How are you today+Gwakgox Adea
EP.04 - แวะไชน่าทาวน์ก่อนกลับ (Sngprtrp)
  • และแล้วก็มาถึงตอนจบของทริปได้ซะที 5555555555
    แผนเที่ยววันนี้คือต้อง Check out ออกจากที่พักก่อนเที่ยง และแวะไชน่าทาวน์ซื้อของฝากเล็กน้อย 
    จากนั้นก็ไปรอบัสเพื่อกลับบ้าน ซึ่งรถน่าจะออกตอนเย็นๆ ไม่ก็ค่ำๆ ต้องดูอีกทีว่าได้ช่วงไหน

    แต่ใครจะคิดล่ะคะ 
    ว่าวันสุดท้ายที่คิดจะแวะเที่ยวแค่ที่เดียวกลับได้เก็บสถานที่รายทางอีกมากมาย...


    EP.04 - แวะไชน่าทาวน์ก่อนกลับ (+ URA Museum + Maxwell Food + The Fountain of Wealth + Ophir Rd + Sultan Mosque)

    วันนี้มี Spacial Guest เพิ่มเข้ามาก็คือภาพพิมพ์ที่มาเที่ยวสิงคโปร์กับแม่พอดี เราก็เลยนัดเจอกันที่ mrt China town เจอกันตอน 10.30 น. 
    แลก Tourist pass เพื่อรับ refund 10 เหรียญคืน ก็เดินมั่วๆ กันไปซักทางและโผล่มาที่นี่


    ไชน่าทาวววววน์ ที่นี่คือย่านชาวจีนนั่นเอง เต็มไปด้วยของฝากมากมายในราคาย่อมเยาว์ 
    พื้นที่ใหญ่กว่าลิตเติ้ลอินเดียนิดหน่อย ซึ่งเดินแปปเดียวก็ทั่ว ของแต่ละร้านก็จะขายเหมือนๆ กันหมด
    แต่ของฝากเค้ามีหลากหลายดีนะเราชอบ


    โซนนี้ก็จะมีร้านอาหารเรียงกันยาวๆ มีกลุ่มเด็กนักเรียนมานั่งเรียนกันที่นี่ด้วย น่ารักกก



    จบจากไชน่าทาวน์แล้วเราก็เดินต่อไปอีกนิดที่ Maxwell Food ที่นี่เป็นแหล่งรวมอาหารและมีร้านข้าวมันไก่สิงคโปร์ที่แพรวแนะนำให้มากิน บอกว่าดังมาก 
    ที่นี่มีร้านอาหารเป็นสิบยี่สิบร้านเลย แต่จะมีร้านเดียวเท่านั้นที่คนต่อแถวกันยาวมากกกก ทำให้รู้ได้ทันทีว่าร้านนี้แหละ 555555




    ได้มาแล้ว ! ข้าวมันไก่สิงคโปร์ของแท้ 100% อิ_อิ
    ถือว่าราคาไม่แพงเลยนะ หารกันสามคนก็จ่ายกันคนละร้อยกว่าๆ เอง 
    ส่วนรสชาติของมันน้านนนนนนน...

    อืมมมม เราให้ 7/10 แล้วกัน 
    ข้าวก็คือข้าวธรรมดา ไม่ใช่ข้าวมันแบบที่คนไทยกินกัน ส่วนไก่นั้นชิ้นมันหนามากค่ะคุณคะ ปกติข้าวมันไก่ไทยคือแล่เนื้อแล้วแล่เนื้ออีกจนบ๊างบาง แต่นี่คือชิ้นเนื้อไก่เต็มๆ พอกินแล้วมันเลยรู้สึกแปลกไปอะ มันกลายเป็นว่าเยอะไป แน่นไป 
    แล้วน้ำซอสก็มีความเลี่ยนหน่อยๆ กินกันไปไม่นานทุกคนก็เริ่มผลักไสไก่ที่เหลือให้กัน 5555555 

    จบทริปไชน่าทาวน์ .


    อ้าวเฮ้ย ยังไม่ทันจะบ่ายเลยเที่ยวหมดแล้ว กว่าจะกลับบ้านได้ก็เย็น
    ไอ้เราก็นึกว่าจะแวะช้อปนาน แต่ตังค์ใกล้หมดไงคะเลยช้อปเร็วค่ะ กักกกๆๆๆ 
    ก็เลยเปิดแมพดูว่าแถวนั้นมีอะไรให้เที่ยวอีกบ้าง
    และเฮ้ย ไอ้ที่อยู่ตรงข้าม Maxwell Food มันคือมิวเซียมที่สุดท้ายที่เก็บไม่ทันเมื่อวานอะะะ 

    กรี้สส ดีใจมาก เพราะมันคือมิวเซียมที่มีโมเดลจำลองประเทศสิงคโปร์อยู่ 
    ได้เก็บจนได้ และยังเข้าฟรีด้วย ไปดูกันนนนๆ


    ผ่ามพาม ใหญ่มากกกก 
    มีสองส่วน ชั้น1 เป็นแบบแสดงทั้งประเทศ ส่วนรูปบนอยู่ชั้นสองเป็นแบบแสดงเฉพาะโซนสำคัญๆ โมเดลก็จะมีสเกลใหญ่ขึ้นหน่อย แล้วแต่ละตึกตัดละเอียดมากเลยอะ แต่ก็ยังมีไม่เสร็จอีกหลายโซนเลย เพราะตึกเค้าเยอะจริงๆ จ้าา


    ละเอียดแค่ไหนคิดดูววววว
    ส่วนนี้คือชั้น 1 (รูปล่าง)



    ข้างหลังที่เห็นเป็นกระดาษลัง คือช่วงนี้มีงานของนศ. สถาปัตย์ที่นี่เค้าเอางานมาแสดง แต่ยังไม่เสร็จอยู่ในช่วงเตรียมกันอยู่ อีกวันหรือสองวันถึงเปิดแสดง งานดีๆ เยอะเลย 
    แล้วที่เป็นกระดาษลังนี่ก็คือเอามาใช้ทำฐานวางงาน และใช้ตกแต่งเป็น background



    จบทัวร์มิวเซียมตอนบ่ายสองกว่าๆ ที่นี่นอกจากมีโมเดลจำลองเมืองแล้วชั้นสองก็ยังมีพวกสื่อเกี่ยวกับไทม์ไลน์สิงคโปร์นะจ้ะ แวะไปชมกันได้ เอ้อ ตอนไปลงชื่อเข้าชมป้าพนง เค้าเห็นชื่อคณะ ชื่อมอ ก็ทักด้วยว่าเด็กจากคณะเรามาทุกปีเลย แหม ดังเหมือนกันนะเนี่ย อิอิอิอิ

    เอ้า จบทัวร์แล้วไปไหนต่อดี
    ได้เที่ยวกับภาพพิมพ์แค่แป๊บเดียวเอง แต่เราคิดว่าจะต้องรีบไปจองตั๋วรถขากลับแล้ว ก็เลยลองดูแมพหาที่เที่ยวแถวนั้น ภาพก็เสนอให้ไป  The Fountain of Wealth กัน เห็นว่ามีสัญลักษณ์ถ่ายรูปที่นั่น 

    ก็ต่อ mrt ไปจากนั้นก็ต้องเดินต่อเพื่อไปที่ตึก Golden Mile Tower ลงสถานีก็เห็นตึกอยู่ลิบๆ ละ
    เดินๆๆๆ เดินๆๆๆ ไม่ถึงซักที ทำไมมันไกลจังวะ 
    เปิดแมพดูอีกที โอ้ยยยย เดินวนอยู่หลังตึก แล้วมันไม่มีทางเข้าจ้าาาา ต้องอ้อมกลับไปเข้าอีกทางใหม่ T T 


    ถึงซะที แต่นี่ไม่ใช่ตึก Golden นั่นนะ เพราะบริษัททัวร์ที่นั่นเต็มเค้าเลยแนะนำให้มาหาที่ใหม่ตึกนี้ อยู่ถัดกันเลย ก็เข้าไปร้านแรกได้มาในเรท 45 เหรียญ เราก็เลยออกมาแล้วไปอีกร้าน และเจ้าของร้านเป็นคนไทยจ้า ค่ารถ 42 เหรียญ บ้ะ เอาร้านนี้แหละ แต่รถจะออกตอนห้าโมงครึ่ง ต้องกลับมาที่นี่ก่อนห้าโมง เราก็ฝากกระเป๋าแล้วติ๊ดชิ่งกันต่อ (ติ๊ดชิ่งแปลว่าไรวะ 5555555)

    ทาดาดาาา แฮปปี้แล้วตอนนี้ เพราะตลอดเช้าคือต้องแบกกระเป๋าและถุงเสื้อผ้าที่ไปช้อปเพิ่มมา ลำบากมาก T T แต่ตอนนี้ตัวเบาเพราะฉะน้านนน จะไปเที่ยวไหนต่อก็ไปได้แล้วจ้า เดินเยอะแค่ไหนก็บ่หวั่นเด้ออ

    เดินกันไปอีก 800 เมตรมั้ง เพื่อไปที่น้ำพุนั่น ระหว่างทางก็เจอตึกนี้ facade น่ารักมากเลย


    และรูปล่างคือภาพแรกที่ได้เห็นน้ำพุศักดิ์สิทธิ์
    อิชั้นใจไม่ดีเลยค่ะคุณ
    800 เมตรไม่ได้ใกล้แบบเดินไปเซเว่นปากซอยนะเว้ย ! อิแท่งวงเวียนนี่คือที่กูเกิ้ลแมพบอกให้มาจริงดิ
    มีแค่นี้อะนะะะะะ 
    เพื่อนๆ เริ่มมีอาการเหวอหน่อยๆ ไปตามกัน เราทั้งสามคนพยายามมองให้มันสวย ถามกันและกันว่ามันดียังไง 5555555 

     
    แต่เราว่ามันต้องมีอะไรเว้ย ! ก็เลยชวนเพื่อนข้ามถนนไปดูใกล้ๆ และทาดาาา


    น้ำพุมันอยู่ข้างล่างค่ะคุณณณณ 55555555
    มันจะมีช่วงพุ่งสูงที่มองเห็นจากข้างบนด้วยนะ แต่ดันไม่ใช่ช่วงที่เราเดินมาถึงกันไง ปัดโถ่เอ๊ย 
    แล้วที่นี่มันตลกอยู่อย่างนึง เห็นตรงกลางรูปมั้ยคะ มีกลุ่มชายหนุ่มกำลังเดินวนบ่อน้ำพุกันอยู่ ทุกคนยื่นมือขวาไปข้างในแล้วเดินวนกันเป็นวงกลมเหมือนทำพิธีกรรมอะไรกันซักอย่างอยู่

    นี่มันเรื่องหลอกเด็กชัดๆ น้ำพุที่อยู่กลางห้างมันจะไปมีเรื่องราวศักดิ์สิทธิ์ได้ไง ดูก็รู้ว่าเรื่องแต่ง แล้วเนี่ยมีแต่ทัวร์ชาวไทยที่มาเดินวน ไม่มีคนประเทศอื่นเลย 

    เพราะฉะน้านนน เรา ปอง และภาพพิมพ์เลยขอเป็นส่วนหนึ่งในพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้กันบ้าง 555555555

    ตลกดี ต้องเดินวนสามรอบแล้วก็ขอพรไปด้วย เดินจบนี่ทุกคนชุ่มช่ำ ไม่ใช่จิตใจนะคะ หมายถึงเสื้อผ้าหน้าผมนี่แหละค่าาาา เปียกกกก กักๆๆ


    จบไปอีกที่ก็นั่งกินข้าวกันที่ฟู้ดคอร์ทในข้าง เหลือเวลาอีกครึ่งชมก่อนจะห้าโมง ได้เวลากลับจริงๆ ซะที ส่วนภาพพิมพ์จะแยกตัวไปเที่ยวที่ถนน Ophir Rd ซึ่งอยู่ระหว่างทางเดินกลับไปตึกที่รถบัสจะมาจอดรอ 
    ระหว่างทางที่เดินผ่านเราก็เห็นแล้วแหละว่ามันน่าจะมีอะไร เพราะลักษณะผังมันแนวๆ เดียวกับพวกลิตเติ้ลอินเดียไชน่าทาวน์งี้ โอ้ยย อยากแวะอีกแล้วจ้า 
    ตอนเดินกลับก็เลย อะ งั้นเปลี่ยนจากเดินถนนหลักเป็นเดินลัดเลาะผ่าน Ophir นี่แล้วกัน
    (จริงๆ มันมีชื่อเรียกละแวกนี้ด้วย แต่เราจำไม่ได้แล้วอะ)  (edit - ชื่อ haji lane จ้าา อิอิ) 


    นี่งายยย มันมีอะไรจริงๆ ด้วย สวยอ่าาา ตามตรอกมันจะมีร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าชิคๆ สวยๆ ทั้งนั้นเลยย
    แต่ด้วยเวลาแค่ครึ่งชม เราไม่สามารถแวะเข้าในร้านได้เลยเดินผ่านและสัมผัสทางสายตาแทน 555555



    จบโซนชิคๆ เราก็เดินมาเจอกับถนนอีกเส้นที่มี Arch และบ้านสีชมพูสดอยู่ ข้างหลังมีมัสยิดโผล่แวบๆ มา เหยยยย มันต้องมีอะไรแน่ๆ เลยแกกกก
    ห้าโมงแล้วตอนนี้ แต่ว่าเลทซักหน่อยเถอะ รถออกห้าครึ่ง 555555



    สวยยยยยยยย มากกกกกกกก 
    นักท่องเทีี่ยวเยอะมากคิดว่าที่นี่คงดังมากอยู่แต่ไม่เคยเจอในรีวิวเลย ขอบคุณตัวเองมากๆ อะที่เลือกเดินเข้ามาถนนเส้นนี้ มันดีอ่าาาา
    ตอนกลับบ้านเราก็เปิดรูปให้ลุงชาวอินเดียของเราดู (เค้าเคยมาอยู่สิงค์โปร์ช่วงนึง) ลุงตื่นเต้นมาก บอกว่าชอบมัสยิดนี้มากๆ เลย มันดังและสวยมาก บ้านที่ลุงอยู่ก็อยู่แถวนี้ และบลาๆๆๆ เล่ายาวเลยทีนี้ (เอาเป็นว่ามัสยิดนี้ชื่อสุลตานนะจ้ะ จบ 555555)




    ขอปิดท้ายด้วยรูปนี้ เป็นถนนที่อยู่ติดกับมัสยิดสุลตาน
    จากตอนแรกที่เดินๆ อยู่ถนนชิคๆ แนวสตรีทก็มาเจอกับมัสยิดแล้วมาปิดท้ายด้วยเส้นที่เต็มไปด้วยร้านค้าร้านอาหารแนวอินเดีย เอ้อ เป็นอารมณ์ที่หลากหลายมาก 



    .
    เป็นทริปที่สนุกมากๆ สำหรับเรา เพราะวางแพลนเที่ยวเองหมด ที่ที่ไปเลยมีแต่ที่ที่ชอบ แล้วก็มากับเพื่อนด้วยเลยได้ไปเยอะ ถ้ามากับครอบครัวเราคงไม่ได้เก็บสถานที่ต่างๆ เยอะขนาดนี้ เที่ยวหนึ่งวันคงได้หนึ่งที่ 555555 

    ขอบคุณปองมากๆๆๆ เลย ที่มาเป็นเพื่อนร่วมทริปกันในครั้งนี้ ถ้ามาคนเดียวเราคงไม่รู้จะหันไปร้องว้าวกับใคร ปองเป็นเพื่อนร่วมทริปที่เจ๋งมาก ไม่ว่าเราจะขอแวะไหนปองแวะด้วยหมด 555555 
    ภาพพิมพ์ก็เป็นเพื่อนร่วมทริปที่น่ารักมากเหมือนกัน อุตส่าห์เดินไกลๆ ไปจองบัสกับเราและปอง 

    ส่วนเรื่องเงินเป็นเรื่องที่ควรพูดตอนเริ่มเขียนรีวิว แต่เราลืม กักกกกๆๆ 
    เราแลกเงินมาทั้งหมด 10000 บาทไทย เหลือกลับบ้าน 450 บาท (ห้ามทวงของฝากนะสำหรับใครที่ไม่ได้ สงสารเราเถอะ 555555)
    เที่ยวทั้งหมด 4 วัน 3 คืน (ในสิงคโปร์) เราว่าเราจ่ายน้อยนะ อิอิ เพราะจริงๆ ทริปนี้ถ้าไม่รวมค่าช้อปของเราก็จะไม่ถึง 8000 บาท ถูกกว่าค่าตั๋วเครื่องบินภาพพิมพ์อีก 5555555 
    ถ้าอยากเที่ยวในราคาประหยัดก็มากับบัสนะจ้ะทุกคน 

    มุมมองกับประเทศสิงคโปร์
    เราว่าที่นี่เหมือนเดอะซิมส์ไปหน่อย เป็นเมืองที่ดี ปลอดภัย แต่ถ้าให้มาอยู่เราอาจจะเบื่อเร็ว 
    เราชอบความเข้มงวดของกฎหมายที่นี่ 
    เพราะมีกฎหมายที่เข้มงวด เลยทำให้คนเกิดวินัย พอประชาชนมีวินัย ก็เป็นส่วนช่วยให้เมืองพัฒนา 

    เราไม่เชื่อนะว่าคนเราทั้งหมดจะมีจิตสำนึกที่ดีได้จากการรณรงค์หรือจากการอบรมสั่งสอน มันทำไม่ได้กับทุกคนหรอกเราว่า เป็นมนุษย์นะ มนุษย์ไม่ใช่พวกที่ดีเลิศซะหน่อย เต็มไปด้วยการแข่งขัน ความโลภ ถ้าไม่มีกฎของการอยู่ร่วมกันที่ชัดเจนมันก็จะเต็มไปด้วยปัญหาความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ เต็มไปหมด
    เพราะฉะนั้น ประเทศไทยควรมีไฟให้คนข้ามถนนทุกจุดค่ะ จบ ! 555555555


    นี่เป็นการเขียนรีวิวครั้งแรกของเรา
    เรารู้ว่ามันอาจจะไร้สาระไปมาก ปัญญาอ่อนไปเยอะ 
    แต่เราต้องการเขียนเพื่อเก็บเป็นส่วนนึงในไดอารี่ เพราะงั้น ห้ามด่าเว้ย !! 55555555555

    ล้อเล่นนะจ้ะ ดีใจที่อ่านมาถึงตรงนี้
    ไว้ถ้ามีทริปหน้าจะมาเขียนเล่าอีกนะ บ้ายบาย <3




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in