Album ReviewEARWAXED
[Album Review #4] Dan Croll - Emerging Adulthood (2017) "คนกำลังโต"
  • หากคุณคือผู้ที่ติดตามวงการเพลงอินดี้จากฝั่งอังกฤษ Dan Croll น่าจะเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่ผ่านหูกันบ้าง ท่ามกลางการ comeback ของศิลปินมากมายในปี 2017 Dan Croll คือหนึ่งในศิลปินได้ทำการปล่อยงานเต็มชุดที่สองมาให้เหล่านักฟังเพลงสายอินดี้ได้ฟังกันในอัลบั้มที่มีชื่อสุดเท่ Emerging Adulthood


    Genre: Indie pop, alternative rock, pop rock
    Release Date: July 21, 2017

    แต่ก่อนจะทำการพูดถึงงานเพลงชุดนี้ เรามาทำความรู้จักกับหนุ่มแว่นมากความสามารถจากประเทศอังกฤษกันก่อนดีกว่า

    Daniel Francis "Dan" Croll คือศิลปินเดี่ยววัย 27 ปีจาก Newcastle-under-Lyme ที่เป็นเมืองใน Staffordshire ประเทศอังกฤษ Dan คือหนึ่งในศิลปินที่อยู่ภายใต้สังกัดเพลงอินดี้ที่มีชื่อว่า Communion โดยมีเพิื่อนร่วมสังกัดเป็นศิลปินสายอินดี้ชื่อดังอย่าง James Bay, George Ezra หรือวง dream pop อย่าง Daughter

    หนุ่มแดนมีผลงานอัลบั้มชุดแรก Sweet Disarray ที่ออกมาในปี 2014 และมีซิงเกิ้ลที่ได้รับกระแสในแวดวงคนฟังเพลงอินดี้อย่างเพลง "From Nowhere," "In/Out," และ "Compliment Your Soul"

    ปกอัลบั้ม Sweet Dissarray (2014)

    ใน Sweet Disarray สไตล์เพลงของ Dan Croll จะเน้นไปที่ดนตรี pop ที่ผสมผสานด้วยเครื่องดนตรีสดหลากหลายชนิดออกมาเป็นแนว indie pop และ pop rock ที่มีความกรุ๊งกริ๊งมุ้งมิ้ง แต่มีเหยาะความเป็น psychedelic กับ synth เบา ๆ ทำให้เพลงมีความชิลหนักมากจนเหมาะกับการเปิดในร้านกาแฟที่สุด เพลงในอัลบั้มจะค่อนข้างฟังง่ายสบาย ๆ เนื้อเพลงเบา ๆ ที่พูดถึงความรักเป็นส่วนใหญ่

    แต่ใน Emerging Adulthood ที่ออกมาในปีนี้ งานเพลงของพี่แดนมีความเติบโตเช่นเดียวกับชื่ออัลบั้ม เพราะทั้งในแง่ของดนตรีและเนื้อร้อง พี่เค้าได้พัฒนาเพิ่มความหนักแน่นด้วย element ของดนตรี rock อัดแน่นเข้าไปในซาวน์ของทุกแทรคในอัลบั้ม และที่พีคกว่าคือเนื้อหาของเพลงยังพุ่งตรงไปที่การใช้ชีิิวิตในช่วงชีวิตที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนถ่ายจากวัยรุ่นไปสู่วัยผู้ใหญ่ สำหรับคนที่เคยฟังเพลงจากงานชุดแรกจะเซอไพรส์กับความแปลกใหม่ในเชิงความหนักแน่นและเคร่งเครียดกับเพลงในชุดนี้แน่นอน


    และเนื่องจากงานรีวิวชิ้นนี้ก็เป็นชิ้นที่สี่แล้ว ผู้เขียนจึงอยากลองเขียนอะไรใหม่ ๆ ด้วยการขอหยิบบทสัมภาษณ์ของหนุ่มแดนจาก The Line of Best Fit เว็บไซต์เพลงอินดี้ของประเทศอังกฤษที่ได้ไปทำการพูดคุยกับพี่แดนเกี่ยวกับเพลงใน Emerging Adulthood  มาแปล (และอาจมีการอีดิทบ้างประปราย อิอิ) ให้ชาว minimore ได้อ่านกัน ในบทสัมภาษณ์ พี่แดนได้ทำการเล่าเนื้อหาและแรงบัลดาลใจเกี่ยวกับทุกแทรคในงานชุดที่สองของเขา มาลองอ่านกันดูเลยดีกว่าว่า เบื้องหลังเพลงเพราะ ๆ ทั้ง 10 เพลงนั้น ความหมายที่แท้จริงแล้วเป็นยังไงกัน

    1. One of Us

    "ตอนที่ผมกำลังเริ่มเขียนเพลงสำหรับงานชุดนี้ใน Liverpool หลาย ๆ ครั้งที่ผมมีการหยุดพักจากการทำเพลงด้วยการไปทำนู่นชมนี่ และไอนิสัยนี้ก็ทำให้ผมเสพติดการดูสารคดีของพวกลัทธิอะไรพวกนี้ แม่งโคตรน่าทึ่งกับการที่พวกคนกลุ่มนี้ต้องเจอกับแรงกดดันจากสมาชิก และด้วยอะไรก็ไม่รู้ ผมก็เริ่มสัมผัสความรู้สึกเหล่านั้นกับการใช้ชีวิตของผม ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันที่จะต้องทำเพลงเอาใจกระแสหลัก (radio friendly) หรือด้านมืดของการออกทัวร์และเรื่องบ้าบอต่าง ๆ มากมาย แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อวัน ๆ หนึ่งจบลง ผมก็ต้องกลับมาเป็นตัวเอง กลับมาเป็นคนเดิมที่ไม่รู้สึกถึงความกดดันเวร ๆ พวกนั้น"

    2. Bad Boy

    "แทรคนี้เป็นเพลงที่ผมว่าทุกคนน่าจะต้องผ่านจุด ๆ นี้ในชีวิตกันมา มันเป็นช่วงชีวิตอารมณ์ประมาณว่า สาว ๆ ชอบผู้ชายแบบแบ๊ดบอย ต้องดูเลวดูแบ๊ด หรือแม้กระทั้งตัวผู้ชายเองก็อยากจะมีความแบ๊ด อยากเป็นแบ๊ดบอย อยากเท่ แล้วตอนที่ผมเขียนเพลงนี้ มันก็ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปในช่วงที่ผมยังเป็นวัยรุ่นอยู่ มันดูเป็นเรื่องราวที่ทุกคนน่าจะเข้าถึงได้ ผมว่าความกดดันอย่างหนึ่งในการเป็นศิลปินก็คือการแสดงความเป็นตัวคุณออกมาให้เป็นใครสักคนหนึ่งหรือเป็นอะไรก็ได้สักอย่าง ณ ตอนนั้นผมมองว่าศิลปินหรือวงดนตรีหลาย ๆ วงพยายามที่จะสร้างภาพตัวพวกเขาให้ตรงกับภาพลักษณ์ bad boy / bad girl ในงานชุดนี้ของผม ผมจึงเลือกที่จะแสดงว่าความตรงไปตรงมาไม่ว่ามันจะเป็นความจริงที่มืดมนสักแค่ไหน พูดง่าย ๆ 'Bad Boy' เป็นเพลงที่สื่อความเป็นตัวตนของคุณอะ"

    3. 24
    "เนื้อหาของเพลงนี้เป็นการพูดถึงประสบการณ์โดยตรงกับ 'ภาวะโรคตื่นตระหนก (panic attack)' เป็นครั้งแรก ตอนนั้นเพื่อนสนิทผมคนนึงได้แวะมาพักกับผมที่ Liverpool แล้วเราก็ได้ออกไปเที่ยวกันอย่างสุดเหวี่ยงตอนกลางคืน เช้าของวันถัดมาผมได้พบว่าเกิดสิ่งประหลาดกับตัวผม เหมือนผมเป็นบ้าอะไรอย่างนั้น แล้วก็มานั่งคิดว่าผมต้องหัวใจวายแน่นอน แต่จริง ๆ ผมก็รู้แหละว่าผมแค่ตื่นตระหนกไปเอง แต่หลังจากตอนนั้น ผมต้องใช้เวลาเป็นปี ๆ ในการอยู่กับโรคนี้และพยายามที่จะควบคุมมันให้ได้"


    4. January
    "ผมเกลียดเดือนมกรา!! และเพลงนี้คือสิ่งที่ผมต้องการจะบอก ในปีหนึ่ง ผมต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการที่ผมต้องไปออกทัวร์ในที่ ๆ ห่างไกลจากบ้าน หรือขังตัวเองอยู่ในสตูดิโอทำเพลง และพอทุกอย่างจบลง ผมก็เริ่มว่างมากขึ้น มีเวลามากขึ้น มันก็เป็นเดือนมกราแล้ว แล้วไอเดือนเวรนี้ก็เหมือนจุดเริ่มต้นของปีที่แสนโดดเดี่ยวของผมอีกครั้ง" 

    5. Sometimes When I'm Lonely
    "หลังจากมกราที่แสนโดดเดี่ยวผ่านไป ตอนที่ผมอยู่คนเดียว ผมมักจะมานั่งมองย้อนกลับไปในช่วงเวลาเก่า ๆ มากกว่าที่จะนั่งโฟกัสกับปัจจุบันหรืออนาคตของตัวเอง หลายครั้งที่ผมรู้สึกว่าการทำอัลบั้มชุดนี้มันช่างเป็นประสบการณ์ที่โคตรจะเหงาเลยนะ และผมก็รู้ตัวว่าผมทำตัวแบกโลกไว้คนเดียว ไหนจะอัดเพลงด้วยการเล่นทุกอย่างด้วยตัวผมเอง เขียนเพลงก็ทำอยู่คนเดียว ประสบการณ์พวกนี้ก็ทำให้ผมมานั่งกลืนกินแต่ความทุกข์จากความสัมพันธ์เก่า ๆ แล้วก็คิดแค่ว่าตอนนั้นเราน่าจะทำตัวได้ดีกว่านี้ ดังนั้นผมคิดว่าเพลงนี้น่าจะเกี่ยวกับการนั่งคิดถึงอดีตแล้วถามตัวเองว่า 'ถ้าตอนนั้นเรา... มันจะเป็นยังไง?'"

    6. Swim

    "ทุกเช้าก่อนเข้าสตูดิโอไปทำเพลงใน Atlanta ผมมักจะพยายามไปว่ายน้ำก่อนตลอด มันกลายเป็นกิจวัตรทีี่ผมชอบนะ ไม่ใช่แค่ผมจะได้ดำดิ่งกับความคิดของตัวผมอย่างเดียวนะ แต่ไอตอนว่ายนั้นเนี่ยมันเป็นช่วงเวลาที่ผมได้คิดถึงเรื่องอื่น ๆ ด้วย มันเหมือนเป็นการกดรีเซทสมองให้กลับไปโหมด default ก่อน ผมเคยมีแฟนอยู่นะ เป็นช่วงเวลาที่นานมาละ และก่อนที่ผมจะได้รู้จักกับเธอคนนี้อย่างจริงจัง สมองผมก็เป็นบ้า สั่งให้ผมคิดมากว่าผู้หญิงคนนี้มันจะรักเราคนเดียวป่าววะ?"

    7. Educate
    "ตอนเรียนที่โรงเรียน ผมไม่ใช่คนที่เรียนเก่งที่สุดนะ ผมอยู่โรงเรียนคาทอลิกมา ผมคิดว่าโรงเรียนนี้มันทำให้ผมมีความรู้สึกเหมือนถูกเลี้ยงมาแบบไข่ในหินเลยนะ ผมรู้สึกตลอดว่าข้างนอกมันต้องมีอะไรมากมายที่คนในโรงเรียนไม่เคยบอกมาก่อน มันเลยทำให้ผมรู้สึกอิจฉาพวกเพื่อนที่มีชีวิตโลดแล่นอยู่ภายนอก เพราะพวกเขาน่าจะมีความพัฒนามากกว่าชีวิตแบบผม มันเหมือนเป็นช่วงชีวิตที่ผมรู้สึกกบฏหน่อย ๆ อารมณ์ประมานว่าอยากให้คนอื่นนอกโรงเรียนมาสอนผม เป็นพวกคนที่ได้ออกไปใช้ชีวิตภายนอกจริง ๆ มีประสบการณ์จากโลกภายนอกจริง ๆ" 

    8. Away From Today

    "อัลบั้มนี้เกี่ยวข้องการกับเริ่มต้นเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ จริง ๆ ผมก็ไม่อยากทำให้มันรู้สึกซ้ำซากน้ำเน่าอะไรนะ แต่เอาจริง ๆ มันก็เกี่ยวข้องกับ 'การหาตัวตน' แหละ ความรู้สึกตอนทำงานชุดนี้มันถาโถมมากนะ เพลงนี้จึงเป็นเพลงที่พูดถึงการผลักตัวเองออกมาจากความเครียดตรงนั้น ออกมาพักผ่อน ให้เวลากับตัวเอง เพราะมันเป็นวิธีที่ดีที่จะทำให้คุณไม่กลายเป็นศัตรูของตัวเอง"

    9. Do You Have To?
    "ผมได้ตั้งเป้าหมายของการทำอัลบั้มนี้ไว้ นั่นคือการที่ต้องทำอะไรด้วยตัวเองทั้งหมด หมายความว่าตลอดการทำงานนั้น ผมต้องอยู่คนเดียวเป็นเวลานาน ๆ เมื่อไรที่มีเพื่อนแวะมาหาผม (หลัก ๆ คือมาเช็คว่าผมตายรึยัง) มันเป็นช่วงเวลาที่โคตรดีเลยนะ การได้พูดคุยพบปะกับคนอื่น แต่ความสุขเหล่านั้นย่อมมีวันหมดไปตลอดแหละ นั่นคือตอนพวกเพื่อนผมต้องกลับ และผมก็พบว่าไอตอนพวกมันกลับ ผมนั่งขอร้องพวกมันว่า 'ไม่กลับไม่ได้หรอ?' และก็พยายามทุกวิถีทางให้พวกมันอยู่เป็นเพื่อนผมต่ออีก"

    10. Tokyo
    "หกปีมาแล้วนะกับการเป็นศิลปินเดี่ยวของผม มันเป็นงานที่หนักหนามากเลยนะ เพราะไม่ใช่แค่ต้องคอยพยุงตัวเองให้รอด แต่เราก็ต้องให้การสนับสนุนกับวงดนตรีของเพื่อนผมอีกมากมาย ถึงอย่างนั้นผมก็มีเป้าหมายหลัก ๆ ในชีวิตเหมือนกัน และหนึ่งในนั้นก็คือการได้ไปออกทัวร์รอบโลก ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในจุดหมายที่สุดจะพิเศษสำหรับผมมาก ถือว่าเป็นจุดหมายที่ไกลบ้านผมและแตกต่างจากบ้านของผมอย่างสิ้นเชิง หลาย ๆ ครั้งที่ผมพบว่าตัวเองก็มีความอิจฉาวงอื่น ๆ หรือศิลปินอื่่น ๆ ได้ทำอะไรพวกนี้ แต่ผมก็รู้แหละว่าจริง ๆ แล้วผมเป็นคนที่ค่อนข้างชอบแข่งขัน และสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ผลักดันให้ผมต้องพยายามมากกว่านี้ในการที่จะไปแตะความสำเร็จแบบนั้น ผมมีแฟนเพลงที่น่ารักมากมายจากทั่วทุกมุมโลก และอีกหนึ่งเป้าหมายของผมคือการได้ทำเพลงและใช้ดนตรีของผมออกไปพบปะแฟนเพลงเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะไกลซักแค่ไหน ผมก็จะไปให้ได้"


    และนี่ก็คือการนั่งอธิบายเพลงต่าง ๆ ใน Emerging Adulthood จากปากของ Dan Croll ตัวจริงเสียงจริง จากการนั่งแปล ตัวผู้เขียนเองก็ได้เข้าใจมากขึ้นถึงความคิดความอ่าน รวมไปถึงมุมมองของพี่แดนในการเป็นศิลปินและความเป็นตัวตนของเขาจริง ๆ ที่มีความลึกในการใช้ชีวิต จิตวิญญาณความเป็นศิลปินที่แท้จริง หรือแม้กระทั่งความเปราะบางของอารมณ์ภายใต้ร่างผู้ชายที่ดูเข้มแข็งคนนี้

    หากใครสนใจลองอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับจริงก็สามารถคลิกจากลิ้งค์ด้านล่างในเครดิตได้เลย ผู้เขียนก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยถ้าหากมีการแปลที่ผิดพลาดตรงไหนก็ตาม และทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็อยากให้ชาว minimore ได้มาลองฟังเพลงของศิลปินหนุ่มจากแดนผู้ดีคนนี้ เผื่อยังไงพี่แดนจากจะได้แวะมาเล่นสด ๆ กันให้นักฟังเพลงในไทยได้ฟังกัน หากใครได้ลองฟังแล้ว คอมเม้นข้างใต้พูดคุยเกี่ยวกับงานของ Dan Croll ได้เหมือนเดิมเลยนะครับผม

    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    ปล. ในช่วงที่กำลังติ่งงานเพลงชุดนี้ ซึ่งหลัก ๆ เป็นเพราะชื่ออัลบั้มที่ดูโคตรจะมีอะไร เราก็ได้ทำการเสิชหาดูเล่น ๆ แล้วพบว่า "Emerging Adulthood" เป็นทฤษฎีที่ได้ัรับการเสนอเป็นครั้งแรกในปี 2000 จากนักจิตวิทยาที่มีชื่อว่า Jeffrey Arnett โดยเขาได้ทำการให้คำจัดกัดความ emerging adulthood ไว้ว่า:

    "Emerging adulthood is a phase of the life span between adolescence and full-fledged adulthood. ... It primarily applies to young adults in developed countries who do not have children, do not live in their own home, or do not have sufficient income to become fully independent in their early to late 20s. Emerging adulthood is the period between 18 and 25 years of age where adolescents become more independent and explore various life possibilities. Emerging adulthood is a new demographic, is contentiously changing, and some believe that twenty-somethings have always struggled with 'identity exploration, instability, self-focus, and feeling in-between.'" 
    (จาก wikipedia.org)

    พอได้มาอ่านตรงนี้ ก็ยิ่งทำให้คลั่งไคล้กับงานเพลงของพี่แดนหนักมากขึ้นไปอีก เพราะเพลงต่าง ๆ ก็จะวน ๆ กับคอนเส็ปท์เหล่านี้ ที่พูดการต้องดิ้นรนในเรื่องของตัวตนที่กำลังจะหายไปจากความเป็นวัยรุ่น ไปสู่จุดเริ่มต้นของตัวตนที่พัฒนาไปอีกขั้นกับความเป็นผู้ใหญ่ อ่านกันมาถึงจุดนี้แล้ว ไม่ฟังไม่ได้แล้วแหละ 55555555 

    Credit บทความและรูปภาพ: 
    https://www.thelineofbestfit.com/features/track-by-track/track-by-track-dan-croll-on-emerging-adulthood
    http://www.nydailynews.com/entertainment/music/dan-croll-grapples-emerging-adulhood-sophomore-album-article-1.3343275
    http://altcitizen.com/interview-an-early-morning-with-dan-croll/

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in