YOU / MELIPDA
DAY 4(evening) : PAST
  •         “แปง?”
           ผมกำลังงุนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ทันทีที่ลืมตาขึ้นมา ตรงหน้าของผมคือแปงที่กำลังคร่อมทับผมที่นอนราบอยู่กับฟู่
           “…แปง?”
           ผมถามย้ำอีกครั้ง ร่างกายและหัวต่างก็หนักอึ้ง ภายนอกฝนยังคงไม่หยุดตก แม้จะมืดจนมองแทบไม่เห็น แต่ใบหน้าของแปงปรากฏสีหน้าเจ็บปวดอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มือของอีกฝ่ายกุมอยู่ที่ข้อมือของผม
           “แม่งเอ๊ย...”
           แปงสถบ ก่อนจะปล่อยมือจากผม แต่ยังคงคร่อมร่างผมไว้อยู่
           “กุขอโทษนะ ...ที่ใช้ศักยภาพกับมึง”
           “ฮะ? …มึงพูดอะไร..?”
           สติของผมพร่าเบลอ ความสามารถในการทำความเข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้าเข้าขั้นวิกฤต
            “กุปลุกให้มึงตื่นเอง...ด้วยศักยภาพของกุ”
            “…นี่มึง”
            ผมโกรธ แต่ก็ไม่ได้โกรธขนาดนั้น หรืออาจเพราะพิษไข้ทำให้ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะโกรธ แปงจ้องมองผมด้วยสายตาจริงจัง จ้องลึกเข้ามาในนัยน์ตาของผม
            “…กุแค่อยากรู้”
            “?”
            “ครูนารา...คือใคร?”

    01.

            “มึงรู้ได้ไง?”
            เวฟเบิกตากว้างเล็กน้อย ผมรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายพยายามประคองสติเพราะศักยภาพของผมที่บังคับให้เขาตื่นรวมกับอาการไข้ที่ยังคงโจมตีร่างเล็กข้างใต้
            ผมสับสน อีกใจรู้ตัวว่าทำเกินไปแต่อีกใจก็กระหายอยากได้คำตอบ
            “ถ้ามึงจะถาม ทำไมไม่ถามกุดีๆ ทำไมต้องใช่ศักยภาพกับกุด้วยวะ” เวฟพูดพร้อมท่าทางไม่พอใจ อีกฝ่ายมีสีหน้าเจ็บปวดและดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความเศร้า หยดน้ำตาที่เคลือบนัยน์ตาสีดำสนิมสะท้อนกับแสงไฟ ทำให้ใจของผมอ่อนยวบยาบ 

            “กุ...ขอโทษ” 

            น้ำเสียงของผมอ่อนลง ใจที่เคยร้อนรุ่มสงบลงไปบ้าง พอได้สติว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำเรื่องงี่เง่าขึ้นมา
            “ขอโทษ” ผมบอกขอโทษอีกครั้ง
            ผมค่อยๆนอนลงข้างๆอีกฝ่าย ตะแคงตัวหันไปทางเขา เวฟก็เช่นกัน เราสบตากัน ผมเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าที่ย้อมด้วยพิษไข้ของอีกฝ่าย มันทั้งร้อนและเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
            “..ขอโทษนะ”
            “รู้แล้ว ...ไม่ต้องย้ำบ่อยๆดิ”
            เวฟพูดขณะหลับตาลงเหมือนเหนื่อยล้า ยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิดที่ใช้ศักยภาพกับคนป่วย เวฟค่อยๆลืมตา เอื้อมมือเล็กๆของตัวเองมากุมมือของผมที่ว่างอยู่บนใบหน้าด้านข้างของตน
            เวฟค่อยๆเล่าทุกอย่างด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา มันทั้งอ่อนล้าและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน หยดน้ำตาเม็ดเล็กไหลปะปนกับหยดเหงื่อ ทั้งความเศร้า ความโกรธ ความเจ็บปวดและหงอยเหงาผสมปนเปกันจนไม่เหลือชิ้นดี ผมได้แต่โทษตัวเองที่ไม่ยอมสังเกตเห็นความเจ็บปวดนี้ ผมรู้ว่าเวฟมีอะไรในใจมากมาย แม้จะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ผมก็เบือนหน้าหนีมันมาตลอด กลัวตัวเองรู้ความจริงแล้วจะต้องเจ็บปวด เลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ ทั้งที่ความจริงแล้วมันสำคัญ ทั้งที่ถ้าผมสังเกตเห็นมันสักนิด ผมก็คงรู้ได้ทันที ถึงความเจ็บปวดของเวฟ ตัวตนที่ทั้งหงอยเหงาและโดดเดี่ยวของเขา หรือแม้แต่หัวใจเปราะบางที่โหยหาใครคนสัก
             ผมดันหัวเวฟให้เข้าหาตัวเอง คนตัวเล็กซุบหน้าลงที่อก ขดตัวกับผ้าห่มเพื่อหาความอบอุ่น ผมโอบกอดร่างนั้นไว้อย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่ามันจะแตกสลาย ได้ยินเสียงหายใจโรยรินของคนป่วยพร้อมกับเสียงสายฝนข้างนอกที่ยังไม่มีท่าทีจะหยุดตก
             “นอนซะนะ”
             ผมกระซิบเสียงแผ่ว ฝังจมูกลงที่หน้าผากของอีกคน ได้ยินเสียงตอบเบาๆว่า “อืม” ด้วยความเหนื่อยล้าก่อนจะหลับไป

    02.

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
aasai_ (@aasai_)
ละมุนนมากกก
babyswilliam (@babyswilliam)
น่าร้ากกกก
duenjdpkt26848 (@duenjdpkt26848)
อยากซุกอกแปงง
Charinrat Sugchada (@fb2057903407604)
แปงมีความอ่อนโยนสูงมาก งือออ เป็นฟิคที่ทำใจเราบางทุกครั้งที่อัพ ชอบบมากนะคะ เลิฟฟ
mook_kanokwan07 (@mook_kanokwan07)
โอ๊ยยยยยยย อ่อนโยน ละมุน หนูเวฟน่าถนุถนอมมากกโอ๊ยย ดูแลดีๆนะเจ้าแปง