หนังจบ อารมณ์ไม่จบasawaree
You will never ship alone
  •      เกิดมาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมาลงเรือชิปเปอร์ในเรื่อง Star wars คือดูหนังภาค 1-6 ก็ชอบ ก็ซึ้ง แต่ก็เฉยๆ แล้ว เพราะมาดูในยุคที่เจอสปอยล์มาหมดแล้วไง ใครคู่ใคร ใครพี่ใครน้องใคร ใครพ่อใคร แต่พอมาดูภาคต่อภาคที่ 7 The Force Awaken จิตใจก็เริ่มไขว้เขวว ฉากในห้องสืบสวนนั้นช่างกร๊าวใจเหลือเกิน สัมผัสพลังงานบางอย่างได้ แต่ก็นะ กลัวเจ็บช้ำ กลัวเงิบ กลัวเรือจม กลัวเขาเป็นพี่น้องกัน เพราะท่าทางมี Force เหมือนกัน แถมยังทำท่าจะพลังสูงพอๆ กัน กลัวโดน J.J. สับขาหลอก แถมคุยกับใครเขาก็ไม่คิดด้วย ไอ้นั่นมันตัวร้ายยยย มันคือด้านมืดดด มันจะมาเป็นพระเอกได้ไง ไม่มีท๊างงงง เราได้ยินก็ห่อเหี่ยว เก็บไม้พายไว้ในใจ แล้วพอปี 2017 The Last Jedi ก็ทำให้เรือเราอัปเกรดจ้า จากเรือผี เรือน้อย กลายมาเป็นยาวอวกาศ ผงาดกาแลคซี่มากเลยจ้าาา ทำเอาแตกตื่นกันไปทั้งโลก ซึ่งหลังจากจิตใจเริ่มกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว เราจึงอยากเก็บฉากชวนลงเรือในภาคนี้เอาไว้ก่อน จะได้มีวัตถุดิบให้นึกถึงในอนาคตยามเรือแล่นต่อ หรือโดนจมเรือ (ร้องห้ายยยยยยยยยยยย) 
    ห้องสอบสวนในตำนานของเรา ฉากที่ทำให้เราเริ่มสัมผัสความยังไงๆ ของสองคนนี้ ทำไมดูพี่สัมภาษณ์ใกล้ชิด มีถอดหน้ากากออกมา ใช้โทนเสียงนุ่มทุ้ม ช่างลิบลับกับตอนที่พี่รีดเค้นเอาความจริงจากโพ โดเรมอนเหลือเกิน นั่นเค้นจนเขาอ่อนแรงเกือบตาย หรือเพราะน้องเรย์มี Force เหมือนกันพี่เลยสนใจมากเป็นพิเศษ พี่เลยนิ่มนวล เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ แต่ฉากนี้เขาว่ากันว่าในนิยาย ชวนเมากาวกว่าในหนังมากนัก น้องกำลังพยายามตามล่าหามาอ่านอยู่ค่ะพี่ รอ รอน้องก่อนนนน
     และในภาค 8 นั้น ฉาก Force Time ที่สนั่นเลื่อนลั่นกาแลคซี่ก็ได้เกิดขึ้น โอ๊ยยยยย เนื่องจากดิสนีย์ปล่อยภาพมาบางส่วน เราก็เลยได้มาบางภาพ แต่ไม่มีภาพ ใช่ว่าเราไม่ฟิน มาเริ่ม Force Time กัน

    - เริ่มด้วยการ Force Time ครั้งแรก หลังจากที่อารมณ์เสียทุบหน้ากากแหลกกระจายมาแล้ว อยู่ๆ ก็เกิดได้เห็นหน้าสาวขึ้นมาซะงั้น พี่เบนของเราเลยถึงกับสไลด์ตัวออกไปเสียฟอร์ม Kylo Ren สุดๆ ดีที่ลูกน้องไม่เห็นนะพี่นะ แถมยังถามด้วยโทนเสียงทุ้มๆ นั่นอีกว่า ทำไมพลังถึงเชื่อมเรากันล่ะ? แต่หน่องเรย์คนจริงหาได้แคร์ไม่ (น้องยังใหม่กับเรื่องพลังอะไรเทือกนี้นะพี่ ให้อภัยน้องมันหน่อย) น้องไม่สนใจการเชื่อมอะไรเลยจ้า น้องด่าแหลกไปเลย 555555 จนอาจจะไม่สังเกตด้วยซ้ำว่า พี่นี่ใช้โทนเสียงสองกับน้องนะ ไหนจะการสไลด์ตัวออกมาแล้วเสียหลักน้อยๆ นั่นอีกเห้ย แถมประโยคเด็ดตบหัวเราให้จิกเบาะ ว่า นี่ไม่เห็นอะไรรอบๆ เลยนะ เห็นแค่เธอ โอ้โหหหหหหหหหหหห จิกเบาะ กรอกตามองบน นี่จีบเค้างี้อ่อพี่ พี่เล่นงี้เลยเรอะ 

    - ต่อมาก็หลังจากน้องเรย์เมาน้ำลายด่าพี่ได้พอสมควรแล้ว พี่เบนก็เริ่มวางแผนเล่าประวัติตัวเอง แนะนำตััวกันละจ้า โดยการถามว่า คืนนั้นลุงลุคได้บอกมั้ยว่าเกิดอะไร น้องเรย์คนจริงก็เริ่มสงสัยละ แต่ด้วยความเมาน้ำลายอยู่ น้องก็ปากแข็งไปก่อนว่า รู้จ้าาา รู้หมดแหละ รู้ทุกอย่างที่ควรรู้แล้ว เตรียมตัวพ่ายแพ้ได้เลย นี่หาลุงลุคเจอแล้ว ส่วนพี่เบนก็ดูไม่ได้ตื่นตกใจกับลุงลุคแล้ว พี่เปลี่ยนโฟกัสมาหาน้องแล้วจ้าาา มองบนอีกรอบบบบ 

    -ครั้งต่อมา พี่นี่เริ่มรุกหนักเลย ไหนจะบิ้วให้น้องพูดความรู้สึกของตัวเองออกมา ไหนจะบอกให้น้องไปจัดการกับอดีตให้จบไปซะ พอเขาบอกให้ใส่เสื้อ นี่ก็กวนเขาอีก เดินอาดๆ เข้ามาเฉ๊ยยย (เลยได้ฉากเอวสูงไปล้อกันสนั่นโลกเลยเห็นมะ) นี่คือเผือกชีวิตน้องจริงจังมากแล้วนะพี่นะ จุดโฟกัสพี่มาที่น้อง ไม่แคร์ลุงลุคเลยยยยยย แล้วไหนจะเล่าเรื่องตัวเองด้วยโทนเสียงช้ำตรมนั่นอีก เป็นใครก็ต้องสงสารพี่ถูกมะ ทำไมพี่อ้อยเบอร์นี้ล่ะ พี่เลือกมาเล่าได้จังหวะมากค่ะพี่ คือถ้าเล่าก่อนหน้านี้ที่ตอนน้องเรย์เมาน้ำลายด่าอย่างไม่ลืมหูลืมตาเนี่ย พี่เบนคงโดนด่าซ้ำ หรือไม่สาวก็ไม่เชื่อ แต่พอคุยกันมาได้สักพัก แชร์ความรู้สึกกันมาระยะหนึ่งแล้ว ก็พอจะเข้าใจกัน พอพี่เล่าเรื่องให้น้องฟัง น้องเลยเข้าใจเหตุผลแล้ว แถมยังหัวร้อนไปไฝว้กะลุงลุคให้ด้วยยยย แผนพี่ช่างล้ำเลิศ 

    - หลังจากน้องไปตกน้ำตกท่าตามหาอดีตมา อิพี่ก็มาปลอบใจน้องต่อ น้องก็เริ่มเปิดใจแล้ว เราเลยได้เห็นเขาคุยกันดีๆ จริงๆ สักที แถมนอกจาก Force Time แล้ว เขายังยื่นมือสัมผัสกันได้ไปอี๊กกกกกกก เกินความคาดหมายเราไปมาก นึกว่าจะคุยกันได้อย่างเดียว นี่สัมผัสกันได้ด้วย โอ้โหหหหห ล้มลงใต้กระป๋องกาว ฟินอะไรเบอร์นี้ แถมอิพี่เบนยังถอดถุงมืออีก นี่จิกเบาะจนไม่รู้จะจิกยังไงแล้ว ขออภัยเบาะมา ณ โอกาสนี้ด้วย จนกระทั่งทุกอย่างจบด้วยลุงลุคมาพังกระท่อม ไมอะลุง ไมอะ ทำไมลุงไม่อ่อนโยน ไม่เข้าใจความรักเลยยยยยยย 

    จากนั้นฉาก Force Time แล้ว เขาก็ควรมาเจอกันจริงๆ สักทีแล้วใช่มะ การมาของหน่องเรย์คนจริง ก็ทำให้เราอยากลุกขึ้นปรบมือให้มาก น้องเชื่อใจอิพี่เบนมากกกก ไม่รู้ว่าตอนแตะมือกันเขาเห็นอะไรในตัวกันและกันนะ แต่นั่นคงมากพอที่ทำให้น้องเชื่อว่าการไปหาพี่เบนในยานของฐาน First Order นี่มันปลอดภัยสำหรับตัวเองอะ เพราะปีนเข้าไปในยานขนส่งไม่ติดอาวุธเนาะ ไปกับตัวและไลท์เซเบอร์แค่นั้น 

    แล้วยังไงคะ สาวมาหาถึงบ้าน อิพี่เบนต้องทำยังไง ก็ต้องไปรับสิจ๊ะ ตอนยานลงจอดแล้ว เรานี่ลุ้นหนักมากว่าน้องจะเจอใครก่อน หรือยังไง อิพี่เบนจะรู้มั้ยว่าน้องจะมา แต่พอควันสลายกลายมาเป็นหน้าอิพี่ยืนมองนิ่งๆ รอรับอยู่นี่ อดยิ้มออกมาไม่ได้จริงๆ นะ เห็นความหวังในตาเรย์อยู่เหมือนกัน แต่พอหันมาเห็นสตอร์ม ทรูปเปอร์พร้อมกุญแจมือแล้วก็นะ ทำใจ อิพี่เป็นแม่ทัพของฝั่งนี้เนาะ จะมารับสาวที่รู้ๆ กันอยู่ว่าเป็นฝั่งตรงข้าม แล้วเดินเคียงกันเข้ายานก็คงพิลึก อันนี้น้องเรย์และน้องคนนี้ให้อภัยพี่นะ พี่เบนนนน 

    แต่พออยู่กันสองคนในลิฟต์ ความท่านผู้นำนิ่งขรึมหัวร้อนหายไปหม๊ดดด กลับมาเป็นพี่เบนคนหงอยเหมือนตอน Force Time กันงี้ ยิ่งน้องเข้าประชิด อิพี่เบนยิ่งทำตัวไม่ถูก (น้องยังรอคำตอบอยู่นะ ที่พี่ไปถามผู้กำกับว่า ตกลงอิพี่เคยมีแฟนมาหรือยังนั่นนะ น้องรออออ) สาวยิ่งบอกจะช่วย แววตาพี่เบนยิ่งอ่อนลง อ่อนลง โอ๊ยยยยยยย อยากช่างหัวกาแลคซี่ แล้วให้เขาไปใช้ชีวิตกันสองคนตอนนี้มากกกก พี่เบนในที่สุดก็ละมุนแล้ววววว 

    และฉากดี๊ดีต่อใจที่สุดของน้องก็คือฉากในห้องแดงนี้แหละจ้า ตั้งแต่น้องเรียกไลท์เซเบอร์ของพี่เบนไป โดยพี่ไม่ขัดขืน ไม่หือไม่อือ มันช่างงงงงง แล้วไหนพี่จะตาขวางตอนน้องโดนทรมานนั่นอีก แล้วไหนจะตอนเรียกไลท์เซเบอร์มาให้น้องเรย์รับอีก จากนั้นสบตากันแล้วพี่ก็พร้อมสู้ทันที โอ้โหหหห ใจน้องงงงง 

    ฉากสู้ในห้องแดงที่มันดี เพราะอะไรรู้มั้ยคะ เพราะพี่เบนไม่หัวร้อนไง พี่มีสติ พี่มั่นใจว่าพี่จัดการทุกอย่างได้ รวมถึงดูแลน้องเรย์ได้ด้วย ฉากรวมกันสู้นี่คือปลื้มมากกกกก พี่เบนโดนรุมสอง รุมสาม แต่คือตาพี่นี่เหล่น้องเรย์ตลอด จนสุดท้ายที่น้องเรย์โยนไลท์เซเบอร์ไปให้นี่คือ โอ๊ยยย ไม่รู้จะฟินยังไงแล้ว นี่มันเชื่อใจ ไว้ใจกันถึงขั้นนี้แล้วอะ 
    แต่หลังจากน้านนนน ก็ถึงจุดที่ทำให้เราและน้องเรย์เงิบไป นั่นคือการเซ็ทศูนย์ของพี่ เรานี่ถึงกับส่ายหน้าพร้อมน้องเรย์โดยมิได้นัดหมาย อย่าสิพี่ สู้ด้วยกันมาถึงขั้นนี้ อย่าเลือกทางน้านนน แต่พี่เบนก็มีทางของพี่แล้วไง แถมพี่ยังมาพร้อมประโยคเด็ดอีก You're nothing, but not tome. โอ๊ยยยย ทีแรกนี่เกือบลุกขึ้นด่าละ จะมาว่าน้องมันไร้ค่าอะไรกัน แต่พอตามท้ายด้วยคำนั้น ล้มลงละลายไปกับเบาะจ้า แถมการผายมือพร้อมกับ Join me, please. ประกอบกับน้ำเสียงเว้าวอน แววตาที่อ้อนวอนเต็มไปด้วยความหวังของพี่เบนนั่นอีก โอ้โหหหหหหหหหหหหหหหหห สติไม่อยู่แล้วววววววววววววววววว ช่างหัวกาแลคซี่ได้มั้ยล่ะ แค่จะอยู่กับคนที่เรารักคนนี้ ตอนนี้ได้ม้ายยยยยยยยย 

    แต่ความจริงที่โหดร้ายก็บอกเราว่า ไม่ได้จ้าาาา ถึงแม้พี่เบนจะเอ่ยคำว่า Please ที่ิคิดว่าพี่คงไม่ค่อยเอ่ยกับคนไหน คงมีไม่กี่คนในกาแลคซี่ที่พี่จะอ้อนวอน ขอร้องแบบนี้ แต่...ทางที่พี่เลือกมันไม่ได้แก้ปัญหานะ มันเป็นการหนีจากจุดนี้ ไปหาปัญหาอื่นต่างหาก ดีที่น้องเรย์มีสติและพลังที่สตรอง น้องจึงจากลามา แต่ก็นะ คนมันผูกกันแล้วมันก็ตัดไม่ขาด ตอนสุดท้าย ยังมานั่งส่งสายตาหมาหงอย ชอกช้ำใส่น้องมันอีก ดีที่น้องมันใจแข็ง มีสติ เรื่องเลยดำเนินต่อไป 55555555 ถ้าทำหน้าแบบนี้ใส่น้องคนนี้แทนละก็ ไม่ต้องแคร์ ไม่ต้องสนมันละกาแลคซี่ ด้านมืด ด้านสว่างอะไรนั่น น้องขอเลือกด้านที่มีพี่เท่านั้นก็พอค่ะ 

    ภาคหน้าอย่ามา I'm your brother เด้อ จองตั๋วไปเผาดิสนีย์จริงๆ นะ อย่ามามุกนี้ เรือเราอัปเกรดแล้วก็ไปให้สุดค่ะ หาสมดุลของพลังกันให้เจอ แล้วเซ็ทกาแลคซี่นี่ซะ จะล้างบาง Skywalker แต่พี่เบนนี่นับดีๆ ก็ Solo นะ นับแบบนี้ได้มั้ยล่าาาาา เห็นใจติ่งตัวน้อยๆ คนนี้บ้างงงง Please นะ 
    คู่นี้เค้าลึกซึ้ง เข้าอกเข้าใจกันมากนะ จะมีใครนอกจากคนในครอบครัวที่เรียกพี่เบน ว่าเบนอะ ในกาแลคซี่นี้ นอกจากน้องเรย์ที่เรียกแล้ว คนอื่นคงโดนพี่กระทืบตายไปหมดอะ แล้วใครจะมารู้จักและเข้าใจความเป็นมาเป็นไปของเขาทั้งสองคน เท่าพวกเขาอีกไม่มีละ อย่าจมเรือเราเลยน๊าาาาาา ขอพลังจงสถิตอยู่กับเรือของเราเถอะ 

    ขอแถมกระสอบทรายแห่งปฐมภาคีไว้ห้อยท้ายเล็กน้อย ภาคนี้สงสารพี่ฮักมากกกก เอะอะโดนกระทืบตลอดดดดดด ไหนจะอดีตท่านผู้นำ ไหนจะท่านผู้นำคนปัจจุบัน ก็ขอให้พี่สตรองให้สุด แค่อย่าทำร้ายพี่เบนของเราก็พอ และดิสนีย์จ๋า ถ้าจะขายทุกอย่างตั้งแต่ หนังสือ ของเล่น น้ำหอม ซีเรียล อะไรต่างๆ นานา ครอบคลุมทั่วกาแลคซี่ขนาดนี้ ก็ขอลาด้วยมีมนี้แล้วกัน จะได้เอาเงินไปเปย์ของแท้ ของลิขสิทธิ์ ของที่ต้องสั่งมาจากนอกประเทศอะ ดิสนีย์ช่างโหดร้ายยยยยยยย ขายทุกอย่างเลยวุ้ย ไม่มีเงินเปย์แล้วววว

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in