I Spilled Your MacchiatoBabeBunnag
003. เมืองมหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ (1)
  • หนึ่งในเรื่องที่กังวลใจมากตอนมามิลาน ก็คือเรื่อง “หาบ้าน" 

    ชีวิตเด็กอยู่บ้านกะพ่อแม่มาตลอดอ่ะเนอะ ก็เพ้อพกถึงบ้าน loft สวยๆแบบใน pinterest อยากจะอยู่บ้านที่แสงแดดเข้า ห้องโล่งๆไม่ต้องใหญ่มาก แต่ comfy และน่ารัก มีอ่างอาบน้ำ อยากให้มีระเบียง จะได้ปลูกผัก ปลูกเบซิล เด็ดมาใส่ปรุงสปาเก็ตตี้กิน อุ้ย เก๋ไก๋


    ก็มโนอ่ะเนอะ จะคิดอะไรก็ได้ทั้งนั้น

    ซึ่งเอาจริงๆ ไม่ได้หาไม่ได้นะ ก็หาได้แหละ แต่....มันมีปัจจัยอีกเยออออะเหลือเกินนน

    ...

    เส้นทางการตามหาบ้านในฝันของเรา เริ่มจากพวกเว็บเอเจนซี่หาบ้านที่ทางโรงเรียนแนะนำมาให้ๆ ดูไปดูมาก็มีแต่สวยๆ เดินทางสะดวก ใกล้ที่เรียน โอ๊ยชิว อู้หูห้องนอนสีขาว มีระเบียง ห้องครัวน่ารัก งู้ยง้าย

    ลืมตาดูอีกที หืมมมมมม ราคาาาาาา

    แล้วพอให้ landlord ท่านแจกแจงรายละเอียดถึงได้รู้ว่าขาดเหลืออะไรอีกสารพัด มีแอร์ ไม่มีฮีตเตอร์ อยู่ชั้นสาม ไม่มีลิฟต์ ค่าเช่าไม่รวมค่าแก๊สค่าไฟ ไม่มีไวไฟ อีกล้านแปดความวุ่นวายยย บวกค่านายหน้าเอเจนซี่ไปอีก 1000 ยูโรด้วยจ้ะ หน้าตึงล้มกันเลยทีเดียว

    ประกอบกับการโดนเตือนสารพัด แก ระวังโดนเทนะ ระวังเค้าโกงนะ บลาๆๆ 

    ก็เลยลาก่อย บาย หาเองก็ได้เฟ้ย 

    ...

    ซึ่งทางเลือกตอนนั้นหาไว้ 2 อย่าง

    หนึ่งคือเว็บ Spot a Home ซึ่งก็มีตัวเลือกเยอะดี อีกเว็บคือ AirBNB นี่เองจ้าาา

    หลายคนไม่รู้ว่า AirBNB สามารถทำสัญญาระยะยาวได้ด้วยโดยที่ต้องคุยกับเจ้าของบ้านก่อน แล้วจะเช่าตามสัญญามั้ยหรือจะเช่าผ่านเว็บไปเรื่อยๆเป็นเดือนก็ทำได้เช่นกัน

    ตอนนั้นมีโอกาสได้คุยกับพี่ดวงแล้วก็คนที่ทางมารังโกนีมิลานที่มาช่วย recruit เด็กๆ

    ก็ได้มาร์คแอเรียที่ควร/ไม่ควรเอาไว้ว่า:

    SAFE ZONE: Porta Venezia, Porta Genova, Via Torino, Navigli

    NOT-SO-SAFE ZONE: Central Station, Zara (ไม่ใช่ร้านเสื้อผ้านะ ชื่อถนนฆ่ะ)

    ก็คือ วงกลมสีส้มอยู่ได้ สีแดงอยูไม่ได้ ส่วนสีม่วงคือแถวๆโรงเรียน พอดูแบบนี้แล้วเอเรียที่ไม่น่าอยู่ของมิลานน่ะมีอยู่จิ๋วเดียวเองแก (หรา) 

    อ่ะ อธิบายก่อน มิลานจะมีวิหารใหญ่ใจกลางเมืองที่เรียกว่า ดูโอโม่ DUOMO เปรียบเสมือนแลนด์มาร์ก ถือเป็นจุดเซ็นเตอร์ที่เราจะเริ่มต้นทุกอย่าง จะเรียกว่าพาราก้อนก็ได้แก ประมาณๆกัน แล้วก็ใกล้โรงเรียนเรา (จะเรียกว่าจุฬาก็ได้นะ) ซึ่งถิ่นที่อยู่ที่น่าอยู่ ไม่แพงจนเกินไปเนี่ย ก็จะอยู่ตามถนนเส้นหลัก หัว-ท้าย ของดูโอโม่นั่นเอง

    ที่ๆเราเลือกอยู่คือโซนที่เรียกว่า Porta Venezia เปรียบเป็นเมืองไทยก็อารมณ์สุขุมวิท ถนนเส้นหลักที่ต่อกับกลางเมืองคือ Corso Venezia ซึ่งยาวต่อด้วย Corso Buenos Aires แยกมาทางขวาก็จะเจอบ้านเราเลย ห่างจาก metro ประมาณ 3 ป้ายรถราง ถนนใหญ่เป็นถนนช็อปปิ้งจ้า มีร้านรวงมากมาย ผู้คนเยอะแยะ ทั้งนักท่องเที่ยวและคนมิลานเอง เลยไปหน่อยจะเป็นถิ่นนักศึกษาที่ชื่อ Citta Studi (Student City) มีเด็กมหาลัยกรุบกริบๆ... อุ้ย! ไม่เอาๆ ไม่พูดๆ

    ส่วนอีกฝั่งที่น่าอยู่ก็จะเป็น Via Torino ซึ่งก็เป็นอารมณ์ถนนช็อปปิ้งเหมือนกัน (ประมาณว่าสยามแสควร์) แล้วก็ยาวววลงไปถึงคลองที่ชื่อ Navigli (อ่านว่า นา-วิล-ญี่) ก็จะเป็นถิ่นฮิปๆ เต็มไปด้วยร้านชิคๆ และวันอาทิตย์สิ้นเดือนก็จะมีตลาดของวินเทจใหญ่โตที่เริ่ดมากกกก มโนภาพแบบแบงค็อกว่าเป็นอารีย์ยาวไปเจอเจเจกรีนก็แล้วกัน

    นักเรียนไทยจะอยู่แถบ Navigli กันเยอะ อาจจะเพราะคนเยอะ 24 ชม. จากตลาดเปลี่ยนเป็นร้านเหล้านั่งชิลล์ๆ แล้วก็ใกล้ Domus Academy ที่มีเด็กไทยเรียนอยู่เยอะด้วย เพื่อนๆเราหลายคนก็อยู่โซนนั้น ซึ่งก็สะดวกสบายไม่แพ้กัน

    ส่วนโซนน่ากลัว ก็คือโซนสถานีรถไฟใหญ่ประจำเมือง หรือก็คือ Centrale (เช็นตราเล่) นั่นเอง ตอนกลางวันอาจจะเฉยๆเพราะมีคุณพี่ทหารถือปืนแบกปูนไปโบกตึกยืนเรียงกันเป็นตับ แต่ตอนกลางคืนจะน่ากลัวมาก เหล่าโฮมเลสและพี่ๆที่ดูนักเลงค้ายาสุดๆโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้เต็มไปหมด

    อีกโซนที่เราว่าค่อนข้างน่ากลัวคือแถบบนๆของ Parco Sempione เห็นสวนสีเขียวใหญ่ๆทางซ้ายของแมพมั้ย นั่นแหละ ตอนกลางวันสวยมากๆ มีปราสาท Sforza Castle ที่คนพลุกพล่าน มีผับบาร์เก๋ๆมากมายข้างใน และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ พาน้องหมาไปวิ่งไล่จับของชาวมิลาน พอตกเย็นๆหน่อยร้าน Aperetivo ก็พากันเปิดยาววววจากตรงนั้นพาดขึ้นไปแถบ Chinatown ที่ฝากฝังตัวของเด็กเอเชียทุกคน

    แต่พอกลางคืนเท่านั้นแหละ เหมือนป่าดงพงไพร มันแลดูโหดร้ายอันตราย มีคนเตือนก็มากอยู่ว่าระวังโดนดักซุ่มตีในสวน มืดๆเต็มไปด้วยพวกคนไม่ดีมาซ่องสุม ไม่ควรเดินผ่านสวนใดๆก็ตามตอนกลางคืนด้วยประการทั้งปวง

    ไอ่เราเป็นชะนีน้อยจะไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองคนเดียว โดยเฉพาะในเมืองที่ชื่อเสียงไม่ค่อยดีอย่างมิลานเนี่ย การเลือกถิ่นที่อยู่ที่ดีถือเป็นเรื่องสำคัญมากๆเลย

    อีกโซนที่อยากจะแนะนำที่เราชอบม๊ากกมาก คือ Garibaldi จากบ้านเรานั่งรถรางไปถึงได้สบายๆเลย 

    การที่สถาปัตยกรรมของมิลานจะสวยงามได้ขนาดนี้ หลักๆแล้วมันเป็นเพราะว่าทางการมีโครงการอนุรักษ์ตึกเก่าเอาไว้ การตกแต่งต่อเติมหรือแม้แต่สร้างตึกใหม่ หรือจะเดินสายไฟติดแอร์อะไรก็ตามเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากๆ แต่โซน Garibaldi เนี่ยจะเป็นโซนใหม่ เป็นที่เดียวที่มีตึกระฟ้า มีออฟฟิศเซ็นเตอร์มากมาย ดูเป็นเมืองใหญ่จริงๆ ไปแล้วรู้สึกสะอาดสะอ้าน แฮปปี้ ถนนไม่ใช่หินเมื่อร้อยกว่าปีก่อนแต่เป็นแผ่นกระเบื้องดูสวยงามคล้ายเดินอยู่โอโมเทะซันโด รู้สึกสบายใจ เพราะส่วนตัวเราเองนะ อยู่มิลานนานๆไปจะเริ่มเบื่อตึกเก่าสวยๆพวกนี้เหมือนกัน (ก็มันไม่สะดวกอ่ะแก เล็กจิ๋ว ระบายอากาศไม่ดี เก่าเอี๊ยดอ๊าดไปหมด)

    -----

    สรุป: ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลือกถิ่นที่อยู่ก็ขึ้นอยู่กับว่ามาทำอะไรที่มิลานด้วย

    พอมาอยู่จริงๆมิลานเป็นเมืองเล็ก ไปไหนหากันได้หมด ทุกที่ไม่มีที่ไหนเกิน 1 ชม.แน่นอน ไม่ใช่กรุงเทพ ไม่มีรถติด มีทางเลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นรถรางหวานเย็น รถไฟใต้ดิน หรือจะปั่นจักรยานก็มีบริการ BikeMi ให้เช่าได้ตามจุดต่างๆในเมือง ขออย่างเดียวอย่าขึ้นแท็กซี่ แพงนรกมาก

    เด็กๆที่มาเรียนมารังโกนี/โดมุสส่วนมากจะพักแถบเส้นเมโทรสีแดง, เหลือง, และเขียว เช่น Porta Venezia, Porta Romana, หรือ Navigli เพื่อความสะดวก

    แต่ถ้าจะมาเที่ยว แถวๆ Duomo อาจจะแพงไป ลองเลยมาอีกซัก 2-3 สถานี ก็ยังเดินถึงกันได้อยู่เหมือนกัน เพราะแต่ละสถานีจะใกล้กันมากๆ 

    เดี๋ยวคราวหน้าจะมาเจาะจงบ้านที่พักของเราก็แล้วกันนะ <3


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in