คอลัมน์: BIG TALKBicycle Kick
ปีที่สองของ “เป๊ป”
  • พรีเมียร์ลีกรูดม่านปิดฤดูกาลเพียงสองสัปดาห์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การกำกับของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เดินหน้าตบเกียร์ห้าเสริมทัพนักเตะใหม่สำหรับการแข่งขันฤดูกาลหน้าเป็นที่เรียบร้อยถึง 2 คน และกำลังจะมีคนที่สามตามมาในเร็ววันนี้

    แบร์นาโด้ ซิลวา ปีกชาวโปรตุเกสจากโมนาโกคือคนแรก ต่อด้วยเอแดร์สัน มือกาวดาวรุ่งบราซิลเลียนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้รักษาประตูแพงสุดของโลกจากเบนฟิก้า และในเร็วๆ นี้เราอาจได้เห็นแบ็กซ้ายและขวาที่แพงที่สุดในโลกอย่างเบนจามิน เมนดี้ และไคล์ วอล์กเกอร์

    น่าตกใจไปกว่านั้นคือ ตลอดเวลาเพียงสองสัปดาห์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใช้เงินไปแล้วกว่า 120 ล้านปอนด์ เพื่อคว้านักเตะสามคนนี้มาร่วมทีม และเป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อผลงานเรือใบสีฟ้าฤดูกาล 2016/17 ล้วนเต็มไปด้วยมรสุม คลื่นลมพัดแรง จำเป็นต้องปะซ่อมแซมเรือส่วนที่สึกหรอ

    เป๊ปใช้เวลา 1 ฤดูกาลเต็มเรียนรู้ความหฤโหดของฟุตบอลอังกฤษ ชนิดที่ว่าประสบการณ์จากลาลีกา และบุนเดสลีกา ไม่อาจนำมาใช้ได้ในพรีเมียร์ลีก เพราะการแข่งขันในอังกฤษดุเดือดกว่าที่เป๊ปเคยประสบมา ด้วยจำนวนทีมในการลุ้นแชมป์ที่มากถึง 6 ทีม แถมทีมบรรดาศักด์ที่ต่ำชั้นกว่า สามารถเอาชนะทีมที่ศักด์สูงกว่าได้ จึงเรียกได้ว่าหนึ่งขวบฤดูกาลนี้ ทำให้เป๊ปเรียนรู้จุดแข็ง จุดอ่อน และได้คำตอบที่ชัดเจนแล้วว่า ขุมกำลังนักเตะชุดปัจจุบันไม่อาจเนรมิตถ้วยแชมป์ได้อย่างแน่นอน

    นั่นจึงทำให้เป๊ป เริ่มต้นปล่อยนักเตะจำนวนมากทันที ไล่ตั้งแต่ วิลลี กาบาเยโร่, กาเอล กลิชี, ปาโบล ซาบาเลต้า และบาการี ซาญา

    ขณะเดียวกันก็ยังมีนักเตะที่อนาคตในทีมยังเป็นเครื่องหมายคำถาม เช่น เฆซุส นาบาส, โนลีโต้ ไม่เว้นแม้แต่ดาวยิงตัวกลั่นอย่างกุน อเกวโร่ ที่ตำแหน่งตัวจริงสั่นคลอน นับตั้งแต่การมาถึงของกาเบรียล เฆซุส ดาวยิงชาวบราซิลเลียน เพราะเห็นได้ชัดว่า อดีตกุนซือบาร์เซโลนาดูนิยมชมชอบดาวรุ่งบราซิลเลียนคนนี้เป็นพิเศษ จึงทำให้ดาวยิงอาร์เจนไตน์รายนี้อาจตัดสินใจขึ้นฝั่งหาความท้าทายใหม่ๆ ได้เช่นกัน

    เท่านั้นยังไม่พอ เหล่านักเตะปล่อยยืมอย่าง เอเลียควิม ม็องกาล่า และซามีร์ นาสรี่ ไม่ว่าจะมุมไหนก็ตาม เป๊ปยินดีปล่อยทุกราคาหากมีข้อเสนอเข้ามาจริงๆ

    ฉะนั้นแล้วเมื่อดูจากจำนวนนักเตะที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องการปล่อยออกจากทีม แล้วสร้างขึ้นมาด้วยนักเตะหน้าใหม่สำหรับการลุ้นแชมป์ทุกรายการในฤดูกาลหน้าแล้ว เราคงจะได้เห็นอีกเพียบ ไล่ตั้งแต่ปากประตู เคลาดิโอ บราโว่ ไม่ใช่ผู้รักษาประตูที่ควรไว้วางใจ แต่การดึงเอร์แดร์สัน ประตูดาวรุ่งอายุแค่ 23 ปี เพิ่งลงเล่นทีมชุดใหญ่ให้กับเบนฟิก้ามาสองปีด้วยค่าตัวมหาศาล ก็เป็นความเสี่ยงมากพอตัว แต่ถ้าเป๊ปอยากได้ขนาดนี้ แสดงว่าคงมีดีอะไรสักอย่าง

    ปราการหลังตัวกลาง แม้จะมีแว็งซ็อง กอมปานีในฐานะกัปตันทีม แต่สภาพร่างกายคือสิ่งที่แฟนซิตี้เป็นห่วง จอห์น สโตน ฟอร์มการเล่นตลอดซีซันสอบตก เล่นเป็นบ่อน้ำมันให้ทีมคู่แข่งเจาะจนรูพรุน จำเป็นต้องรีบยกระดับความสามารถโดยเร็ว นิโคลาส โอตาเมนดี้ เมื่อเจอเกมหนักๆ ของพรีเมียร์ลีก เห็นได้ชัดว่า ปราการหลังตัวทีมชาติอาร์เจนติน่าก็เป๋ ไปไม่เป็น อาจได้เห็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟอีกสักคนสองคน

    แดนกลางยาย่า ตูเร่ เพิ่งต่อสัญญาใหม่ก็จริง แต่เดาได้ไม่ยากว่า จะเป็นอะไหล่ของเป๊ป หาใช่ตัวจริง อิลคาย กุนโดแกน เก่งจริงแต่สภาพร่างกายเปราะบาง ลงเล่นได้เพียงแค่ 16 เกมจากทุกรายการ ซึ่งถือว่าไม่เพียงพอโดยเฉพาะกับทีมอย่างแมนฯซิตี้ ที่มีคิวลงเตะแต่ละฤดูกาลไม่ต่ำกว่า 50 แมตช์ คนที่สอบผ่านจริงๆ เห็นจะมีแค่แฟร์นานดินโญ คนเดียวนั่นแหละครับ ยังไงก็ต้องซื้อเพิ่มแน่

    แต่ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ คือแนวรุก พวกเขามีเควิน เดอ บรอยน์, เลรอย ซาเน่, ราฮีม สเตอร์ลิง, ดาบิด ซิลบา, กาเบรียล เฮซุส และกุน อเกวโร่ ที่สามารถเปลี่ยนสกอร์ได้ทุกวินาที เมื่อผนวกกับแนวรุกที่ได้มาใหม่อย่างเบร์นาโด ซิลวา ยิ่งทำให้เกมรุกของแมนฯซิตี้น่ากลัวขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

    ขอให้จับตาฟอร์มการเล่นเบร์นาโด ซิลวาให้ดีๆ นะครับ หมอนี่เก่งจริง ทั้งจังหวะออกบอล ทักษะดี ครองบอลเหนียวแน่น และมีส่วนร่วมกับเกมตลอดเวลา ซึ่งดูได้จากฟอร์มการเล่นในฟุตบอลยุโรปของโมนาโกบอกเลยว่าไฉไลเป็นบ้า

    อย่างไรก็ตามการซื้อนักเตะเข้าสู่ทีมจำนวนมากนั้น ก็ไม่ได้เป็นสิ่งการันตีว่า เรือใบสีฟ้าจะได้แชมป์นะครับ เพราะหนทางสู่ความสำเร็จในฟุตบอลลีก และฟุตบอลถ้วยยุโรปยังอาศัยปัจจัยอีกหลายอย่างที่จะต้องเผชิญ เริ่มตั้งแต่ความเข้าใจปรัชญาการเล่นของโค้ช การผสมผสานระหว่างนักเตะเก่าและใหม่ภายในทีมต้องประสานไร้รอยต่อ และอาการบาดเจ็บของนักเตะคนสำคัญ รวมไปถึงฟอร์มการเล่นในสนามที่พลพรรค ‘เดอะ ซิตีเซน’ จะต้องคว้าชัยชนะให้ได้ โดยเฉพาะการเจอกับทีมที่เล็กกว่า เพราะนั่นคือ เหตุผลที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เพียงอันดับที่สามในฤดูกาลที่เพิ่งจบไป

    ถ้าจะบอกให้ชัดเจนกว่านี้ก็คือ ฤดูกาล 2017/18 ที่จะเริ่มต้นในอีกเกือบๆ สองเดือนข้างหน้า คือ งานที่หนักที่สุดในชีวิตการเป็นโค้ชของชายที่มีชื่อว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา เพราะนี่คือปีที่สองของเป๊ป เขาไม่อาจใช้ ‘ความใหม่’ เป็นข้ออ้างได้อีกแล้ว มิเช่นนั้นความผิดหวังที่แฟนคลับซิตี้จำยอมในฤดูกาลที่ผ่านมา อาจปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ

    จักรยานอากาศ

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Hacker Dewdie (@H.DEWDIE)
เป็นบทความที่ดีนะ อย่างน้อยทำให้ผมรู้เรื่องของเพื่อนบ้านทีมแมนเชสเตอร์บ้างว่าทำอะไร และคิดอะไรอยู่
Bicycle Kick (@BicycleKick)
@H.DEWDIE ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ นอกเหนือจากพรีเมียร์ลีกแล้ว ผมจะมีเน้นในกัลโช่ เซเรีย อา อีกหนึ่งลีกด้วยครับผม