johnjae fambaemeowx2
I said j, It's the Last Time (Johnjae)



  • "จอห์นนี่"











    "ไปไหนมาอีกแล้ว"
    เสียงดังฟังชัดแต่เขาก็ทำเป็นไม่ได้ยิน 

    น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดของเด็กชายที่ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวสะอาดตาขึ้นชื่อว่าเป็นของเขา ทั้งเสื้อและบุคคล ยืนกอดอกมองมาจากหน้าประตูระเบียง


    เขาเพิ่งกลับถึงห้อง กำลังยืนมองทิวทัศน์ในยามดึกจากตึกสูงเสียดฟ้าราคาแพง ที่ใครต่อใครต่อเว้าวอนอยากเป็นเจ้าของ ข้างล่างนั้นมืดมิด ,แสงไฟนีออนถูกปิดลงไปแล้วกว่าครึ่ง เพราะนี่เป็นเวลาตีสองกว่าๆ
     


    นิ้วเรียวคีบบุหรี่ออกจากปาก ยื่นให้อีกฝ่ายด้วยท่าทางที่คิดว่ากวนประสาทน้อยที่สุด
    พยายามให้เด็กคนนั้นไม่โมโหไปมากกว่านี้ จากนั้นจึงกวักมือเรียกให้เข้ามาหา
    อย่างน้อยอ้อมกอดอบอุ่นของเขาอาจพอช่วยให้อารมณ์คุกกรุ่นของคนรักพอบรรเทาลงไปได้บ้าง



    "ตัวเหม็น"
    จอห์นนี่ยักไหล่ ไม่ยี่หระ จมูกโด่งๆซุกเข้าที่ไหล่ลาด
    เด็กคนนี้มักจะมีกลิ่นหอมๆติดตัวอยู่เสมอ



    ไม่ใช่น้ำหอมผู้ใหญ่ ไม่ใช่กลิ่นแป้งเด็กอะไรแบบนั้น
    แต่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของแจฮยอน ท่ี่ทำให้เขาไปไหนไม่พ้นแม้สักครั้ง






    "อย่ากอดฉันตอบ"




    มือของเธอจะเลอะเลือด




    "ให้ฉันกอดเธออย่างเดียวก็พอ" 

    แจฮยอนหัวเราะในลำคอ
    ใครว่าจอห์นนี่ซอ ชายตัวโตๆคนนี้ไม่มีมุมอ่อนไหว
    ให้ลองมาอยู่ด้วยทุกวันแบบเขาจะได้รู้

    ว่าแม้แต่ความรู้สึกของแจฮยอน จอห์นนี่ยังไม่กล้าที่จะทำลาย






    "ผมไม่สนหรอก" เด็กชายกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น
    ไม่เคยโกรธคนตรงหน้านี่จริงๆจังๆสักครั้ง แม้อีกฝ่ายจะกระทำความผิด , ในทุกๆวัน






































    แม้บางการก่ออาชญากรรมจะมาจากความไม่ตั้งใจในคราแรก
    แต่เมื่อถึงครั้งที่สองและต่อๆไป มันกลับกลายเป็นความมั่นใจในที่สุด
















    .










    .









    .












    .





    ที่นี่อันตราย
    เท่าที่จอห์นนี่ทราบ







    แต่ถึงแบบนั้นชายหนุ่มก็ยังแวะเวียนมาอยู่เสมอ
    เพื่อคลายความเหงาในแต่ละวันที่ดำเนินไปเรื่อยเปื่อยไร้จุดหมาย




    'คุณไม่ใช่คนแถวนี้นี่นา' เด็กคนนั้นเอ่ย
    จอห์นนี่พยักหน้า หันไปสั่งบริกรข้างหลัง ให้เขานำไวน์มาสักแก้ว



    'เธอจำลูกค้าได้ทุกคนเลยหรือเปล่า'

    'ไม่ได้หรอก'

    เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มทำเอาชายหนุ่มนิ่วหน้า
    เขาเขยิบเข้าไปใกล้เจ้าของมือเรียวสวยที่วางอยู่บนไหล่ของเขาอีกนิด เพี่อเสียงที่ชัดเจนขึ้นอีกหน่อย

    'แต่คุณมาบ่อยนะ ผมแอบเห็น'

    'อืม'

    'คุณคงมาหาเขา' เนมโค้ดเจย์มองไปทางอีกฝั่งของร้านมืดๆ



    ตรงนั้นคือเด็กชายอีกคนที่ขึ้นชื่อเรื่องรอยยิ้มสดใส เขาเคยออกไปกับเด็กคนนั้นสองสามครั้ง
    แต่ในวันที่น่าเบื่อแบบนี้ การลองพูดคุยกับคนใหม่ๆดูบ้างก็คงไม่ใช่เรื่องแย่อะไรนัก


    'คุณเบื่อเขาแล้วล่ะสิ' เสียงหัวเราะใสๆนั่นทำให้มุมปากของจอห์นนี่ยกขึ้นเล็กน้อย
    หัวเราะเสียจนตาปิด ไม่มีไว้เชิงต่อหน้าลูกค้าเลย

    น่ารักดี






    'ต่อจากนี้ก็มาหาผมแทนแล้วกันนะ เพราะพี่เขาจะไปแล้วล่ะ'

    จอห์นนี่เลิกคิ้ว 

    'ไปไหนหรือ'
    เด็กชายตัวเจเอานิ้วชี้แนบริมฝีปากเป็นเชิงให้เงียบเสียง 
    แต่ใครเล่าจะมาได้ยินบทสนทนาของเราท่ามกลางเสียงดนตรีดังกระหึ่ม


    'รู้แล้วเหยียบไว้นะ'



    'พี่เขามีคนซื้อตัวออกไป'
    เป็นกรณีที่ชายหนุ่มเข้าใจเป็นอย่างดี



    'ถึงว่า'

    'ทำไม? พี่เขาเล่าเรื่องนั้นให้คุณฟังด้วยเหรอ' เด็กน้อยขยับเข้ามาใกล้เขามากขึ้นกว่าเดิม
    ท่าทีที่ดูใสซื่ออย่างแท้จริง ดูไม่เหมือนเด็กคนอื่นในร้านนี้แม้สักคน จึงอดไม่ได้ที่จะถามสวนออกไปก่อน

    'เธอไม่เคยรับลูกค้ามาก่อนงั้นเหรอ'
    เด็กชายชะงัก ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ



    'แล้วก่อนหน้านั้นอยู่ที่ไหน'

    'ผมอยู่โซนครัว ทำอาหารในนั้น'
    นิ้วเรียวชี้ไปทางข้างหลัง จอห์นนี่ขมวดคิ้ว ทำไมจึงจำกันได้


    'แล้วเธอรู้จักฉันได้ยังไง'


    'พี่เขามาเล่าให้ฟังว่าคุณใจดี' 
    เจย์พูดต่อเสียงเบา


    'ผมเลยแอบมองคุณจากข้างในนั้น 
    วันนี้เป็นวันแรกที่ผมโดนพาออกมา เลยรู้สึกโชคดีจังที่ถูกคุณเลือก'


    'เป็นคนแรกน่ะหรือ'


    'ใช่'

    เขากลั้นหายใจ

    'เป็นคนแรกของผม'




















    'ฉันไม่ใช่คนดี'
    เจย์พยักหน้า น้ำใสๆหยดลงบนผ้าปูเตียงสีขาว
    น้ำนั่นซึมลงไป แต่อีกไม่นานก็ปรากฏขึ้นใหม่ ตรงที่เดิมอีกครั้ง


    'แต่ผมอยากไปกับคุณ'



    จอห์นนี่ไม่เคยรู้สึกกลัว 
    ไม่เคยคิดว่าชีวิตที่ไร้ซึ่งจุดอ่อนของเขาจะต้องมาสั่นคลอนในวันนี้




    รอยแดงตามข้อมือ คอ และเอวคอด
    ผิวขาวๆที่บอบช้ำทำให้จอห์นนี่รู้สึกผิด




    เขาลูบผมที่เรียงเส้นสวยของเจย์อย่างเบามือ

    'จะไปกับฉันก็ได้'


    'แต่สุดท้ายแล้วเธอจะไม่มีความสุข'
    'เธอจะจะผิดหวัง'


    สุดท้ายเด็กดื้อรั้น ก็ยังคงดื้อรั้นต่อไป


    'ผมไม่สนใจเรื่องพวกนั้นหรอก'


































    "จองแจฮยอน"

    "ครับ?"
    แจฮยอนในวันนี้ก็ยังคงดื้อเหมือนทุกๆวันที่อยู่ด้วยกัน

    "วางลงเดี๋ยวนี้เลย"
    เขาหมายถึงแก้วไวน์สีแดงของเขาในมือเจ้าตัว ที่ถูกลิ้มรสชาติไปแล้วบางส่วน




    "เธอยังเด็ก"



    "โตขึ้นกว่าตอนอยู่ร้านตั้งเยอะแล้วเถอะ"
    เด็กดื้อยิ้มตาหยี








    แจฮยอน
    ไม่เคยเปลี่ยนไป แม้ผ่านมานานหลายปี
    จนทำให้จอห์นนี่อดไม่ได้ที่จะคว้าเอวอีกฝ่ายมาใกล้ๆ
    ก่อนจะฝังรอยจูบลงบนหน้าผาก แผ่วเบา



    แต่กลายเป็นเจ้าของหน้าผากเสียเองที่ยังไม่พอใจ 
    มือเรียวทั้งสองข้างคว้าเอาหน้าของจอห์นนี่เข้าไปจูบ
    ริมฝีปากนุ่มหยุ่นถูกครอบครองแทนในที่สุด 


    ฟันเล็กๆของแจฮยอนขบกัดไปตามริมฝีปากคนพี่
    การเดินเกมในครั้งนี้ เขาปล่อยให้มันเป็นไปตามความต้องการของแจฮยอน










    ในวันนี้ชีวิตของเราเป็นเหมือนเชือกสองเส้น
    ที่พันผูกกันอย่างไร้ระเบียบจนเกิดปมเล็กๆ
    เป็นปมที่ไม่สามารถแก้ออกได้โดยง่าย

    หากต้องการจะแยกเราออกจากกัน คงจำเป็นจะต้องตัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทิ้ง










    ไม่รู้ว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันไปอีกนานแค่ไหน แต่

    เขาเองก็พยายามใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย
    ซึ่งไม่มีอะไรเป็นใจกับเขาเลย



    เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะเราสองคนที่กำลังง่วนสนใจอยู่กับกันและกัน
    ไม่รู้ว่าเขาเผลอทำสีหน้าอย่างไร แต่แจฮยอนในตอนนี้นั่งนิ่งไม่ไหวติง



    เขาปล่อยให้จอห์นนี่คุยกับคนในสายจนเสร็จอย่างสงบเสงี่ยม
    เพราะเด็กคนนั้นรู้ว่าใครคือคนในนั้น



    "อีกแล้วเหรอ"

    "คุณเพิ่งจะกลับมาเอง" เขาคว้าสูทสีดำในตู้ออกมาสวมใส่เป็นขั้นตอนสุดท้าย
    แจฮยอนนั่งกอดหมอนอยู่บนโซฟากว้าง



    "จะรีบกลับ"

    "กลับมาแล้ว เดี๋ยวก็ออกไปตอนเราไม่ตื่น"

    "คราวนี้จะไม่ไปไหนอีกแล้ว"
    เขาสัญญา ถึงแม้จริงๆจะโกหก

    "ใครจะเชื่อ"

    มือหนาของเขากอบกุมมือเล็กกว่าด้วยความรู้สึกหลากหลาย
    ไม่แน่ใจเช่นกันว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งหรือไม่


















    "ครั้งสุดท้าย"
    เขากล่าว

    "ครั้งสุดท้าย"
    เป็นเสียงกระซิบแผ่วเบา






































    เราเอ่ยคำว่าครั้งสุดท้ายแทนการบอกลา 











    และแจฮยอนรู้ดีว่า












    มันจะไม่มีวันกลายเป็นคำแทนการพบเจอ








    I said Johnny it's the last time
    I said Johnny it's the last time
    I said Johnny it's the last time
    I said I said I said
    Johnny it's the last time














    I come back every time
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in