G.O.N.E FOR GOODsavedbywolf
ฮัมมิ่งเบิร์ด กำลังโบยบิน
  • G.O.N.E

     

    FOR GOOD

     



    ถ้าจะไป ก็ขอให้ไปแล้ว ไปลับ อย่าได้กลับมา






    INTRO •

    ฮัมมิ่งเบิร์ด ... กำลังโบยบิน



    โอ เซฮุน หน้าซีดระหว่างกวาดสายตามองไปที่กระจกรถทั้งสี่ด้าน ความรู้สึกขวัญผวาเข้าครอบงำเด็กหนุ่มในขณะที่ฝ่าเท้าเหยียบคันเร่งจนรถเก๋งพุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างน่าหวาดเสียว ตอนนี้เขายังไม่เห็นอะไรที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของตัวเอง แต่สัญชาติญาณการเอาตัวรอดกลับกรีดร้องอยู่ในหัวว่าให้หนี’

    หนี ... ให้เร็วที่สุด

    แค่ข้ามเขาลูกนี้ไปได้ก็จะเข้าสู่อาณาเขตของอีกจังหวัดหนึ่ง

    แค่ข้ามเขตแบ่งอำนาจของผู้ชายคนนั้นไปได้

    ขอแค่นั้น ... เขาก็จะปลอดภัย

    การขับรถข้ามเขาแค่ลูกเดียวนั้นดูเหมือนจะง่ายดาย แต่นี่แหละ ที่เป็นตัววัดความเป็นความตายของชีวิตเขา เซฮุนพ่นลมหายใจออกทางปากอย่างแรงเมื่อตระหนักถึงความจริงที่ว่า ถึงแม้สองสามปีมานี่ เขาจะเห็นความตายของใครต่อใครมานับครั้งไม่ถ้วน จนคิดว่าเกือบจะรู้สึกชินชาไปเสียแล้ว แต่พอมาเจอเข้ากับตัวเอง จะเก่งขนาดไหน ก็เพิ่งเข้าใจว่าอาการกลัวจนทำอะไรไม่ถูกมันเป็นแบบนี้นี่เอง

    ถนนที่ถูกปูพื้นซีเมนต์อย่างดีดูเหมือนจะว่างเปล่า แต่เซฮุนรู้ดีว่าเรื่องราวทั้งหมดนี่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้น ถึงแม้จะยังไม่เห็นมนุษย์คนใดในระยะสายตาเลยก็ตาม แต่สาบานให้ตายในตอนนี้เลยก็ได้ว่า เขารู้ว่าผู้ชายคนนั้นยังอยู่ กลิ่นของอันตรายยังคงวนเวียนอยู่รอบๆ เหมือนอีกฝ่ายกำลังสนุกกับการไล่ล่า ปล่อยให้เขาหนีหัวซุกหัวซุนไม่ต่างจากหนูติดจั่นไปก่อนอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า

    แต่ถ้าเจ้าตัวหมดสนุกเมื่อไหร่ ...

    หลังจากนั้น ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง

    แต่ยิ่งคิดฟุ้งซ่านก็ยิ่งเสียวสันหลังวาบ เด็กหนุ่มยกหลังมือขึ้นมาปาดเม็ดเหงื่อบนหางคิ้วระหว่างชะโงกตัวมองไปที่กระจกหลังอีกครั้ง ในระยะสายตา ยังไม่เห็นมีใครตามมา แต่เพราะบรรยากาศที่เงียบวังเวงแบบแปลกๆในตอนกลางวันนี่แหละ แถมรถขับสวนมาสักคันก็ยังไม่มี ทั้งหมดนี่จึงทำให้เซฮุนค่อนข้างแน่ใจว่าผู้ชายคนนั้นอยู่ใกล้ๆกับเขาอย่างแน่นอน

    ทุกคนที่เขาล้วนรู้จัก ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ห้ามประมาทผู้ชายคนนี้

    มือปืนเก่งๆจากซุ่มมือปืนดังๆก็ยังสู้ผู้ชายคนนี้ไม่ได้

    ไม่มีใครเก่งเกิน ไค อีกแล้ว

    ไม่อย่างนั้น ชานยอลจะกล้ายกเขาให้อีกฝ่ายเพียงเพราะไคเอ่ยปากอยากลองงั้นรึ?

    ให้ตาย ... โดนทรยศหักหลังยังไม่สาหัสเท่านี้

    เซฮุนจึงตัดสินใจหนี ... จะเป็นตายร้ายดียังไง เขาก็ไม่อยู่แล้ว เด็กหนุ่มคิดอยู่ในใจขณะที่ช้อนสายตาขึ้นมองกระจกหลังอีกครั้ง และในวินาทีที่รถของเขาขับผ่านปั๊มน้ำมันทางด้านขวา ดวงตาสีน้ำตาลก็ทันเห็นร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งกระโดดขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ราวกับเจ้าตัวกำลังรอว่ารถของเขาจะขับผ่านไปเมื่อไหร่เช่นกัน

    เด็กหนุ่มร้องออกมาอย่างเสียขวัญ ฝ่ามือขาวจัดกำแน่นก่อนจะทุบกับพวงมาลัยรถแรงๆแล้วเหยียบคันเร่งหนีจนความเร็วที่พุ่งกระฉูดอย่างกะทันหันทำให้ตัวรถเสียหลักแฉลบออกนอกเลน เซฮุนกรีดร้องเมื่อรถเก๋งของเขาเกือบจะไถลลงไปกับไหล่ทาง น้ำตาร้อนๆเริ่มไหลลงตามร่องแก้มเมื่อคิดว่าตัวเองกำลังเฉียดความตายเข้าให้จริงๆ

    ทั้งโกรธ ทั้งคับแค้นใจแสนสาหัส แต่กลับสู้รบปรบมือกับใครเขาไม่ได้เลย

    ถึงแม้ชายหนุ่มที่กำลังขับมอไซค์จี้ตูดเขามาติดๆจะปิดบังร่างกายไปทุกส่วนแม้กระทั่งฝ่ามือทั้งสองข้างก็ตาม แต่เขาก็ยังจำเค้าโครงร่างกายอีกฝ่ายได้อยู่ดี ถึงแม้ไม่เห็นหน้า แต่ถ้าหากชานยอลจะส่งใครมาลากคอเขากลับไป ก็ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา

    ไอ้คนเฮงซวยนั่นจะต้องส่ง ไค ... จงอิน น้องชายสุดที่รักมาแน่นอนอยู่แล้ว

    เก่งนักเก่งหนา จนเอ่ยปากขออะไรก็ได้

    แม้กระทั่งเมีย ... ชานยอลก็กล้าให้ ถ้าหากมันจะทำให้จงอินยอมอยู่กับตระกูลปาร์คต่อไป

    จากหางตามอไซค์สีดำของจงอินเกือบจะตีคู่มากับรถของเขาได้แล้ว ชายหนุ่มอีกคนฉายเดี่ยว แต่นั่นก็คงเกินพอ มือไม้ของอีกฝ่ายโบกไปมาในอากาศเป็นเชิงให้เขาลดความเร็วลงแล้วจอดคุยกันข้างทาง แต่เด็กหนุ่มก็ยังส่ายหัว เขาร้องไห้น้ำตาไหลพรากในขณะที่ทั้งตะโกนโต้ตอบและประคองพวงมาลัยเพื่อให้รถนิ่งไปด้วย

    “อย่ามายุ่งกับฉัน!” เซฮุนลดกระจกรถลงแล้วตะโกนดังลั่น “ปล่อยฉันไปจงอิน!!”

    “จอด!!”

    ชายหนุ่มอีกคนเลิกหน้ากากหมวกกันน็อคขึ้นแล้วตะเบ็งเสียงกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้ จงอินบังคับรถมอไซค์เข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนอยู่ในช่วงระยะแขนเอื้อมถึง ก่อนจะฟาดฝ่ามือลงบนกระโปรงหลังดังป้าบๆ ข่มขวัญแบบไม่กลัวตายกันทุกทางจนคนในรถสะดุ้งโหยง

    เด็กหนุ่มตะโกนด่าลั่นรถอีกรอบก่อนจะรู้สึกตัวว่าเริ่มหายใจเร็วเกินไปแล้ว ตอนนี้เขาต้องต่อสู้ทางสงครามประสาทกับจงอินไม่พอ เขายังต้องต่อสู้กับสัญชาติญาณการเอาตัวรอดของตัวเองอีกด้วย ในใจพยายามคิดถึงทางรอดของตัวเองไว้ก่อน ทางที่ง่ายที่สุดก็แค่จอดรถแล้วลงไปคุยกันดีๆ ทั้งชานยอลและจงอินคงไม่มีใครใจร้ายใจดำกับเขาได้ลงคอหรอกมั้ง

    แต่เซฮุนกลับเลือกทางที่ยากกว่านั้น

    เพราะเขายอมไอ้พวกผู้ชายเส็งเครงพวกนี้มาทั้งชีวิตแล้ว

    ถึงแม้จะผ่อนความเร็วลง แต่การพยายามจะแซงหนีจงอินนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ มอเตอร์ไซค์คันนี้ของเจ้าตัวถูกปรับแต่งเครื่องมาเพื่อพร้อมใช้งานในสถานการณ์แบบนี้ มันเร็วมากแถมยังคล่องตัวราวกับรถทั้งคันไร้น้ำหนักอีกด้วย แต่ที่น่าสงสัยก็คือ จงอินจะใช้วิธีไหนทำให้เขาหยุดรถต่างหาก จะใช้วิธีนุ่มนวลเป็นเทพบุตรหรือจะคราวนี้จะใช้วิธีระยำตำบอนแบบที่เคยทำกับเขากัน

    “ไอ้เลว!” เซฮุนหันกลับไปตะโกนด่าอีกครั้ง น้ำหูน้ำตาไหลเข้าปากก็ไม่ได้สนใจอีกต่อไป “พวกแกมันก็เลวกันทั้งพี่ทั้งน้อง ฉันเกลียดพวกแก ไปตายซะ!!”

    “ขับรถก็มองถนนสิโว๊ย! จะหันกลับมาทำไม!” จงอินตะโกนดังจนกลบเสียงร้องไห้โฮของคนในรถ ชายหนุ่มทุบกระโปรงรถอีกครั้งก่อนจะบรื้นเครื่องเป็นการกดดันให้เขาจอด

    แต่โชคร้าย ...

    สิ้นคำพูดของเจ้าตัวได้ไม่ถึงวินาที

    ด้วยความไม่ชินทาง ... เซฮุนจึงไม่รู้ว่าโค้งข้างหน้าเป็นโค้งหักศอก

    แต่มันก็สายไปเสียแล้ว เพราะเขาลดความเร็วลงช้าเกินไป ตัวรถพุ่งเข้าสู่ใจกลางโค้งก่อนจะหักเลี้ยวได้ทัน ในตอนที่พยายามจะหยุดโดยการกระทืบเบรกก็เสียจังหวะจนไปต่อไม่ได้ ท้ายรถเก๋งของเด็กหนุ่มปัดไปอีกทางส่งเอี๊ยดอ๊าดอย่างน่าหวาดเสียว วินาทีที่แรงพุ่งชนกับแรงต้าน รถทั้งคันก็หยุดกึกจนท้ายรถเกือบจะกระเด้งขึ้นบนอากาศ เซฮุนร้องออกมาเสียงดังเมื่อแรงส่งทำให้ลำตัวของเขาเอียงกระแทกกับประตูรถดังปั่ก แต่ยังโชคดีที่เข็มขัดนิรภัยช่วยไว้ได้เกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์

    ทันใดนั้น ทุกอย่างรอบตัวนิ่งค้างไปชั่วขณะหนึ่ง

    ก่อนรถจะพุ่งถลาชนกับที่กั้นไหล่ทางตกลงไปในเหวเหมือนรถทั้งคันกำลังบินได้

    ฮัมมิ่งเบิร์ด กำลังโบยบิน

    ในที่สุด ก็ได้สมใจอยาก ... อิสระที่โหยหามานาน

    เซฮุนหลับตาลงอย่างยอมรับเมื่อเดาชะตาชีวิตของตัวเองได้ น้ำตาร้อนๆยังไม่แห้งเหือดจากใบหน้า เขาได้แต่สะอื้น ยอมจำนน ไม่เหลือทางสู้อะไรกับใครอีกแล้ว แต่ตอนนี้คนเดียวที่นึกถึงก็คือชานยอล แล้วเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ภาพโคนต้นไม้ใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบังเต็มกระจกหน้ารถของเขา และก่อนที่รถจะประสานงากับเข้าต้นไม้ข้างหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    เด็กหนุ่มก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายหันกลับไปมอง

    ร่างสูงใหญ่ของคนที่ขี่รถไล่ตามเขาอยู่เมื่อครู่ กระโดดลงจากรถมอเตอร์ไซค์แล้วทิ้งมันไว้อย่างไม่ใยดี ชายหนุ่มวิ่งกระหืดกระหอบมายืนตะลึงอยู่ตรงจุดที่รถเก๋งของเขาตกลงมา จงอินท้าวมือลงกับเข่าทั้งสองข้าง สายตาจ้องเขม็งตรงมาพร้อมกับหอบหายใจแรง ส่งเสียงอึกอักในลำคอราวกับกำลังช็อกสุดขีด

    แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ต้องการเขา …

    เซฮุนตัดพ้ออยู่ในใจแล้วน้ำตาก็ไหลลงมาอีก

    ถ้าเพียงแต่ ... วันนั้น ...

    เรื่องราวมันก็คงไม่จบลงแบบนี้

    และเวลานี้ คิม จงอินก็มาเพื่อจบชีวิตของเขาลงแล้ว





    “เซฮุน!!!”

    ร่างสูงชะงัก เขาอ้าปากค้าง ยกมือขึ้นในอากาศแล้วปล่อยมันตกลงตามแรงดึงดูดของโลกโดยไม่รู้ตัวด้วยความตกตะลึง ณ จุดเริ่มต้นที่รถไถลออกนอกเส้นทางแล้วตกลงไป รั้วเหล็กระเกะระกะอยู่แทบเท้าเป็นการย้ำเตือนว่าเมื่อครู่เพิ่งเกิดอะไรขึ้น และเมื่อตั้งตัวได้จงอินก็สะบัดเสื้อคลุมหนังออกจากตัวอย่างรวดเร็ว ปาหมวกกันน็อคลงพื้นเหมือนสิ่งของทั้งสองอย่างเป็นของร้อน ชายหนุ่มโยนของไม่จำเป็นไว้ส่งๆบนพื้นก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไถลลงไปตามทางเพื่อความคล่องตัวเพราะต้องการลงไปดูให้เร็วที่สุด

    พระเจ้า ... พระเจ้า ...พระเจ้า

    จงอินปัดกิ่งไม้ที่พุ่งเข้ามาปิดทางออกอย่างแรงจนเสียการทรงตัวลื่นหงายหลัง ร่างของเขาไถลไปกับพื้นจนกางเกงเลอะดินเป็นทางยาวแต่ก็กัดฟันลุกขึ้นมายืนได้ใหม่ภายในไม่กี่วินาที ในขณะที่วิ่ง ฝ่ามือก็ต้องคอยยกขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้เพราะกลุ่มควันเริ่มลอยคลุ้งขึ้นมาจากตัวเครื่องยนต์ ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้จากทางด้านหลังรถ เห็นเพียงร่างของเซฮุนที่นั่งนิ่งจนดูผิดปกติ

    ฮัมมิ่งเบิร์ด..” จงอินเรียกเสียงแผ่ว

    แต่ขาทั้งสองข้างกลับตายอยู่กับที่ ก้าวไม่ออก เพราะเมื่อมองเห็นสภาพแล้ว ... ไม่น่ารอด

    แต่ก็ยังอยากยืนยันให้แน่ชัด เขาจึงเดินอ้อมไปด้านหน้าพร้อมกับสีหน้าไม่สู้ดีอีกต่อไปเมื่อเห็นประตูด้านคนขับกระเด็นหาย ลอยไปตกบนพื้นป่าไกลหลายเมตรและท่อนแขนขาวนั้นห้อยต่องแต่งออกมานอกตัวรถ

    “เซฮุน” เขาเรียกอีกครั้ง แต่แน่นอนว่าไม่มีการตอบรับ

    และเมื่อใกล้พอที่จะเห็นชัดๆ จงอินถึงกับต้องเบือนหน้าหนี ชายหนุ่มส่งเสียงพ่นลมออกจากริมฝีปาก ใจเสียแต่ไม่ยอมร้องไห้ ใบหน้าขาวจัดของเด็กหนุ่มหลับลงคอพับไปกับเบาะ แต่มีเลือดไหลลงมาเป็นทางจากแผลบาดลึกตรงโหนกแก้ม เขาสูดหายใจเข้าอีกครั้งราวกับบังคับตัวเองให้ตั้งสติก่อนจะทรุดตัวนั่งยองๆแล้วค่อยๆจับท่อนแขนที่ห้อยออกมานอกรถของอีกฝ่ายไปวางไว้บนตักให้อย่างเรียบร้อย อ่อนโยน ผิดวิสัยจนแม้แต่ตัวเองก็สะท้านในอก จากนั้นก็ซบใบหน้ากับฝ่ามือของตัวเองอยู่อย่างนั้น นิ่งไปครู่ใหญ่

    ชั่วขณะหนึ่งที่จงอินทำอะไรต่อไม่ได้ ...

    ดวงตาคมมองร่างแน่นิ่งของหนุ่มน้อยอยู่อย่างนั้นเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก เหมือนกับรอคอย ... ที่จะได้เห็นดวงตาสีน้ำตาลเข้มๆคู่นั้นเปิดขึ้นมาจ้องเขาด้วยความเกลียดชังอีกรอบ แต่เซฮุนก็จากไปแล้ว เขารู้ดี เปล่าประโยชน์ที่จะรอ

    ก่อนสายตาจะแวบไปเห็นโทรศัพท์ใช้แล้วทิ้งรุ่นเก่าของอีกฝ่าย ฝ่ามือใหญ่ภายใต้ถุงมือหนังก็เอื้อมไปหยิบมันมา เขาถอดแบตออกก่อนจะหักตัวเครื่องออกเป็นสองท่อนภายในพริบตา จงอินทำทุกอย่างด้วยความรวดเร็วแต่ก็จงใจไม่มองใบหน้าของคนที่นั่งแน่นิ่งแล้วก็เริ่มค้นหาหลักฐานต่างๆที่เซฮุนนำติดตัวมาด้วยแล้วยัดมันใส่กระเป๋ากางเกงลวกๆเมื่อหาเจอ

    จนเหลือเพียงเงินสดปึกใหญ่ที่เขาไม่รู้จะเก็บมันไปทำไมเหมือนกัน และในตอนที่แน่ใจว่าเก็บหลักฐานจนครบ เขาก็จำเป็นต้องทำสิ่งที่น่าขยะแขยงสิ่งสุดท้าย ชายหนุ่มผละออกมาจัดท่าทางของเด็กหนุ่มให้ดูน่าเวทนาเป็นที่สุด แล้วเขาก็ควักโทรศัพท์แบบใช้แล้วทิ้งเครื่องใหม่เอี่ยมขึ้นมาถ่ายรูป

    ก่อนจะกดส่งไปที่เบอร์ซึ่งเขาจำได้ขึ้นใจ

    ไม่นานนัก เจ้าของเบอร์ที่ว่านั่นก็โทรกลับมา จงอินยกมือลูบใบหน้าของตัวเองแรงๆ กลิ่นเลือดคาวขึ้นมาติดจมูก

    เขากลืนน้ำลายลงคอแล้วกดรับ “ฮยองนิม”

    ชายหนุ่มยืนนิ่งๆดูเหมือนจะเว้นจังหวะพูดราวกับปลายสายกำลังรัวคำถามใส่ ไม่กี่เมตรตรงหน้าของตัวเองมีรถเก๋งสภาพยับเยิน กระโปรงหน้ารถถูกอัดบี้กับโคนต้นไม้ใหญ่จนทำให้ประตูฝั่งคนขับเปิดออก กระเด็นไปไกล เห็นเพียงกลุ่มผมสีน้ำตาลที่คุ้นเคยนั่งนิ่งๆอยู่ในนั้นเท่านั้น

    ดวงตาคมมองภาพตรงหน้าราวกับจะซึมซับมันเป็นครั้งสุดท้าย แล้วจงอินก็ล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุมของตัวเอง ดึงเอาสร้อยเส้นหนึ่งออกมา สายสร้อยเป็นทองคำขาวเส้นยาวเมื่อมันโดนกับแสงแดดก็ส่องประกายวิบวับล้อแสงอย่างสวยงาม แต่ตัวจี้เป็นเพชร สวยยิ่งกว่า ...

    ฮัมมิ่งเบิร์ดของฉัน ... บินไปเถอะนะ

    ร่างสูงใหญ่สูดลมหายใจเข้าก่อนอึดใจถัดมาเจ้าตัวจะปาสร้อยเส้นนั้นอย่างแรงจนมันลอยละลิ่วไปกระทบกับโคนต้นไม้แล้วไหลตกลงมาบนกระจกหน้ารถที่แตกละเอียดในที่สุดก่อนจะโต้ตอบกับคนในสายอีกรอบ

    “งานสำเร็จ ฮัมมิ่งเบิร์ด ไม่รอด”

    เท่านั้นปลายสายก็วางไปอย่างรวดเร็ว

    จากนั้นคิม จงอินก็ลบข้อมูลในเครื่อง รีบูทโทรศัพท์จนมันกลายเป็นเครื่องเปล่าอีกครั้ง แล้วหันกลับมาที่ร่างของเด็กหนุ่ม เขานิ่งคล้ายกับกำลังชั่งใจ ก่อนจะจับนิ้วชี้ของคนที่ไม่ได้สติไปแล้วขึ้นมากดปุ่มเบอร์โทรแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายทีละตัว ตบท้ายด้วยการกดเปิดลำโพงก่อนจะพูดเสียงดังฟังชัด

    “ช่วยด้วย ... มีคนขับรถตกเขา”

    และในตอนที่เจ้าหน้าที่เริ่มถามข้อมูลเพิ่มเติม น้ำเสียงแข็งๆก็พูดสวนบอกจุดที่เกิดเหตุกลับไปอย่างรวดเร็วก่อนจะกดตัดสาย จงอินถอดแบตออกจากตัวเครื่องอีกครั้งแล้วปาโทรศัพท์ลงกับพื้นพร้อมกับใช้ส้นรองเท้าหนักๆกระทืบซ้ำจนมันแตกละเอียด

    ใบหน้าคมมองเซฮุนเป็นครั้งสุดท้ายราวกับอาลัยอาวรณ์

    แล้วไม่นานนัก จงอินก็เดินจากไป ... ในที่สุด






    เซฮุนพยายามควบคุมริมฝีปากไม่ให้สั่นระริก ทั้งๆที่มองไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆเลยของคนที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ใกล้ๆเมื่อครู่ เขาปิดตาแน่นเพื่อไม่ให้เห็น บังคับเปลือกตาไม่ให้ขยับแต่กลับได้ยินชัดจนไม่จำเป็นให้ใครต้องพูดซ้ำ และในตอนที่แน่ใจว่าจงอินเดินจากไปเป็นที่เรียบร้อย เซฮุนก็บังคับให้ตัวเองลืมตาและหายใจต่อตามปกติ สิ่งแรกที่สายตาเขาจับจุดโฟกัสได้ก็คือท่อนแขนของตัวเองที่อีกฝ่ายจับมาวางไว้บนตัก ... เหมือนจะแคร์ แต่ความรู้สึกทั้งหมดที่เจอมาก็พุ่งพล่านจนอาการคลื่นเหียนแล่นขึ้นมาตามลำคอ

    และคำพูดสั้นๆของที่คนยืนสูงตระหง่านอยู่เมื่อครู่ ซึ่งเขาเพิ่งจะได้ยินเต็มสองรูหูนั้นก็เป็นการตอกย้ำความคิดลึกๆของเซฮุนตลอดมา การพูดจาของชายหนุ่มอีกคนยังคงเน้นใช้คำน้อยเหมือนดั่งที่เคยได้ยินเป็นประจำแต่เพราะบรรยากาศเงียบวังเวงจึงทำให้เขาได้ยินและเข้าใจความนัยของมันอย่างชัดเจน

    เพราะอะไร ... ทำไมจงอินถึงต้องเป็นคนมาตามเขากลับด้วยตัวเอง งานง่ายๆแค่นี้ชานยอลจะใช้ใครมาก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นบอดี้การ์ดที่เซฮุนสนิทสนมหรือจะนักสืบเอกชนที่มีวิธีนุ่มนวลในการเข้าหาหรือตะล่อมให้เขายอมได้มากกว่า

    ตอนนี้เองที่เข้าใจเหตุผลทั้งหมด

    ต่อให้ร้องไห้จนน้ำตาไม่มีจะไหลก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงได้อีกต่อไป

    เพราะชานยอลไม่ได้ส่งไคมาตามเขากลับบ้าน …


    แต่ปาร์ค ชานยอลเป็นชายชั่วที่ส่งน้องชายในสายเลือดมาตามฆ่าเมียตัวเอง






    เขียนโดย LONE WOLF
    Twitter hashtag: #ฟิคforgood

    •  Thank You  •








     

     

     

     

     

     

     

     

     


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
sehunl94 (@sehunl94)
พอจะเดาได้มั้ยว่าจงอินก็รักเซฮุน เพราะไม่งั้นคงไม่ทำแบบนี้หรอก ยังไม่กล้าด่าพระเอกต้องอ่านตอนต่อไปก่อนจ้า 555555