ULTRAMARINEnomatterblue
We don’t hurt anymore : Youngmin x Donghyun
  • Title : We don’t hurt anymore.
    Relationship : LimYoungmin x KimDonghyun
    Genre : romantic – angst
    Words : appx 5,300
    Author : nomatterblue
    Author’s Note : บทฝาแฝดในเรื่องนี้คือดงฮยอนกับดงยองค่ะ ทั้งคู่เป็นแฝดหน้าตาเหมือนแบบแยกกันไม่ออก





    우리 아파하지 마요

    We don’t hurt anymore





    ปูซาน เกาหลีใต้

    เสียงกรุ๋งกริ๋งจากระฆังใบจิ๋วดังขึ้นเมื่ออิมยองมินผลักประตูร้านกาแฟ พนักงานกล่าวต้อนรับเชื้อเชิญเลือกที่นั่ง ชายหนุ่มกวาดสายตาแล้วเลือกโต๊ะติดมุมอับทึบห่างไกลสายตาผู้คนแม้ว่าภายในร้านมีที่นั่งอีกมากมายรวมถึงบริเวณดีที่สุด เสียงข้อความเตือนขณะรับเมนูเครื่องดื่มจากพนักงาน

    동현니 : เราใกล้ถึงละนะ
    동현니 : สั่งช็อกโกแลตปั่นใส่บราวนี่เพิ่มวิปครีมคาราเมลซอสให้เราหน่อยสิ
    동현니 : (๑・̑◡・̑๑)

    ยองมินสั่งอเมริกาโนเย็นของเขาและเครื่องดื่มตามคำสั่งสำหรับคนที่ยังมาไม่ถึง ชั่วประเดี๋ยวพนักงานยกแก้วอเมริกาโนเย็นมาเสิร์ฟ เขายกมันขึ้นดื่มแล้ววางลง ไล้นิ้วบนไอเย็นข้างแก้ว ความเย็นจากเครื่องดื่มไม่ช่วยบรรเทาอาการกระวนกระวายภายในใจ

    คิมดงฮยอนมาถึงพร้อมกับที่พนักงานยกช็อกโกแลตปั่นมาที่โต๊ะ เด็กหนุ่มยิ้มบอกขอบคุณเสียงใส ยองมินสังเกตเห็นพนักงานยิ้มรับ รอยยิ้มของดงฮยอนมักเป็นพลังบวกแก่คนที่พบเห็น

    เด็กหนุ่มนั่งลงตรงข้าม ดื่มเครื่องดื่มดับร้อนแล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ยองมิน วิปครีมติดอยู่ตรงข้างแก้ม ชายหนุ่มยื่นทิชชู่ส่งให้

    “พี่กลับมากี่วันเหรอ?” ดงฮยอนถาม เช็ดคราบเปื้อนบนแก้ม เอียงแก้มน้อยๆ ถามยองมินว่าลบคราบวิปครีมออกหมดแล้วหรือยัง ยองมินพยักหน้า

    “พรุ่งนี้พี่ก็กลับแล้ว”

    ยองมินเดินทางไปโซลนับตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลาย ขณะที่อีกหลายคนต่อสู้กับระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยแต่เขาเลือกเส้นทางต่างออกไป ตอนแรกพ่อไม่เห็นด้วยนัก หลายปีที่ผ่านมาเขาพิสูจน์ให้ครอบครัวเห็นว่าการตัดสินใจนั้นไม่ใช่เรื่องโง่ไร้สาระเหมือนที่ถูกปรามาส ตอนนี้ยองมินเป็นโปรดิวเซอร์มือทอง ทำเพลงฮิตให้วงไอดอลมีชื่อเสียง รวมถึงทำเพลงฮิปฮอปใต้ดินร่วมกับกลุ่มเพื่อนที่ชื่นชมแนวเพลงเดียวกัน

    ตั้งแต่เพลงฮิตหลายเพลงติดชาร์ท ยองมินไม่มีโอกาสกลับปูซานบ่อยๆ เหมือนช่วงก่อน ระยะเวลาที่ได้พบดงฮยอนก็ลดลงไปด้วย

    “คืนเดียวเองนะ พี่จะมาทำไมเนี่ย เดินทางไปกลับเหนื่อยจะตาย” ดงฮยอนทำหน้ามุ่ยแต่คำพูดน้ำเสียงล้วนแสดงความห่วงใย

    อะไรบางอย่างอัดแน่นในอกของยองมิน มันไร้ตัวตนแต่มีน้ำหนัก เขาอึดอัด เหมือนก้อนหินแข็งขยายตัวกว้างขวางทางเดินหายใจ อาการนี้รุนแรงขึ้นเมื่อดงฮยอนยิ้มให้เขา

    “ก็พี่อยากเจอนายนี่นา นายผอมลงรึเปล่าเนี่ย แก้มไม่กลมแล้ว เจ้าแก้มแตกของพี่หายไปไหน” ยองมินว่า ก้อนหนักในอกขยายตัวขึ้นไปอีกพร้อมคำโกหกและรอยยิ้มยินดีของดงฮยอนเมื่อได้ยินคำเท็จ

    “เราเพิ่งหายไข้ กินอะไรไม่อร่อยเลยอะ” ดงฮยอนทำนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เป็นรูกลมทาบบนโหนกแก้มเหมือนที่เคยทำ แต่ไขมันบนแก้มอิ่มที่เคยพอเหมาะกับช่องว่างระหว่างนิ้วหายไป อย่างไรก็ตามรอยยิ้มของดงฮยอนยังคงสดใสแข่งกับพระอาทิตย์ฤดูร้อน “เราก็คิดถึงพี่เหมือนกัน”

    ในอกของยองมินเจ็บปวด เขาฝืนยิ้มน้อยๆ เปลี่ยนเรื่องคุย

    “แล้วที่ร้านเป็นยังไงบ้าง คุณป้าไม่ว่าเหรอทิ้งร้านออกมาหาพี่เนี่ย?”

    “ก็เพราะเป็นพี่ไงล่ะ แม่เคยว่าพี่ด้วยเหรอ พอรู้ว่าพี่กลับมาก็รีบไล่เราออกจากร้าน เออ แม่ให้ชวนพี่ไปกินข้าวที่บ้านตอนเย็นนะ นี่พี่กลับบ้านหรือยัง?”

    ยองมินส่ายหัว เขาเพิ่งลง KTX และโทรฯหาดงฮยอนเป็นคนแรก ดงฮยอนดูแลร้านขายเครื่องประดับจากไข่มุกกิจการครอบครัวหลังเรียนจบชั้นมัธยม

    “อ้าว คุณลุงกับคุณป้ายังไม่รู้เหรอว่าพี่กลับมา”

    “ไว้ค่อยกลับไปเจอหน้าตอนเข้าบ้านก็ได้ พ่อแม่พี่เอาแต่เห่อหลานคนใหม่ ไม่สนใจพี่หรอกน่า” ยองมินหัวเราะเบาๆ พี่สะใภ้ของเขาเพิ่งคลอดหลานคนแรก กรุ๊ปในคาทกเด้งรูปหลานชายอวดกันแทบทุกวันแทนคำทักทาย

    “นี่ งั้นไปอควาเรียมกันมั้ย”

    ดงฮยอนชวนพร้อมยิ้มกว้าง

    ยองมินตอบตกลง อควาเรียมเป็นสถานที่โปรดของดงฮยอน

    ดงฮยอนก้มดื่มเครื่องดื่ม มีช่องว่างในความเงียบระหว่างพวกเขา ยองมินสัมผัสถึงมันแต่เขาหวังว่าดงฮยอนจะไม่รู้สึกถึงความเงียบประหลาดนี้




    คิมดงฮยอนชอบอควาเรียมมากๆ แม้เขาใช้เวลาอยู่ในสวนน้ำเป็นรอบที่ร้อยหรืออาจจะมากกว่านั้นตั้งแต่อควาเรียมเริ่มเปิดให้บริการ เจ้าตัวดีใจเหมือนเด็กเล็กขณะเดินผ่านทางเดินกระจกที่มองเห็นสัตว์น้ำในแทงค์ว่ายผ่านไปมา ปลากระเบนราหูตัวโตว่ายผ่านศีรษะของพวกเขา ดงฮยอนทำเสียงตื่นเต้นดีใจเขย่าแขนยองมินชี้ชวนให้ดูฝูงปลาเล็กที่เกาะติดตามปลาใหญ่

    ยองมินพยายามยิ้มให้ดงฮยอน

    สี่ปีแล้วที่ยองมินไปจากปูซาน ถ้าเป็นนักศึกษา เขาคงเรียนจบมหาวิทยาลัย

    สามปีที่ความสัมพันธ์ของเขากับดงฮยอนเปลี่ยนจากพี่น้องเป็นคนรู้ใจ

    ปีแรกที่อยู่ในโซลเป็นช่วงเวลายากลำบาก ทุกครั้งที่ท้อถอย เขาจะได้รับกำลังใจจากดงฮยอนเสมอ เมื่อนึกย้อนไปก็เป็นดงฮยอนนี่แหละที่ยิ้มให้เขา ร้องว้าว เมื่อยองมินบอกว่าเขาอยากเป็นโปรดิวเซอร์

    ตั้งแต่เล็กจนโตในฐานะเพื่อนบ้าน ดงฮยอนมักอยู่ข้างหลัง คอยวิ่งตาม หัวเราะเสียงดังร่าเริง ทำหน้าม่อยเวลาแม่ทำโทษที่เขาปีนต้นไม้เก็บลูกโป่งให้ดงฮยอนแล้วพลัดตกลงมา ร้องไห้จ้าเสียงดังกว่าเขาที่ถูกแม่ตี หรือเป็นคนที่คอยยื่นขวดน้ำ ยื่นผ้าขนหนูตอนที่ยองมินซ้อมว่ายน้ำ เป็นเด็กเกลียดผักที่ยอมกินมะเขือเทศเพราะยองมินบอกว่าเขาปลูกมันเอง

    คนรอบข้างล้วนบอกว่าดงฮยอนติดเขาแจตั้งแต่เล็ก ยองมินเคยคิดแบบนั้นจนเวลาขวบปีในโซลชี้ให้เห็นว่าคนที่งอแงน่าจะเป็นเขามากกว่าดงฮยอน เพราะดงฮยอนเป็นคนเดียวที่เขาแสดงด้านอ่อนแอให้เห็น ยามเหนื่อย ยามท้อแท้ แล้วก็เป็นดงฮยอนที่ยิ้มกว้างๆ บอกว่าเชื่อมั่นในตัวยองมิน

    เพราะรอยยิ้มพลังบวกที่ได้รับตลอดมา ยองมินถึงก้าวสู่ตำแหน่งโปรดิวเซอร์ชื่อดัง

    แต่ทำไมกันนะรอยยิ้มที่เคยมอบความสุขให้ยองมินเสมอกลับทิ่มแทงความเจ็บปวดใส่เขาในตอนนี้

    บางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนไปไม่เหมือนเก่า

    ดงฮยอนหันมาหาเขาพร้อมรอยยิ้มที่ไม่จางจากใบหน้า ชี้ชวนให้เขาดูปลาฉลามว่ายวนเวียน

    หัวใจของยองมินใกล้แตกสลายเพราะรอยยิ้มสดใส

    รอยยิ้มของเด็กหนุ่มหุบฉับ ก้าวกลับมาหายองมิน ล้วงกระดาษทิชชู่ในกระเป๋ากางเกงที่หยิบติดมือมาจากร้านกาแฟ

    “ปลาฉลามทำให้พี่ซึ้งขนาดร้องไห้เชียว” ดงฮยอนซับน้ำตาที่ไหลออกมาโดยที่ยองมินไม่ทันรู้ตัว ความกังวลบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นแซวแหย่ “คิดอะไรอยู่นะ จะเขียนเพลงรักอกหักปลาฉลามงั้นเหรอคุณโปรดิวเซอร์อิม”

    ดงฮยอนหัวเราะ พลอยทำให้ยองมินต้องฝืนหัวเราะไปด้วย

    ดงฮยอนไม่เคยเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะตั้งแต่วันแรกที่เขาเห็นเด็กชายตัวกลมแก้มยุ้ยที่แม่จับใส่กระโปรงติดกิ๊บรูปดาวแต่งตัวเป็นเด็กผู้หญิง หรือวันที่ดงฮยอนอายุครบยี่สิบปี

    คนที่เปลี่ยนไปคือตัวเขาเอง หัวใจ — ความรู้สึกของยองมินไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

    หลังออกจากอวาเรียมดงฮยอนโอ้เอ้กับร้านรวงที่เพิ่งเปิดขายตอนเย็นจนผิดนัดมื้อเย็น เด็กหนุ่มหัวเราะร่วนแม้แม่ตำหนิที่ไม่ยอมพาลูกชายอีกคนของบ้านคิมไปรับประทานมื้อเย็นด้วยกัน ดงฮยอนบอกว่าเขาอยากใช้เวลากับยองมินสองคนมากกว่าอยู่ในบ้านที่คนเยอะแยะ และทุกคนแย่งเวลาของยองมินไปจากเขา

    ไม่ว่าดงฮยอนจะพูดอะไร ยองมินได้แต่ยิ้มฝืน บ่อยครั้งที่หลบตามองทางอื่น

    “พี่ดูสิ สวยจัง”

    เด็กหนุ่มชี้ชวนให้ยองมินดูไฟประดับสะพานข้ามแม่น้ำ ลมเย็นเฉียบจากแม่น้ำพัดแรงจนเขาไอค่อกแค่กติดต่อกัน ยองมินลูบหลัง ดึงแขนเด็กหนุ่มให้เข้ามาใกล้ๆ แม้ว่าไออุ่นจากร่างกายไม่ช่วยป้องกันลมเย็นสักเท่าใด

    “อย่าตากลม เดี๋ยวก็ไม่สบายอีก”

    ดงฮยอนยิ้มรับแล้วเดินตามยองมินห่างจากแม่น้ำ

    พวกเขากลับถึงบ้านราวเที่ยงคืน ดงฮยอนเอนพิงไหล่ยองมินหลับตลอดทางบนแท็กซี่ เด็กหนุ่มดูอ่อนเพลียคงเพราะอาการไข้หวัดที่เจ้าตัวเพิ่งหายไขที่บอก ยองมินปลุกดงฮยอนเมื่อถึงปากซอยเข้าบ้าน เด็กหนุ่มงัวเงียตื่น ยองมินเดินไปส่งดงฮยอนตรงหน้าประตูบ้านแม้ว่าระยะห่างระหว่างบ้านทั้งสองคือแค่รั้วกั้น

    ในความมืด ใต้แสงสลัวจากเสาไฟฟ้าข้างทางฝั่งตรงข้าม ใบหน้าของดงฮยอนดูซีดเซียวแต่ก็ยิ้มน้อยๆ ยองมินคิดว่าจะได้ยินคำบอกฝันดีเหมือนทุกครั้ง

    “พี่ พวกเราเลิกกันมั้ย”

    มุมปากที่ฝืนยิ้มรับรอฟังดงฮยอนบอกฝันดีคืนเป็นเส้นตรง

    “พี่รู้มั้ยว่าเวลาที่พี่ฝืนตัวเองพี่จะแสดงออกทางสีหน้าทุกครั้ง วันนี้พี่โกหกเราไม่ได้หรอกนะ มีอะไรอยากบอกเรามั้ย”

    “ดงฮยอน … พี่ขอโทษ” เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก “พี่จะไปอเมริกา”

    “มีคนที่ … พี่จะพาเขาไปด้วยกันใช่มั้ย” เสียงดงฮยอนแผ่ว “คนที่ … ไม่ใช่เรา”

    ยองมินตอบคำถามด้วยเสียงของเขาไม่ได้ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ เจ็บปวด

    “เรา … เข้าใจแล้ว” ดงฮยอนหันหลังให้เขาทำเป็นเปิดประตูเข้าบ้าน แต่ไหล่ไหวโยกและเสียงสะอื้นไห้ไม่อาจกลั้นเก็บเสียง

    ยองมินคว้าตัวดงฮยอนพยายามกอดปลอบ หัวใจของเขาแหลกสลายเป็นเศษเสี้ยว เกลียดตัวเองจับใจที่ทำให้ดงฮยอนร้องไห้

    เด็กหนุ่มซ่อนใบหน้ากับสองมือ ปัดป้องมือใหญ่ที่ปรารถนาซับน้ำตา

    “อย่า! อย่ามองเรา! เราไม่อยากให้พี่เห็นหน้าตอนเราร้องไห้!” ดงฮยอนตะโกน เสียงสะอื้นบาดใจคนฟัง

    ยองมินได้แต่กอดดงฮยอนเอาไว้ กระชับแรงกอดบ้าง ค่อยๆ คลายออกบ้าง แต่ก็ไม่ยอมปล่อยดงฮยอน

    เสียงร่ำไห้แผ่วจาง ดงฮยอนเงยหน้าขึ้นมา ตาสองข้างแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้า แก้มเปรอะน้ำตาเป็นทางยาว

    แต่ดงฮยอนก็ยังยิ้มให้ยองมิน

    “เราอยากให้พี่จำแต่หน้าตอนที่เรายิ้ม”

    มือใหญ่เช็ดคราบน้ำตาบนแก้มอ่อนโยนเบามือ ไม่สามารถอธิบายได้ว่าความเจ็บปวดที่กัดกินยองมินนั้นรุนแรงขนาดไหน

    “พี่สัญญากับเราเรื่องนึงได้มั้ย” เสียงเครือของดงฮยอนฟังแล้วเจ็บปวดไม่ต่างจากริ้วรอยในใจยองมิน

    ยองมินพยักหน้ารับ เขาได้แต่บอกดงฮยอนว่าเขาขอโทษซ้ำๆ ไร้คำพูดอื่นใด




    ลองแองเจลิส สหรัฐอเมริกา

    ใกล้ครบรอบหนึ่งปีที่อิมยองมินย้ายมาทำงานกับค่ายเพลงชื่อดังในแอลเอ เขาสนุกกับงานที่ทำ ได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ระดับโลก นักร้อง นักดนตรีชื่อดัง เพลงล่าสุดที่มีชื่อเขาอยู่ในทีมโปรดิวเซอร์ติดชาร์ทบิลบอร์ดอันดับหนึ่ง ยองมินคิดว่าชีวิตของเขาเดินทางค่อนข้างไกลในวัยขนาดนี้ จากปูซานถึงโซลและแอลเอ

    ชื่อเสียง เงินทอง และงานปาร์ตี้ไม่ได้ทำให้เขาลืมเด็กผู้ชายที่ปูซาน คิมดงฮยอนมีชีวิตในห้วงคำนึงของอิมยองมินเสมอ

    ถึงแม้ว่าตัวเขามีใครอีกคนอยู่ข้างๆ ก็ตาม

    “นั่งเหม่ออะไรน่ะ ตะกี้ฉันเรียกนายไปอาบน้ำนะ”

    ยองมินเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์สมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุด องซองอูสวมเสื้อคลุมอาบน้ำ เช็ดผมด้วยผ้าขนหนู พลางเปิดเบียร์กระป๋องมานั่งดื่มข้างๆ ชะโงกมองหน้าจอในมือยองมิน

    “แฟนเก่า?” เสียงหัวเราะขึ้นจมูก ฟังดูเย้ยหยันแต่ยองมินรู้ว่าซองอูไม่ได้ประชดเขา

    ชายหนุ่มกดปุ่มดับหน้าจอ หน้าเฟซบุ๊คของคิมดงฮยอนวับหายพร้อมหน้าจอปิดใช้งาน

    “ฉันกับนายนี่ก็แปลกนะ รู้ว่าฝืนไปก็เท่านั้นแต่ยังดันทุรัง นายกลับไปหาเขาดีกว่ายองมิน นายก็รู้ว่าพวกเราไม่ได้รักกันสักนิด ระหว่างนายกับเขาอาจจะไม่สายเกินไปนะ อย่าให้มันพังไปมากกว่านี้เลย” ซองอูพูดก่อนกระดกเบียร์รวดเดียว เสียงพึมพัมขณะใช้หลังมือเช็ดปาด “อย่าพังเหมือนกับฉัน”

    ยองมินกลับคิดว่าทุกอย่างระหว่างเขาและดงฮยอนนั้นพังเสียจนไม่เหลือแม้แต่ฐานราก ด้วยมือของเขาเองที่ทลายทุกอย่างต่อหน้าต่อตา สายเกินกว่าจะซ่อมแซมเศษซากความรู้สึกเหล่านั้น ความรัก ความไว้วางใจ ความปรารถนาดี สิ่งที่เหลือทิ้งไว้เป้นแค่เพียงความทรงจำเมื่อวันก่อน

    ชายหนุ่มทำได้เพียงเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตแอบติดตามความเป็นไปของดงฮยอนโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว เอาแต่เคลื่อนไหวอย่างไร้ร่องรอย เป็นเงาดำใต้ความรู้สึกผิด

    ดงฮยอนขอให้เขาสัญญาว่าหลังจากวันนั้น พวกเขาจะเป็นแค่คนรู้จัก ไม่มีคนที่เคยรัก ไม่มีพี่น้องที่รู้ใจ หรือพี่ข้างบ้านกับน้องชายที่ตัวติดกัน

    ดงฮยอนขอเวลาจนกว่าเด็กหนุ่มจะยิ้มให้ยองมินได้อีกครั้ง ยิ้มด้วยใจจริง ไม่ใช่รอยยิ้มอาบน้ำตา

    ยองมินยอมรับทุกข้อเสนอหากมันเยียวยาดงฮยอน

    แอคเคาท์คาทกในลิสต์ผู้ติดต่อถูกลบออกไป ชื่อ 동현니 กลายเป็นห้องว่าง รูปดิสเพลย์เด็กหนุ่มสดใสกลายเป็นรูปตั้งต้นของโปรแกรม

    เหลือไว้แต่หน้าเฟซบุ๊คกับอินสตาแกรมที่นานครั้งถึงมีความเคลื่อนไหว อย่างน้อยยองมินก็ใจชื้นพองเมื่อดงฮยอนเคยแชร์เพลงที่เขาโปรดิวซ์บนหน้าวอลล์เฟซบุ๊ค ถึงไม่มีคำอธิบายหรืออีโมติค่อนแสดงอารมณ์

    อย่างน้อยนิดดงฮยอนก็ไม่ได้ลืมเขาทั้งหมด แม้ตัวตนของยองมินคือคนใจร้ายที่ทำให้ดงฮยอนเสียใจ

    ซองอูกินเบียร์อีกหลายกระป๋องจนเมาพับคาโซฟา ยองมินถอนหายใจ หยิบเอาผ้านวมจากห้องนอนมาคลุมให้ จัดท่าทางให้นอนสบาย

    ได้แต่คิดถึงดงฮยอนมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่สามารถทิ้งซองอู … นั่นคือสิ่งที่เขาเลือก

    ยองมินเดินเข้าห้องนอน กดโทรศัพท์เรียกโปรแกรมที่เปิดค้างไว้ก่อนหน้า หน้าโปรไฟล์เฟซบุ๊คของดงฮยอนแสดงผลอีกครั้ง ไม่มีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจากครั้งล่าสุดที่ยองมินแอบมอง ออกจะผิดวิสัยที่ดงฮยอนมักแชร์รูปเซลฟี่อยู่บ่อยๆ แต่ถ้าดงฮยอนเปลี่ยนแอคเคาท์โดยไม่บอกเขายองมินก็ไม่ประหลาดใจ ก่อนยองมินปิดหน้าจอ ปุ่มแสดงสถานะตรงแถบข้อความเปลี่ยนเป็นสีเขียว ยองมินเอาแต่จ้องปุ่มแสดงสถานะออนไลน์ตรงชื่อของดงฮยอนโดยไม่คิดทำอะไร เขาไม่มีความกล้าที่จะพิมพ์ทักดงฮยอนออกไปก่อน คำสัญญาที่ดงฮยอนเคยขอให้เขารับปากฉุดรั้งปลายนิ้วไม่ให้พิมพ์อะไรโง่ๆ อย่างเช่นคำว่าคิดถึงไปหาอีกฝ่าย

    เขาได้แต่มองปุ่มสีเขียวนั้นจนมันดับลง



    ใครบางคนยืนอยู่หน้าห้องของอิมยองมินทุ้มเถียงทะเลาะกับองซองอูใหญ่โต เพื่อนบ้านห้องข้างๆ ทั้งสองฝั่งและฝั่งตรงข้ามต่างเปิดประตูออกมามอง ต่างละล้าละลังจะเข้าไปห้ามปราม ซองอูขึ้นเสียงด้วยภาษาบ้านเกิด เช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่ดูใจเย็นกว่าแต่ถ้อยคำโต้ล้วนปลุกโทสะซองอูไม่ต่างจากสาดน้ำมันใส่กองเพลิง

    “นายกลับไปก่อนเถอะ” ยองมินไล่คังดาเนียลกลับไป ดาเนียลยอมทำตามแต่บอกซองอูว่าเขาจะกลับมา

    “ไปตายซะ!” ซองอูตะโกนใส่แผ่นหลังกว้างหนาที่เดินจากไป

    ยองมินถอนหายใจ ถึงไล่คนอื่นให้ไปตายแต่คาดว่าคนที่ร้องไห้โฮคืนนี้คงหนีไม่พ้นซองอู

    “เอายังไงล่ะทีนี้ เขาหาตัวนายเจอแล้ว”

    ซองอูท่าทางฮึดฮัดแต่ก็ไม่ตอบอะไร ยองมินคิดว่าอีกฝ่ายก็ตอบไม่ได้ว่าจะหาทางหนีจากคังดาเนียลได้ไกลแค่ไหน

    การหลบหนีหัวใจของตนเองนั้นเป็นเรื่องยากและโง่งี่เง่าเท่ามนุษย์สักคนจะทำสำเร็จ

    องซองอูเป็นคนโง่คนหนึ่งที่เขารู้จัก

    ส่วนคนโง่อีกคนคือตัวยองมินเอง

    คืนนั้นซองอูดื่มเบียร์ผสมเหล้ากว่าครึ่งโหลแล้วเมาพับคาโซฟา ยองมินจัดการห่มผ้าให้เหมือนทุกครั้ง

    สำหรับยองมินแล้วคืนนี้เขาคิดถึงดงฮยอนมากกว่าวันไหนๆ

    ปุ่มแสดงสถานะออนไลน์ผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อคิมดงฮยอนเป็นสีเขียว

    ยองมินลังเล เขาอยากคุยกับดงฮยอนแต่ก็ไม่เคยลืมว่าตัวเองใจร้ายกับดงฮยอนขนาดไหน ใบหน้ายิ้มนองน้ำตาไม่มีวันเลือนจากความทรงจำ ที่แย่ก็คือมันเด่นชัดอยู่ตลอดเวลา กระทั่งสัมผัสในวันนั้น แขนที่เคยกอดดงฮยอนหรือมือที่ใช้เช็ดน้ำตาล้วนยังรู้สึกถึง เหมือนเพิ่งผ่านพ้นมาไม่นานแค่ไม่กี่วัน

    เขาคงนั่งมองปุ่มสีเขียวนั้นต่อไปเรื่อยๆ มันเป็นหนทางเดียวที่ยองมินคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์

    หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะเมื่อหน้าต่างแชทจากคนที่แอบเฝ้ามองเด้งขึ้นมาต่อหน้า

    김동현 : พี่ยองมิน ♥︎

    ยองมินไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เขาเพ่งอ่านข้อความหลายรอบ ไม่มั่นใจว่าดงฮยอนตัวจริงส่งข้อความถึงเขา ยองมินคิดไปต่างๆ นานา บางครั้งแอปพลิเคชันอาจจะมีปัญหา อาจจะเป็นออโต้บ็อทตัวใหม่ของระบบ หรือใครแอบล็อกอินผ่านแอคเคาท์ของดงฮยอนเพื่อแกล้งเขา

    จนข้อความที่สองตามมา

    김동현: พี่ยองมินจะไม่ตอบเราหน่อยเหรอ?
    김동현: (๑・̑◡・̑๑)
    김동현: sent a photo

    ดงฮยอนส่งรูปเซลฟี่ที่เป็นรูปตัวเองยิ้มกว้างๆ มาให้ ช่างสดใส เป็นรอยยิ้มแข่งกับแสงอาทิตย์ที่ยองมินคิดถึง

    ยองมินกล้าพิมพ์ตอบกลับไป เมื่อเริ่มคุยประโยคแรกแล้วความมั่นใจค่อยกลับคืนมา ข้อความแชทระหว่างเขากับดงฮยอนไหลลื่นไปเรื่อยๆ เสมือนว่าช่องว่างเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น และครั้งสุดท้ายที่เจอหน้าไม่ใช่ดงฮยอนที่ร่ำไห้โฮในอ้อมกอดของเขา

    สุดท้ายแล้วยองมินกลั้นใจพิมพ์คำถามส่วนที่ค้างคาใจออกไป

    임영민 : ดงฮยอน เราหายโกรธพี่แล้วใช่มั้ย?

    บับเบิ้ลแสดงสถานะผู้ใช้งานบอกว่าดงฮยอนกำลังพิมพ์ตอบ มันแสดงผลบนหน้าจออยู่นาน จนยองมินได้รับข้อความกลับมา

    김동현 : พี่ยองมิน เราไม่เคยโกรธพี่ยองมินเลย
    김동현 : ไม่เคยจริงๆ
    김동현: พี่ยองมินคือคนที่เรารักเสมอ
    김동현: เรารักพี่ยองมิน

    ข้อความแชทจากดงฮยอนหยุดลงแค่นั้น สถานะออนไลน์กลายเป็นออฟไลน์ ยองมินคงหยิบโทรศัพท์กดโทรฯทางไกลถ้าไม่ใช่ว่าช่วงเวลาระหว่างแอลเอกับปูซานห่างกันคนละไทม์โซน

    ชายหนุ่มอ่านทวนข้อความจากดงฮยอนซ้ำๆ

    มันอาจจะไม่สายเกินไปอย่างที่ซองอูว่าก็ได้ ถ้ามันเคยพังลงครั้งหนึ่ง เขาจะทดลองซ่อมแซมประกอบเศษเล็กเศษน้อยเหล่านั้นกลับมารวมเป็นความรู้สึกเดิม

    ยองมินหวังว่าตัวเองมีโอกาส




    อันที่จริงอิมยองมินไม่อยากวุ่นวายกับเรื่องระหว่างคังดาเนียลกับองซองอูมากนัก แต่ก็เพราะตัวเขาเองนั่นแหละที่ดันเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งคู่ตั้งแต่ตอนแรก หากถามว่าการตัดสินใจชวนซองอูมาอเมริกาด้วยกันเป็นเรื่องที่เขาผิดพลาดหรือเปล่า ก็ยากที่ยองมินจะตอบโดยละเอียด เขาเคยมั่นใจว่ามีความรู้สึกต่อซองอูมากพอถึงชักชวนอีกฝ่ายมาต่างบ้านต่างเมืองด้วยกัน แม้รู้ทั้งรู้ว่าซองอูกำลังหนีคนที่หนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น

    ยองมินกับซองอูต่างรู้ตัวอย่างรวดเร็วว่าความรู้สึกที่พวกเขามีไม่มากพอจะเรียกมันว่าความรัก ยองมินเผลอพลั้งให้ความรู้สึกนั้น แล้วมันก็สายเกินกว่าที่ต่างฝ่ายจะเดินกลับไปแก้ไข พวกเขาต่างคิดถึงคนที่ตัวเองทิ้งไว้ข้างหลัง

    ยองมินแย่กว่าซองอูหน่อยตรงที่คิดว่าตัวเองหมดโอกาสแก้ไข

    กระทั่งดงฮยอนทักแชทในคืนนั้น

    เขาปิดประตูห้องนอน ปล่อยให้ดาเนียลกับซองอูเคลียร์ปัญหาตามลำพัง ส่วนตัวเองแชทคุยกับดงฮยอนไม่ต่ำกว่าวันละหนึ่งชั่วโมงทุกวัน ยองมินกดปุ่มวิดีโอคอลล์แต่ดงฮยอนตัดสายทิ้ง บอกว่าไม่สะดวกคุยเพราะดงยองพี่ชายฝาแฝดอยู่ด้วยกัน

    ยองมินถอนหายใจ การที่เขากับดงฮยอนกลับมาคืนดีกัน หรือดงฮยอนยอมให้อภัยเขาง่ายๆ ไม่ได้แปลว่าคนรอบข้างดงฮยอนจะยอมรับเหตุการณ์นี้ พี่ชายฝาแฝดที่รักและตามใจน้องคนเล็กของบ้านอย่างดงยองคงเกลียดขี้หน้าที่ยองมินทำให้เด็กน้อยของบ้านคิมร้องไห้เสียใจ

    ยองมินคิดว่าตัวเองควรกลับไปเยี่ยมบ้านเสียบ้าง เหตุผลที่ยองมินเลี่ยงกลับเกาหลีมาตลอดไม่ใช่เพราะงานยุ่งอย่างที่อ้างกับพ่อแม่ แต่เขาคงทำหน้าไม่ถูกถ้าต้องเจอดงฮยอน และเพราะคำสัญญาที่ว่าไม่อยากเจอหน้าถ้าหัวใจยังไม่แข็งแรง

    เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนเป็นหน้ามือ ยองมินตัดสินใจซื้อตั๋วกลับโซลและบินต่อไปยังปูซานในช่วงวันเกิดของเขา

    임영민: พี่ซื้อตั๋วเครื่องบินกลับบ้านแล้วนะ จะกลับช่วงคริสต์มาส
    임영민: ปีนี้พี่จะฉลองวันเกิดกับเรา
    임영민: อยากได้อะไรจากอเมริกาไหม พี่จะซื้อไปฝาก

    เขาทิ้งคำถามผ่านกล่องข้อความในเฟซบุ๊ค ดงฮยอนตอบกลับมาเมื่อผ่านไปหลายชั่วโมง

    김동현: เราสิควรให้ของขวัญวันเกิดพี่ยองมิน
    김동현: เราเตรียมของขวัญไว้แล้วนะ พี่ยองมินรีบๆ กลับมาเอาเลย
    김동현: (๑・̑◡・̑๑)

    ยองมินไม่สนใจแล้วว่าซองอูจะโวยวายว่าเขาทรยศถ้ายกกุญแจห้องให้คังดาเนียลใช้พลางๆ ระหว่างที่เขากลับเกาหลี




    ปูซาน เกาหลีใต้

    อาการเจ็ทเลกจากการเปลี่ยนไทม์โซนและนั่งเครื่องบินถึงสองไฟล์ทต่อกันไม่ทำให้อิมยองมินตื่นเต้นที่จะได้พบคิมดงฮยอนน้อยลง เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเชื่อมต่อสัญญาณหลังเหยียบพื้นดินปูซาน

    ข้อความจากดงฮยอนส่งเข้ามาในเครื่องหลังเซ็ทค่าใช้งาน

    김동현 : รออยู่ที่หน้าเกททางออก

    ยองมินลากกระเป๋าไปยังจุดนัด ร่างสูงในชุดโค้ทกันหนาวตัวยาวดึงสายตาของยองมินตั้งแต่ระยะไกล หัวใจเขาเต้นแรง ยินดีที่จะได้พบดงฮยอนอีกครั้ง แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ยองมินแยกได้ทันทีว่าร่างสูงในโค้ทดำที่เขาคิดว่าคือดงฮยอนกลับกลายเป็นดงยอง

    คิมดงยองฝาแฝดของคิมดงฮยอน

    “อ้าว ดงยอง” รอยยิ้มที่ตั้งใจยิ้มกว้างให้ดงฮยอนกลายเป็นยิ้มเก้อ

    “หวัดดีพี่ยองมิน” ดงยองทักทาย “ผมมารับพี่แทนดงฮยอน”

    แฝดพี่ของดงฮยอนส่งยิ้มให้เขา

    “ผมมารับพี่ยองมินไปพบดงฮยอน ตามมาซิ ผมจอดรถอยู่ตึกนู้น”

    ยองมินลากกระเป๋าเดินทางตามหลังดงยองที่เดินนำไปอาคารจอดรถ หน้าตาของสองแฝดเหมือนกันมากจนคนทั่วไปแยกทั้งคู่ไม่ออก แต่สำหรับยองมินแล้วเขากลับบอกได้ทันทีว่าคนไหนคือดงฮยอน คนไหนคือดงยอง

    แล้วเขาก็รู้ว่าดงยองไม่ยินดีที่ได้พบเขา

    “ดงฮยอนอยู่ที่ร้านเหรอ?” ยองมินถาม บางทีดงฮยอนอาจติดงานหรือติดนัดกับลูกค้ากะทันหัน ก็เลยวานให้ดงยองมารับเขาที่สนามบิน แม้ดงยองไม่เต็มใจแต่เพราะเป็นคำขอร้องของดงฮยอน น้องน้อยของบ้านที่ใครๆ ปฏิเสธไม่ได้ ดงยองจำเป็นต้องเจอหน้าเขา

    ดงยองไม่ตอบคำถามนั้น “เดี๋ยวพี่ยองมินก็ได้เจอดงฮยอน”

    ภายในรถยนต์ปราศจากหัวข้อสนทนา ไม่มีบทเพลง มีแต่เสียงเครื่องยนต์ดังลอดเข้ามา ความรู้สึกแตกต่างจากเวลาที่อยู่กับดงฮยอน เด็กหนุ่มมักเปิดเครื่องเสียงไม่ให้เงียบเหงา รวมถึงชวนคุยตลอดเส้นทาง ส่วนดงยองเอาแต่เงียบ

    ยองมินได้แต่มองออกไปด้านนอก บ้านเกิดไม่เปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่ในระยะเวลาที่เขาไม่เคยกลับมา ทุกอย่างเกือบเหมือนเดิม

    ดงยองทำลายความเงียบขณะขับรถผ่านสะพานข้ามแม่น้ำ

    “พี่ยองมินรู้มั้ยว่าดงฮยอนไม่สบาย”

    “หือ?” ชายหนุ่มหันมองดงยอง แต่ฝาแฝดยังคงจับพวงมาลัย ตามองถนนข้างหน้า เขาถาม “ดงฮยอนเป็นอะไร?”

    เขานึกถึงภาพดงฮยอนไอโขลก … วันสุดท้ายที่เห็นหน้า วันที่เขาทำให้ดงฮยอนร้องไห้หนัก สีหน้าซีดเซียวเศร้าสร้อย แต่ดงฮยอนไม่เคยบอกเขาสักคำว่าตัวเองป่วย ในกล่องข้อความแชทไม่มีคำว่าป่วยจากดงฮยอน

    “ดงยองบอกพี่ซิว่าดงฮยอนเป็นอะไร?! น้องป่วยนานแค่ไหนแล้ว?” ยองมินตะคอกถาม

    ดงยองไม่ได้รู้สึกรู้สาต่อท่าทางกระวนกระวาย ร้อนใจ หัวเสียของยองมิน ฝาแฝดเอาแต่จ้องถนนหนทาง

    “ดงยอง! พี่ไม่มีอารมณ์ต่อปากต่อคำหรอกนะ บอกพี่มาว่าดงฮยอนป่วยเป็นอะไร”

    “โทรศัพท์ของดงฮยอนอยู่ตรงหน้าพี่ยองมิน หยิบออกมาสิ ไฟล์วิดีโอที่เก็บเอาไว้น่ะ พี่ยองมินควรเปิดมันดู”

    ยองมินหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ตรงคอนโซลเบื้องหน้า ชายหนุ่มเพิ่งสังเกตว่ามันคือโทรศัพท์ของดงฮยอน เครื่องไม่ได้ตั้งรหัสล็อกหน้าจอ เขากดเล่นวิดีโอในแกลลอรีตามที่ดงยองบอก

    เขาเริ่มต้นดูวิดีโอไฟล์แรกจากไฟล์สั้นๆ หลายสิบไฟล์

    ดงฮยอนในชุดผู้ป่วยโรงพยาบาลดูพ่ายผอมกว่าที่เขาเห็นครั้งสุดท้าย ผอมกว่ารูปเซลฟี่ที่เจ้าตัวเคยส่งให้เขาดูตอนที่คุยกัน

    “ดงยองอ่า วันนี้แดดดีมากเลย ฉันอยากออกไปเดินเล่นแต่คุณพยาบาลไม่ยอมให้ไป” ดงฮยอนยิ้มน้อยๆ หันกล้องโทรศัพท์ไปนอกหน้าต่างให้เห็นแสงแดดและสนามหญ้าด้านล่าง

    ดงฮยอนกำลังร้องเพลงที่เขาโปรดิวซ์

    우리의 수않았던 약속
    우리의 함깨 했던 기억도
    너를 처음 만난 그날
    너의 손을 잡은 그 밤도

    คนร้องหอบเหนื่อยแม้ร้องเพลงแค่ไม่กี่ท่อน แต่เด็กหนุ่มก็ยังยิ้มขณะอัดวิดีโอ “ดงยองอ่า เพราะใช่มั้ย เสียดายที่ฉันร้องไม่จบ พี่ยองมินเขาแต่งเพลงนี้เองเลยนะ เก่งใช่มั้ย”

    ดงฮยอนดูเหนื่อยง่ายขึ้นในวิดีโอที่อัดช่วงหลัง แก้มกลมเต็มอิ่มที่ยองมินชอบเหลือแค่แก้มซูบตอบ ร่างกายผอมทรุดโทรมเหมือนคนป่วยหนัก แต่ดวงตานั้นยังสดใสทุกครั้งที่มองกล้อง

    “ดงยองอ่า ที่ฉันอัดคลิปเอาไว้เยอะๆ ก็เผื่อว่าถ้าฉันไม่อยู่ … ถ้านายคิดถึงฉันก็ดูคลิปนะ ดงยอง นายจะไม่เหงาเพราะฉันจะอยู่กับนายเสมอจนกว่าไฟล์มันพัง อย่าลืมแบคอัพไฟล์ล่ะ ฮะฮะ”

    “คุณหมอซอที่ดูแลฉันต้องไปสัมนาที่ชิคาโกเดือนนึงเลยแหละ ดีจังนะ ถ้าเป็นไปได้ล่ะก็ฉันอยากไปอเมริกาบ้าง” ดงฮยอนยิ้มเลื่อนลอย “ฉันอยากเจอพี่ยองมิน”

    วิดีโอเริ่มสั้นขึ้นเรื่อยๆ ดงฮยอนพูดได้ไม่กี่คำก็หอบหายใจไม่สะดวก

    “ดงยองอ่า หายโกรธพี่ยองมินเถอะนะ”

    “ทำเพื่อฉันได้มั้ย อย่าโทษพี่ยองมิน”

    “บอกแล้วไงว่าฉันเป็นฝ่ายบอกเลิกพี่เขานะ”

    “ดีแล้วล่ะ ฉันไม่อยากให้พี่เขาเห็นสภาพนี้”

    วิดีโอตัวสุดท้ายดงฮยอนพูดว่า

    “ดงยองอ่า ฉันคิดถึงพี่ยองมิน”

    พร้อมรอยยิ้มแสนเศร้า

    ยองมินรู้สึกว่าเขาหายใจไม่ออก

    “เรื่องที่ดงฮยอนป่วย ดงฮยอนขอร้องทุกคนไม่ให้บอกพี่ยองมิน ถึงคุณลุงคุณป้าอยากให้พี่ยองมินรู้เรื่องที่ดงฮยอนป่วยแต่ต้องรักษาคำพูด อย่าโกรธพวกท่านล่ะ พวกท่านทำเพราะสัญญาไว้กับดงฮยอนเหมือนที่พี่สัญญานั่นแหละ” ดงยองไม่หันมองยองมิน “ดงฮยอนรู้ว่าตัวเองป่วยก่อนบอกเลิกกับพี่ ตอนแรกก็เป็นไข้สูง แต่หมอบอกพวกเราว่ามันคืออาการหนึ่งของลูคิเมีย มันเป็นระยะที่การรับคีโมไม่ได้ผลอีกแล้ว”


    ยองมินกำโทรศัพท์ไว้แน่น

    “บอกพี่ได้มั้ยว่าตอนนี้ดงฮยอนเป็นยังไงบ้าง”

    “ผมกำลังพาพี่ไปพบดงฮยอนอยู่นี่ไง” ดงยองหันมายิ้มให้เขา

    ฝาแฝดไม่เหมือนกับดงฮยอนเลยแม้ใบหน้าราวเคาะแบบจากแม่พิมพ์ รอยยิ้มของดงยองไม่เหมือนดงฮยอน ไม่สดใสเหมือนพระอาทิตย์ แต่หนาวเหน็บราวพายุหิมะ

    “ก่อนพี่ยองมินได้เจอดงฮยอน ผมจะสารภาพว่าคนที่คุยแชทกับพี่ยองมินคือผมเอง พี่ยองมินไม่เอะใจบ้างเหรอว่าทำไมทางนี้ไม่ยอมรับสาย ไม่รับวิดีโอคอลล์ ถ้าเป็นดงฮยอนน่ะคงยอมใจอ่อนตั้งแต่พี่ยองมินขอได้ยินเสียงครั้งแรกแล้ว แต่พวกเราไม่เคยหลอกพี่ยองมินได้นี่นะ พี่ยองมินต้องรู้ว่าเป็นผมแน่ๆ ถ้าเราคุยกัน รูปที่ส่งให้ก็เป็นรูปเก่าๆ ก่อนดงฮยอนป่วย”

    ดงยองเลี้ยวรถเข้าไปในถนนเส้นเล็กห่างไกลบ้านเรือน

    “ผมเคยคิดนะว่าถ้าพี่ยองมินไม่ไปอเมริกา ถ้าพี่ยองมินไม่นอกใจดงฮยอน ถ้าพี่ยองมินอยู่กับพวกเรา ดงฮยอนคงมีความสุขมากๆ”

    ฝาแฝดหันมองยองมิน พูดช้าๆ

    “ดงฮยอนรักพี่ยองมินนะ แต่ผมเกลียดพี่ยองมิน”

    ฝาแฝดหยุดจอดหน้าอาคารกึ่งเก่ากึ่งใหม่ข้างๆ โบสถ์หลังหนึ่ง สีขาวทาทับกำแพงอาคารบางส่วนลอกร่อน

    “มาสิ ดงฮยอนรอพี่ยองมินอยู่ข้างใน”

    ดงยองก้าวเข้าไปในอาคารที่แขวนป้ายบอกว่า สถานที่เก็บกระดูกผู้วายชนม์

    ยองมินนั่งตัวแข็งอยู่ในรถ มือสั่นกดเล่นวิดีโอไฟล์สุดท้ายอีกครั้ง

    “ดงยองอ่า ฉันคิดถึงพี่ยองมิน”

    น้ำตาของยองมินหยดบนจอโทรศัพท์




    FIN.




    We don’t talk anymore ได้พล็อตมาจากการฟัง Gone Cold และฉากเสียน้ำตาของยองมินนี่ค่ะ *หัวเราะ*
    ไม่ถนัดการเขียนเรื่องที่ล้อเล่นกับอารมณ์ตัวละครและคนอ่าน แต่อยากลองเขียนแนวเศร้าๆ หม่นๆ บ้าง
    ถ้าความรู้สึกหลังอ่านจบครึ่งๆ กลางๆ ก็ต้องขออภัยนะคะ อภัยให้ความอ่อนด้อยของเราด้วย *โค้งหัว*
    สามารถคอมเมนต์ได้ทั้งในบล็อกหรือ #ultrmr ทาง twitter ค่ะ
    อยากขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ได้รับจากทุกคนนะคะ
    คอมเมนต์ของท่านคืออาหารทิพย์ของเรา *รับประทานอย่างเอร็ดอร่อย*
    ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาเขียนคอมเมนต์จากใจจริงๆ ค่ะ *พนมมือไหว้ระดับอก*

    nomatterblue
    03.2018


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in