u , always ( Johnjae )tothestar_
Man in a long black coat.
  •             ในวันธรรมดาที่หนาวจัดเมฆหนาจนกระทั่งแสงแดดอุ่นๆไม่สามารถส่องลงมาถึงได้ ผู้คนรอบตัวราวกับจะป่วยกันไปหมด อากาศหนาวจัดทำเอาขนลุก การลุกออกจากเตียงก็ดูจะเป็นเรื่องยาก แค่คิดว่าผิวจะต้องสัมผัสอากาศเย็นจัดก็ทำเอาอยากจะขดตัวนอนต่อ

                ในห้องสมุดของมหาลัยช่างเงียบเหงา  อาจารย์หลายท่านพากันแคนเซิลคลาสเนื่องจากเผชิญกับสภาพอากาศสุดเลวร้ายในรอบปี  แต่สำหรับแจฮยอนแล้วเขาต้องการหนังสือดีๆอ่านในช่วงระหว่างหยุดนี้เพื่อให้สามารถเข้าใจสิ่งที่อาจารย์สอนในคลาสเรียนให้ทัน

                จองแจฮยอนเป็นนักศึกษาชาวเกาหลีที่เพิ่งย้ายมา แน่นอนว่าเด็กหนุ่มยังต้องทำงานอย่างหนักอีกหลายอย่างเพื่อตามเพื่อนร่วมคลาสคนอื่นให้ทัน  เนื้อหาของสาขาที่เขาเรียนคล้ายกับที่เกาหลี แต่ก็มีบางอย่างแตกต่างกันนิดหน่อย พื้นฐานภาษาเขาค่อนข้างดีเพราะเขาเคยอาศัยอยู่ที่นี่ถึงห้าขวบ ก่อนจะย้ายตามครอบครัวไปอยู่ที่เกาหลี

                แจฮยอนเป็นลูกเสี้ยวของเสี้ยว คุณแม่ของเขาเป็นชาวเกาหลีแท้ แต่คุณพ่อกลับมีความอเมริกันผสมอยู่หน่อยเป็นที่มาของดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ผิวขาวจัด และกระสีอ่อนเล็กๆบนใบหน้าของเขา ในขณะที่ลักยิ้มทั้งสองข้างมาจากคุณแม่

                เขาทั้งชอบและไม่ชอบลักยิ้มนี่ บางครั้งแจฮยอนคิดว่ามันทำให้เขาตลก ตอนเด็กๆเขามักมีปัญหากับเพื่อนร่วมคลาสหลายคนที่มักจะมาล้อมหน้าล้อมหลังเพื่อที่จะจิ้มที่รอยบุ๋มที่แก้มของเขา แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องขอบคุณที่มันทำให้เขาดูน่าเข้าหามากขึ้นคะแนนด้านมนุษย์สัมพันธ์ของเด็กหนุ่มติดลบ แจฮยอนขี้อายและไม่กล้าคุยกับเพื่อนใหม่ แต่รอยบุ๋มที่แก้มทั้งสองข้างนี่ก็มักจะดึงดูดให้คนใหม่ๆเข้ามาพูดคุย อย่างน้อยก็เป็นเครื่องมือช่วยผูกมิตร

                ห้องสมุดในวันที่ไม่มีคลาสเงียบเหงากว่าที่เคย  มุมนี้ที่เขานั่งอยู่ไม่มีใครนั่งอยู่เลยสักคน เอาจริงเหมือนกับว่ามีเพียงแค่เขากับคุณบรรณารักษ์สุดเฮี้ยบที่คอยส่งสายตาปรามเด็กที่ชอบส่งเสียงดัง

                นานครั้งที่แจฮยอนจะพลิกกระดาษไปอีกหน้าเด็กหนุ่มจมอยู่กับตัวอักษรเสียจนไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองรอบตัว

                “เมี๊ยว

                “…”เสียงร้องของสิ่งมีชีวิตตัวเล็กเรียกความสนใจให้เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากกองหนังสือ เขานึกประหลาดใจ ไม่น่าจะมีสัตว์เลี้ยงตัวไหนเข้ามาในห้องสมุดนี่ได้ – ไม่น่าจะรอดพ้นสายตาที่ยิ่งกว่าเหยี่ยวของคุณบรรณารักษ์ได้

                แจฮยอนรออยู่เกือบนาทีแต่เสียงนั้นก็เงียบหายไป

                เด็กหนุ่มหยักไหล่ บางทีเขาคงจะหูแว่วไปเอง

                ช่วงสองสามวันนี้แจฮยอนหมกมุ่นอยู่กับงานเสียจนมาร์คเด็กหนุ่มรุ่นน้องจากแคนาดาที่เข้ามาเกือบกลางเทอมพร้อมๆกันถึงกับไล่ให้เขาไปพักผ่อนบ้าง ทั้งๆที่เขาอยากจะแย้งออกไปว่าคนที่ควรไปพักจริงๆคือนายนั่นแหล่ะ แต่ทั้งหมดนั่นก็มาจากความเป็นห่วงทั้งนั้น

                นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เขาเอาแต่นั่งอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูอมส้ม จึงรู้สึกตัวว่าผ่านมานานมากแล้วถึงเวลาที่ห้องสมุดใกล้จะปิดแล้วเช่นกัน – แจฮยอนขยับร่างกายบิดตัวไล่ความเมื่อยล้าจากการนั่งติดต่อกันยาวนานหลายชั่วโมง

                หนังสือถูกพลิกมาจนถึงหน้าสุดท้ายได้เวลากลับเสียที

                แจฮยอนปิดหนังสือเขาคว้ามันมาพร้อมกับเล่มอื่นๆ เดินตรงไปยังชั้นหนังสือเพื่อจะเก็บมันเข้าที่ เขาไล่เก็บมันช้าๆเพื่อให้มั่นใจว่ามันอยู่ถูกที่ ถูกตำแหน่ง

                “ม๊าว..

                เสียงที่คุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะกุยเล็บ

                หากมันเป็นม้านั่งที่สวนสาธารณะหรือโต๊ะโง่ๆในคลาสเรียนใดคลาสเรียนหนึ่งแจฮยอนจะไม่ลังเลเลยที่จะก้าวผ่านมันไปอย่างไม่สนใจ

                แต่ที่นี่คือห้องสมุดและสิ่งที่เจ้าแมวตะกุยอยู่อาจจะเป็นหนังสือสักเล่มที่เก่า และถ้าสมมติว่าหนังสือเล่มนั้นผ่านเวลามานานจนกระดาษของมันบางกรอบ ตัวหนังสือสีซีดและปกที่บอบบางพร้อมจะขาดทุกเมื่อ และถ้าสมมติอีกว่าหนังสือเล่มนั้นมีเล่มเดียวในห้องสมุดนี้ล่ะ

                แค่นี้ก็เป็นเหตุให้เขาต้องก้าวท้าวยาวๆไปตามเสียงนั้นอย่างเร่งรีบ

                แปลก

                ถ้าฟังแค่เสียงก็คงบอกได้ว่าตัวการอยู่ระยะไหน  มันไม่ไกลจากเขาเลย เสียงดังเหมือนอยู่ใกล้กันเพียงล็อคหนังสือกั้น แต่ในความเป็นจริงเด็กหนุ่มพบว่าเขาต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปเกือบสิบล็อคเพื่อไปถึงเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวการ

                แต่เมื่อไปถึงจุดที่คิดว่าเจ้าแมวนั่นต้องอยู่แน่ กลับกลายเป็นว่าแจฮยอนพบอย่างอื่นที่ทำให้ต้องแปลกใจแทน ชายหนุ่มร่างสูงในสุดโค้ทตัวยาวสีดำยืนอยู่ตรงกลางชั้นหนังสือสองชั้นเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนยาวเกือบถึงดวงตา ผิวของเขาขาวจัด

                ในอุ้งมือของเขาเป็นหนังสือปกสีน้ำตาลอ่อนเล่มหนึ่งนิ้วเรียวของเขาค้างอยู่ที่หน้ากระดาษ รอคอยที่จะขยับเปลี่ยนหน้าหนังสือต่อไป

                บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มนิ่งสงัด ด้านหลังเขามีชายหนุ่มท่าทางเซ่อซ่ายืนอยู่คนหนึ่ง แต่ก็ห่างไกลจากเขาพอสมควร

                “เอ่อขอโทษนะครับ คุณเห็นแมวในนี้หรือเปล่า” แจฮยอนถามออกไป หากชายคนนั้นยืนอยู่ตรงนี้มาสักพักหนึ่งก็คงได้ยินเสียงแมว หรือไม่ก็คงเห็นมันตัวเป็นๆ

                เด็กหนุ่มรอคำตอบแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ ไม่มีแม้กระทั่งปฏิกิริยาตอบรับเหมือนกับว่าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเขานี่ไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดเสียอย่างนั้น

                “ขอโทษนะครับแต่คุณเห็นแมวในนี้ไหม” เขาลองเพิ่มระดับเสียงให้มากขึ้น

                แต่ก็ไร้ประโยชน์ชายคนนั้นไม่ตอบเช่นเดียวกับในตอนแรก

                โอเค ได้

                “คุณครับ!

                “ค..ครับ!

                แต่ทว่าคนที่ตอบกลับเป็นนายท่าทางเซ่อซ่าที่ยืนห่างออกไปแทน

                “เอ่อคุณเห็นแมวไหม” แจฮยอนถาม ขณะลอบมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนไม่ห่างจากเขาเท่าไหร่นักเขายังคงนิ่งเงียบ ไม่รับรู้บทสนทนาที่เกิดขึ้นข้ามหัว

                “มะ..ไม่ครับ”

                แจฮยอนถอนหายใจพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกมาเงียบๆ นึกโมโหชายคนนั้น

                “หรือเขาจะหูหนวก” เขายักไหล่เมื่อหาข้อสรุปให้ตัวเองได้อยู่ใกล้ขนาดนั้น ถ้ายังไม่ได้ยิน ก็คงมีแค่เหตุผลเดียว เกือบจะโกรธจริงๆแล้ว  

               

     

                “ไปซนที่ไหนมา

                “ม๊าวว”เจ้าตัวขนปุยสีดำสนิทร้องราวกับจะปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นจริง ขณะที่โก่งตัวขึ้นแล้วหาวอย่างขี้เกียจก่อนเดินตามเจ้าของที่เดินนำออกไปก่อนออกไปยังด้านนอก ทิ้งไว้เพียงเศษขนสองสามเส้นบนพื้นสีน้ำตาลอ่อนในห้องสมุดที่ไร้คน

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in