sugar cookiegeminigemini
glitter in the darkness
  •  glitter in the darkness




    อาจมีหลายบทเพลง หลายทำนอง

    ที่ทำให้ฟังแล้วนึกถึงใครสักคนหนึ่ง 
    ผมเองก็มีเพลงโปรดที่ทำให้นึกถึงใครสักคน


    หากนิยามได้ เขาคงเป็นดั่งเนื้อเพลงที่ว่า




           “you’re the glitter
            in the darkness of my world.” 



           ผมมุ่งหน้าออกจากออฟฟิศเหมือนกับทุกวัน ความเหนื่อยล้าสะสมทำให้ผมรู้สึกอยากแวะหาอะไรดื่มให้สดชื่น แต่กระนั้นก็คิดได้ว่ารถประจำทางอาจจะหมดในไม่กี่นาทีข้างหน้า ผมรีบสับขาตัวเองให้ถึงจุดรอรถให้ไวที่สุด และมันก็เป็นแบบนี้ทุกวัน วนลูปไปมา และใช่มันน่าเบื่อ


               ชีวิตผมมันน่าเบื่อ


           ตื่นเช้ามาทำกิจวัตรเดิม ๆ เพื่อไปทำงาน ทำงานเสร็จรีบออกมาจากออฟฟิศเพื่อกลับบ้าน ไม่สิ ยังไม่ถึงบ้าน ระหว่างทางเข้าบ้านต้องแวะให้อาหารแมวจรจัดก่อน 

          คราบนมเลอะไปถึงหนวด แมวพวกนี้มันคงจะหิวมากถึงขนาดที่เอาหน้าตัวเองจุ่มลงไปในถาดนมเลยงั้นสิ จากแมวหนึ่งตัวที่เคยเห็นแถวนี้ พอมีคนมาให้อาหารก็กลายเป็นสองตัวและสามตัวในที่สุด น่าสงสารที่พวกมันไม่มีพ่อแม่ พอนึกขึ้นได้ว่าผมเองก็ไม่มีเหมือนกันมันก็น่าตลกดี 


            ผมยิ้มขำในลำคอกับเรื่องที่คิด
           ชีวิตผมมีแค่งานกับแมวข้างถนน 



      ลูบหัวพวกมันสามตัวพร้อมบอกว่าสมน้ำหน้า ผมยิ้มให้มันเหมือนเราเป็นเพื่อนกัน 




            “พี่จองโม”


           เสียงเรียกชื่อผมดังมาจากข้างหลัง และผมรู้ดีว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร 
    คังมินฮี เด็กนักเรียนม.ปลายปีสุดท้าย เราเจอกันที่นี่เมื่อต้นปีที่แล้ว สาเหตุที่เจอคงเป็นเพราะแมวจรจัดนี่ล่ะมั้งที่ร้องระงมไปทั่ว


           ภาพที่ผมเห็นตอนนี้คงเป็นอีกฝ่ายยิ้มให้ผมพร้อมแขนยาวที่โบกไปมาให้ผมสนใจ 
    คังมินฮีเดินมานั่งยองข้าง ๆ กับผมพร้อมลูบแมวสามตัวไปมา เสียงถามแมวอยู่ฝ่ายเดียวแบบไม่มีคำตอบนอกจากเหมียว ๆ คงเป็นอะไรที่ผมชินไปแล้ว 


           “ถามพ่อแกสิ ว่าสบายดีไหม” 


          เสียงมินฮีที่ถามแมว แต่กลายเป็นผมเองที่เหมือนจะต้องตอบ แต่ผมไม่ตอบหรอกนะ
    ผมคิดว่าคนที่ชอบผมก็คงรู้คำตอบดี


            และคังมินฮีชอบผม 


           “ไม่ตอบหน่อยเหรอครับ”


           ผมส่ายหัวเป็นคำตอบว่าจะไม่พูด คังมินฮีถอนหายใจเสียงดังใส่เพราะผมเป็นแบบนี้อีกแล้ว อีกคนเอาหัวทุย ๆ พุ่งใส่อกผมอย่างจัง เงยหน้ามาก็พบกับสีหน้าไม่พอใจ 


            “ใจร้ายอีกแล้วนะ”

           ใจร้ายคงเป็นคำที่มินฮีใช้เรียกผมบ่อยที่สุด ครั้งแรกที่มินฮีมาสารภาพว่าชอบผมเมื่อสามเดือนที่แล้ว ผมได้แต่ส่ายหน้าให้อีกคน ผมไม่เข้าใจว่าเราจะชอบกันได้อย่างไร เราเจอกันแค่เพราะต่างฝ่ายต่างมาให้อาหารแมวและแยกย้าย มันก็แค่นั้น มินฮีมาให้อาหารแมว และผมก็แวะมาหาพวกมัน วนอยู่แบบนี้ ผมไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายชอบอะไรในตัวผม หรือคำที่บอกชอบก็แค่คำพูดเด็กคนนึง


              ไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง


           ผมยกมือลูบหัวคังมินฮีเหมือนที่ลูบแมวพวกนั้น เพราะผมรู้ว่าถ้ามินฮีไม่พอใจต้องทำอย่างไร มินฮีเหมือนแมวพวกนั้นมากจนผมแยกไม่ออก ทั้งอายุที่น้อย ซน หรือพูดไม่รู้เรื่อง 


              เหมือนกันทั้งหมดนั่นเลย


          ชุดนักเรียนที่อยู่ใต้เสื้อกันหนาวสีดำตัวโปรดของอีกคนเหมือนจะกันความหนาวไม่พอ มือที่เย็นกำลังสั่นเล็กน้อยเพราะอากาศหนาวเพิ่มขึ้นจากเวลาที่เปลี่ยนไป มันเป็นชั่วโมงที่ผมยืนอยู่ตรงนี้กับมินฮีและไม่ยอมกลับบ้านเสียที และมันเป็นเช่นนี้เกือบทุกวัน ผมกุมมือมินฮีและถูไปมาให้คลายหนาว ที่ต้องทำแบบนี้เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมทำ 


                ผมรู้ว่าเพราะอะไร


               เหตุผลก็เพราะคังมินฮีชอบผมไงล่ะ


               ‘อยากอยู่ใกล้ ๆ ไม่ได้หรอ’

           คำพูดในอดีตทำให้ผมจำต้องถูมืออีกฝ่ายไม่ให้มือขึ้นสีอมม่วงไปมากกว่านี้ สีหน้าวันนั้นที่พูดผมยังจำได้ดี ตาใสแจ๋วจ้องมองผม อยากให้ผมถูมือให้ อ้างว่าต้องอุ้มแมวมาไว้ในเสื้อถูเองไม่ได้หรอก ต่าง ๆ นา ๆ เหตุผลที่มินฮียกมาทำให้ผมจำยอม เสียงหัวเราะในวันนั้นกับวันนี้ที่ผมถูมือให้คงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ 


                “พี่จองโมใจดี”


           รอยยิ้มหลังพูดจบของอีกฝ่ายทำให้ผมเกือบหลุดยิ้มออกมา ไม่รู้สิ ความคิดของเด็กมันใสซื่อบริสุทธิ์และน่ารักแบบนี้ทุกคนเลยหรือเปล่า ก็ต้องยอมรับว่าพักหลังมานี้ใจเต้นกับยิ้มหวาน ๆ ของอีกฝ่ายไปหลายครั้งเหมือนกัน


                แต่ก็นั่นแหละครับ

                ผมไม่ได้ชอบมินฮี


           ผมไม่รู้ว่าเขาจะรู้หรือเปล่า แต่ผมพยายามอย่างที่สุดเพื่อที่จะให้มินฮีเข้าใจว่าผมไม่ได้ชอบเขา ทุกการกระทำของผม ผมระวังตัวเสมอ ไม่อยากทำอะไรให้อีกฝ่ายคิดไปไกล 

          ไม่รู้ว่าคำว่าชอบของมินฮีมันเป็นแบบไหนเหมือนกัน อาจจะเป็นปั๊ปปี้เลิฟหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ สำหรับผมมันไม่ใช่วัยที่จะมีความรักแบบนั้นแล้ว ผมมีหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ เรื่องเงิน เรื่องความเป็นส่วนตัว หรือแม้แต่การที่ผมเองไม่มีพ่อแม่ ถ้าหากคบกันไปมินฮีจะรับได้ไหม มันอาจจะเลิกกันเพราะสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง และผมรู้ดีว่าเวลารักใครผมเป็นคนลืมยาก เพราะจากรักครั้งเก่าที่ผ่าน ๆ มา ผมยังเจ็บปวดเสมอเมื่อนึกถึง 

           แม้จะลืมไปหมดแล้ว แต่การเริ่มรักใครใหม่และถ้าหากผิดหวัง ผมจะต้องใช้เวลาในการทำใจใหม่นานเช่นกัน เพราะฉะนั้นผมจึงไม่อยากจะรักใครแล้ว แม้กระทั่งคนที่เหมือนแสงสว่างในชีวิตมืดมนของผมอย่างมินฮี รอยยิ้มของมินฮี เสียงหัวเราะของเขาเหมือนคนที่จุดประกายพลุในใจผมเสียด้วยซ้ำ 


                 ที่บอกว่าไม่ได้ชอบมินฮี

                 ผมโกหก 


           สัมผัสชื้นที่ริมฝีปากทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ กลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมือนเจลลี่กัมมี่แบร์ทำให้ผมได้สติและผลักอีกฝ่ายออกทันที


                คังมินฮีจูบผม 


           สติเหมือนหลุดออกจากตัว เหมือนผีเสื้อนับร้อยพันบินอยู่ในท้อง ความรู้สึกเหมือนจะตายมันเป็นแบบนี้หรือเปล่า หัวใจผมมันเต้นเกินพิกัด ผมจะตายหรือเปล่า 

              นี่ผมหลงรักมินฮีขนาดนี้เลยหรือ


                “ผมให้” 


           ถุงเจลลี่กัมมี่แบร์ถูกยื่นใส่มือผมพร้อมอีกคนที่ลุกออกไป ผมรีบจับที่หัวใจของตัวเองว่ายังเต้นอยู่หรือเปล่าเพราะกลัวว่าตัวเองจะตายไปแล้วและนี่คือวิญญาณ ผมก้มมองถุงเจลลี่ที่ถูกแกะกินไปแล้วในมือแบบไม่เข้าใจ ผมหยิบเจ้าหมีนิ่มสีสันเข้าปาก และพบว่ามันเป็นรสชาติเดียวกับจูบของคังมินฮี 


              เอาล่ะ ผมจะเหมาให้หมดแผง 

              คังมินฮีร้ายกว่าที่คิด 

           สัมผัสนุ่มนิ่มและรสชาติเจลลี่ยังติดอยู่ที่ปาก แม้ตอนนี้ผมเองจะเดินกลับถึงบ้านด้วยรอยยิ้มเหมือนคนบ้าตลอดทาง ผมไม่รู้จะต้องเก็กต่อหน้ามินฮีไปอีกนานแค่ไหน และผมคิดว่าถ้าหากมินฮีไม่หยุด ผมคงได้คบกับอีกคนในเร็ว ๆ นี้แน่  และสิ่งที่ผมกลัวมันคงใกล้เข้ามาถึงถ้าหากวันนึงเราทั้งคู่ต้องเลิกกัน มันจะเป็นผมอีกหรือเปล่าที่ต้องถูกบอกเลิกและเสียใจอยู่คนเดียว แต่พอคิดว่าถ้าคนที่ต้องเสียใจในอนาคตเป็นมินฮี ผมยอมเป็นไองั่งที่เสียใจแทนเสียจะดีกว่า 


           ความสดใสของผม ไม่อยากให้เขามีน้ำตาเสียด้วยซ้ำ เพราะถ้าหากเขาคือแสงสว่างสดใสในชีวิตดำมืดของผม ผมยอมเสียใจคนเดียวเพราะแค่คิดว่าเขาอาจจะไม่สดใสอีก ผมยอม

           ความจริงแล้วสิ่งที่อยากบอกนั่นคือ ตั้งแต่เจอเขาโลกของผมมันไม่ได้มืดมนอีกต่อไปแล้ว และผมอยากให้มันสว่างกว่านี้  อยากแชร์ว่าโลกของผมมันเป็นอย่างไร และรับรู้โลกของมินฮีว่ามันเป็นอย่างไร 



           ลองดูก็ไม่เสียหาย ไม่อยากโดนด่าว่าใจร้ายซ้ำ ๆ แล้วล่ะ เขาบอกว่าถ้าอยากมีแฟนเด็กให้ตามใจ เพราะฉะนั้นจะตามใจอีกฝ่ายโดยการขอเป็นแฟนแล้วกัน ผมไม่อยากกังวลเรื่องที่ยังมาไม่ถึงแล้ว 

           


           ถ้าหากจะเจ็บก็ไม่กลัวเช่นกัน 
           และพรุ่งนี้คำว่าจองโมก็รักมินฮีเหมือนกัน
           หวังว่าอีกคนคงอยากได้ยินมันอยู่ 




                                           END 


     

           ฝาก  #sugarcookiefic ด้วยนะคะ ಥ_ಥ ٩(˃̶͈̀௰˂̶͈́)و 











Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in