me, movies, and mirrorGirl with Curls
ความเจ็บปวดที่อ่อนโยน กับ Rio, La Casa De Papel (2017)
  • I can’t be with you. I’ve been thinking about it

    I realized that Ialways followed you like a little dog

    I discovered thatI was strong

    I used to be afraid and I was terrify being without you

    On the island, after only three days

    I went crazy likea shitty feeling

    I just can’t be like that again

    You’re the person that I love most in my life

    I know that I’m just 22 but I’ll the same way when I’m 70

    — Rio, La Casa DePapel (2017)

    ...

    ผมอยู่กับคุณไม่ได้อีก แล้วผมคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้วล่ะ

    ผมเหมือนกับลูกหมาที่คอยตามคุณอยู่เสมอ

    ตอนนี้ผมรู้ว่าแล้วว่าผมแข็งแกร่งพอ

    พอที่จะอยู่ได้โดยไม่มีคุณ ผมเคยกลัวนะ

    หลังจากที่คุณจากผมไปได้สามวัน

    ผมรู้สึกเหมือนกับคนบ้า มันเป็นความรู้สึกที่แย่และเลวร้ายมาก

    และผมไม่อยากจะเป็นแบบนั้นอีกแล้ว

    คุณน่ะ...คือคนที่ผมรักมากที่สุดในชีวิตแล้ว

    จริงอยู่ที่ผมอายุแค่ 22 แต่มันจะเป็นความจริงอยู่เสมอ

    แม้ว่าผมจะอายุ 70 แล้วก็ตาม

    ริโอ, ทรชนคนปล้นโลก (2559)

              ...

    ประโยคบอกเลิกที่Rio พูดกับ Tokyo ด้านบนนั้น

    มันคือความเจ็บปวดแต่ที่มันกลายเป็นความเจ็บปวดที่อ่อนโยน

    เพราะมันคือความหวังดีที่ถูกพูดออกมาผ่านความจริง ความจริงที่ทั้งคู่ต่างรับรู้กันดี

    เขาและเธอเข้าใจถึงความจริงที่ว่า'มันไปต่อไม่ได้แล้ว'

    จริงอยู่ที่ความจริงอาจยากเกินยอมรับแต่การพูดมันออกมาก็ต้องอาศัยความกล้าไม่ใช่น้อย

    Rioเข้มแข็งมาก เข้มแข็งที่ยอมปล่อยมือจากคนที่ตัวเองรักอยู่ และเป็นเหมือนทุกอย่างในชีวิต

    สิ่งที่เขากล้าเผชิญหน้าคือความจริงและยอมรับว่า

    “ต่อให้เราพยามมากแค่ไหน...สุดท้ายมันก็ไปกันไม่ได้อยู่ดี”

    ประโยคนี้อาจจะเป็นที่คุ้นหูในเรื่องราวที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ นั่นสิ..ทำไมนะ?

    เพราะเราทุกคนล้วนมีความต่าง ต่างความคิด ต่างมุมมอง และต่างทัศนคติ

    และเพราะ เรามองโลกต่างกัน

     

    เราหยุดความสัมพันธ์ไว้แต่มันไม่ได้หมายความว่าเราจะเลิกรัก

    เราหยุดความสัมพันธ์ในทางปฏิบัติไว้แต่ไม่ได้หยุดที่จะรู้สึก

    แน่นอนว่าเธอยังเป็นคนที่เขารักและคิดถึงอยู่เสมอ

    เช่นเดียวกับRio ที่เคยพูดไว้ ผมรักคุณตอนผมอายุ 22 เมื่อเวลาผ่านไป

    ผมแก่ลง ผมอายุ70 คุณก็ยังคงเป็นคนนั้น...คนที่ผมรักมากที่สุดเสมอ

    แค่บางครั้งคนนั้น ที่เราต่างคิดถึง อาจจะไม่ได้อยู่นั้นชีวิตของเราแล้วเช่นเดียวกัน

     

    สิ่งที่น่าชื่นชมและอยากให้ทุกคนมีมันในตัวเช่นเดียวกับRio คือ “การรักตัวเอง”

    เขาซื่อสัตย์กับตัวเอง และยังตระหนักได้ว่าตัวเองเป็นและเคยเป็นยังไง

    อย่างที่เขายอมรับอย่างลูกผู้ชายว่าเคยเป็นคนที่เดินตามคนที่รักอยู่ตลอด

    เคยเป็นบ้าเพราะรัก เคยผิดเพราะรัก

    นั่นอาจจะเป็นจุดตกต่ำที่สุดในชีวิตรักของเขา

    แต่สิ่งที่เขาคิดได้หลังจากนั้นคือ“เขาจะต้องไม่กลับไปอยู่ในจุดนั้นอีกแล้ว”

     

    หลังจากที่ความสัมพันธ์เริ่มริบหรี่และมืดมิดลงเรื่อยๆ

    แสงแห่งความคิดในการรักตัวเองก็จะค่อยๆกลับมาสว่างในที่สุด

    แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีสติเตือนตัวเองได้ด้วยตัวเอง

    บางครั้งเราต้องอาศัยการเตือนสติจากคนอื่น

    ทั้งจากครอบครัว จากเพื่อนๆ และคนรอบข้าง

    สิ่งที่อาจทำให้เรามีสติมากขึ้น

    คือการได้หยุด’และถอยออกมาสักหนึ่งก้าว

    แล้วลองมองดูตัวเองในทุกๆด้าน

    พยามเข้าใจตัวเอง ให้เวลากับตัวเอง คิดทบทวนกับตัวเองซ้ำๆ

    เราจะตระหนักได้เองว่า...เราควร ไปต่อ หรือ พอแล้ว

    คำตอบที่ได้ก็ควรจะสั้นๆง่ายๆ แค่นั้นเอง

    เพราะความสัมพันธ์ที่ดีไม่ควรจะยาก

     

    ขอบคุณนะ Rio, La Casa De Papel (2017)

    Girl with Curls

     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Piti Pui (@pitipui)
ริโอคงคิดได้แหละ โดยเฉพาะตอนไปถูกทรมาน โตเกียวนิสัยขึ้น ๆ ลง ๆ เกินไป ส่วนริโอยังวัยรุ่นความรักของริโอเลยค่อนข้างรุนแรง ไม่เข้าใจวิธีการปล่อยวางบางอย่าง ตามกระแสโตเกียวตลอด ทำให้ตัวเองเจ็บปวด ส่วนตัวมองว่าคู่รักแนว ๆ นี้ มันก็ยังคงไปต่อได้แต่ฝ่ายที่คอยไล่ตาม อาจจะต้องลด ๆ ตัวเองไม่ให้ไปยึดติดฝ่ายที่ขึ้น ๆ ลง ๆ เกินไป เพราะลึก ๆ ทั้งคู่ก็รักกันแหละ
Girl with Curls (@girlwithcurls)
@pitipui เราก็ลุ้นอยู่นะว่า Part 4 ทั้งคู่จะกลับมารักกันรึเปล่า แต่คิดว่าเป็นไปได้เลยนะ เพราะเค้ายังรักกัน และอีกอย่างอยู่ข้างในนั้นมันบังคับให้ทั้งคู่ต้องอยู่ด้วยกัน ต้องทำงานด้วยกัน มีโอกาสสูงเลยที่จะกลับมาคบกันต่อ