หนังจบ อารมณ์ไม่จบasawaree
ถ้าแฮร์รี่ไม่ได้อยู่ที่บ้านเลขที่ 4 ซอยพรีเว็ต
  •         วันนี้นั่งดูแฮร์รี่พอตเตอร์เป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ปวดหัวไมเกรนขึ้นแล้วอยากเปิดอะไรที่บำบัดจิตใจสักหน่อยไม่รู้ทำไมคิดถึงหนังเรื่องนี้ก็ไม่รู้ นั่งๆ ดูไปแล้วก็คิดว่า ถ้าแฮร์รี่ไม่ได้ถูกเลี้ยงดูที่บ้านเลขที่สี่ซอยพรีเว็ตล่ะ ถ้าเขาถูกเลี้ยงดูด้วยดัมเบิ้ลดอร์ มักกอนนากัลหรือแม้แต่กระทั่งแฮกริด แฮร์รี่จะโตมากลายเป็นเด็กแบบไหนกันนะ 


           ว่ากันที่ดัมเบิ้ลดอร์กันก่อนลองคิดดูว่าอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนฮอกวอตส์จะเลี้ยงดูเด็กผู้ชายคนนึงให้เติบโตมาแบบไหนอย่างแรกที่ทุกคนคิด แน่นอน แฮร์รี่ต้องฉลาดเฉลียวและขี้เล่นเหมือนดัมเบิ้ลดอร์คิดว่าเขาจะต้องเป็นเด็กที่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมฉายแววโดดเด่นเปล่งประกายเหมือนกับที่ดัมเบิ้ลดอร์เป็นนั่นแหละอาจารย์ใหญ่อาจจะเลี้ยงแฮร์รี่ให้กล้าคิดกล้าผจญภัยออกนอกกรอบเหมือนที่ตอนหนุ่มเขาเคยเป็นดีไม่ดีเขาอาจจะให้แฮร์รี่ออกไปท่องโลกกว้างแทนเขาที่ไม่มีโอกาสได้ทำมันอย่างเต็มที่เมื่อตอนเขายังหนุ่มอยู่ก็ได้แต่สิ่งหนึ่งที่คงจะหายไปจากตัวแฮร์รี่ก็คงจะเป็นความอ่อนน้อมถ่อมตนและการเป็นคนธรรมดาๆอย่างที่เราเห็นในภาคแรกก็เพราะการอยู่กับดัมเบิ้ลดอร์คงไม่ทำให้รู้สึกว่าเป็นแค่คนธรรมดาคนนึงแน่นอนถึงแม้จะไม่ได้เป็นเด็กชายผู้ถูกเลือกก็เถอะ 


         ถ้ามักกอนนากัลคือคนที่เลี้ยงดูแฮร์รี่ล่ะแม้จะดูเหมือนเจ้าระเบียบไปสักนิด แต่เชื่อว่าแฮร์รี่จะโตมาอย่างมีระเบียบแบบแผน เป็นเด็กที่เคารพระเบียบวินัยรักความถูกต้อง เปี่ยมไปด้วยความรู้คล้ายเฮอร์ไมโอนี่ ดีไม่ดีจะเป็นประธานนักเรียนที่สง่างามคนหนึ่งของฮอกวอตส์ ความอยากรู้อยากเห็นกล้าแหกกฎอาจจะลดลงจากปกตินิดหนึ่งแต่แฮร์รี่จะไม่แหยหรือเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองแน่นอน เมื่อถึงสถานการณ์ที่ต้องสู้ก็คงสู้อย่างเต็มที่เหมือนที่มักกอนนากัลปะทะกับสเนป 


          แล้วกับแฮกริด ขวัญใจชาวฮอกวอตส์คนนี้แฮร์รี่คงโตมาแบบทุลักทุเลหน่อยล่ะ เพราะแฮกริดดูไม่เหมาะจะเลี้ยงเด็กทารกเลยแฮร์รี่ก็จะกลายเป็นคนชำนาญคาถาทำความสะอาด ซ่อมแซมและรักษาพยาบาล และก็จะได้นิสัยรักสัตว์ของแฮกริดติดมาด้วยอีกอย่างก็คือแฮร์รี่จะมีน้ำใจ เป็นคนอบอุ่น อ่อนโยนและมองโลกในแง่ดีมาก ๆแล้วก็คงบูชาดัมเบิ้ลดอร์ตามแฮกริดไม่น้อย แต่คงจะขาดความมั่นใจไปบ้างความอ่อนน้อมถ่อมตนจะสูงซะยิ่งกว่าหอคอยดูดาว รักสงบและคงเป็นคนตรงไปตรงมา  


           และสิ่งที่ทั้งสามคนจะให้แฮร์รี่ได้แตกต่างจากบ้านเลขที่สี่ซอยพรีเว็ตนั้นก็คือความอบอุ่นและความเป็นครอบครัวถึงแม้จะไม่ใช่สายเลือดเดียวกันก็ตามแฮร์รี่ก็คงไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนอย่างตลอดเวลา 11 ปีที่ถูกเลี้ยงดูมาด้วยญาติสนิททางสายเลือด ต้องขอยกย่องผู้เขียนว่ามีเหตุผลมารองรับในการเอาแฮร์รี่ไปให้ครอบครัวเดอร์สลีย์เลี้ยงดูก็เพราะดัมเบิ้ลดอร์ยังเชื่อว่าลอร์ดโวลเดอร์มอยังไม่ตายและกำลังหาทางกลับมาจัดการแฮร์รี่อยู่สิ่งที่จะปกป้องแฮร์รี่ให้เติบโตมาอย่างปลอดภัยต้องอาศัยครอบครัวที่แท้จริงเท่านั้นซึ่งทำให้ทั้งแฮร์รี่และคนอ่านรู้สึกเซ็งทุกครั้งเวลาที่ต้องนั่งรถไฟกลับไปยังบ้านเลขที่สี่หลังนั้นแล้วก็มีความหวังเมื่อพ่อทูนหัวได้ออกมาใช้ชีวิตอิสระอีกครั้งแต่ก็ดั๊นนนนดับไปอย่างแสนเศร้าที่สุด 


          ท้ายที่สุดต่อให้แฮร์รี่จะโตมากับใครแม้จะมีชื่อเสียงจากการเป็นเด็กชายผู้รอดชีวิต จนกลายเป็นเด็กชายที่ถูกเลือกแต่แฮร์รี่ก็ไม่ได้รู้สึกยินดีกับสิ่งที่ทำให้เขาเป็นแบบนั้นเลยแฮร์รี่ก็กยากจะมีชีวิตธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อทุกอย่างมันพัดพาเข้ามาในชีวิตขนาดนี้นั่งคร่ำครวญไปก็ไม่เกิดอะไรขึ้น จะเป็นผู้ถูกเลือกหรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้วจุดสำคัญมันอยู่ที่แฮร์รี่ได้ตัดสินใจเลือกใช้ชีวิตของตัวเองต่างหากเหมือนที่ดัมเบิ้ลดอร์ตอบคำถามแฮร์รี่เรื่องหมวกคัดสรรว่าแท้ที่จริงแล้วตัวเราเองต่างหากที่เป็นคนกำหนดชะตาชีวิต ไม่ใช่หมวกคัดสรร ลูกแก้วหรือคำพยากรณ์ที่ไหนหรอก 

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in