GO ALONE HONG KONGSor Winchester
009 : ตามหาสับปะรดใน Chungking Express และเติมคาเฟอีนเข้าร่างกาย
  •                    ได้มื้อเช้าแล้วก็พาตัวเองกลับมาที่สถานี Yau Ma Tei ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสถานีCentral

                   แรกเริ่มเดิมทีทริปนี้ตั้งใจว่าจะมาคาเฟ่ฮอปปิ้ง  มีการขอลิสต์ร้านกาแฟแนะนำจากเพื่อนมา  หาข้อมูล อ่านกระทู้รีวิวต่าง ๆ นานา และดาวไว้บนแผนที่ว่าร้านไหนเด็ด ร้านไหนห้ามพลาด 

                   ทว่าพอเห็นข่าวม็อบฮ่องกงที่มักจะรวมตัวกันฝั่งCentral อยู่บ่อย ๆฉันเลยเปลี่ยนใจและคิดว่าจะหลบไปเที่ยวตรงอื่นแทน แต่ร้านกาแฟดัง ๆ และร้านแนะนำส่วนใหญ่ดันอยู่ฝั่ง Central  เลยคิดว่าอาจจะต้องยกเลิก  และเที่ยวแบบหลบม็อบไปวัน ๆ  เลวร้ายสุดคือนอนอ่านหนังสืออยู่ในโรงแรม

                   เช้าวันนั้นเช็คข่าวสารแล้วน่าจะปลอดภัย เลยตัดสินใจนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน ฉันเริ่มต้นจากการเดินออกจากสถานี Centralแล้วเลือกร้าน Noc เป็นร้านแรกเพราะใกล้ที่สุด  แต่กูเกิลแมพดูไม่ค่อยจะตรงสักเท่าไหร่  ทำเอาหลงทิศบ้าง  (หรือโง่เองก็ไม่แน่ใจ)  เลยลองเดินแบบกะทิศทางเอาเอง 

                                               NIKON FE + FUJI COLOR 400 JAPAN

                   และด้วยความที่ทำใจไปมากกว่า 80%ว่าทริปนี้อาจจะต้องเทเลยไม่ค่อยได้เตรียมข้อมูลและทำการบ้านสักเท่าไหร่  เพราะฉะนั้น เลยนึกไม่ออกเลยว่าย่าน Centralมันมีอะไรบ้างนอกจากร้านกาแฟที่ดาวเอาไว้เต็มแผนที่  แต่ก็ถือเสียว่ามาเดินชมเมือง  ถ่ายรูปเล่น ก็แล้วกัน

                                      NIKON FE + FUJI COLOR 400 JAPAN

    ระหว่างที่เดิน(หลง)อยู่นั้น  ฉันหันไปเห็นซูเปอร์มาร์เก็ตเล็ก ๆที่มีคนเดินเข้าเดินออกตลอดและตั้งอยู่บริเวณที่ดูเหมือนตลาด  มีแผงขายผัก ขายผลไม้  ไปจนถึงขายเนื้อสัตว์  ฉันเลยนึกถึงบทสนทนาที่คุยกับเพื่อนเรื่องสับปะรดกระป๋อง  ถ้าใครเคยดู Chunking Express น่าจะคุ้น ๆ ฉากที่ทาเคชิไปตามหาสับประรดกระป๋องที่มีวันหมดอายุเป็นวันที่1 May 1994  เพื่อนเลยแนะนำว่าให้ลองไปหาสับปะรดดู  ฉันเลยคิดว่ามันน่าจะมีตามซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ แบบนี้ล่ะมั้ง

                                             NIKON FE + FUJI COLOR 400 JAPAN

                                                 CHUNGKING EXPRESS (1994)

    พอเดินเข้าไปก็สอดส่ายสายตามองหาโซนอาหารกระป๋อง  จนกระทั่งเจอแล้วถ่ายรูปส่งไปให้เพื่อนดู ฉันอาจจะมองข้ามมันไปและไม่ทันสังเกตให้ดีจึงบอกเพื่อนไปว่า “ไม่เจอว่ะ”และเดินออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต แต่เพื่อนตาดีกว่าจึงบอกฉันว่ามันมีอยู่ในภาพที่ฉันถ่ายมานะ  เลยตัดสินใจย้อนกลับไปดูที่ร้านนั้นอีกครั้งหลังจากได้กาแฟแก้วแรกของวัน


    เออ....  ใช่จริง ๆ ด้วย


    แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อกลับมานะ  เพราะกระป๋องมันดูบุบ ๆ ไม่น่าไว้ใจสักเท่าไหร่ เลยถ่ายรูปอย่างเดียว               

     

    ตัดกลับมาที่ร้าน NOC ซึ่งเป็นร้านแรกของวันนี้  และเป็นร้านที่ 2 ของทริป

                                                    NIKON FE + FUJI COLOR 400 JAPAN

    ตัวร้านเล็กกว่าที่คิด  หน้าร้านมีคนนั่งจิบกาแฟร้อนคุยกันอยู่ ฉันกดชัตเตอร์ไปหนึ่งครั้งก่อนจะเดินเข้าไปด้านในและสั่งอะไรที่เพลย์เซฟอย่างFlat White แล้วหาที่นั่ง  ในร้านไม่กว้างมากแต่ก็ไม่อึดอัดเท่าไหร่  มีปลั๊กไฟให้เสียบ  คิดว่ามานั่งทำงานหรือนั่งเล่นก็คงได้  มีขายแก้วกาแฟ ขายเมล็ดกาแฟ  แต่ ณขณะนั้นฉันไม่อยากจะเพิ่มน้ำหนักให้กระเป๋าเป้สักเท่าไหร่เลยไม่ได้ซื้ออะไรติดมือกลับมา

                                                  NIKON FE + FUJI COLOR 400 JAPAN

                                               NIKON FE + FUJI COLOR 400 JAPAN

    กาแฟรสชาติดีนะ   นั่งจิบจนหมดแก้วแล้วลุกออกไปจากร้าน

    ด้วยความที่ไม่รู้จะไปไหนดีเลยคิดว่าไปเริ่มจากบันไดเลื่อนยาวๆ นั่นก็แล้วกัน แต่ก่อนจะเดินไปถึงบันไดเลื่อนนั้นดันเจอร้าน Cupping Room ซึ่งอยู่ในลิสต์เหมือนกันเลยตัดสินใจเดินเข้าไปข้างใน

                                                  NIKON FE + FUJI COLOR 400 JAPAN

    ความจริงในกระเพาะก็ไม่ค่อยจะมีพื้นที่ว่างสักเท่าไหร่  แต่ความอยากดันเอาชนะจนได้  ฉันเลยสั่งกาแฟฟิลเตอร์มาแก้วนึง และหันไปเห็นคานาเล่ในตู้เลยจัดมาสักชิ้นก่อนจะขึ้นไปหาที่นั่งชั้นสองซึ่งเหลือโต๊ะสุดท้ายพอดี  ร้านนี้เคยได้แชมป์บาริสตาและได้รางวัลมาอีกหลายรายการ  คนเลยเต็มร้านตลอดเวลา  ทำให้นึกถึงร้านดังแถวพญาไทขึ้นมาชอบกล  เสียงค่อนข้างดัง  ซึ่งน่าจะเป็นปกติ 


    ฉันนั่งรอยู่สักพักพนักงานก็เดินขึ้นมาบอกว่าคานาเล่หมดนะ  ที่อยู่ในตู้เป็นตัวโชว์เฉย ๆ (อ้าวทำไมไม่บอกตั้งแต่ตอนสั่งวะ) ตอนนั้นรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย แต่พนักงานก็ไม่ได้เอาเงินขึ้นมาคืนทันที ทำให้ต้องเดินลงไปถามที่ชั้นล่าง แต่พนักงานชั้นล่างก็ดูงง ๆ เลยเดินย้อนกลับขึ้นมาดูใบเสร็จอีกทีว่าตอนที่คิดเงินไปนั้นคิดราคาคานาเล่ไปหรือยัง  และระหว่างที่กำลังคับข้องใจ  พนักงานอีกคนก็เดินเอาเงินค่าคานาเล่ขึ้นมาคืน

    ความจริงรสชาติกาแฟก็ดีนั่นแหละ แต่ด้วยบรรยากาศและความไม่ประทับใจบางอย่างเลยทำให้ไม่ได้ถ่ายรูปอะไรในร้านสักเท่าไหร่  และคิดว่าร้านนี้มันอาจจะไม่เหมาะกับฉันก็ได้

    มั้งนะ



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in