How are you today+Gwakgox Adea
B9 - RUN DEVIL RUN
  • วันนี้เราเห็นดวงอาทิตย์ตกน้ำด้วย 
    เราขอยกเรื่องดีที่สุดในวันนี้ขึ้นมาพูดเป็นอันดับแรก

    และอันดับถัดมาก็จะพูดว่า
    นี่มันวันเชี่ยอะไรเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!


    มันไม่ได้แย่อะไรเท่าไหร่ แค่เป็นวันที่น่าปวดประสาทวันนึง 
    เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าสำหรับวันนี้เราเครียดมากน้อยแค่ไหน
    ไม่มีเวลาให้นึกถึงความรู้สึกอะไรทั้งนั้น


    เป็นเวลาสามสัปดาห์แล้วที่เราวนอยู่ในลูปนรก 
    งานหนักมาก หนักจนไม่ต้องบ่นอะไร ไม่ต้องรู้สึกอะไร แค่ทำ
    เพราะถ้าพูดออกมา ถ้าไปนึกถึงงานของวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ 
    เราจะต้องร้องไห้เพราะทนความเครียดไม่ไหวแน่ๆ ไม่ได้พูดเล่นนะ ร้องมาแล้ว 55555555555

    แต่จะไม่พูดถึงสามสัปดาห์นรก 
    เราจะไปพูดถึงมันตอนเขียนคำร้องส่งถึงใครบางคนที่ทำให้ชีวิตเราต้องเป็นอย่างนี้แทนในวันหลัง



    ผลกระทบจากการอดนอนติดกันยาวนานขนาดนั้นทำเราป่วย แสบคอมาก 
    เราไม่สามารถร้องเพลงได้อีกแล้วในช่วงนี้
    เมื่อวานสมองเราไม่ทำงาน วันนี้บ่ายเรามีนัดส่งงาน แต่เราคิดงานไม่ออกเลย
    สุดท้ายเราเลยได้นอนไปสามสี่ชั่วโมงในตอนเช้า 

    และวันนี้เป็นวันที่ตารางแน่นมาก เราต้องไปขึ้นเครื่องกลับบ้านตอน 15.50 
    เราวางแผนมาเป็นอย่างดีว่าจะตรวจแบบคนแรกเสร็จบ่ายสองละดิ่งไปสุวรรณภูมิ

    แต่เหมือนมีใครอยากให้เราเหนื่อยเพิ่มขึ้นนิดหน่อย
    ตารางที่ควรจะลงตัวโดนแทรกด้วยคาบเลกเชอร์และตรวจแบบกลุ่มอีกอันเพิ่มเข้ามา

    บ่ายสองครึ่งเราออกจากคณะ 
    เราเครียดมาก เลือกการเดินทางที่เร็วที่สุดด้วยแท็กซี่ไปลงพญาไทย 
    ต่อแอร์พอร์ตลิงก์เข้าสนามบิน เร็วที่สุดยังต้องใช้เวลา 1 ชมเป็นอย่างต่ำ

    รถติดไฟแดงเป็นระยะ เราเริ่มเครียด
    ยอมรับว่าลั่นทุกครั้งที่กลับบ้าน แต่ไม่เคยตกเครื่องเลยนะ อย่าให้นี่เป็นครั้งแรกเลย

    ถึงพญาไทย วิ่งไปยังแอร์พอร์ตลิงก์ วิ่งแบบวิ่ง ทำไมไม่เห็นมีใครรีบแบบเราวะ
    รอรถไฟฟ้าอีก 13 นาที คำนวนเวลาดูในใจ เราจะถึงสนามบิน 15.50 !!
    วิ่งยังไงให้ทัน นั่นมันเวลาบอร์ดดิ้งแล้ว

    เราฟังเพลงไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่เคยรีบอะไรเท่านี้เลยอะ
    สามสิบนาทีบนรถไฟฟ้าเราเปิดแมพสุวรรณภูมิ หาทางไปเกท B9 ให้เร็วที่สุด
    โหลดบัตรโดยสารเตรียมไว้ 
    15.51 เลทไปหนึ่งนาที เราเป็นคนแรกที่ออกจากรถไฟ หลังจากนั้นก็รัน!!! 

    ไม่มีใครวิ่งซักคน แต่ความไวเป็นของปีศาจ 5555555 
    คิดในใจว่าเครื่องออกตั้ง 16.20 ยังไงก็อาจจะไปทัน คนยังเดินขึ้นเครื่องไม่หมดหรอก

    จากชั้นใต้ดินวิ่งไปจนถึงชั้น 4 เรายื่นบอร์ดดิ้งพาสให้กับแอร์กราวด์
    ก : พี่คะ บอร์ดดิ้ง 15.50 ยังทันมั้ย 
    พูดไปหอบไป 
    พนง : ไม่ทันแล้วค่ะน้อง ปกติต้องมาก่อน 45 นาที
    เราต้องทำหน้าเหมือนคนใกล้จะร้องแน่ๆ พี่พนงเลยหยิบโทรศัพท์ไปช่วยดูอีกครั้ง
    ก : แต่เครื่องออก 16.20 นะคะพี่ 
    พนง : น้องเช็คอินมา...
    ก : แล้วพี่!
    พนง : น้องไม่มีกระเป๋าโหล...
    ก : ไม่มีพี่ พร้อมขึ้นเครื่องเลยค่ะ!!
    พนง : พี่ว่าอาจจะทัน น้องรีบเดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายนะ

    Oh my Goodness!! คำนี้แหละที่เรารอ
    พี่เค้าบอกให้รีบเดินแต่เรารันอเกน! โอกาสที่จะไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่มาแล้วเว้ย 
    เราวิ่งเหมือนคนบ้าาาาาาาาา อาม่าอาซิ่มหรือจะอาหรั่งก็ต้องหลีกให้เรา

    ภายใน 5 นาที แค่ 5 นาทีเท่านั้นเรามาถึงเกท B9 
    มาถึงก็ยื่นโทรศัพท์ให้พี่แอร์ ถามว่ายังทันมั้ย พี่เค้าหัวเราะเรานิดหน่อยแล้วบอกว่าทัน
    T___________T 

    นั้มตาจะไหล ยังไม่ตั้งแถวผู้โดยสารด้วยซ้ำ บางทีซื้อคริสปี้ครีมอาจจะทันก็ได้นะ เราคิดในใจ
    (อิอิ ล้อเล่น ขอแค่หายใจให้ทันยังยากเลยเถอะ u u )


    เหมือนจะจบแล้วการเดินทางที่โคตรลั่น เรายังไม่กินข้าวซักมื้อเลย
    มือสั่นไปหมดตอนนั้น โชคดีที่เดินทางกับไทยสมายด์ เตรียมรอกินอาหารบนเครื่อง
    แต่ว่าโชคดี ตลก 5555555555555
    คนอย่างเราเนี่ยนะโชคดี 55555555555
    ช่วงนี้เป็นช่วงกินเจ อยู่ดีๆ อาหารที่แจกบนเครื่องก็กลายเป็นไอติมเจ 
    โว้ยยยยยยยย อิ่มมากเลยจ้าาา T__________T


    แต่ช่างเรื่องอาหาร ไม่กินก็ได้ จริงๆ ก็เหนื่อยจนกินไม่ลง

    เราคิดว่ากลับบ้านช่วงนี้เป็นเรื่องดี อย่างน้อยก็เป็นการรีเซ็ตตัวเองใหม่
    วิวท้องฟ้าเหมือนสนับสนุนความคิดนี้
    วันนี้เป็นวันแรกที่เราเห็นดวงอาทิตย์ค่อยๆ ตกน้ำอยู่ที่ฝั่งอันดามันในตอนที่เราบินผ่านฝั่งอ่าวไทย

    เราไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์ตกน้ำมานานแล้ว 
    ต่อให้ไปทะเล คนฝั่งอ่าวไทยอย่างเราก็ไม่เห็นดวงอาทิตย์ตกน้ำอยู่ดี
    (จะดูดวงอาทิตย์ขึ้นก็ตื่นไม่ไหว แง) 


    มันน่ารักมากเลย เป็นก้อนกลมๆ เล็กๆ ด้วยเพราะนั่งเครื่องบินด้วย
    พอแล่นผ่านมันเลยกลายเป็นว่าดวงอาทิตย์ตกน้ำเร็วมาก 

    ความวุ่นวายดูเหมือนจะเบาลง
    กลับบ้านไม่กี่วันแต่จะเก็บพลังให้มากที่สุด เราคิด

    ส่วนในความเป็นจริง เมื่อถึงรั้วหน้าบ้านนั้นนนน.. 
    เราเห็นรถลุงจอดอยู่เลยโทรให้มาเปิดประตูรั้วให้
    ลุง : กุ๊กหรอ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล อัสมาโดนรถชน!! ^&%$&*@ ติ๊ด (พูดอะไรไม่รู้ไม่รู้เรื่อง)


    ว้อททททททททททททททททททท!
    อัสมาคือลูกพี่ลูกน้องเราเอง 
    ยังไม่ได้เข้าบ้านเลยนะเว้ย ต้องไปโรงพยาบาลปะเนี่ย
    แต่ถ้าจากสัญชาตญาณเราว่าไม่หนัก เราเลยมานอนรอฟังข่าวอยู่ในบ้าน 55555555

    ซึ่งครึ่งชั่วโมงที่แล้วอัสมาเพิ่งโทรมาบอกให้เราไปเปิดประตูรั้ว
    แล้วก็เดินประคบน้ำแข็งที่แก้มเข้ามา

    ปัดโถ่เอ้ย ไม่ได้เป็นหนัก ทำเอาตกใจนิดนึง 5555555555


    จริงๆ มีเรื่องน่าหงุดหงิดอีกเรื่องในวันนี้ แต่เราจะไม่พูดถึง
    เราจะลืมมันไปก่อนในวันนี้ เพราะป่วยอยู่ แต่ถ้าหายเมื่อไหร่ไว้ว่ากัน อิอิ+


    เป็นช่วงชีวิตที่เหนื่อยมากๆ เรายังไม่รู้เลยว่าจะแก้ไขมันยังไง
    เมื่อไหร่เราจะได้เดินช้าช้าลงซะทีนะ u u . 

    เราอยาก Slowlife วิ่งบ่อยเกินไปแล้วนะ ตับเกือบพังอะวันนี้
    พอละ ลาไปนอน บายบาย เลิฟยูออล 




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in