เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย รู้ไว้ใช่ว่าDigitalKnowledge
อยากทำแบรนด์ให้ปังต้องรู้? SEO กับ SEM เลือกลงทุนกับอันไหนดีกว่ากัน?
  • อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของคนเราเป็นอย่างมาก ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการทั้งหลายในยุค 4.0 ควรปรับตัวให้ทันคือการใช้ประโยชน์จากโลกออนไลน์ผ่านการจัดทำเว็บไซต์ที่จะคอยทำหน้าที่เป็นดั่งร้านค้าอีกหนึ่งสาขาของเราบนอินเทอร์เน็ต แต่อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำการโปรโมตเว็บไซต์กันจริงๆ เราเชื่อว่าเจ้าของธุรกิจหลายรายคงเกิดคำถามขึ้นมาว่าแล้ววิธีไหนที่เราควรจะเลือกใช้ ระหว่าง SEO หรือ SEM เพื่อเป็นการทำให้ทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมบทความของเราได้เข้าใจที่มาที่ไปกันมากขึ้น วันนี้เราจึงได้รวบรวมทุกรายละเอียดสำคัญที่ไม่ว่ามือใหม่หรือมือโปรไม่ควรมองข้ามมาให้ทุกคนได้ทราบกัน ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ลองไปติดตามกันได้เลย

    SEO กับ SEM คืออะไร?

    ก่อนจะเริ่มอธิบายเราอยากจะขอทบทวนกันซักเล็กน้อยถึงความหมายของคำว่า SEO และ SEM กันก่อน โดย SEO (Search Engine Optimization) คือการทำหน้าเว็บไซต์ของตัวเองให้ขึ้นไปอยู่บนหน้าแรกของ Search Engine ผ่านการใช้คีย์เวิร์ดโดยที่เราไม่จำเป็นต้องเสียเงินให้กับ Google แม้แต่บาทเดียว ในขณะที่ SEM จะเป็นการที่เจ้าของเว็บไซต์ประมูลคีย์เวิร์ดเพื่อให้โฆษณาของเว็บปรากฏอยู่บน Search Engine โดยปัจจัยที่จะเป็นตัวกำหนดว่าโฆษณาของเราจะไปโผล่อยู่ตรงไหนมักขึ้นอยู่กับความสอดคล้องของคีย์เวิร์ดที่ทำการประมูลกับหน้าโฆษณาและหน้าเว็บไซต์หลักของเราและราคาที่เจ้าของจะต้องจ่ายให้กับ Google เมื่อมีคนคลิกเข้าไปในหน้าเว็บไซต์ แน่นอนว่ายิ่งจ่ายสูงยิ่งได้ตำแหน่งดี
    เมื่อทราบถึงข้อแตกต่างระหว่าง SEO กับ SEM กันไปแล้ว เราเชื่อว่าหลายคนคงอาจจะคิดในใจว่าถ้าอย่างนั้นเลือกทำ SEO ดีกว่า เพราะไม่ต้องจ่ายอะไรเลย แต่อย่างไรก็ตามทุกคนรู้ไหมว่าการทำ SEO ให้เห็นผลนั้นอาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 6 เดือนขึ้นไป เพราะไหนจะต้องวางและตรวจสอบระบบเว็บไซต์, ไหนจะต้องคอยทำคอนเทนต์ที่มีคีย์เวิร์ดทั้งบนหน้าเว็บของเราและบนหน้าเว็บอื่นอีก ดังนั้นตัวเลือกที่จะเข้ามากลบช่องว่างที่ว่านี้จึงได้แก่ SEM ที่ทำแล้วเห็นผลได้ไว เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้รวดเร็วกว่า


    เมื่อเป็นแบบนี้แล้วเราควรเลือกแบบไหนกันดีล่ะ?
    จริงๆ แล้วเราอยากจะให้ผู้ประกอบการทุกท่านตัดสินใจทำ SEO และ SEM ไปพร้อมๆ กันเพราะทั้งสองวิธีนี้ต่างเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาให้เกื้อกูลกันและกัน โดย SEM จะเข้ามาช่วยเว็บไซต์ในเรื่องของการทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างได้ในขณะที่เว็บของเรากำลังอยู่ในขั้นตอนของออกแบบโครงสร้างรวมไปถึงการจัดทำคอนเทนต์ แต่ในขณะเดียวกันตัว SEO เองก็จะเข้ามาช่วย SEM ในการทำให้โฆษณาของเราขึ้นมาปรากฏในตำแหน่งที่จะมีคนมองเห็นมากที่สุด เพราะ Google จะประเมินตำแหน่งของโฆษณาเราจากความสอดคล้องระหว่างตัวโฆษณากับคีย์เวิร์ดที่อยู่ในเว็บไซต์

    เป็นยังไงกันบ้างกับข้อมูลที่เราเอามาฝากกันวันนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความของเราจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกคนไม่มากก็น้อย

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in