I sent a letter to mepanpanmeme
สนทนาความคิด
  • บรรยากาศบางเบา สีเทา หม่น
    เคลือบเมืองทั้งเมือง
    ราวกับอยู่ในโหลแก้วที่ครอบควันบุหรี่เอาไว้

    สีสันของเมืองถูกละลายหายไป
    แม้แต่สีของตึกสีคอนกรีตที่แต่เดิมก็เทาอยู่แล้ว
    แต่มันกลับถูกขลับด้วยม่านหมอกบางอย่าง
    ให้ดูเทา และชวนหดหู่มากขึ้นไปอีก

    ...

    สีที่แม้แต่จะเป็นสีเทา
    ก็ยังถูกถมทับให้เทากว่าเดิม
    เด่นชัดว่าสีสันเจือจางไป

    แต่ทว่าใจเราก็ไม่ต่างเลย
    มันเหมือนถูกระบายทับด้วยสีเทาอ่อนๆ
    ซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่เช่นนั้น

    ฉันนั่งทบทวน
    และคิดว่าคงเสียเวลาที่จะนั่งงัด นั่งแงะ มันออกไป
    แต่จะอยู่ไปแบบนี้หรือ?

    ฉันที่หมดเรี่ยวแรง
    ห้องมืดสลัว ไม่มีเสียงเพลง
    ฉันนอนนิ่ง ฟังเสียงหายใจ
    เสียงหงืดหงืด 
    ของพัดลมที่ทำหน้าที่ไม่หยุดหย่อน
    จนกว่าจะมีคนไปปิดสวิตซ์
    เสียงนก เสียงน้ำก๊อกที่ระเบียงหยด ติ๊งติ๊ง
    ลงในกะละมังที่วางทิ้งเอาไว้พร้อมกับกองจานพะเนิน
    เสียงจ๊อกแจ๊ก ที่มาจากนอกหน้าต่าง
    เสียงของเครื่องยนต์ที่ห่างไกลออกไป

    อืม อืม ยังมีชีวิต
    ถึงจะเทาไปหน่อย

    แต่จะยังไงดีล่ะ
    อะไรกันที่เป็นความหวังของชีวิต
    อะไรกันล่ะที่เป็นความสว่างของชีวิต

    ความเศร้าในใจ มีเพียงฉันที่รับรู้ได้
    และเมื่อฉันมีความสุข ก็มีเพียงใจฉันเท่านั้นที่รับรู้ได้

    เกินจะเยียวยา เกินจะไขว้คว้า 
    หาความหมายและความสุข
    ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง กำลัง และความสามารถ

    แรงโน้มถ่วงของโลกทำให้ของเหลวจากดวงตาไหลลงสู่ข้างแก้มอย่างไม่หยุดยั้ง

    ฉันร้องหาพระเจ้า
    พระเจ้าผู้ให้ชีวิต
    พระเจ้าผู้อาจจะเอาชีวิตคืนไป

    หากฉันอ้อนวอนให้พระเจ้าเอาชีวิตของฉันไป
    พระเจ้า...จะฟังคำอธิษฐานของฉันหรือไม่

    และถ้าหากฉันถามหา เหตุผล ที่ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป
    พระเจ้าจะตอบฉันไหม —
    ถ้าตอบ คำตอบจะเป็นแบบไหน

    — ชีวิตไม่ง่ายเลย
    แต่เมื่อเริ่มคิดจริงๆว่า
    จะต้องตายไปวันนี้พรุ่งนี้
    สิ่งที่อยากทำจริงๆ คือ อะไร
    การได้ออกไปเห็นโลกให้มากกว่านี้ไม่ใช่หรือ?
    เสียงนั้นมันดังกว่าเสียงใดใดในใจ
    แต่มันถูกเปล่งออกมาอย่างบางเบาเหลือเกิน

    สีเทาหม่นที่ครอบเราอยู่
    อาจจะไม่ใช่เมฆหมอกใดใด
    แต่เป็นความคิดเราเอง
    มันพรางตา
    มันปกคลุม
    ความคิดที่จ้องทำลายความฝันตัวเอง
    ความคิดที่พังทลายความหวังของตัวเองลง

    แน่นอนว่า
    ตัวเราคือเพื่อนที่ดีที่สุด
    แต่เรา 
    ไม่ต้องฟังทุกความคิดแง่ลบ ของตัวเองก็ได้ใช่มั้ยละ

    เพราะฉะนั้น
    อย่ากลัวอะไรเลย
    อย่ากลัวที่จะลองทำอะไรใหม่ๆเลย
    อย่ากลัวที่จะเจ็บอีก

    ถ้าเจ็บอีก เธอก็จะหายดี

    ผืนผ้าใบที่ถูกกดทับด้วยสีน้ำมันครั้งแล้วครั้งเล่า
    ไม่มีวันขาวสะอาดดังเดิมได้ 
    จิตใจเราก็อาจเป็นเช่นนั้น
    แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า—
    มันจะไม่มีวันงดงามได้อีกใช่ไหมละ

    เธอเข้มแข็งมามากพอแล้ว
    สู้มามากพอแล้ว
    อดทนมามากพอแล้ว

    จงใช้ชีวิตเถิดตัวฉัน
    ฟังเสียงตัวเองเถิดตัวฉัน
    โยนความกลัวทิ้งไปเถิด
    ก้าวเดินต่อไป
    แม้ไม่สดใส
    แต่การก้าวเดินไป 
    ก็ทำให้เธอได้มีโอกาสพบกับแสงแดดได้ง่ายดายกว่าการจ่อมจมอยู่ในโหลแก้วนี้ไม่ใช่หรือ?

    โน้วใจโน้มกายไปข้างหน้าเถิด
    ไปด้วยกัน
    🪐

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in