รีวิวหนังสือแบบเครียดๆWanderingBook
-มวยปล้ำ ความฝัน และความเจ็บปวด-
  • "ไม่ใช่ความฝันทุกอย่างจะเป็นได้ดั่งใจ แต่หากสิ่งที่ทำในปัจจุบัน มันมีค่าเพียงพอให้เราเสียสละความฝันของตนเอง ฉันคิดว่ามันก็เป็นความสุขเช่นกัน"-ดัมพ์ มัทสึโมโตะ



    วัยเด็กในยุคปลาย 80 ต่อ 90 และฐานะทางบ้านที่ไม่ค่อยดีนัก การเช่าวีดิโอมวยปล้ำมาดูถือเป็นโอกาสพิเศษอย่างหนึ่งของผม แม่ชอบดุว่าดูอะไรรุนแรง ตอนนั้นผมก็ว่ามันรุนแรงจริงนั่นแหละ


    เพาเวอร์ บอมบ์เอย ดีดีทีเอย เวอร์ติเคิ้ล ซูเพล็กซ์เอย คนถูกใส่ท่าพวกนี้ ถ้าไม่ตายก็คงสาหัส จำได้ว่าพยายามใส่ท่าดีดีทีกับลูกจ้างที่บ้าน งง? ทำไมทำไม่ได้เหมือนในวืดิโอที่ดูเลย? มันต้องมีอะไรบางอย่างผิดพลาดแน่ๆ

    เติบโตขึ้น ความสนใจก็แปรเปลี่ยนไปตามวัย เริ่มรู้ว่ามวยปล้ำคือการโชว์อย่างหนึ่งเพื่อหยิบยื่นความสนุก ความมัน ความสะใจ ให้คนดู การสับด้วยสันมือ ตีศอก และสารพัดท่า เขาไม่ได้ทำจริงๆ ซะหน่อย ลองไปดูท่าไพร์ ไดรเวอร์สิ คนทำเอาเข่าหนีบหัวคู่ปล้ำไว้ทั้งนั้นแหละ ขืนตอกลงพื้นไปจริงๆ ไม่ตายก็พิการ


    ผมซื้อหนังสือเล่มนี้ 'HUMAN OF WRESTLING มนุษย์มวยปล้ำ' ทันทีที่เห็น อยากรื้อฟื้นความทรงจำวัยเด็ก อยากรู้ชีวิตนักมวยปล้ำที่เคยดู ริค แฟลร์, เดอะ ร็อค, ฮัลค์ โฮแกน, ดิ อัลทิเมธ วอร์ริเออร์ ฯลฯ

    แน่นอน ไม่ได้มีเรื่องราวของนักมวยปล้ำครบตามที่เอ่ยชื่อ แต่มันก็ช่วยเติมเต็มความรู้ต่อวงการมวยปล้ำของผมให้มากขึ้น วัยเด็กของผมยังไม่มีอินเตอร์เน็ตให้อ่านและดูเหมือนเดี๋ยวนี้ ท่องได้แค่ abc จะเอาสติปัญญาที่ไหนไปรู้เรื่องมวยปล้ำที่อยู่คนละฟากพิภพ

    ผู้เขียนทำให้เห็นว่าการเป็นนักมวยปล้ำอาชีพช่างยากเย็น ไม่ต้นับการฝึกซ้อมอย่างหนัก บนเวทีคุณเป็นคนอื่นที่ตัวเองอาจไม่รู้จัก คุณต้องสวมบทบาท บุคลิก ตามที่ทางสมาคมวางมาให้ สร้างเส้นเรื่องให้เดิน แพ้-ชนะตามสคริปต์ และถูกขูดรีดทั้งร่างกายและอารมณ์สารพัด

    อย่างที่เห็น มันมีทั้งที่โด่งดัง มีชื่อเสียง และร่ำรวย อีกมากที่หล่นหายไปจากความทรงจำของคนดู สูญเสียครอบครัว ปวดร้าวกับบทบาทที่ได้ สุขภาพที่ย่ำแย่ กลายเป็นสิ่งชำรุดเพราะใช้งานร่างกายมากเกิน แม้กระทั่งการลงเอยด้วยชีวิตก็มี

    ถึงกระนั้น นักมวยปล้ำอาชีพก็มีความสุขกับงานของตน เสียงโห่ร้อง ความสนุกสนานของคนดู คือเชื้อเพลิงทรงพลังที่ทำให้เหล่านักมวยปล้ำอาชีพต้องการสร้างโชว์ให้ดีที่สุดในชีวิต แม้ว่าคืนก่อนหน้าเขาเกือบต้องตาย

    มันคือความฝันของนักมวยปล้ำอาชีพทุกคนที่หวังจะสร้างแมทช์ในความทรงจำที่จะถูกพูดถึงไปอีกแสนนาน แม้ราคาค่างวดจะสูงมากก็ตาม

    ผมเคยดูหนังเรื่อง The Wrestler เช่นเดียวกับผู้เขียน จำได้ว่าช่วงสุดท้ายของหนังเรียกหยดน้ำจากตา นักมวยปล้ำปลดระวาง ร่างกายผุพังอย่างหนัก และไม่เหลืออะไรอีกแล้วแม้แต่ครอบครัว เขายิ้มและพูดบนเวทีว่าบนสังเวียนนี้แหละที่เขามีตัวตน มีครอบครัว และเขาจะปล้ำให้ดีที่สุดเพื่อแฟนๆ ของเขา นั่นคือการปล้ำครั้งสุดท้าย

    หนังสือยังพูดถึงนักมวยปล้ำญี่ปุ่นที่ชื่อ ดัมพ์ มัทสึโมโตะ ที่ถูกวางบทให้เป็นตัวร้ายตลอดเส้นทางอาชีพ มันทำให้เธอต้องพยุงน้ำหนัก 100 กว่าโลให้สมชื่อกับความใหญ่โต มันทำให้เธอป่วย ทั้งที่ความฝันจริงๆ ของเธอคือการเป็นดารา-นางแบบ มันต้องถูกทิ้งไปโดยปริยาย

    "ไม่ใช่ความฝันทุกอย่างจะเป็นได้ดั่งใจ แต่หากสิ่งที่ทำในปัจจุบัน มันมีค่าเพียงพอให้เราเสียสละความฝันของตนเอง ฉันคิดว่ามันก็เป็นความสุขเช่นกัน"-ดัมพ์ มัทสึโมโตะ

    เป็นถ้อยคำที่ผมชอบที่สุด


    https://www.facebook.com/NokPanejorn/photos/a.133869988045121/156410049124448/?type=3&av=114768633288590&eav=AfadIaH5YHMOH7JNk0XojOlhYMhHlre7lfJMVYjSEP5ZQVL6RY_lwHmNH8acFTNM7ow&__tn__=-R-R

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in