2017: ตายรังBENJA’S
นี่หรือคือปารีส
  • ปารีส... เมืองที่ทุกคนใฝ่ฝันจะมาเยือน เมืองที่พอได้ยินชื่อแล้วใครๆก็ต้องนึกถึงศิลปะ ไวน์แดง ครัวซองฉ่ำๆและความโรแมนติค ท้องถนนที่เต็มไปด้วยคนชิคๆ และร้านคาเฟ่น่ารักๆ

    คุณนึกผิดค่ะ!!

    ความจริงมันคือเมืองแห่งความอันตรายเต็มไปด้วยคนน่าตาไม่เป็นมิตรและสถานีรถไฟที่นั่งได้ไม่เต็มตูดเพราะมัวแต่ระแวงขโมย!

    จริงๆนี่เป็นครั้งที่สองที่มาปารีสครั้งแรกนั้นถือว่าไม่แย่เพราะมีเพื่อนนำทางดี พาไปที่ถูกจริต แถมอากาศเป็นใจมีความระวังตัวบางๆเพราะอย่างที่ทุกคนเตือนว่าในเมืองขโมยเยอะ ต้องทำตัวจนเข้าไว้ทิ้งดิออร์ ทิ้งหลุยส์ไว้ที่บ้าน เอายีนส์ไปถูกะพื้นให้ขาดๆ ปาดโคลนมาป้ายหน้าเอาเสื้อที่ไม่ได้ซักสองเดือนมาใส่ เป็นอันใช้ได้!

    ใครที่กำลังวางแผนไปปารีส และคิดใส่หมวกเบเร่ห์ คลุมหน้าด้วยผ้าตาข่ายพร้อมใส่ต่างหูชาแนล บูทถึงเข่าและสะพายกระเป๋าแอร์เมส เลิกซะนะคะนอกจากจะไท๊ยยยไทยนางร้ายช่องเจ็ดแล้ว ยังเสี่ยงต่อการโดนไถอีกด้วยข่าา

    ส่วนใครที่วางแผนจะไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม ซื้อได้ ระวังด้วยพยายามหลีกเลี่ยงสถานีรถไฟที่หนาแน่น และจับกระเป๋าให้มั่น อย่าให้โดนตบไปได้ 

    ความวิจิตรตระการตาของสถาปัตย์ที่ปัญญาเข้าไม่ถึงค่ะ


    รอบนี้โรงแรมที่พักห่างไกลจากปารีสมาก แลนด์ที่สนามบิน CDG ซึ่งเป็นสนามบินหลักของปารีสโรงแรมก็อยู่ใกล้ๆสนามบิน (งานแอร์พอร์ตโฮเทลยาวๆไปข่าาา) แต่ไหงตอนไปซื้อตั๋วเข้าเมืองพนักงานถึงถามว่าจะไปจังหวัดปารีสใช่ไหม (อ้าว เห้ยยยนี่ก็อยู่จังหวัดปารีสไม่ใช่เหลอออ) 

    เปล่าเลย ปรากฎว่าเราอยู่ประหนึ่งสำโรงจะเข้าไปสยาม ต้องนั่งรถไฟกว่าชั่วโมงถึงจะถึงใจกลางเมือง

    ในคณะประกอบด้วยน้องคนไทยหนึ่งคนและน้องเบลอชาวแขกเอเชียอะไรไม่รู้อีกหนึ่งคน(ต่อไปนี้จะเรียกว่าน้องเบลอ)

    ในฐานะพี่ใหญ่และผู้มีประสบการณ์(อันง่อนแง่น)หนึ่งเดียวก็ทำหน้าที่นำทางไปสิคะ ใครที่รู้จักเนื้อแท้ของเราแล้วยังไว้ใจให้นำทางก็ถือว่าท้าทายยมโลกมาก(คิดดูว่าตอนทำออฟฟิศนั่งรถไปทำงาน1ปี ถามกว่ากลับรถเข้าบริษัทตรงไหนยังตอบเขาไม่ได้)

    แต่ไม่เป็นไร ด้วยเทคโนโลยีกูเกิลแมพบวกกับทักษะในการอ่านแผนที่อันเป็นเลิศ เราก็ว่าน่าจะพอถูไถ หลังจากถกเถียงกันสักพัก ก็ได้ข้อสรุปว่าเราจะไป Notre-Dame แล้วตามด้วยหอไอเฟล 

    ที่ต้องถกเถียงนี่ก็เพราะอีน้องเบลอคนเดียวล้วนๆ ตอนซื้อตั๋วพนง.ถามว่ามีเวลาเท่าไหร่จะได้แนะนำถูกว่าควรไปไหน ลงสถานีไร ไอเราก็กะว่าน่าจะสัก5ชม.อีน้องเบลอแหวววขึ้นมาเลยย ไฟว์อาวเออ โออววว โนนนน ไอแฮฟทูคัมแบคทูสลีฟฟไอแคนโอนลี่เมคอิคทรีอาวเออ (เอดอกกก ถ้าจะรีบกลับมานอนขนาดนั้น หนูไปเปิดยูทูปเสิจคำว่าหอไอเฟลค่ะลูก สวยๆสบายตรีนน) 

    กว่าจะซื้อตั๋วได้ก็ปาไปครึ่งวัน (นางมีความงกเรื่องค่าตั๋ว ontop of that ไปอีกค่ะ) นางบอกว่านางจะไม่ใช้อะไร จะไม่แดก จะไม่ซื้อของที่ระลึกจะใช้จ่ายแค่ที่จำเป็น (โว้ยยย อีจำปาาาาแดงเดี๋ยวจะเล่าว่าเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ไม่เห็นเหมือนที่คุยกันนี่นาคะ)

       ส่วนปะติมากรรมดีๆแบบนี้ค่อยเข้าใจง่ายหน่อยค่ะ

    ก็ตามนั้นค่ะ ขึ้นรถไฟจะไปนอธเธอดาม คนแทบไม่มีจากสถานีต้นทางแรกๆก็พูดคุยทำความรู้จัก ยูคนอะไร บ้านอยู่ไหน มีผัวยัง ทำนองนี้สักพักก็เริ่มนิ่งๆกันไป (เพราะต่างไม่ได้นอนกันมาเกือบ24ชม.) 

    พอใกล้ถึง เริ่มมีคนทยอยขึ้นรถไฟมาเยอะทีนี้เรากะน้องไทยก็รู้เรื่องกันแล้วว่าต้องระวังตัวอีน้องเบลอก็ได้รับการบรีฟจากนี่แล้วนะแต่นางยังคงถือกระเป๋าตางค์โชว์โลกอย่างสบายใจ (เดี๋ยวได้เจอดีบรีฟ) 

    ทีนี้มีคนผิวสีที่ขึ้นมาใหม่ นั่งลงข้างๆน้องเบลอ นี่ก็ไม่อยากเหมารวมแต่ตาพี่ผิวสีจ้องกระเป๋าตางค์อีน้องเบลอประหนึ่งว่ามันคือปลาดุกย่างรอก็แค่น้ำจิ้มแจ่วมาเสิร์ฟ พี่ก็พร้อมฉกเข้าปาก

    เรากะน้องไทยก็เริ่มเอะใจ ชักยังไงๆอยู่นาาาส่งสายตาเข้าใจกันสองปริ๊งง จะพูดกะอีน้องเบลอดังๆก็กลัวโดนฆ่าปิดปากเลยไอกระแอมสามที 'คะ แค่ก แค่ก' เรียกความสนใจจากอีน้องเบลอพร้อมพเยิดหน้าไปที่กระเป๋านางเป็นเชิงให้เก็บและระวัง

    แต่ด้วยความที่น้องคงจะเติบโตมาจากทุ่งลาเวนเดอร์ น้องหาได้รู้ตัวไม่ซ้ำยังหยิบไอโฟนขึ้นมาเล่นพ่วงด้วยพาวเวอแบงค์และสายชาจที่ห้อยออกมา(ใช่!อันที่ยืมกูไปนั่นแหละ!)ล่อตาล่อใจอีก ฉวยง่าย ฉกคล่อง

    เจ้จะเป็นลมมมม หัวใจจะวายค่ะลูกก 

    จนถึงที่หมายนั่นแหละ ถึงได้รีบคว้าแขนนางออกมาและบอกให้นางเก็บของ 

    สถานีรถไฟก็สลัวๆ มีความสกปรกเล็กน้อย และผู้คนหลากหลายมันก็น่าโดนตามซอกหลืบจริงๆนั่นแหละค่ะ(หมายถึงโดนขโมยของนะคะ)

    เชคอินนนนน

    พอมาถึง Notre-Dame ก็สวยงามตามท้องเรื่องค่ะแต่ประเด็นคือเป็นคนความรู้น้อย ไม่รู้ประวัติความเป็นมาของโบสถ์นี้ก็ไม่อินเท่าไหร่ แถมอากาศก็หนาวขนหูลุก เราก็ได้แต่รีบๆถ่ายรูปสองสามแชะเดินเข้าไปดูด้านในสองสามนาที แล้วก็ออกมาเชคอินว่ามาแล้ววจ้าาา 

    เสร็จจากตรงนี้ (ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีเกรงว่าจะทำเป้าเวลาได้เร็วกว่าอีที่น้องเบลอต้องการ) ก็เดินอ้อยอิ่งถนนข้างๆแวะดูแม่เหล็กติดตู้เย็น (ของฝากยอดฮิต) ซื้อหนมปังประทังชีวิตแล้วก็ไปต่อกันที่หอไอเฟลค่ะ

    ตรงนี้แหละค่ะที่ความปารีสบังเกิด

    หลังจากเดิน ย้ายสถานี เปลี่ยนรถไฟ เดิน เดิน เดิน จนมาถึงหอไอเฟล อากาศก็ขมุกขมัวมากค่ะหอไอเฟลก็ดูเก่าๆ แถมมีป้ายอะไรไม่รู้ปิดอยู่ด้านหนึ่งของหอ เป็นกาลกิณีบ้านกาลกิณีเมืองไปอีก 

    ด้วยความที่ขี้เกียจเอามือที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อออกมาเราก็เลยไม่ได้ถ่ายภาพหอไอเฟลในครั้งนี้มาค่ะ (อยากรู้ว่าหน้าตามันเป็นไงก็ไปเสิจกูเกิลแล้วลบความสวยงามออกไปอีก45%ก็จะได้อ้างอิงของจริงได้)

    ระหว่างที่น้องๆถ่ายรูปอยู่นั้นเราก็สังเกตว่ามีคนมุงๆอยู่ข้างถนนเหมือนดูโชว์อะไรสักอย่างเพราะความอยากเผือกเราก็เลยเข้าไปมุงด้วย 

    ปรากฎว่ามันเป็นเหมือนโชว์หลอกไถตังค์ คือมีผู้ชายคนนึงกับกระป๋องสามกระป๋องคว่ำอยู่และบอลเล็กๆ1ลูก นางก็จะใส่บอลในกระป๋องสลับๆตำแหน่งกระป๋องไปมาละให้คนที่มุงทายว่าอยู่ในป๋องไหน ถ้าทายผิดเสียตังค์ทายถูกได้สองเท่า

    โจรห้าสิบ(ยูโร)

    เราก็ยืนดูอยู่15วิแล้วก็จากมา (ก็มีคนได้บ้าง เสียบ้างเห็นชายยุโรปคนนึงกระฟัดกระเฟียดเตะกระป๋องเพราะเสียไป200ยูโร...มึงก็กล้าเล่นเนอะะะ) ไม่ทันถึงห้านาที หันไปเจออีน้องเบลอยืนอยู่ในกลุ่มเราก็นึกว่านางยืนดูเพราะความสนใจ ก็ไม่ได้อะไร เดินดูวิวช่วยน้องไทยถ่ายรูปต่อ 

    แต่โนจ้าาา นางเผือกไปเล่นกะเขาด้วยที่รู้เพราะอยู่ดีๆนางก็เดินมายืมเงินนี่10ยูโร ตอนแรกไม่เห็นว่านางอยู่ในกลุ่มก็นึกว่าจะยืมแบงค์ย่อยไปซื้ออะไรแดก เราก็ใจดีให้ไป สักพักนางกลับมาบอกยืมอีก50ยูโรเราถามจะเอาไปทำไร นางบอกเนี่ย ไอคนนั้นเอาเงินนางไป50 จะยืมเรา50ละเดี๋ยวเอาไปเล่นแล้วจะเอาเงินมาคืนเลย (มีความร้อนรนแกมบังคับอยู่ในน้ำเสียง)

    ด้วยความที่เราเป็นคนคณิตคิดเลขไว เราก็ประมวลได้ว่า กูมี65ยูโรจ่ายค่าตั๋วไป20ยูโร ซื้อหนมปังประทังชีวิตไป3 ให้มึงยืมไปอีก10ตอนนี้กูเหลือแค่32เมิงจะมาเอาอะไรจากกูคะะะะ

    แล้วถ้าเอาไปเล่นละเสียอีก ไม่เท่ากับเสีย100เหรอคะเอดอกกก พอพึ่งเราไม่ได้ นางก็หันไปคาดคั้นน้องไทย น้องไทยก็ไม่ให้จะมาเอาเงินไปหมดละจะกลับบ้านกันยังไงคะ

    ยืนงงกันสักพัก หันไปอีกที แก๊งปาหี่หายไปล้าวววทีนี้อีน้องเบลอก็งานเข้า นางวิ่งวนไปมา หาแก๊งต้มเงิน จนนางได้ความว่ามันทำกันเป็นแก๊ง คนที่เล่นละได้เงินก็คือคนในแก๊ง เตี๊ยมกันไว้ (ก็แน่สิคะลูกกกเด็กอนุบาลสามยังไม่ตามชายแปลกหน้าที่หลอกให้ลูกอมฟรีไปเลยค่ะ หนูอายเด็กไหมคะะะ)

    นางก็วอแว บอกว่าจะไปแจ้งตำรวจ โดนขโมยเงิน(ได้ข่าวหนูสมัครใจให้เงินเขาไปนะคะลูก ไหนหนูบอกหนูจะใช้ที่จำเป็นไงคะะะะ) เรากะน้องไทยก็ถ่ายรูปวิวรอระหว่างที่นางเดินไปฟ้องตำรวจที่ตรวจตราอยู่แถวนั้น(เป็นเพื่อนร่วมคณะที่ดีมาก 55555 เลาจะไม่ช่วยคนไม่ฉลาดแถมชอบไถตังค์เพื่อนนาจาาา)

    สุดท้ายตำรวจคงเห็นใจ เลยไปคุยจนนางได้เงินคืนมา (หนูเห็นนะคะว่าตอนแก๊งเล่นเกม คุณตำรวจก็อยู่แถวนั้น ทำไมคุณตำรวจไม่ห้ามคะะะ ทำไมมมม!) พอได้เงินคืน นางยังมีหน้ายิ้มสลอน เดินฉุยฉาย ถ่ายรูปต่อ หนูลูกกกกเรากลับกันเถอะลูก เจ้ไม่อยากเดินๆละโดนฟาดท้ายทอยย ห่านเอ้ยยยอีแก๊งจะกลับมาล้างแค้นมึงไหม 

    ไปค่ะ เดินไวๆๆ ฉับๆๆเข้าสถานี กลับโรงแรมนอนค่ะดวกกก

    ข้อคิดวันนี้ การพนันไม่เคยให้ประโยชน์ใคร 


    ปล.จริงๆปารีสก็ดีนะ ถ้ามีเงินอะ...

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
theballrg (@theballrg)
อ่านแล้วสนุกมากเลยค่ะ รอติดตามอยู่นะคะ