าตัวเองตาเล็ก กลิตเตอร์อะไรโปะเข้าไปเลย ใครบอกเขียนอะไรยังไงแล้วตาโตก็ทำนะ ในความคิดแน็ตนะ แต่งยังไงก็ได้แต่ยังคงความ moderate ความเป็นตัวเอง ให้เรามั่นใจ แบบที่เพื่อน agree ด้วยนะ ไม่ต้องขนาดไปงาน เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวหน้าเรา สมมติว่าอยากได้ความมั่นใจโบกรองพิ้นไปแต่รองพื้นดัน crack เป็นรอยก็อย่าเลยค่ะ first impression เริ่มที่การมองหน้ากันก่อน

    แน็ตใช้ face blur (น่าจะเป็น primer) ของ etude ต่อด้วย ปัดแก้ม ทาตา อายไลน์เนอร์ ปัดมาสคาร่า ขนตาปลอมติดได้ค่ะ แต่ต้องระวังอย่าให้มันเว่อร์เกินจริง เอาให้ธรรมชาติดีที่สุด ส่วนสีลิปสติกแน็ตเลือกแดงเพราะเป็นสีสายเค้า จริงๆมีคนบอกว่าสีชมพูก็ได้นะ แต่ไหนๆก็ไหนๆ สายเค้าสีแดง ก็ทาสีแดงไปเลยค่ะ ช่วงนั้นอยากได้หน้าวาวสาวเกาหลี ก็ฉีดสเปรย์เพิ่มไปอีกค่ะ 555 บางคนบอกว่าต้องแต่งลุคเข้มๆหน่อยนะ ถ้ามาแนวใสๆจะไม่ได้ แน็ตว่าไม่จริงนะ ใครบอก EK ไม่รับหรอกหน้าหมวยๆอ่ะ ภัคค์ทิอยู่นี่จ้า แล้วแต่คนเลย เข้ากะแบบไหน สวยแบบไหน ไปแบบนั้นค่ะ 

    ส่วนผม .... ตอนนั้นผมสั้นแต่ไม่มีหน้าม้าค่ะ ก็แสกข้างติดกิ๊ฟดำ 1 ตัว นอกเหนือจากนั้นก็เหมือนในรูปเลย แต่ตอนนั้นผมยาวกว่าในรูปนิสนึง คนผมสั้น ทำยังไงก็ได้ให้มันไม่มาปิดรุงรัง เปิดหน้าโชว์โหงวเฮ้งกันค่ะ
    สีผมล่ะ ? ตอนนั้นแน็ตก็ทำสีผมน้าาา สีโทนน้ำตาลๆแหละ ทำสีได้ค่ะ แต่เอาโทนที่ไม่หลุดจากเผ่าพันธุ์เราไปมากอ่ะเนอะะะ ถ้าใครสีผมสว่างมากก็หาสเปรย์มาฉีดน่าจะโอเคแล้วค่ะ 

    2. แต่งตัวยังไงดี 

     2.1 วัน Open Day  
    และอย่างที่บอก วันนั้นแน็ตไม่ได้ถ่ายรูปเลย ไม่มีการเซลฟี่อะไรเลยด้วยซ้ำ เลยมีแต่รูปเสื้ออย่างที่เห็น แน็ตใส่เป็นสูทแขนสั้นลายสีเทา ด้านในใส่เสื้อสายเดี่ยวสีดำ ใส่กระโปรงสอบสีดำค่ะ ความยาวกระโปรงที่โอเค (ในความคิดของแน็ต) คือยาวปิดครึ่งเข่านะคะ  ก็จะดูสุภาพและไม่ทำให้ตัวเองดูเตี้ยค่ะ แต่ก็แล้วแต่คนนะคะว่าใส่แบบไหนแล้วสวย ของแน็ตถ้าปิดเข่ายาวไปอีกก็จะป้าไปเลย กระโปรงที่ใส่คือกระโปรงในรูปด้านล่างใต้ 2.2 ค่ะ


      2.2 สูทสีดำถ่ายรูป FULL LENGTH FORMAL PHOTO & PASSPORT SIZED PHOTOS
    รองเท้าคัชชูสีดำส้นสูงค่ะ สูงพอดีๆ แบบสุภาพ ไม่ควรใส่แบบมี  platform หรือ ส้นเข็ม ถ้าหัวแหลมก็แหลมแบบสุภาพๆค่ะ ควรเป็นสีดำล้วน อาจจะดูแก่หน่อย แต่ถึงตอนนั้นต้องเรียบร้อยต้องเนี๊ยบไว้ก่อนค่ะ อย่าให้เราพลาดโอกาสตกรอบเพราะเรื่องนี้เลยเนอะ รองเท้าคัชชูหาซื้อได้ทั่วๆไป มีตั้งแต่ 399 - 3,000 บาท แล้วแต่กำลังทรัพย์เลยค่ะ ของแน็ตเป็นของ Naturalizer ใส่ยี่ห้อนี้จนติดแล้ว ไม่กัด ไม่เมื่อย ไม่เหม็นค่ะ 


    ต้องใส่ถุงน่องมั้ย? ใส่ค่ะ highly recommend ให้ใส่ค่ะ  ถ้ามีแผลเป็นมันจะช่วยทำให้เห็นชัดน้อยลงไปบ้าง เคยได้ยินว่ามีสเปรย์ฉีดกลบรอยแผลเป็น ก็ลองใช้สเปรย์แล้วก็ใส่ถุงน่องทับอีกทีค่ะ แน็ตซื้อตรง BTS Siam มีร้านขายถุงน่องถุงเท้าอยู่ร้านนึงค่ะ ซื้อแบบซัพพอร์ตจะได้ไม่รัน หรือ พกอีกคู่นึงไว้เผื่อรันจะได้มีเปลี่ยน ทุกวันนี้ก็ยังใส่รุ่นนี้ทำงานอยู่ค่ะ

    ซื้อสูทที่ไหน ต้องตัดมั้ย?  -  ชุดที่ใส่ไปวันสมัครแน็ตซื้อแบบสำเร็จเลยค่ะ ท้ั้งสูททั้งกระโปรง ซื้อใต้ลิโด้เอาแบบชอบตัวไหนหยิบเลย ใส่ได้ จ่ายตัง แนะนำให้ลองก่อน ลองใส่เดินส่องกระจกวนไปค่ะ เอาให้มั่นใจว่าตัวนี้เราใส่แล้วมั่นใจนะ ส่วนสูทแขนยาวรูปด้านบนแน็ตตัดกับร้าน Long Collection หรือ ป้าลอง ซอยละลายทรัพย์ค่ะ ตัดไว้นานมากๆๆๆแล้ว ดีที่ยังใส่ได้ กระโปรงในรูปก็เป็นกระโปรงที่ซื้อที่ร้านใต้ลิโด้ค่ะ เสื้อด้านในตัวละ 200 บาท ใต้ลิโด้เช่นกัน 

    3. สีเล็บและ accessories
    วันแรกแน็ตทำ french nail ปลายขาวไปค่ะ แต่ไม่ได้ทำเจล ปรากฏว่าตอนบ่าย ลอกเฉ้ย ไปขูดกับอะไรไม่รู้ ตอนเย็นเลยต้องรีบไปทำใหม่ ครั้งนี้ก็ทาเล็บแดง ทำแบบเจลไปเลยค่ะ อยู่ได้อีกเป็นเดือน ถ้าให้แนะนำว่าทำสีไหนดีนอกจากเฟร้นช์เนลกับสีแดงแล้ว ก็อาจจะเป็นโทน nude ตามกฏบริษัทเลยค่ะ แล้วจริงๆก็อยู่ที่สีปากด้วยนะแน็ตว่า เล็บสีแดงก็อาจจะไม่เข้ากับปากชมพูดก็เป็นได้ ส่วน glitter วิ้งๆ เพ้นท์ลายมาไม่เอาเนอะ 

    สร้อยคอ ต่างหู สร้อยข้อมือ แหวน ใส่ได้มั้ย?  แนะนำว่าเปลี่ยนสร้อยข้อมือเป็นนาฬิกาสีสุภาพแทนจะดีกว่า แหวนใส่ได้นะคะแต่ไม่ได้ถึงขนาดว่ามือละ 2-3 วง ส่วนต่างหู แนะนำให้ใส่ต่างหูมุกสีขาว หรือจะเป็นเพชรเล็กไม่เว่อวังหาซื้อได้ทั่วไป ที่มีแน่ๆ ชัวๆ ไปซื้อง่ายๆคือ H&M ค่ะ 

    4. ถ่ายรูปที่ไหน
    รูปที่ใช้สมัครในระบบก็ยังเป็นรูปเก่าย้อนไป 3 ปีที่แล้วตอนจบใหม่ๆ แน็ตถ่ายรูปที่ สุธาสินี ค่ะ เพราะเป็นที่เดียวที่คิวไม่เต็ม 
    รูปที่แนบกับ CV เป็นรูปที่ถ่ายที่ Airmade ค่ะ 

    รูปผ่านการแต่งสีมาแล้ว ไปขุดมาค่ะ หารูปออริจินัลไม่เจอ

    แน็ตไม่ค่อยชอบรูปที่ Airmade เท่าไหร่เพราะเค้าแต่งเยอะมากๆ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนะคะ ยังมีอีกหลายร้านๆให้ไปถ่ายกันเนอะ มีน้องๆแนะนำ Impress Studio มา แน็ตเพิ่งเห็นรูปวันนี้ ใช้ได้เลยค่ะ ไม่หลอก

    ส่วนรูปสูทดำที่เห็นด้านบนที่เค้าขอให้ส่งตอนรอบสัมภาษณ์เดี่ยว แน็ตถ่ายที่ สุธาสินีค่ะ เพราะจองที่อื่นไม่ทันแล้ว แน็ตคิดว่าจะตกรอบๆตลอดเลยไม่มีการจองล่วงหน้าอะไรทั้งนั้น สุดท้ายก็เลยโทรกลับไปที่สุธาสินีค่ะ อย่างน้อยก็มั่นใจว่าที่นี่แต่งรูปไม่ค่อยเยอะ เพราะเค้าเขียนไว้เลยว่าห้าม photoshop รูปเซตนี้

    รูปอีกเซทที่เค้าขอคือรูปไพรเวทเสื้อยืดกางเกงยีนส์ค่ะ ตอนที่แน็ตสมัครเค้าขอรอบสุดท้าย เห็นรอบนี้เค้าให้ส่งเลย ด้านล่างคือรูปที่ใช้ส่งให้บริษัทค่ะ ถ่ายด้วยไอโฟน 5  จริงๆแล้วก่อนหน้านี้แน็ตยื่นอีกเซตนึงค่ะ แต่ว่าใส่คาร์ดิแกนยาว ซึ่งเค้า reject กลับมา ก็เลยตัดสินใจว่า แต่งตามรูปตัวอย่างเลยล่ะกัน ไม่พลาดแน่ๆ แล้วก็ไม่พลาดจริงๆค่ะ รูปเซตนี้ผ่านพาเรามาถึงดูไบ



    P R O C E S S 

    เนื่องจากว่า process ในการสมัครครั้งนี้มันต่างกับทุกๆครั้งที่ผ่านมาเพราะมันเป็น video presentation แน็ตจะขอรีวิวในตอนที่แน็ตสมัครก่อนล่ะกันค่ะ และด้วยความที่นานมากแล้ว ข้อมูลอาจจะไม่เป๊ะมาก แต่ก่อนเขียนแน็ตได้ไปถามเพื่อนๆที่สมัครรอบเดียวกันแล้วค่ะ ไม่มั่วแน่นอน

    process รอบ แบ่งเป็น 3 วันค่ะ 
    Day 1: ยื่นresume
    Day 2: Group Discussion 1, Height Measurement, Group Discussion 2, English Test
    Day 3: Final Interview
    (วันที่ 1 และ 2 จะติดกันค่ะ ส่วนวันสัมภาษณ์ จะแล้วแต่ว่าเค้านัดวันไหนเวลาไหน)

    DAY 1  ยื่น resume และเอกสารอื่นๆ 
    รอบนี้แบ่งเป็นรอบเช้ากับรอบบ่ายค่ะ แน็ตไปตั้งแต่เช้าๆเลย เพราะคิดว่าตกรอบแน่ๆ จริงๆแล้วในใบจะมีเขียนเวลาว่าเราต้องไปรอบไหน แต่ใบ invitation ที่แน็ตมีเป็นของรอบตอนต้นปี 2015 เราก็เลยเอาตามที่เราสะดวก 
    รอบนั้นจำได้ว่าคนเยอะเหมือนกันนะ เกือบ 700 คน ทุกคนเป๊ะมากกกก เราก็หัวยุ่งๆไป ติดกิ๊ฟไป 1 ตัวถ้วน ไม่ให้ผมบังหน้าก็พอ 

    หน้าห้องจะมีโต๊ะ 4 ตัวเรียงสำหรับ กรรมการ 4 คน เราก็เดินเข้าไปทีละ 4 คน แน็ตก็เดินเข้าไปหาคนตรงหน้าเลยค่ะ ลืมบอกไปว่าแน็ตเลือกที่จะนั่งแถวหน้าสุด เพราะคิดว่าเค้าคงบอกเลยว่าผ่านเข้ารอบหรือตกรอบ อยากกลับบ้านเร็วๆ จะได้ไม่ต้องรอนาน  

    ภท: Good morning. How are you?
    Recruiter:  I am good, but  you know... morning.
    ภท: We're so sorry for you. You should be enjoying Bangkok.  It's Saturday morning in Bangkok ! 
    Recruiter:  That's OK *ยิ้มแล้วเปิด CV * 
    ภท: *ยืนยิ้มเบาๆ*

    แล้วสิ่งที่ recruiter ถามแน็ต ไม่ใช่คำถามที่ว่า ทำไมถึงอยากย้ายสาย ? ทำไมอยากไปอยู่ดูไบ ? หรือ How are you today?

    Recruiter: What would you do if you have to organize a birthday party for your best friend?
    ภท: *อึ้งไปดิฮะ o.O ไม่แน่ใจขออีกรอบล่ะกัน*  Could you please repeat the question? 
    Recruiter: What would you do if you have to organize a birthday party for your best friend?
    ภท: *เรียกสติกลับมาได้* As it's her birthday, I would select things according to my friend's taste... do what she likes. The concept is to give her what she likes.  It's HER day. Choose the venue she likes which is her house by the river.  We might do some BBQ night theme as she loves beef and everybody could have a chance to interact with each other. The music would be from her playlist as it's her favourite. 
    Recruiter: Thank you

    เค้าแต๊งกิ้วดื้อๆ แค่นั้นจริงๆนะ สิ่งที่แน็ตตอบอาจจะไม่ใช่ exact word 90% เป็นอะไรประมาณนั้นค่ะ ตอนแน็ตพูดแน็ตนึกถึงหน้าเพื่อนสนิทคนนึงไว้ในหัว แล้วตอบตามนั้นเลยค่ะ จินตนาการว่าเราต้องจัดจริงๆ หลังจากนั้นก็เดินออกจากห้องแบบ งงๆ เพราะเค้าไม่ได้บอกว่าคุณได้ไปต่อรึป่าว สุดท้ายมาเห็นป้ายหน้าห้องว่าให้กลับมาอีกทีตอนเที่ยงๆ ก็เลยไปนั่งรอที่ starbucks ตรงข้ามโรงแรมกับน้องๆ ที่เพิ่งเจอกันในห้องยิ่น resume คุยจนจะสนิทกัน 5555 ใครบอกเครียดๆ แน็ตจูนให้ชิวหมดค่ะ 

    คำถามในรอบนี้ค่อนข้างกว้างมากๆค่ะ จากที่ถามๆมาก็จะโดนถามว่า How are you today? What do you do? How would you survive in desert? (อันนี้พี๊คจริง) Describe your current job, etc. มันสามารถเป็นอะไรได้หลายอย่างมากๆ 

    สิ่งหนึ่งที่แน็ตรู้สึกได้คือ เค้าสนใจคำตอบเรานิดเดียวเองค่ะ เพราะคำถามที่เค้าถามไม่มีคำตอบถูกผิด แต่เค้าจะดูความตื่นเต้นของเรามากกว่า ถ้าเราเป็นธรรมชาติได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น และที่สำคัญเค้าวัดความรู้ภาษาอังกฤษเราไปในตัวด้วยค่ะ อาชีพแอร์เป็นอาชีพที่คุณต้องสามารถคุยนอก context ของงานได้ เพราะเราไม่รู้ว่าผู้โดยสารจะถามเราเรื่องอะไร หรือเราจะต้องยืนคุยกับเค้าเรื่องอะไร จุดเด่นของเอมิเรตส์คือ ลูกเรือเฟรนลี่เป็นกันเองค่ะ (อันนี้ได้ยินจากผดสหลายๆท่าน เค้าให้feedbackมา) จากคนที่ไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้าแบบแน็ต ทุกวันนี้หาเรื่องคุยกับคนแปลหน้าได้สบายมากค่ะ ล่าสุดบนไฟลท์วอชิงตัน แน็ตยืนคุยกับผดสท่านหนึ่งในแกลลี่อยู่เกือบ 2 ชั่วโมง โดยทุกอย่างเริ่มแค่คำถามว่า  Who did you vote for in the previous election? Trump or Hilary? นั่นแหละค่ะ คุยไปจนถึงนโยบาย Health Care ของ Obama กับ สงครามที่ Crimea ลองคิดว่าถ้าเราไม่แม่นจริงหรือมีความประหม่าเราจะไม่สามารถคุยกับลูกค้าได้เลย อาจจะไม่ต้อง advance อะไรขนาดนี้ก็ได้ อยากได้วิธีฝึกภาษาอังกฤษหลังไมค์มาได้ค่ะ 

    ผ่านไป 3 ชั่วโมงครึ่ง กลับมาที่ห้องเดิมมานั่งรอผลเกมวัดดวงรอบแรก 
    เค้าก็เรียงเลขไปค่ะ ถ้าใครได้ยินเลขตัวเองก็เดินออกจากห้องได้เลย ผ่านเข้ารอบต่อไปเจอกันพรุ่งนี้เช้า .... แล้วก็ผ่านแบบ งงงวย ค่าาาาา ขนาดตอนนั้นที่คิดว่าตัวเองชิวมากแล้วยังเกิดความตื่นเต้นเลย เหมือนลุ้นหวยยังไงยังงั้น 

     - - - - - - - - - - - - 

    DAY 2  
    a. Group Discussion 1 
    แน็ตจำไม่ได้แล้วว่าวันนั้นเค้าให้เรียงแถวตามเลขหรือตามอะไร (แต่น่าจะตามเลขค่ะ) เพื่อให้เดินเข้าไปนั่งตามกลุ่มที่เค้าจัดไว้แบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ 
    group discussion รอบนี้เค้าจะให้เราแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆกลุ่มละ 3 คน  ให้อาชีพเรามา 1 อย่าง กับ สิ่งของ 1 ชิ้น สิ่งที่เราต้อง discuss ทำมี 2 อย่างค่ะ :

         1. Tell the qualifications of the person who is working as that particular job 
         2. Use creativity to relate the particular thing you have got with the job given

    การพรีเซ้นต์ของข้อแรก ให้ทุกคนช่วยๆกันพูด
    การพรีเซ้นต์ของข้อสอง recruiter จะเลือกคนพรีเซ้นเองค่ะ  

    แน็ตมีไปถามเพื่อนที่สมัครรอบเดียวกันแต่อยู่อีกกรุํปนึง เค้าบอกว่าของเค้าจะต่างออกไปหน่อยค่ะ แต่ก็ยังอยู่ใน concept ประมาณนี้ ไม่ต่างกันมาก

    อีก 20 นาทีไม่นานเกินรอ recruiter จะออกมาแปะผลว่าใครผ่านเข้ารอบต่อไป เกมวัดดวงอีกเช่นเคย 

    b. Height Measurement 
    ไม่มีอะไรมากค่ะในช่วงนี้  ใครเอื้อมแตะถึงก็ผ่านเข้ารอบ อันนี้จะอยู่ที่ดวงด้วยว่าเจอ recruiter คนไหนเป็นคนเช็ค เพราะบางคนก็โหดมากๆ แน็ตสูง 172 cm เลยสบายมากค่ะรอบนี้ 
    แต่ไม่แน่ใจว่าเค้าจะยังมีรอบนี้อยู่มั้ยเพราะล่าสุด เอมิเรตส์ก็ออก qualification ว่าต้องสูงกว่า 160 cm 

    *tiptoes คือเขย่งเท้าแต่ไม่บัลเลต์นะคะ
    reference: http://www.emiratesgroupcareers.com/cabin-crew/

    c. Group Discussion 2
    รอบนี้จะโดนจับแยกเป็น กรุ๊ปละประมาณ 10 - 12 คน โดย recruiter จะให้ scenario และ คำถามมาประมาณ 7 ข้อ หลังจากนั้นจะให้เวลาเรา discuss กัน ซึ่งหมายความว่า ทุกคนต้องพูดค่ะ จำไม่ได้ว่าพูดอยู่นานเท่าไหร่ บอกไว้ก่อนว่า พูดเยอะก็ไม่ได้ พูดน้อยๆก็ไม่ได้ ไม่พูดเลยยิ่งไม่ได้ งงม่ะ ในความคิดของแน็ตนะ เอมิเรตส์เค้าหาคนที่เป็น team player ค่ะ แต่ก็ต้องนำคนอื่นได้เหมือนกัน แต่ห้ามเผด็จการ ไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไง ไม่กล้าฟันธงเหมือนกัน แต่นี่คือสิ่งที่รู้สึกได้ตั้งแต่วันที่สมัครจนถึงวันนี้
     
    หลังจากนั้นจะเป็นช่วง Role Play ช่วงนี้ใช้ไหวพริบเยอะมากๆ เพราะเราไม่รู้ว่าเค้าจะเล่นใหญ่เล่นเล็กยังไง ส่วนใหญ่ Role Play ก็จะรัชดาลัยกว่าลูกค้าจริงนิดนึง ใช้ creativity, own your situation เวทีเป็นของคุณแล้วค่ะ 

    แน็ตโดนลูกค้าคอมเพลนว่า ทำไมไม่ให้ลูกเค้าเข้าสวนน้ำ ลูกเค้าโตแล้ว แต่แค่ส่วนสูงไม่ถึง ทำไมไม่ให้เข้า เด๋วเค้าใช้ห่วงยางก็ได้หนิ แน็ตพูดจนไม่มีอะไรจะพูด จำได้ว่าจบคอนเวอร์ด้วยคำว่า We have this policy, because we care for you and your child. หมดมุขแล้วจริงๆ ยอม 

    หลังจากนั้นก็รอหน้าห้องเหมือนเดิมค่ะ เกมวัดดวงเช่นเคย จำได้ว่ารอบนี้คิดว่าตัวเองจะตกรอบด้วย ตาลายมองไม่เห็นเลขตัวเอง จนเพื่อนมาสะกิดว่า "แกๆๆๆ พวกเราผ่านอ่ะๆๆ"  อ่าววว ผ่านหรอ ?

    d. English Test
    รอบนี้เหลืออยู่ประมาณไม่น่าจะถึง 45 คนจาก 700 - 800 คน น่าใจหายนิดนึง 
    session นี้มี 2 อย่างที่ต้องทำค่ะ :

    1. Paper-based test 
        ยากกว่า TOEIC นิดนึงค่ะ passage จะยาวกว่า ออกแนว TOEFL กับ IELTS เบาๆ แต่ไม่ยากขนาดนั้นค่ะ เทคนิดคือ อ่านคำถามและคำตอบก่อนแล้วค่อยไปอ่าน passage ค่ะ 
    2. Reading test
        recruiter จะเรียกเราออกไปหาทีละคนพร้อมกับให้ กระดาษใบเล็กมา เราอ่าน paragraph ตามนั้นเลยค่ะ ง่ายๆ ไม่มีศัพท์ advance ใดๆ แล้วก็ไม่ได้จะต้องยืนหันหน้าหาเพื่อนๆด้วย ยืนอ่านให้เค้าฟังคนเดียวค่ะ 
     
    หลังจากนั้นก็รอเค้าตรวจข้อสอบ ประกาศว่าใครเข้ารอบ ตอนนั้นก็เลย 6 โมงเย็นแล้วค่ะ 

    สุดท้ายเราเหลือกัน 36 คน หลังจากที่ผ่านอะไรกันมา แน็ตขอพูดว่ามันไม่ง่ายเลย จากที่เป็นคนเฉยๆกับการสัมภาษณ์งาน การสมัครแอร์ดูดพลังชีิวิตไปเยอะมากจริงๆ  

     - - - - - - - - - - - - 

    DAY 3  FINAL INTERVIEW 
    การสมัครแอร์ก็ยังไม่จบง่ายๆเพราะยังเหลือด่านสุดท้าย บอกเลยว่าด่านนี้หินค่ะ 
    เค้าจะนัดวันเวลาสัมภาษณ์ตั้งแต่หลังสอบภาษาอังกฤษเสร็จเลย 
    วันนั้นจะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมเช่นรูปถ่ายไพรเวท และ รูปสูทดำ 
    ส่วยรายละเอียดต่างๆขอแปะไว้บลอคหน้านะคะ มันค่อนข้างซับซ้อนนิดนึง

     - - - - - - - - - - - - 
    ยังไงก็แล้วแต่ ขอให้ทุกคนสู้ๆนะคะ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
    ถึงแม้ว่าแน็ตจะคิดไว้ตลอดตั้งแต่แรกว่าตกรอบแน่ๆ แต่ไหนๆก็ไปแล้วแน็ตบอกตัวเองว่าเราต้องทำให้เต็มที่ ลองดูสักครั้ง ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอให้มีความมั่นใจในทุกๆอย่างที่เราทำค่ะ ไม่ว่าจะเดิน นั่ง พูด ยิ้ม กรรมการมองอยู่แหละ เอาให้งาม ที่สำคัญคือ อย่าเกร็ง อย่าล่กทำตัวเป็นธรรมชาติ  เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด  ริษัทไม่ได้อยากได้หุ่นยนต์มาต้อนรับผู้โดยสาร ถูกม่ะ ? :) 

    กด apply ได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้เลย 👇🏻

    ถ้าน้องๆเพื่อนๆมีคำถาม สามารถทิ้งคำถามไว้ที่คอมเม้นได้ แต่แน็ตอาจจะไม่ได้เข้ามาเชคบ่อย หรือ 
    ไปทิ้งคำถามได้ที่ 
    IG: ppakti, a24hourtale 
    ยินดีตอบทุกโจทย์ที่เราตอบได้ค่ะ !

    GOOD LUCK ค่ะ แล้วมาบินด้วยกันนะคะ  
    รออยู่วววว :)

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in