WHY I WRITE YOUcookies n cream
คนขาด Passion เป็นอย่างไรนะ ? (อย่างเรานี่แหละ)
  •          เราเป็นคนหนึ่งที่ขาด passion ในสิ่งที่ชอบง่ายมากก ๆ ชนิดที่ว่าผ่านไปไม่ถึงวันเราก็เบื่อแล้ว อาจจะเป็นเพราะเราเป็นคนเบื่อง่าย ไม่ชอบอะไรที่วนลูป ไม่รู้เกี่ยวมั้ยแต่คิดว่าอาจมีส่วน บางทีเราบิ้วต์ตัวเองในหลาย ๆ อย่างตามกระทู้ทั้งไทยและเทศแนะนำก็ได้แค่แปปเดียวจริง ๆ ไม่เกิน 1 วัน นานสุด 3 วัน ไม่เคยเกินนี้

           เมื่อก่อนเราไม่เคยเบื่อขนาดนี้อะ จนมันมาถึงจุดที่เราคิดว่า "คนเรามีชีวิตเพื่ออะไร" เราถามคำถามนี้กับตัวเองทุกวัน รู้สึกไม่มีแรงขับเคลื่อนในทุก ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องเรียน หรือแม้กระทั่งการดูหนัง การดูซีรีส์ รวมถึงการฟังเพลง เราเลิกดูหนังมาเกือบปีแล้วเพราะเราเบื่อ เหมือนเราจับจุดได้ทุกครั้งเวลาดู รู้ว่าตอนจบจะเป็นแบบไหน ซึ่งมันก็จบแบบที่เราคิดไว้ มันเลยทำให้เราขี้เกียจดูในสิ่งที่รู้อยู่แล้ว -_-

                   และคำถามนี้แหละทำให้เราขี้เกียจมากยิ่งขึ้น (มิใช่ข้ออ้างแต่อย่างใด อิอิ) พอเราคิดว่า "เกิดมาทำไม" มันทำให้เรารู้สึกไม่อยากทำอะไรแล้วอะ อยากเทให้รู้แล้วรู้รอด เพราะเออคนเราแม่งเกิดมาก็ตายอะ แค่ตอนนี้ต้องใช้ชีวิตก่อนจะตายแค่นั้นเองไม่มีอะไรเลย ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ อีกอย่างตายแล้วอาจจะมีความสุขกว่านี้ ไม่ต้องทนทุกข์ เราเคยเคว้งอยู่ในคำถามนี้ เราหาความสุขไม่เจออะ ทุกอย่างที่เราเคยสนุกกับมันกลายเป็นเส้นตรง เรารู้สึกแบบทำไมต้องแบกชีวิตไว้ด้วยฟะ /พอออกจากห้องไปเจอครอบครัวเราต้องเป็นคนที่ร่าเริง มีความสุขกับชีวิต

             เราเคยเทไฟนอลวิชาเอกเพราะเราเบื่อ อยากออกจากห้องสอบสี่เหลี่ยมที่อากาศแม่งหนาวมาก เราคิด เอ๊ะ มาทำอะไรที่นี่วะ แล้วข้อสอบนี่ทำไปแล้วได้อะไร คะแนนก็แค่คะแนนอะ เราอยากกลับบ้านไปนอน อยากกลับไปเล่นกับหมาที่บ้าน บางทีเราตื่นเช้ามาก็นั่งมองกระจกแล้วคิดว่าวันนี้ทำไรดีวะ ชีวิตวนนลูปจริง ๆ หรือบางทีถ้าเบื่อหนัก ๆ เราก็ไม่ทำอะไรเลยนอกจากนอน (อันนี้ขี้เกียจเอง) เพราะตื่นมาก็ไม่มีอะไรทำนอกจากนอนเล่นโทรศัพท์โง่ ๆ อยู่ในห้อง

               ถ้าถามว่าทำไมไม่ออกไปใช้ชีวิต แน่นอนเราใช้ชีวิต ซึ่งการใช้ชีวิตของเราคือการออกจากห้องมาเจอหน้าพ่อแม่ บางวันก็นัดเพื่อนไปห้าง หรือบางอาทิตย์เราก็ไปอยู่กรุงเทพ แต่ก็นั่นแหละ การใช้ชีวิตแบบนี้ของเราไม่ได้ตอบโจทย์คำถามที่ว่า "คนเรามีชีวิตเพื่ออะไร" แล้วถ้าถามอีกว่าทำไมไม่ลองอะไรใหม่ ๆ บ้าง แน่นอนอีกว่าเราลองแล้ว ผลลัพธ์คือเราเหนื่อย เราเคยพยามทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือพบปะผู้คนเยอะ ๆ ซึ่งมันตรงข้ามกับสิ่งเราเป็น มันยิ่งทำให้เราขาด passion มากกว่าเดิมอีกอะ เราอยากทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่ใหม่ ๆ แต่เรายังไม่พร้อมในหลายเรื่อง ๆ เช่น เรื่องเงิน การเดินทาง

               เราลองหลายวิธีมาก ๆ ที่ทำให้เรากลับมามี passion อีกครั้ง แต่ก็ไม่มีวิธีไหนบิ้วต์เราได้สำเร็จ จนกระทั่งวันนึงเราไปสัมภาษณ์ค่าย พี่คนนึงถามว่า "น้องคิดว่าตอนไหนที่รู้สึกว่าตัวเองความคิดบรรเจิดที่สุด" เรานั่งทบทวนสมองสักพักก่อนตอบไปว่า "ตอนนั่งรถ" หลังจากตอบเราก็ เอ้อมันก็จริงแหะ เราชอบเวลานั่งรถมาก ๆ ทำไมน่ะเหรอ เพราะตอนนั่งรถเราได้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ เราชอบนั่งตรงหน้าต่าง เพราะถ้าไม่มองออกข้างนอกเราจะเมารถ 55555 เรารู้สึกเวลามองออกไปแล้วเหมือนความคิดเราแล่นไปพร้อม ๆ กับรถที่กำลังเคลื่อนที่... เราคิดถึงอนาคต เราคิดถึงสิ่งที่เราอยากทำ เราสามารถกำหนดตารางชีวิตในวันนั้นรวมถึงวันอื่น ๆ ได้ว่าเราจะทำอะไรบ้าง เราคิดงานออก หรือบางทีเราก็อยากทำสิ่งที่อยากทำตอนนั้นเลยเพราะเรากลัวหมดไฟ เช่น การอ่านหนังสือ หรือการ improve language skills (อันนี้เรากลัวหมดไฟมาก ๆ เพราะถ้าไม่มีไฟมันคือหายนะสำหรับชีวิตเรา... ซึ่งตอนนี้...) เหมือนทุกอย่างมันพุ่งเข้ามาจริง ๆ พร้อมกับคำตอบของคำถาม "คนเรามีชีวิตเพื่ออะไร"

    แต่โชคร้ายหน่อยที่พอเราถึงจุดหมายปลายทางแล้ว เราต้องลงจากรถ และแน่นอนว่า passion ที่เราเจอตอนนั่งรถก็หยุดอยู่แค่นั้น กลับมาเบื่อชีวิตอีกครั้ง... คงถึงเวลาที่เราต้องหา passion แบบจริงจังสักที ไม่งั้นเราคงเฉาตายแน่ ๆ ใช้ชีวิตไปวัน ๆ

    cr: weheartit

                  มาถึงตอนนี้แล้วเราคิดว่า การมี passion หรือการกลับมามี inspiration ต่าง ๆ มันขึ้นอยู่กับวิธีของแต่ละคนอะ อย่างบางคนความคิดแล่นตอนอาบน้ำ ตอนฟังเพลง หรือตอนนั่งสมาธิ ซึ่งมันใช้ไม่ได้กับเรา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าใช้ไม่ได้ทุกคน ลองหาสิ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจ (ที่ทำแล้วไม่เหนื่อย (ใจ) ทีหลัง) + คิดถึงปัจจุบันและอนาคตอย่างพอดี (50/50) เมื่อหาได้แล้วพยายามเก็บสะสมความรู้สึกนั้นไว้ว่าตอนเรามี passion มัน happy มากแค่ไหน ไฟมันมาจริง ๆ นะ จุดนิดเดียวก็ติด 5555555 ที่เราให้คิดถึงปัจจุบันและอนาคตอย่างพอดีเพราะว่า ถ้าเรา focus ที่อนาคตมากเกินไป มันจะทำให้เราเครียดได้ จนบางทีเราอาจจะเบื่อ สุดท้ายมันส่งผลให้เราขาด passion นั่นเอง

    อ้ออันนี้ขอเสริมหน่อย บางทีการที่เราดูพวก lifestyle ต่าง ๆ ของคนอื่นที่มันมากเกินไปมันก็กดดันตัวเองเหมือนกันนะ เพราะฉะนั้นทำอะไรที่มันกลาง ๆ พอดี ๆ ดีกว่า อย่าเสพมากเกินไปงะ แต่ถ้าพวกรูปวิว landscape รายการท่องเท่ี่ยว (ที่ท่องเที่ยวจริง ๆ) อันนี้เราว่าโอเคนะ

                  เราอยากแนะนำอีกวิธีนึงที่เราลองแล้วได้ผลค่อนข้างดี (วิธีนี้เราได้มาจากอาจารย์สอนอิ๊ง) นั่นก็คือ คนที่ขาดไฟแบบไม่เหลือขี้เถ้าแล้วหรือกำลังจะหมดไฟว่า "อย่าผลัดวันประวันพรุ่ง คิดแล้วทำเลย" เพราะถ้ายิ่งผลัดไปเรื่อย ๆ ... เราจะเป็นคนขี้เกียจขึ้นเรื่อย ๆ พอกลับมาทำอีกทีเราจะพูดกับมันว่า "เห้ไรวะเนี่ย" "ตูทำไปทำไมวะ" "ไม่ทำแม่งละโว้ยยยยยยย" ซึ่งเหล่านี้แหละเป็นข้อนึงในหลาย ๆ ข้อที่ทำให้เราเป็นคนขาด passion โดยไม่รู้ตัว อย่างเช่น ถ้าอยากอ่านหนังสือเล่มนึงที่ค้างไว้นาน ลองเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในหนังสือ ช่วงแรก ๆ เบื่อแน่นอน แต่พอผ่านไปสักพักจะดีขึ้น นั่นหมายความว่าถ้าทำแบบนี้กับสิ่งที่หมด passion มันจะดีมาก ๆ main idea ของย่อหน้านี้ที่เราจะสื่อคือ เอาตัวเข้าไปอยู่กับสิ่งที่อยากทำ คิดแล้วทำเลย อย่าผลัดวัน 


    ณ ปัจจุบันเราคิดว่าเรายังหาคำตอบที่เราต้องการยังไม่ได้ว่า "คนเรามีชีวิตเพื่ออะไร" แต่เชื่อว่าตอนนี้เรามีกำลังใจในการทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นเยอะ แต่มันก็ยังมีความเบื่อปะปนอยู่บ้างแหละ


    ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องแยกให้ออกก่อนว่าเราขาด passion หรือเราขี้เกียจ มันคล้ายกันมากกกก แต่ต่างกันนะ
    เราว่าเราเป็นทั้งสองอย่าง อาการหนักหน่อย...


    ...
    จุดประสงค์ของบทความนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากอยากเขียน 5555 และความเบื่อ (อีกแล้ว) ของเราเอง
    จริง ๆ อยากแชร์วิธีที่เราใช้แล้วได้ผล :)
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
coolcat_ww (@coolcat_ww)
เขียนได้ตรงมาก เป็นทุกอาการที่เขียนมาเลย T__T
wara (@taetapp)
ขอบคุณมากเลย เราก็กำลังเป็น 55555555555
G'Gam KS (@fb1022799364542)
ตอนนี้เราก็ยังไม่มีPassion 😂
Viv’vien;ne_Moo (@vivvienne_moo)
เขียนได้ถูกใจมาก (จากคนที่คิดหนักเรื่องตัวเองไม่มี passion เหมือนกัน)