Thank You for the Music!Maya Jett
“My bubba” สองสาวกับดนตรีขี้เล่นที่ฟังแล้วเหมือนถูกกอด
  • เมื่อประมาณปลายๆ ปี 2013 (ฟังดูเหมือนเมื่อวาน แต่มันนานจังแฮะ) เราเข้า YouTube ตามประสาคนชอบฟังเพลง และกำลังหาเพลงใหม่ๆ เพราะๆ ฟัง ก็ไปสะดุดตากับสองสาวแต่งตัวดูเรียบร้อยๆ หน้าตาน่ารัก คนหนึ่งเล่นกีตาร์ อีกคนน่าจะร้องเพลง เราเลยลองกดเข้าไปดู..


    วิดีโอนี้อัพโหลดโดยชาแนล KEXP น่าจะเป็นรายการวิทยุที่ Seattle ในอเมริกา เราได้รู้จักเพลงเพราะๆ จาก KEXP มาไม่น้อยเหมือนกัน แต่กับสองสาวนี้ไม่เคยได้ยิน และพอกดเข้ามาฟังก็รู้สึกเหมือนโดนมนต์สะกดเพราะนอกจากเธอจะแต่งตัวดูเก๋ๆ เรียบๆ ไม่เว่อร์วัง และหน้าตาน่ารักเรียบร้อยดูมีเสน่ห์แล้ว เสียงร้องและวิธีการเล่นดนตรีบวกกับเคมีที่เข้ากันดี๊ดีของพวกเธอก็ทำให้ถูกใจโดยไม่ต้องคิดอะไรมากมาย

    ตอนนั้นดูจบแล้วก็มีคำถามขึ้นมาในหัวหลายคำถามว่า..

    นางเป็นใครกัน?

    ทำไมน่ารักขนาดนี้


    เป็นแฟนกันรึเปล่าเนี่ย? (ดูทั้งจากคอมเม้นและสายตาที่นางมองกันแถมเคมีเข้ากันแบบสุดๆ นี่ก็อบคิดไม่ได้ 55555 ความจริงคือไม่ใช่นะ)

    พอมีคำถามขึ้นมา ก็เลยต้องดูต่อ และขอบอกเลยว่าถ้าใครได้ดูพวกเธอแล้วถ้าไม่รักก็คงจะแปลกมากเลยทีเดียว ทั้งน้ำเสียงที่ดูขี้เล่น อบอุ่น และน่าเอ็นดู ประกอบกับดนตรีที่ฟังดูไม่หวือหวา มีความนุ่มนวลในความเรียบง่าย ขอบอกเลยว่าดนตรีแบบนี้เราไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน สำหรับหลายคนที่เป็นคอเพลงโฟล์คหรืออคูสติกอาจจะรู้สึกว่ามันก็มีหลายวง หลายศิลปินที่ทำเพลงออกมาแนวๆ นี้นะ แต่เราว่าพวกเธอแตกต่าง มีเสน่ห์ในความเรียบง่าย ประหนึ่งว่าเป็นดอกไม้ดอกเล็กๆ ในหมู่พืชพันธุ์ที่แข่งกันสวยงา แต่ถ้าเพ่งดูดีๆ และสังเกตเห็น เจ้าสองดอกนี้แหละที่น่าจดจำที่สุด

    Photo: Facebook.com/ohmybubba


    My bubba เคยมีชื่อวงว่า My bubba and Mi เนื่องมาจากสมัยนั้นพวกเธอ บั๊บบ้า (Bubba), มี (My) และเมีย (Mia) รวมกันตั้งวงขึ้นมา บั๊บบ้าเป็นนักเรียนสาวมาจากประเทศไอซ์แลนด์ เกิดที่นั่นแต่มาโตที่สวีเดนและเรียนศิลปะการออกแบบมาจากเดนมาร์ก ตอนที่เธอเจอกับมีคือที่เดนมาร์ก เจอกันเพราะเธอประกาศหารูมเมทหาค่าห้อง พอมีย้ายเข้ามา วันนึงเธอกำลังจัดของในห้องก็ได้ยินมีร้องเพลงมาจากในครัว ประมาณว่าร้องฮัมเพลงเพลินๆ อะไรแบบนี้ บั๊บบ้าถึงกับสตั๊นและรีบวิ่งไปหามีพร้อมกับถามว่า “ชั้นมีเพลงที่แต่งไว้เยอะมาก เธอร้องเพลงให้ชั้นได้มั้ย?” มีได้แต่ยิ้มตาหวานๆ แล้วตอบเพียงคำเดียวว่า “ได้สิ” 

    หลังจากนั้นบั๊บบ้ากับมีจึงใช้เวลาแต่งเพลงร้องเพลงร่วมกันมานับตั้งแต่วันนั้น ความจริงแล้วบั๊บบ้าเล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็ก แต่ยังไม่เคยทำวงจริงจัง ช่วงที่เรียนจบปริญญามาจากมหาวิทยาลัยศิลปะการออกแบบ (และเรียนถ่ายภาพด้วย) เธอก็ทำงานเป็น Graphic designer มาสักประมาณสองสามปี แต่หลังจากนั้นคิดว่าพอจริงจังกับวงดนตรีมากขึ้นเธอเลยต้องเลือกสักอย่าง และด้วยความที่วงกำลังไปได้ดี เธอเลยต้องเลือกวงดนตรี

    มีเป็นสาวสวีเดนที่มีอาชีพเสริมเป็นคนขับรถไฟ ใช่ คนขับรถไฟจริงๆ ตอนแรกที่ได้ยินมีพูดในคลิปวีดิโอว่า “I drive trains in my spare times” (เวลาว่างๆ ฉันจะขับรถไฟ) ก็คิดว่าพูดเล่น แต่ที่ไหนได้ พอได้ฟังสัมภาษณ์และเคยเห็นเธออัพโหลดรูปมาจากที่นั่งคนขับรถไฟก็เชื่อละว่าขับรถไฟจริงๆ ให้ตายเหอะ คนขับรถไฟอะไรร้องเพลงเพราะขนาดนี้ ส่วนเมีย เป็นเพื่อนสมัยเรียนของบั๊บบ้าและมีเช่นกัน แต่ด้วยหน้าที่การงานและแนวเพลงที่อาจจะไม่ตรงกัน จากที่เคยเล่นเบสและดนตรีกับวง เธอก็ต้องขอออกไปทำตามฝัน เหลือเพียง My bubba ที่มีบั๊บบ้ากับมีมาจนถึงทุกวันนี้

    Photo: Facebook.com/ohmybubba

    ดนตรีของวง My bubba มีความเพราะแบบฟังง่าย ฟังแล้วสบายใจ สบายหู อารมณ์ดี เหมาะกับคืนหนาวๆ ไว้ซุกตัวในผ้าห่มกับแฟน หรือไม่ก็เหมาะกับหน้าร้อนที่ใช้เวลาสนุกสนานกับเพื่อนๆ เหมาะกับฟังตอนทำงานแบบชิลๆ หรือจะฟังตอนไหนก็ได้ คิดว่าน่าจะเป็นแนวเพลงที่ถูกกับหูคนไทยด้วยซ้ำ ติดตรงที่ว่าคนไทยไม่ได้ฟังเพลงหลากหลายกันเท่าไหร่ แต่ถ้าเขียนมาขนาดนี้แล้วก็หวังว่าจะมีคนผันตัวไปเป็นแฟนเพลง My bubba กันเพิ่มขึ้นนะ 

    ทั้งคู่ทำเพลงออกมาทั้งหมด 4 อัลบั้มแล้ว อัลบั้มแรกมีชื่อว่า “How It’s Done in Italy” (2010) -My bubba & Mi อัลบั้มที่สองชื่อว่า “Goes Abroader” (2014) -My bubba ที่มีมิติในดนตรีมากขึ้น และยังคงน่ารักไม่เปลี่ยนแปลง เพลงมีเนื้อหาน่ารักฟังแล้วเหมือนได้ไปเที่ยวไอซ์แลนด์และแดนเหนือแถวนั้น ส่วนอัลบั้มต่อมามีชื่อว่า “Big Bad Good” (2016) และตามมาด้วยอัลบั้มพิเศษที่ทำกับเพื่อนนักดนตรีอีกคนคือ "My Bubba & Elsa Sjunger Visor // Sing Swedish Songs" (2017) 

    Photo: Facebook.com/ohmybubba

    หากใครมีเวลาก็ลองกดฟังดูได้เลย.. 

    เพลงโปรดของเรา :

    - Steamengine  (เพลงที่ร้องเกี่ยวกับรถไฟ จากอัลบั้ม How It’s Done in Italy)

    - Blind State  (เพลงเอาไว้ปลอบใจคนรักเวลาเหนื่อยกายและใจ จากอัลบั้ม How It’s Done in Italy)

    - Sambanane  (หรือเพลง Banana Samba เพลงน่ารักมากถึงมากที่สุด จากอัลบั้ม Goes Abroader)

    - Through & Through  (เหมาะกับคนที่กำลังอินเลิฟมากๆ หลงใหลใครสักคนที่ทำให้เราใจละลาย มีสองเวอร์ชั่นจากอัลบั้ม How It’s Done in Italy ที่ฟังดูเหมือนเล่นสดแบบใกล้ๆ หูมากกว่าเวอร์ชั่นอัลบั้ม Goes Abroader แต่ชอบทั้งสองเวอร์ชั่นเลย)

    - Island  (เพลงที่น่ารักที่สุดที่เราเอ็นดูมากกกกกก ฟีลง้องอนแฟน หรืองอนกันเองก็ไม่รู้นะ จากอัลบั้ม Goes Abroader)

    - Our Water Hours  (เพลงที่ร้องให้ความชอบแช่น้ำร้อนในประเทศไอซ์แลนด์ ที่ยังมีความขี้เล่นในความรักเช่นเคย จากอัลบั้ม Goes Abroader)

    - Around  (อารมณ์ว่าชอบเธอจังเลย อยากให้เธออยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลานะ)

    /Maya Jett
    <3
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in