เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
คลังอะหมีบอยด์มูฟเม้นwd9497
โพสต์นี้มีเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมกับเยาวชน #แค่เพื่อนแจยง - {OS} รักหรือไง?

  • {OS} รักหรือไง?

      


    “ปลาย วันนี้จะมาหาผิงมั้ย”

     

    “ทำไมครับ? คิดถึงปลายเหรอ”

     

    “อื้ม คิดถึง...”

     

    “.....”

     

    “อยากเจอมากๆ เลย”

     

    คำพูดนั้นชวนให้หัวเราะ และมันก็ทำให้คนที่มักไม่แสดงความรู้สึกใดมากนักยิ้มได้ ปลายกำลังคิดว่าจะจัดการกับคนตัวเล็กที่แสนซุกซนด้วยวิธีไหน จะเป็นใครไปได้อีก...ก็ผิงนั่นแหละ

     

    “ปล่อยให้คิดถึงอีกวันดีมั้ยหื้ม?”

     

    “อย่าใจร้ายสิ แกล้งผิงได้ลงคอเหรอ”

     

    เสียงเง้างอดมีที่มาจากปลายสาย ไม่ต้องให้คิดนานคนฟังก็รู้ว่าฝ่ายนั้นคงกำลังทำหน้าตางอแงน่ารักอยู่กับโทรศัพท์ เสียงหวานอ้อมแอ้มถามต่ออีกนิด

     

    “ตกลงจะมารึเปล่า”

     

    “ไปสิ ก็ผิงอยากให้ไป”

     

    “น่ารัก...”

     

    “อือฮึ”

     

    “อย่าทำเหมือนรู้อยู่แล้วหน่อยเลย หมั่นไส้”

     

    .

    .

    .

     

    รถยนต์สีดำจอดสนิทในลานจอดรถชั้นสามของตึก ขายาวก้าวลงจากรถ ไม่ลืมที่จะเปิดประตูเบาะหลังหยิบของที่ถูกฝากซื้อติดมือมาด้วย

     

    หอพักใกล้มหาลัยเขามาบ่อยเสียจนชิน เด็กนักศึกษาก็เดินเข้าออกกันให้วุ่นตลอดวันแทบไม่มีใครสนใจใคร ถึงอย่างนั้นก็ยังอุตส่าห์เจอคนรู้จักเข้าให้อยู่ดี

     

    “อ้าว อยู่หอนี้เหรอปลาย?”

     

    “เปล่าหรอก มาหาเพื่อน”

     

    เสียงทุ้มตอบสั้นๆ เขาต่อบทสนทนากับเพื่อนต่างคณะอีกนิดหน่อย แยกกันก็ตอนที่ลิฟต์ขึ้นไปถึงชั้นที่อีกฝ่ายอยู่ แล้วเจ้าตัวก็โบกมือลาก่อนเดินออกไป ตาเรียวจ้องมองไปยังตัวเลขที่กำลังขยับขึ้นก่อนหยุดที่ชั้นเกือบบนสุด เขาก้าวออกจากลิฟต์ไปทางขวามืออย่างคุ้นเคย

     

    ‘ให้ปลายเข้าไปเลยมั้ย?’

     

    ข้อความที่ส่งไปในแชทได้รับการตอบกลับในเวลาไม่นานนัก ผิงกำลังอาบน้ำ แต่ก็ไม่ปฏิเสธที่จะให้เขาไปรอในห้อง ชายหนุ่มไขกุญแจสำรองที่มีอยู่เข้าไป เบียร์กระป๋องที่เริ่มคลายความเย็นลงบ้างเขาหยิบมันเรียงในตู้เย็นที่เต็มไปด้วยขนมหวาน

     

    ผิงเองก็หวานไม่ต่างจากนั้น...

     

    เขาได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัวกระทบพื้น มันคลอด้วยเสียงฮัมเพลงเบาๆ จากเจ้าของห้อง ไม่รีบร้อนแม้จะรู้ว่ามีคนรออยู่ และตัวเขาเองก็ไม่ได้รีบอะไร ปลายนอนเล่นเกมอยู่บนโซฟาตัวเขื่องเพื่อฆ่าเวลา จนได้ยินเสียงเปิดประตูถึงได้เหลือบสายตาไปมอง

     

    “รอนานมั้ย”

     

    “รอได้”

     

    คำตอบแสนสั้นได้การตอบรับเป็นรอยยิ้มเล็กๆ กลีบปากรูปหัวใจอมยิ้มได้น่ามอง ดวงตากลมโตมองมาที่เขากึ่งๆ ว่าหมั่นไส้เหมือนที่เจ้าตัวชอบพูดก่อนจะเดินเข้ามาหา ชุดคลุมอาบน้ำที่ผูกเชือกไว้หลวมๆ ดูจะช่วยปกปิดอะไรไม่ได้มาก

     

    “อาบน้ำรึยังเนี่ย”

     

    “รออาบพร้อมผิง”

     

    “ฮื่อ อะไรเล่า ผิงอาบแล้วไง”

     

    แกล้งทำกระเง้ากระงอดใส่เขา ใช้สายตาอ้อนกันได้เก่งนัก ปลายพึมพำคล้ายกับว่ารับรู้ในลำคอ ออกแรงฉุดนิดเดียวคนตัวเล็กกว่าก็ล้มแปะลงมาบนตักให้เขากอด มันง่ายถึงขนาดนั้นเพราะผิงไม่ได้ขืนตัวไว้

     

    “พูดแบบนี้ยังไม่ได้อาบแน่ๆ”

     

    “ทำไมครับ? เหม็นหรือไง?”

     

    “บ้าเหรอ ปลายตัวหอมออก”

     

    ไม่ใช่แค่พูดแต่ยังหัวเราะ แววตาเจ้าเล่ห์แพรวพราวไม่ใช่เล่นๆ เลยสักนิด และเขาก็รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายยั่วกันได้เก่งแค่ไหน มือใหญ่รวบเอวผอมบางขึ้นมาซ้อนบนตักซึ่งคนตัวน้อยก็ยินยอมอย่างว่าง่าย น้ำจากเส้นผมชื้นหยดลงบนแก้มเขา มือเล็กไล้มันออกให้อย่างนุ่มนวล

     

    “ขอบคุณครับ”

     

    “อะไร...ก็แค่เช็ดให้เอง”

     

    “จูบกันมั้ยผิง”

     

    “หืม? ได้เหรอ”

     

    “.....”

     

    “ถามตรงงี้เลย?”

     

    เสียงใสกลั้วหัวเราะขำ แต่ก็คล้ายว่าจะไม่ปฏิเสธ คนถามยังคงรออย่างไม่รีบร้อนก็เพราะเขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่เกี่ยงอยู่แล้ว แค่จะได้เร็วหรือช้ามันก็เท่านั้น

     

    “อยากจูบมั้ยล่ะ”

     

    “ทำไมจะไม่อยาก แต่เดี๋ยวปลายแกล้งผิงทำไงล่ะ?”

     

    “ใครจะไปแกล้ง”

     

    “ใครล่ะ? นี่ปลาย...ผิงขอไปแต่งตัวก่อนสิ”

     

    ร่างเล็กบนตักขยับตัวแสร้งอิดออด แต่เพราะยังถูกรั้งเอวไว้ถึงไปไหนไม่ได้ ก็เจ้าตัวไม่ได้ขัดขืนจริงจังนี่นา

     

    “จูบก่อน”

     

    “เดี๋ยวมาจูบ ให้สองทีเลย”

     

    “ปลายจะเอาตอนนี้”

     

    “จะทำอะไรนะ?”

     

    ตากลมหยีลงจากการหัวเราะ ริมฝีปากรูปหัวใจวาดโค้งขึ้นอย่างน่ารัก คนตัวสูงขโมยรอยยิ้มนั้นมาอย่างดื้อดึง กลีบปากสีหวานถูกงับเข้าเบาๆ ก่อนยอมเผยอปากรองรับ คละเคล้ารสชาติหวานนุ่มของปลายลิ้นเสียดสีจนได้ยินเสียงน้ำลาย ทั้งเปียกชุ่มและแดงก่ำ...อกบางสะท้อนจังหวะหายใจหอบเบา

     

    “อื้ม...อ๊ะ...”

     

    ร่างผอมบางถูกพลิกลงกับโซฟา สองมือถูกทาบประสานก่อนถูกจูบอีกครั้ง ผิงแกล้งหลับตาปี๋ราวกับเด็กขี้กลัว

     

    “ฮื่อ ปลาย...”

     

    “ไม่แกล้งแล้ว”

     

    ก็แค่จูบหนักๆอีกสักที ปลายแค่นึกมันเขี้ยวอีกฝ่ายก็เท่านั้น ไม่ได้คิดเกเรจริงจังอะไรอยู่แล้ว ดวงตากลมโตลืมขึ้นมองค้อนกัน

     

    “ไม่แกล้งจริงมั้ย”

     

    “อยากให้แกล้งหรือเอาจริงล่ะหืม?”

     

    น้ำเสียงคล้ายมันเขี้ยวจัด ก็ดูเจ้าตัวน่ารักน่าขย้ำใช่น้อยเสียที่ไหน ผิวขาวบอบบางตัวเล็กนิดเดียว แล้วยังแต่งตัววับๆ แวมๆ แบบนี้จะไม่ให้เขาอยากแกล้งได้ยังไง ร่างเล็กถูกฉุดให้ลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง

     

    “ไปแต่งตัวได้แล้ว”

     

    “แล้วถ้าผิงไม่ไปอะ?”

     

    “ก็จะไม่ได้ไปแล้วไง”

     

    เป็นอันรับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็เหมือนที่มันเคยเกิดมาตลอดนั่นแหละ คนตัวเล็กไหวไหล่อย่างน่าหมั่นไส้ หย่อนขาลงจากโซฟาเดินนวยนาดไปหยิบเสื้อผ้าจากตู้หายเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ ปลายเงยหน้าขึ้นมองตอนที่กระป๋องเบียร์เย็นเฉียบแนบลงข้างแก้มพร้อมเสียงทักเบาๆ

     

    “คุยกับใครอยู่”

     

    “ไอ้ตะมันถามการบ้าน”

     

    “ใช่เปเปอร์ที่ส่งพรุ่งนี้มั้ย?”

     

    “อื้ม ผิงทำรึยังครับ”

     

    “ทำแล้วสิ” ลองไม่ทำก็โดนดุพอดี ก็คนตัวโตน่ะจริงจังกับเรื่องเรียนจะตาย “ปลายบังคับผิงทำไปแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อนไงจำไม่ได้เหรอ”

     

    “ก็นึกว่าจะไม่เชื่อ”

     

    “ผิงไม่ดื้อขนาดนั้นหรอกน่า เบียร์มั้ยเดี๋ยวผิงเปิดให้”

     

    “ปลายเปิดเองดีกว่าเดี๋ยวหก”

     

    “นี่! ผิงไม่ใช่เด็กนะ”

     

    ใช้เสียงโทนสูงดุใส่เหมือนลูกแมวขู่ แต่ก็เท่านั้นแหละ อีกคนเคยกลัวเสียเมื่อไหร่ มือใหญ่รั้งเอวผอมบางให้นั่งลงใกล้ๆ กัน ตอนที่เขาเปิดเบียร์ให้เจ้าของห้องก็เอื้อมไปหยิบรีโมทมากดเปิดทีวี สายตาที่เผลอมองตามการเคลื่อนไหวข้างตัวทำให้อดติงขึ้นมาไม่ได้

     

    “ใส่ขาสั้นอีกแล้วนะ”

     

    “ทำไมอะ? ก็ใส่อยู่ในห้องไง”

     

    “.....”

     

    “ไม่ชอบ?”

     

    “ยั่ว”

     

    “อะไรกัน...”

     

    ดวงตาคู่สวยพราวระยับ ดูออกชัดว่าจงใจแกล้งเขา เจ้าของใบหน้าน่ารักที่ดูเหมือนแมวตัวหนึ่งพยายามยื่นหน้ายื่นตาเข้ามาใกล้เพื่อให้อยู่ในโฟกัสของสายตา พอถูกแกล้งทำเป็นเมินเข้าก็พาตัวเองขึ้นมานั่งบนตักเขาจนได้

     

    “ซนแล้วผิง”

     

    “แล้วไม่ได้เหรอ? หวงตักหรือไง?”

     

    “ไม่หวงกับผิงหรอก”

     

    “งั้นผิงก็นั่งได้”

     

    ท่าทางพยักพเยิดกับตัวเองดูเอาแต่ใจมากทีเดียว แต่ปลายก็ไม่ปฏิเสธว่านั่นมันน่ารักมาก ตากลมหลุบมองกระป๋องเบียร์ในมือตอนที่กระดกมันเข้าปากอย่างไม่สนใจว่าตัวเองกำลังอยู่ในสภาพไหน ทั้งที่ก๋ากั่นขนาดนี้แท้ๆ แต่ก็ยังกินเลอะเทอะเหมือนเด็กไม่มีผิด

     

    “เปื้อนแล้วเด็กดี”

     

    “อื้อ...ก็มันเย็น”

     

    “ไม่เห็นเกี่ยวเลย โตแล้วนะ”

     

    มือใหญ่ลูบรอยชื้นบนผิวนิ่มซับมันเบาๆ ก่อนที่คนตัวน้อยจะเบียดตัวเข้ามาให้จูบเสียเอง ลูกแมวน้อยซุกซนได้น่ารัก สนุกกับการอ้อนเขาจนพอใจถึงได้ขยับตัวลงจากตัก มือหนึ่งกระดกเบียร์ไปอีกมือก็เปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อยเปื่อยปนเสียงบ่นเซ็งๆ

     

    “ไม่มีอะไรน่าดูเลย...เบื่อจัง ดูหนังกันมั้ย?”

     

    “ตามใจสิ”

     

    “ก็ตามใจทั้งปี ทำผิงเสียนิสัยรู้ตัวมั้ยอะ”

     

    คนตัวโตผงกศีรษะว่ารู้ แต่ก็ไม่ได้คิดจะแก้ไขอะไรกับความเอาแต่ใจเล็กน้อยๆ ร่างผอมบางยกเข่าขึ้นมากอดบนโซฟา หดตัวเหลือตัวนิดเดียวตอนที่สายตาจดจ่ออยู่กับหนังเรื่องโปรด ปลายแทบจะมองคนข้างตัวมากกว่าภาพในจอเสียด้วยซ้ำ

     

    “มองอะไร?”

     

    “เปล่าครับ”

     

    “ก็เห็นอยู่ว่ามองผิง”

     

    “ก็เห็นแล้วจะถามทำไมล่ะ”

     

    “อ้าวปลาย...”

     

    ตาโตๆ เบิกกว้างขึ้น คราวนี้หันขวับมาทางเขาทั้งตัวเลยด้วย ริมฝีปากสีชมพูจัดเผยอค้างคล้ายจะพูดอะไรสักอย่างก่อนจะเปลี่ยนใจมุ่ยปากให้

     

    “แกล้งผิง”

     

    “ไม่ได้แกล้ง”

     

    “ก็กวนอะ เดี๋ยวผิงแกล้งกลับบ้างเลย”

     

    “มาสิ”

     

    คำท้าทายราบเรียบไม่ยี่หระ นั่นทำให้คนตัวเล็กต้องหันกลับไปมองอีกรอบจนได้ สายตายั่วเย้าแพรวพรายดูคล้ายหมาป่าจ้องขย้ำเหยื่อตัวเล็กๆ แต่ผิงก็ไม่ใช่เหยื่อประเภทนั้น คิ้วเรียวเลิกขึ้นคล้ายไม่แน่ใจ

     

    “ท้าผิง?”

     

    “อือฮึ”

     

    “แล้วจะหยุดได้มั้ย?”

     

    “ไม่หยุดหรอก”

     

    “.....”

     

    “หยุดทำไม”

     

    “.....”

     

    “ผิงนั่นแหละ เลิกดูได้แล้ว”

     

    มือเล็กถูกรวบกระชับแล้วฉุดเข้าหา พริบตาเดียวก็ถูกอุ้มขึ้นตักในตำแหน่งที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี แขนแกร่งเกี่ยวเอวบางกอดไว้ ลมหายใจอุ่นร้อนลากไล้ไปตามผิวขาวนุ่ม ขบใบหูกลมเม้มเล่นเบาๆ เรียกความรู้สึกวาบหวาม

     

    “อื๊อ จั๊กจี้...”

     

    “ปลายไม่ถนัด ถอดเลยได้มั้ย”

     

    ความต้องการทำให้ทุกอย่างดูน่ารำคาญไปหมด กระทั่งเสื้อบางๆ กับกางเกงขาสั้นของคนตรงหน้าก็ด้วย

     

    ปลายไม่ได้คิดรอคำตอบ เพราะเขาตัดสินใจไปแล้วว่าจะทำอะไรต่อไป ลูกแมวน้อยถูกจับเปลื้องเสียทั้งตัว ตากลมมองคล้ายจะค้อนกัน

     

    “ลามก”

     

    “อะไรครับ? ก็ชอบไม่ใช่หรือไง”

     

    ผิงหัวเราะ ก็เพราะว่าเขาไม่อาย แขนผอมวาดกอดบ่ากว้าง ยอมให้ถูกอุ้มไปที่เตียงโดยไม่ขัดขืนแม้แต่นิด วิธีการจูบอ้อนยั่วเย้าได้เก่ง ความขมลิ้นจากรสชาติที่ยังติดค้างผสมกลมกลืนไปกับรสสัมผัสชื้นฉ่ำ ริมฝีปากคู่หวานแดงจัดตอนที่เจ้าตัวเป็นฝ่ายผละออกแล้วเอ่ยอ้อนเขา

     

    “ผิงทำให้นะ...”

     

    ไม่มีคำปฏิเสธ ตาคมนิ่งมองการเคลื่อนไหวซุกซนไม่ละสายตา ริมฝีปากแค่นั้นกลับรองรับอารมณ์ผู้ชายได้มาก เจ้าตัวยังพริ้มตาลงอย่างพึงใจ ใช้มือช่วยอีกแรงในส่วนที่รับไว้ไม่หมดจนมันยิ่งขยับขยายเติบโตขึ้นอย่างก้าวร้าว เสียงทุ้มคำรามอย่างสะกดกลั้นอารมณ์

     

    “อืม...ผิง...”

     

    “ดีมั้ย? ชอบที่ผิงทำรึเปล่า?”

     

    คำถามนั้นไม่คล้ายว่าอยากได้คำตอบ ลิ้นเล็กแลบเลียริมฝีปากตัวเองนิดๆ แล้วไซ้จูบหยอกเย้าที่ส่วนนั้น ก่อนถูกรวบตัวกดลงกับเตียงอย่างหมดความอดทน

     

    “อ๊ะปลาย! รุนแรงอะ...”

     

    “ก็ผิงน่าเอา”

     

    “.....”

     

    “ยั่วเก่งนัก”

     

    “เปล่านะ”

     

    มุ่ยปากแล้วเมินหน้าหนีอย่างน่ารัก เหมือนลูกแมวตัวเล็กเย่อหยิ่งที่ดูแล้วน่าฟัดเสียมากกว่า มือแข็งช้อนคางเรียวให้แหงนขึ้นมอง ทำนิ่งไม่จูบตอบเขาก็เม้มปากเล็กเข้าหนักๆ จนเจ้าตัวแกล้งร้องประท้วงก่อนเปิดปากรับอย่างเต็มใจ ปลายลิ้นพันเกี่ยวกันแลกสัมผัสหวานหวาม

     

    “อะอื้ม...”

     

    “อยากนั่งหรือนอนครับ?”

     

    “ยังไงก็ได้...”

     

    “ทั้งสองแบบเลยดีกว่ามั้ย”

     

    ไม่ใช่คำถามแต่เป็นการตัดสินใจให้ ไม่สนหรอกว่าแววตากลมโตจะมีท่าทีตกใจแค่ไหน ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าจะมีรอยยิ้มซุกซนนั่นตามมาให้เห็น ร่างเล็กถูกฉุดให้ลุกขึ้นนั่ง มือใหญ่ตบบนหน้าขาตัวเองเรียกให้คนตัวน้อยเป็นฝ่ายขยับเข้าหา ซึ่งเจ้าตัวก็วาดขาคร่อมตักเขาอย่างไม่ลังเล

     

    “คนเก่ง”

     

    “เก่งอยู่แล้ว”

     

    คำตอบรับแสนมั่นใจเรียกความมันเขี้ยวขึ้นมาไม่น้อย และความรู้สึกนั้นก็ไม่ได้ถูกยับยั้ง เจลกลิ่นหอมหวานถูกชโลมจนชุ่มปากทางก่อนกวาดควานเข้าไป นิ้วแข็งขยับแยงย้ำผลุบผ่านเข้าออกจนได้ยินเสียงครางสั่นระริก

     

    “อ๊าา...ปลาย...”

     

    ใบหน้าน่ารักแดงก่ำ ริมฝีปากบ้างเผยอออกบ้างถูกงับอย่างฝืนกลั้น กายสูงโน้มตัวลงจูบปากบางจิ้มลิ้ม ขโมยเสียงครางแผ่วหวานกักมันไว้แค่ในลำคอเท่านั้น ส่วนคับแน่นชำแรกเข้าไปภายใน รวบเอวผอมกระชับไว้ด้วยสองมือ ประคองสะโพกกลมกลึงขยับขึ้นลงสอดรับกับจังหวะร้อนแรง ผิงแทบจะสำลักลมหายใจตัวเองด้วยซ้ำ

     

    “ฮะ...อื้อ...”

     

    แขนผอมบางวาดกอดบ่าหนาไว้ ซุกหน้าลงกับซอกคออุ่นงับมันเบาๆ โดยไม่ทิ้งร่องรอยให้เห็น ใครอีกคนก็เช่นกัน...ปลายรู้ว่าแค่ไหนที่ทำได้ มีเซ็กซ์กันได้ แต่ทิ้งรอยจูบไว้ไม่ได้ นั่นคือความสัมพันธ์ของพวกเขา

     

    “ฮึกปลาย...ผิง...อ๊ะ!”

     

    “เสียวเหรอครับ หื้ม...รัดแน่นเชียวนะ”

     

    “ก...ก็ปลายอะ วันนี้รุนแรง...มาก”

     

    “ก็วันนี้ผิงน่ารักมากไง เพราะเมารึเปล่าหื้ม?”

     

    “ไม่ได้เมา”

     

    เม้มปาก ส่ายหน้า ที่เห็นแก้มแดงก่ำเพราะเมาหรืออายก็ไม่อาจรู้ได้ ริมฝีปากเล็กเผยอหอบคราง เบียดสะโพกลงกับส่วนแข็งขืนที่กระแทกสวนขึ้นในจังหวะเดียวกัน ดวงตาหวานฉ่ำคลอด้วยน้ำตาเจียนจะหยดจากอารมณ์ที่เอ่อล้น ความพอใจระบัดระบายบนหน้าท้องขาวเปรอะเปื้อนเมื่อไปถึงฝั่ง อกบางไหวโยนไปตามจังหวะหายใจ

     

    “อืม ปลาย...”

     

    เสียงหวานครางเรียกแผ่วเบา ส่วนที่ค้างคาอยู่ยังคงเป็นส่วนหนึ่งในร่างกาย ปลายเชยคางเล็กให้เชิดขึ้น ไม่ใช่แค่จูบเดียวแต่ไม่นับครั้งกระทั่งริมฝีปากที่ถูกรังแกแดงก่ำ เขายังตอกย้ำสัมผัสนั้นด้วยจูบที่ไซ้เบาๆ บนกลีบปากรูปหัวใจคู่นั้นทั้งรักทั้งใคร่

     

    ผิงไม่เคยรู้

     

    แต่เขารู้อยู่แก่ใจ

     

    “อย่ามองผิงแบบนั้นสิ”

     

    “ทำไม?”

     

    “มันเขินอะ...”

     

    “ก็อย่าน่ารัก”

     

    “น่ารักแล้วรักหรือไง”

     

    “ไม่รักหรอก”

     

    “เฮอะ ใจร้าย”

     

    ถ้ารักกว่านี้เขาคงเป็นบ้าตายไปแล้ว

     

    ใครใจร้ายกว่ากันแน่หื้ม...

     

    ____________

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in