9Satra fanfic : One shotkizu_amakusa
[9Satra fanfic] One Shot: สกุณเหรา : น้อยใจ
  • จิ้มลิงค์ไปอ่านต้นเรื่องจากคุณ @KangMblack ได้เลยจ้า

    --------------------------------


    เสียงคลื่นประทะกับหน้าผาหินสูงชัน ดังกึกก้องราวจะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเกาะ นกยักษ์ตัวใหญ่สีเขียวเข้มจนเกือบดำนอนขดตัวอยู่ท่ามกลางนกนานาพันธุ์จากเกาะแห่งนี้

    ถึงจะบอกว่านกยักษ์ แต่ก็แค่ช่วงตัวของมันที่ดูมีปีกใหญ่โตดั่งนกทั่วไป ส่วนหัวที่คล้ายกับพญานาคขยับเล็กน้อยพอให้นกสีขาวตัวจิ๋วที่เกาะอยู่บนเขาของมันบินหนีไปอีกทาง มันไกวหางที่มีเกล็ดอันแข็งโขกกับหินเป็นเชิงไล่แมลงทะเลที่ลี้ภัยมาเกาะบนตัวของมัน

    เปลือกตาหนาแข็งลืมขึ้นช้าๆ พร้อมกับนัยน์ตาสีเหลืองทองที่มองทอดแต่ไม่ฉายแววสิ่งใด



    ชื่อของข้าคือสกุณเหรา ตอนนี้ข้ากำลังหัดมาเข้าฝูงกับนกทั่วไปในเกาะแห่งนี้ การที่ตัวข้าเป็นนาคครึ่งหนึ่ง มันไม่ได้แปลว่าข้าจะอยู่ร่วมกับฝูงนกธรรมดาไม่ได้ 



    หากหิวก็ไปจับปลาจากทะเลกิน.. ในทะเลมีฝูงปลามากมายที่ว่ายน้ำช้ากว้าข้า ข้าพุ่งตัวครั้งเดียวก็เข้าไปงับคอพวกมันได้อย่างสบาย

    กรงเล็บอันใหญ่โตของข้า จับได้แม้กระทั่งสัตว์ใหญ่ การล่าพวกมันโดยการโฉบลงมาแล้วปล่อยร่วงกระแทกกับพื้นเบื้องล่าง ถือเป็นวิธีที่ง่ายดายและไม่เปลืองแรง เหมาะกับช่วงเวลาที่ข้าต้องการอาหารในปริมาณมาก

    บนฟ้าก็มีนกเล็กใหญ่ให้ข้าล่า ทุกตัวล้วนเชื่องช้า.. แค่ข้ากระพือปีกเพียงครึ่ง พวกมันก็ปลิวจนเสียศูนย์ไปตามแรง



    …การอยู่ตัวเดียวและหาอาหารกินเองไม่ใช่เรื่องยาก….



    ครั้งยามออกทำศึกกับพ่อจ๋าที่ใครต่อใครเรียกกันว่าพรานทมิฬ ข้าสามารถบินติดต่อกันสามทิวาราตรีก็หาเหนื่อยไม่ ระหว่างบินกลับจากศึกสงคราม ข้าจะให้พ่อจ๋านอนพักผ่อนบนหลังข้า

    ข้าชอบ.. ที่จะหันไปดูยามเขาหลับอย่างสบายใจ ท่ามกลางสายลมที่พุ่งแหวกผ่านขนปีกของข้าหลายครั้ง หลายครา..

    ผิวสีม่วงอ่อนของพ่อจ๋ายามต้องแสงจันทร์ และผมสีขาวที่พริ้วไปตามแรงปะทะสร้างความเพลินตาให้แก่ข้านัก ความมืดและเสียงหวีดหวิวของสายลมเหมือนเป็นโลกที่ห่อหุ้มข้ากับพ่อจ๋าไว้เพียงเราสอง



    ยามที่ฝนตกจนเย็นฉ่ำในป่าดิบชื้น เราซุ่มเฝ้าศัตรูอยู่เนิ่นนาน.. มันนานพอที่ร่างกายเราจะเย็นเยียบและซีดเซียวจนผิวของพ่อจ๋าแทบจะหมดสีเลือด ข้าจึงกางปีกใหญ่กว่าหกศอกของข้าคลุมกกแนบพ่อจ๋าไว้กับตัว ความร้อนจากตัวข้าน่าจะช่วยให้เราซุ่มได้นานยิ่งขึ้น และภารกิจจะล่วงในไม่ช้า…



    หลายครั้ง ที่พ่อจ๋าจะมานอนกับข้าในป่า มันมักจะเป็นคืนที่เขาเดินสะโหลสะเหลออกมาจากทางห้องเจ้ายักษ์เขียว เวลาอยู่ต่อหน้ามันพ่อจ๋าดูไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่พูดแบบที่เคยพูด ไม่มองอะไรแบบที่เคยมอง มันชอบทำร้ายพ่อจ๋า …ข้าเกลียดมัน



    ข้านอนเก็บขา ขดตัวม้วน ผงกหัวเป็นเชิงเรียกพ่อจ๋าให้มานอนตรงจุดที่อุ่นที่สุด พ่อจ๋าถอดเส้นสายเครื่องทรงที่เจ้ายักษ์นั่นเป็นคนให้ออกทีละเส้นๆ แล้วเดินมาล้มตัวซุกขนปีกของข้า พรางซุกไซร้หาท่าที่สบายตัว พลันข้าพับปีกสีเขียวใบแคหม่นลงมาห่มทับพ่อจ๋าอีกชั้นแล้วขยับกอดกันให้แน่นขึ้น เรานับจังหวะและฟังเสียงหัวใจซึ่งกันและกัน จนดำดิ่งเข้าไปในมันแล้วผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย



    ยามพระอาทิตย์ขึ้น แสงแรกที่สาดส่องเข้ามาทำให้ข้าต้องลืมตา และสิ่งแรกที่ข้ามองหาและเข้ามาในสายตาก็คือพ่อจ๋า…



    ความเก่งกล้าของข้ายังเป็นที่ชื่นชมไปทั่วทั้งคีรีกัณฑ์ ข้ากับพ่อจ๋ามีเพียงหนึ่งไม่มีสอง ไม่ต้องมีคำพูดเอื้อนเอ่ยระหว่างเรา แค่เราสบตาหรือเพียงพ่อจ๋าจับตัวข้า ก็เหมือนข้าได้ยินทั้งความคิดและคำพูด ว่าพ่อจ๋าต้องการสิ่งใด และพ่อจ๋าก็เข้าใจข้าเช่นกัน..



    แต่ตั้งแต่ที่พ่อจ๋าย้ายมาที่เกาะแห่งนี้…

    ..ทิ้งเจ้ายักษ์เขียวที่ข้าชัง แล้วมาอยู่กับมนุษย์ที่เกาะห่างไกล



    บัดนี้..

    ข้าไม่รู้ว่าการที่เราเข้าใจกัน โดยไม่ต้องอาศัยคำพูดนั้น จะมีประโยชน์อันใด..


    ..เมื่อในสายตาท่านไม่มีข้าอยู่อีกต่อไป…


    การรู้ใจท่านจักได้ประโยชน์อันใด..


    ..ในเมื่อท่านไม่อยู่ให้ข้าได้เข้าใจ….


    ปีกอันใหญ่โตของข้าจะมีไว้ทำไม.. ถ้าไม่ได้ปกป้อง ได้โอบกอดให้ความอบอุ่นท่านในยามค่ำคืน..



    ข้ารู้..


    แค่ข้าแสร้งทำเป็นไม่รู้…


    ว่าข้าเป็นเพียงเดรัจฉานนกเลี้ยง..


    ถ้าฤทธาของข้ามันสามารถแลกเปลี่ยนได้.. ข้าขอให้ริดรอนมัน..


    แล้วให้ข้าเป็นเพียงลูกเจี๊ยบตัวเล็กน่ารักที่ท่านเลี้ยงไว้ดูเล่น ข้าจะจิกอาหารตามพื้นที่ท่านโปรย


    ข้าจะเติบใหญ่เป็นไก่ที่ขันในยามเช้า เข้านอนในเล้ายามโพล้เพล้พลบค่ำ


    สิ่งเดียวที่ข้าจะได้จากท่านคืออาหารและน้ำ



    ไม่ใช่ความทรมานนี้…





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in