คอลัมน์: BIG TALKBicycle Kick
อินเตอร์ มิลาน ผู้ท้าชิง 'สคูเด็ตโต้' อันดับหนึ่งกับยูเวนตุส
  • ชัยชนะเหนือโครโตเน่ในคืนวันเสาร์ของอินเตอร์ มิลาน เป็นสิ่งที่ผมรู้สึก 'มึนงง' ปน 'ประทับใจ' ไม่น้อย เพราะเกมนัดนี้เป็นเกมที่โคตรยากของพลพรรคเนรัซซูรี่เลยก็ว่าได้ 

    ต้องบอกแบบนี้นะครับว่า โครโตเน่เล่นได้ดีมากๆ ปิดจังหวะการบุกของอินเตอร์ มิลาน ได้เกือบทุกจังหวะ แถมเกมนี้ลูกทีมของลูชาโน่ สปัลเล็ตติ ก็เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานด้วย

    ผมเห็นจังหวะที่อินเตอร์เสียบอลง่ายๆ นับสิบๆ ครั้ง ทั้งการเสียบอลในแดนตัวเอง เสียบอลในแดนคู่ต่อสู้ การเสียบอลในจังหวะที่จะเปลี่ยนจากรับเป็นรุก อินเตอร์ติดขัดไปเสียทุกอย่าง จนทำให้ผู้ชมที่เทหัวใจให้กับอินเตอร์ มิลาน ถึงกับเซ็งในอารมณ์

    แน่นอนในห้วงเวลานั้นผมคิดในใจแล้วว่า เกมนี้ดูแล้วเราคงได้แค่ 1 แต้มกลับบ้าน ซึ่งในมุมมองของผม ถือว่า แฟร์นะครับกับหนึ่งแต้มกับทีมที่เล่นดีจริงๆ อย่างโครโตเน่ แต่พอพลิกกลับมานำได้จากลูกยิงชุลมุนของมิลาน สคริเนีย และประตูที่สองของอิวาน เปริซิช ยอมรับครับว่า งานนี้แฟนงูใหญ่อย่างน้อยก็ผมละคนหนึ่งที่เชื่อมั่นว่า ปีนี้เป็นปีที่อินเตอร์ มิลาน จะกลับมาลุ้นสคูเด็ตโต้เต็มตัวเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี

    ถ้าหากคุณติดตามฟุตบอลมาสักระยะหนึ่ง การที่ทีมใดทีมหนึ่งจะเป็นทีมลุ้นแชมป์ หรือก้าวขึ้นมาเป็นแชมเปี้ยนได้นั้น มันต้องมีคุณลักษณะบางประการอย่างที่อินเตอร์ มิลานแสดงให้เห็นในเกมเยือนโครโตเน่ กล่าวคือ ในสภาวะที่จวนเจียนจะเสมอ จวนเจียนจะแพ้ แต่ท้ายที่สุดกลับพลิกชนะได้เป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่า นั่นความไม่ยอมแพ้ของนักเตะ และสิ่งนั้นได้ฝังตัวไว้ในนักเตะอินเตอร์ มิลาน เรียบร้อยแล้ว

    สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ผมขอยกสองนิ้วให้กับการเข้ามาของลูชาโน่ สปัลเล็ตติครับ เทรนเนอร์หัวใสคือคนที่เปลี่ยนแปลงอินเตอร์ มิลานอย่างแท้จริง และนับได้ว่าเป็นการเลือกคนได้ถูกต้องที่สุดของผู้บริหารทีม นั่นเป็นเพราะสปัลเล็ตติเป็นกุนซือที่มีแพสชันในตัวสูงมาก อีกทั้งยังเป็นโค้ชที่มีแท็คติคจำนวนมากเก็บไว้ในคลังสมอง พอถึงยามสำคัญๆ สามารถใช้ความรู้ด้านฟุตบอลที่มีพลิกกลับมาชนะได้เสมอ

    ทั้งนี้สปัลเล็ตติไม่ได้แสดงให้เราเห็นแค่จากเกมที่พบกับโครโตเน่เป็นเกมแรกนะครับ หากแต่เกมที่ออกไปเยือนโรม่าแล้วพลิกกลับมาชนะ 3-1 เกมนัดนั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ความเป็นยอดโค้ชในตัวสปัลเล็ตติมีมากขนาดไหน

    ในมุมมองของผมคิดว่า สปัลเล็ตติ มีทักษะในการคุมทีมฟุตบอลบางอย่างที่คล้ายกับโชเซ่ มูรินโญ่ หนึ่งในกุนซือระดับตำนานของอินเตอร์ มิลาน นั่นคือ ความกล้าได้กล้าเสียในการเปลี่ยนตัวผู้เล่นและจิตวิทยาขั้นสูง

    ผมขอยกกลับไปที่เกมกับโรม่า นัดดังกล่าวโรแบร์โต้ กายาร์ดินี หนึ่งในกองกลางคนสำคัญของอินเตอร์ มิลาน เล่นไม่ดีเอาเสียเลย ซึ่งสปัลเล็ตติก็ตัดสินใจถอดเอามิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวอิตาลีคนนี้ออกจากเกมทันที จากนั้นก็กล่าวหลังเกมในเชิงให้กำลังใจนักเตะ คล้ายกับสิ่งที่มูรินโญ่ทำเสมอๆ ทั้งจากสมัยที่คุมอินเตอร์ มิลาน จนถึงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดปัจจุบัน

    อย่างไรก็ดีในเกมนี้นอกเหนือจากสปัลเล็ตติและความไม่ยอมแพ้ของนักเตะอินเตอร์ มิลานแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะพูดถึงอีวาน เปริซิช ว่ากันตามตรงถ้าไม่มีดาวเตะชาวโครแอต ผมก็ไม่รู้นะครับว่า เกมจะเป็นยังไง 

    ในช่วงที่เนรัซซูรี่ยังไม่ได้ประตู ฟอร์มการเล่นของเปริซิชน่าประทับใจมาก เพราะการสร้างสรรค์เกม การเติมเกมบุก ยอดเยี่ยม และการจบสกอร์ในช่วงท้ายเกม (อีกแล้ว) ยิ่งช่วยตอกย้ำความยอดเยี่ยมของเขา 

    ว่าก็ว่านะครับเป็นเรื่องที่พลาดมากๆ เลยที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจไม่ยอมจ่ายเงิน 55 ล้านยูโรตามที่อินเตอร์ มิลานต้องการ ไม่งั้นนะครับแนวรุกของปีศาจแดงจะหลากหลายยิ่งกว่านี้อีก

    อย่างไรก็ดีแม้หนทางการลุ้นแชมป์สคูเด็ตโต้ของอินเตอร์ มิลาน จะเพิ่งผ่านไปแค่ 4 นัด แต่แค่เพียง 4 นัดก็น่าจะพิสูจน์ได้เพียงพอแล้วว่า อินเตอร์ มิลาน กำลังจะกลับมาลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัวในฤดูกาลนี้ ยูเวนตุสระวังไว้ให้ดี

    จักรยานอากาศ

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in