How are you today+Gwakgox Adea
ออกจากเมืองไปตามหา new gook กันเถอะ (end)
  • 15 April 2018 / 09.00 / LAM KHLONG NGU National Park
    เริ่มเช้าวันใหม่ที่สดใส เราเรียนรู้ในเรื่องการเสียสละตั้งแต่มาถึงด้วยการสละห้องน้ำให้คนอื่นอาบ
    ส่วนเราเหรอ ..ก็ล้างหน้าแปรงฟันไง 55555555 

    ตื่นกันตั้งแต่หกโมงเช้ามาเตรียมร่างกายและข้าวของ 
    เดินไปกินข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งหน้าอุทยานประมาณ 300m
    แล้วก็สั่งข้าวหนึ่งชุดเพื่อไปกินตอนเที่ยง

    เอ้า ออกรถเลย!!
    อิอิอิ อย่าตกใจ เรื่องมันก็รวดเร็วอย่างนี้แหละ


    ในทริปนี้มีเจ้าหน้าที่จากอุทยานมาประจำกรุ้ปละ 1 คน + มัคคุเทศน์อีก 2
    คุณลุงเสรีเป็นเจ้าหน้าที่จากอุทยาน น้องเต๋าและน้องชาเป็นมัคคุเทศน์
    (ซึ่งเราเรียกเต๋าและชาที่อายุ 18 ว่าพี่ตลอดทริป ด้วยจากบุคลิกภายนอกและความสามารถนั้นเราไม่กล้าเรียกน้องจริงๆ จ้าา)

    นั่งรถมาเกือบครึ่งชมมั้ง เราก็มาถึงจุดเริ่มต้น จะบอกว่าตลอดทางฝุ่นบะรึ่มฮึ่มมาก
    แม้ว่าเราจะอ่านรีวิวว่าให้พกแมสมาแล้ว เรานั้นก็..ลืม! 
    จุดเริ่มต้นมันดูดีมั้ยคะจากรูป ดูเป็นป่าเนาะ ต้นไม้สูงใหญ่ เนินขึ้นลง ความเขียวชะอุ่ม
    ปั๊ดโถ้คุณคะ ทางเข้ามันก็ไม่ต่างจากรูปโปรไฟล์เฟสบุคคนเราหรอกค่ะ 555555555555
    เพราะทันทีที่เลี้ยวไปตามซอกซอยเขียวชะอุ่มนี่เราก็จะพบกับเนิน! เนิน!! เนินนนน!!!

    เนินที่เป็นทางลาดอะแก ทางลาดที่มันชัน และความชันมันแทบจะ 1:2 
    (what da fakkkkkkkkkkk) 
    คือแรกๆ มันก็ไม่ชันมาก อะ ซัก 1:6 แต่พอเดินเรื่อยๆ เราก็งง ว่าจริงๆ เค้าให้เราเดินหรือสไลเด้อกันแน่!!
    รูปบนเป็นรูปเนินในช่วงแรก มาถึงด่านแรกเราก็เจอปัญหา
    ทำไมคนอื่นเค้าเดินกันได้วะ 555555555 เราแบบลื่นมาก ด้วยตอนแรกมีปัญหากับรองเท้าด้วย
    ใส่ถุงเท้ามาแล้วมันลื่น เพื่อนก็เดินนำไปหายวับไปเรย เราก็แบบไม่ไหวละ ต้องถอดถุงเท้าเดิน

    พอถอดถุงเท้าก็ดีขึ้นหน่อย แต่ด้วยพื้นมันมีใบไม้ มันไม่ใช่พื้นดินธรรมดามันเลยลื่นมาก
    ท่าเดินเราคือด๊อกแด๊กมากอะ น้องพิมที่เดินตามมาข้างหลังก็หัวเราะด้วยเป็นห่วงเราด้วยอยู่เรื่อยๆ 55555 ซึ่งเดินแบบนี้อยู่ราวๆ ครึ่งชั่วโมงมั้งเราก็เดินมาเจอเพื่อนที่ยืนรอกันอยู่ก่อนและทุกคนดูแปลกใจมากที่เราสามารถตามมาได้ 5555555 (แง มันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น)

    ด่านที่สอง 
    เราเพิ่งรู้ว่าความจริงแล้วนี่ไม่ได้ใช่การเดินป่า - มันคือการปีนเขา!!!!! 
    (what da fakkkkkkkkkkk) 
    ผ่านด่านแรกก็ทำให้เราเริ่มตั้งสติให้มั่นคงได้
    หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยเจอทางชันหรอก
    เพราะ-มัน-ดิ่ง!!!! ว้ากกกกก 
    555555 เอาจริงตอนเดินเราไม่ได้ไม่มีสติและโวยวายขนาดนี้นะ เราตั้งใจเดินและจดจ่อมาก อิอิ
    By the way ตลอดทริปมันก็เป็นทางอย่างนี้ยาวๆ ไป 
    มันคือการปีนหินล้วนๆ ยิ่งช่วงล่างๆ เขาคือเราต้องสไลด์ตูดลงละ 5555555 


    บางช่วงมันก็ลาดดิ่งลงไปแบบอันตรายมาก ระยะเดินไม่ถึงห้าสิบเซนต์ ลุงเสรี เต๋าและชาดูแลทุกคนดีมากๆ ในรูปนี้ข้างหลังเต๋าคือเหมือนเหวลงไปเลยนะ ยิ่งจุดอันตราย พวกเขาก็จะมายืนกันทุกคนไว้ ซึ่งมันน่ากลัวจริงๆ ถ้าเราเผลอสะดุดไปชนคือเขาตกเลยนะ เพราะงั้นนอกจากจะใช้แรงเยอะแล้ว เราต้องใช้สติมากๆๆ เพราะทุกก้าวมันจะพลาดไม่ได้จริงๆ

    และเพราะใช้สติไปมาก เราไม่รู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยหรือหมดแรง
    พอมาถึงจุดพักถึงได้สังเกตว่าตัวเองหายใจแรงมาก และช่วงไหนที่เราไม่ได้ก้าวขาเดิน ขามันจะสั่นมาก
    หอบ เราไม่มีแรงพูดอะไรทั้งนั้นอะ 
    แต่เรามีแรงร้องเพลง ..เราร้องว่า
    'วันนี้เป็นวันสงกรานต์ หนุ่มสาวชาวบ้าน ต่างมาทำบุญ
    ทำบุญ ทำบุญส๊งกรานนต์'

    ก็เหงื่อมันออกเยอะมากเหมือนไปเล่นน้ำอะ 55555555555
    ขอโทษ ไม่เล่นตลกละ อิอิ
    เพราะหลังจากนี้เราจะไม่เปียกเหงื่อแล้วค่า เราจะไปเปียกน้ามมมมมมม
    ไหน ใครใช้สมาร์ทโฟน 4D 
    คุณได้ยินเสียงน้ำไหลมั้ยคะ
    ซู่ววววววววว 
    ซ่าาาาาาาา 
    ใครก็ได้หยุดเราที เริ่มไม่มีสติอีกแล้ว แง 

    ของจริงมันสวยกว่านี้นัก ออเจ้าไม่มีวันได้เห็นหรอก เพราะเราถ่ายรูปไม่สวย อิอิ
    ถ้าใครอยากเห็นรูปดีๆ มุมกว้างเหมือนของจริงให้เข้ากูเกิ้ลไปหาดูนะ 


    .
    ส่วนใครที่คิดว่าถึงน้ำตกแล้ว จบแล้ว
    ไม่ใช้เด้อ มันแค่ครึ่งทางงงงงงง ของจริงมันอยู่ในถ้ำ!!! เราไปเข้าถ้ำแก 
    ซึ่งเราขอแวะพักที่น้ำตกและเล่าจุดเกิดเหตุก่อนค่ะ


    เรื่องมันมีอยู่ว่าก่อนเข้าถ้ำเค้าก็จะให้เล่นน้ำตกกันสักพัก มันจะมีจุดโดดน้ำสูงประมาณสองเมตร
    เราก็เป็นคนรอบคอบ รู้ว่าตัวเองสายตาสั้นเพราะงั้นเลยพกแว่นตาว่ายน้ำมา
    แต่เราเป็นคนรอบคอบที่โง่เว้ย! 
    แว่นว่ายน้ำเราสั้น 500 แต่สายตาเราอะมันสั้น 600
    ปกติว่ายน้ำที่สระก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่พอมาที่นี่เปลี่ยนแว่นตาปุ้บปั้บ
    หันหลังเดินจะไปที่จุดกระโดด


    'โอ๊ย!!!!' 
    'น้องเป็นไรมั้ยคะ'
    'ไม่เป็นไรค่ะพี่ ไม่เป็นไร'


    น้องคิดว่ามันไม่เป็นไร แต่น้องขาแพลงค่ะคุณพี่!!!
    เรามองระยะหินพลาด! ทั้งๆ ที่ระวังมากแต่เราโดนสายตาตัวเองหรอก สเด้ยยยยยยยย
    สุดท้ายเราก้าวพลาดแล้วนั่งกองอยู่ที่พื้น 
    เรานั่งนวดอยู่ซักพักลุงเสรีก็เอายาคลายกล้ามเนื้อมาให้ เราทาแล้วใส่รองเท้า
    โอเค มันดีขึ้น 

    เราเลยไปโดดน้ำต่อ 555555555


    1 2 3 .. ตู้มมมมม
    บุ๋มบุ๋มบุ๋มบุ๋ม
    ทำไมมันไม่ลอยขึ้นซักทีวะ
    อาาาา!! 5555555 


    เราโดดน้ำสูงขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลย! รู้มั้ยนี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่เราคิดว่าตัวเองทำไม่ได้
    เราชอบว่ายน้ำ แต่เรากลัวน้ำลึกมาก ไม่กล้าโดดแม้กระทั่งน้ำในสระที่ลึก 2 เมตรด้วยซ้ำ
    แต่วันนี้เราทำได้แล้ว 
    มันเหมือนปลดล็อค แต่อาจจะยังไม่ถอดแม่กุญแจออกจากห่วง
    เพราะโดดรอบต่อไปเราก็ใจสั่นด้วยความกลัวอยู่ดี แต่ว่ากล้าโดดรอบที่ 2 และ 3 นะ :D 
    แต่ก่อนเข้าถ้ำเราโดดแค่รอบเดียวเพราะหมดเวลาแล้วจ้า

    พอขึ้นจากน้ำ เท้ามันปวดว่ะ
    แต่ถ้าถามว่าจะพักตรงนี้มั้ย - ไม่เป็นไรหรอก มาถึงครึ่งทางแล้วอะ
    อีกนิดก็ถึงไฮไลท์ของทริปแล้วนะ เข้าถ้ำกันเถอะ 
    เราคิดแบบนี้เพราะคิดว่าในถ้ำคือการว่ายน้ำเข้าไป
    ..ซึ่งไม่ใช่

    ปีนเขาอีกแล้ว บักปอบเอ้ย!


    เอ้า ลงเขาอีกแล้ว!


    แล้วพอถึงถ้ำเป็นไงล่ะ - เจ็บมากกกกกกกกกกก
    มันไม่สนุกแล้วอะ มันปวดเท้ามาก เราเริ่มเครียดแล้ว
    เข้าไปในถ้ำแล้วบางช่วงเราต้องว่ายน้ำไป บางช่วงต้องขึ้นไปปีนหินไต่ไปตามขอบถ้ำเพื่อข้ามจุดน้ำเชี่ยวไป ซึ่งหินลื่นและพื้นที่เหยียบน้อยมาก


    เราจะไปต่อยังไง เจ็บขนาดนี้เราจะกลับไปได้ยังไง เราต้องกลับทางเดิม
    ขามาก็เห็นแล้วว่ามันยากขนาดไหน

    แล้วในตอนที่เราเครียดและได้แต่ภาวนาขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า
    ลุงเสรีก็เข้ามาหา ถอดที่รัดข้อเท้าของตัวเองแล้วยื่นให้เรา
    ฮือออ จังหวะนั้นเรา appreciate ลุงมากอะ มันยิ่งกว่าขอบคุณ เราไม่รู้จะหาคำไหนมาพูดจริงๆ
    ซึ่งหลังจากใส่ที่รัดข้อเท้าเราก็เริ่มมีกำลังใจมากขึ้น เพราะใส่ก็ยังดีกว่าไม่ใส่
    มันต้องรู้สึกดีขึ้นดิ 5555555


    แล้วเราก็ใช้วิธีเดิมๆ ที่ชอบใช้เป็นประจำ
    ถ้าไม่ไปโฟกัสก็จะไม่รู้สึก 
    ชั้นไม่เจ็บค่ะ ชั้นไม่ได้ขาแพลงค่ะ ไม่ค่ะ ไม่รู้สึกค่ะ
    5555555 เราก็ไม่รู้นะว่าอาการดีขึ้นเพราะผ้ารัดเท้าหรือวิธีคิดกันแน่
    เอาเป็นว่าหลังจากนั้นมันไม่ใช่แค่การใช้กำลังขาอีกแล้ว
    แทบจะเรียกได้ว่าเราใช้แขนเดินแทนขาเลยเถอะ 
    จุดไหนต้องลงดิชั้นใช้วิธีสไลด์ละใช้แขนค้ำ ยัง ยังไม่พอ
    มันจะมีจุดที่น้ำเชี่ยวมากกกกก เราต้องว่ายน้ำไต่เชือกไปอีกฝั่ง

    มันน่ากลัวมากอะ และเราเป็นคนที่พลังแขนน้อยมากจริงๆ 
    แต่มาถึงจุดนี้มันไม่ใช่แค่การมาเที่ยวเล่นแล้วอะ มันคือการเอาตัวรอดแล้ว
    แรงจากไหนมากมายไม่รู้ เรามีมันได้ยังไงยังงงเลย
    หรือบางทีไขมันตรงท้องแขนมันคือกล้ามเนื้อรูปแบบเหลวนะ 5555555555

    ถ้ำลำคลองงู ชื่อนี้ได้มาเพราะความยาว
    ความยาวภายในถ้ำอะค่ะ อิอิ ระยะทางทั้งหมดในถ้ำจะคดโค้งยาว 1.7 กิโล แต่เราเข้าไปเพียง 7 กิโลก็จะเจอจุดไฮท์ไลท์คือเสาหิน (ที่มาของชื่อถ้ำเสาหินอีกที) 


    ซึ่งเมื่อทุกคนพบเสาหินก็จะงง ว่าชั้นเข้ามาเพื่อสิ่งนี้หรอ อ่าว จริงดิ? 555555 
    มันคือหินที่สูงตั้งแต่พื้นจรดเพดานถ้ำ ซึ่งสูงมากจริงๆ เรากะระยะไม่ถูกอะ 
    หลังจากพักชมกันเสร็จเราก็กลับทางเดิม บางช่วงที่ว่ายฝ่ากระแสน้ำเข้ามารอบนี้ก็ไหลตามน้ำ
    โอ๊ย น้ำเย็นฟินมากอะ ไอเริ้ปความสดชื่นนี้ 


    ออกจากถ้ำจะมีสองทางเลือก เดินไปตามทางลาดลงไปยังน้ำตก กับกระโดดน้ำแล้วไหลไปความสูงสองเท่าของจุดแรกที่เราสะดุดล้ม แน่นอนว่าเราเลือกโดดน้ำง่ายกว่าเดินละ 

    1 2 3 .. กรี๊ดดด-ดด - ..
    ทำไมเสียงหายวะ
    ตู้มมมม
    บุ๋มบุ๋มบุ๋ม


    แง รอบนี้มันน่ากลัวมากจริงๆอะ กรี๊ดจนเสียงหาย (เพราะไม่ได้ดื่มน้ำตลอดระยะทางเข้าถ้ำด้วย)
    สูงมากกกกก หัวเข่ากระแทกหินเช่นเดิม เจ็บจ้า 

    ถึงจุดพักที่น้ำตกก็ใจชื้นขึ้นมาก กินข้าวอย่างเอร็ดและอร่อย
    ข้าวห่อนึงนี่ 80 เลยนะ เรียกว่าแพงแต่จังหวะนี้เราคิดในใจว่าสามพันก็จะซื้อ
    แม้ว่าเงินในกระเป๋าจะเหลือสองร้อยก็ขอคิดไว้ก่อน คิกคิกคิก


    .

    ขากลับ

    กลับเข้าสู่โหมดทรหดและจริงจังอีกแล้ว 
    เราต้องกลับกันทางเดิม แต่รอบนี้พลังงานเราติดลบไปแล้ว
    ขามาเป็นการไต่ลงเขา แต่ขากลับคือปีนล้วนๆ ยิ่งชันเท่าไหร่ยิ่งปีนยากเท่านั้น

    เป็นสภาพที่ยอดแย่ เราก้าวขาแทบไม่ขึ้น จุดที่ต้องปีนขึ้นหินสูงๆ คือต้องใช้แขนยกขาขึ้นอะ
    เหนื่อยมาก เดินไปก็หอบไป ขาสั่นแบบน่ากลัว เราเดินได้ช้ามากๆ เมื่อเทียบกับคนอื่น

    ลุงเสรีคอยเดินประกบเราตลอด เต๋าเดินนำทางทุกคนไป ส่วนชาก็ช่วยดึงเราขึ้นในจุดยากทุกจุด
    ตลอดทางกลับเรารู้สึกขอบคุณ
    ขอบคุณลุงเสรี ชาและเต๋า งานของพวกเขามันสุดยอดมากจริงๆ และพวกเขาทำมันได้ดีมาก


    ขอบคุณพี่เบิร์ดพี่แก่นพี่ยอดน้องพลอย สิ่งที่เรากังวลมากที่สุดคือเพื่อนร่วมทริปที่มีประสบการณ์
    มันคงไม่สนุกเท่าไหร่ถ้าต้องมารอมือใหม่แบบเรา แต่พวกพี่ดีกับเรามากๆ เป็นห่วงและไม่รำคาญความด๋อยของเราเลย 
    ขอบคุณบีมมิ้นปองน้องมายน้องพิม กำลังใจจากทุกคนช่วยเราได้มาก ทุกๆ คนในทีมช่วยเหลือเรามากๆๆ จริงๆ อะ 


    เราไม่มีความคิดในแง่ลบหรือความรู้สึกท้อเลยสักนิดเดียว

    แม้ว่าจะเจ็บเท้ามากแค่ไหน แขนจะปวดเท่าไหร่
    เพราะความช่วยเหลือจากทุกคนมันบอกให้เราทำให้ได้ ทุกคนดีกับเราขนาดนี้อะ ยังไงเราก็ต้องทำให้ได้
    เราจะไม่มีวันเดินป่าได้แน่ๆ ถ้าทริปนี้ไม่มีทุกคน 
    และนอกจากทุกคนแล้ว 

    ตลอดทางกลับเรายังรู้สึกขอบคุณต้นไม้ทุกต้น หินทุกก้อน ในวันนี้เราโอบกอดธรรมชาติจนมือถลอกเลยทีเดียว 55555555 แต่เราไม่ขอบคุณสายน้ำหรอกนะ เชี่ยวชะมัด โมโห! รองเท้าเกือบหลุด 555555


    ยังไม่จบ เพราะกำลังใจจากทุกคนหายไปเมื่อเราเดินย้อนกลับไปถึงด่านแรก 

    (what da fakkkkkkkkkkk) 

    จำทางลาดนรกแตกกันได้ม้ายย มันไม่โหดเท่าปีนหินหรอก แต่ขาเรากลับมาปวดแล้ว
    เหมือนมันฝืนจนถึงจุดที่ไม่ไหวแล้ว ตรงจุดนี้ขอบคุณเต๋ามากๆๆที่หาไม้ค้ำมาให้
    ใช้แขนเดินอีกแล้วจ้า แล้วตรงจุดนี้คือทุกคนเดินนำเราหายกันไปหมดแล้วอะ เหลือเราน้องพิมพี่เบิร์ดและลุงเสรีเดินด๊อกแด๊กกัน
    ก่อนที่น้องพิมและพี่เบิร์ดจะแซงและหายไป แง 555555

    เราทำได้แค่เดินเรื่อยๆ มาเรียงๆ นกเขาเคียงมาคู่กัน 

    เท่านั้นจริงๆ เร่งไม่ได้แล้ว แต่เราไม่ได้หยุดเดินเลยนะเพราะกลัวจะตามคนอื่นไม่ทัน

    ซึ่งลุงเสรีจะเป็นคนคอยบอกให้เราพักตลอด จุดหลังๆ ที่ลาดจนน่าถอดใจลุงก็จะคอยบอกว่าอีกเฮือกนึง ไม่ต้องรีบ ยังไงก็ถึงวันนี้อยู่แล้ว ช้ายังไงก็ปลอดภัยไว้ก่อน 

    คือเราไม่บ่นไม่แสดงออกอาการใดๆ เพราะไม่อยากให้ทุกคนลำบากแต่ลุงกลับคอยสังเกตเราตลอดจริงๆ อะ ฮือออ เรารักลุงเสรีมากๆๆๆ จริงๆ แล้วก็อิจฉาความแข็งแรงของลุงด้วย 


    สุดท้ายนี้ เพลงประจำขากลับที่ทำให้เรามีชีวิตรอดกลับมาได้
    กำลังใจสุดท้ายของเรา

    'โอ่ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม เลือดในอกผสมกลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกินนน'

    ฮือออออออออออ เราร้องมันตลอดทางลาดขากลับเลย
    ยังไงก็ต้องกลับไปหาแม่ให้ได้ - feeling missing mommy


    จบทริป เราเดินทางล่าช้าจากทุกคน 30 นาทีเพราะมัวแต่ร้องเพลงค่าน้ำนม (#ผิด 5555) 
    17.30 พวกเราขึ้นรถกลับจุดกางเต้นท์ที่อุทยาน 
    ตกเย็นก็อาบน้ำแล้วกินข้าวที่ร้านเดิม ส่วนเรานั้นนอนรอบีมให้เอาข้าวมาให้ที่เต้นท์เพราะเดินไม่ได้แล้วจาา แงแงแงแง ตกดึกก็มีการปาร์ตี้กันเล็กน้อย 
    ตอนแรกเราก็ลังเลว่าพรุ่งนี้จะหายทันมั้ย แต่พอมีปาร์ตี้ก็คิดว่า 

    เฮ้อ หายไม่ทันหรอก ดื่มหนักกันเถอะ ก้ากๆๆๆ

    ล้อเล่นหน่าาา อิอิ 
    วันที่สองคือเดินถ้ำนกนางแอ่น ซึ่งเดินครึ่งวันและสบายกว่าวันนี้มากๆๆๆๆ 
    แต่เราพิจารณาดูแล้ว ถ้าเราฝืน กลับกทม. ไปเราคงต้องได้ไปสวัสดีค่ะคุณหมอแน่นอน
    อีกอย่างคือใจเราอะไหว แต่ถ้าให้ทุกคนต้องมาคอยพะวงกับเรา เราก็ขอถอดใจดีกว่า

    ดังนั้น นอนเฝ้าเต้นท์ก็ได้จ้า ซึ่งเรากลัวว่าจะมาเขียนรีวิวได้ไม่ครบ จึงได้ให้บีมเปิดรูปและเล่าให้ฟังเพื่อมาเขียนรีวิว บีมบอกว่า..


    'มันสวยนะกุ๊ก แต่มันสวยกันคนละแบบกับวันแรก 
    วันแรกสวยแบบยิ่งใหญ่ แต่วันนี้สวยแบบชิลๆ เรื่อยๆ'


    เราก็ไม่รู้ว่าคำพูดจากบีมจะช่วยในการรีวิวได้แค่ไหน แต่เราจะตัดจบละ
    ถ้าอยากรู้ก็ไปเที่ยวกันเองนะทุกคน 555555555


    สุดท้ายนี้ 
    เรากลับกทม.มาในสภาพร่างเดี้ยง หลายคนบอกว่าคุ้มมั้ยเนี่ย จ่ายตังค์ไปเหนื่อย
    เห็นมั้ยล่ะ ลำบาก บอกแล้วว่าอย่าไป


    แต่คำพูดทั้งหมดนั้นเราไม่เห็นด้วยหรอก
    และเราก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน เพราะทุกอย่างที่เราได้รับมันคือประสบการณ์ที่เล่ายังไงผู้รับก็คงจะไม่เข้าใจเท่ากับการมาสัมผัสเอง
    การเดินป่าครั้งแรกของเรามันครบรสขนาดนี้ จะไม่ให้เรารู้สึกชอบได้ยังไงไหว 


    เรายินดีที่จะลำบาก เพราะเราได้เห็นแล้วว่าโลกอีกมุมที่เราไม่เคยเจอมันดีขนาดไหน
    เรายินดีที่จะลำบาก เพราะถ้าเราไม่มาคงไม่ได้เจอกับมิตรภาพที่ดีขนาดนี้ 
    เรายินดีที่จะลำบาก เพราะมันทำให้เราได้เห็นว่าขีดจำกัดตัวเองมันไม่มีจำกัด


    การไปทะเลทำให้เราได้ทบทวนถึงทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
    และทะเลก็ทำให้เราร้องว๊าวกับความ Unzeen ได้เสมอ
    กลับกันการเดินป่าทำให้เราได้อยู่กับปัจจุบัน เรารักตัวเองมากขึ้น เรารักทุกคนมากขึ้น
    แม้ว่าจุดสุดท้ายของการเดินป่าจะไม่ทำให้เราร้องว๊าว 

    แต่ระหว่างทางมันคือสิ่งที่มีค่ามากจริงๆ 


    ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ 

    ขอบคุณมากๆ จริงๆ นะคะ

    <3


    ps. ขอบคุณรูปจากมิ้น พี่เบิร์ด พี่แก่น นะค้าาาา

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in