Me after people, places, and things.medusawrites
บันทึก | #umaywrite2020
  • ร้องไห้.

    หลิวไห่ควานกำลังร้องไห้ 

    น้ำตาหยดแล้ว หยดเล่า กำลังหยดลงจากดวงตาของหลิวไห่ควาน ชายรูปร่างผอมสูง ผู้เป็นเจ้าของสีหน้าเรียบเฉยที่ไม่ค่อยจะแสดงอารมณ์อะไรเท่าไหร่นัก ใบหน้างามยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย หากแต่ตอนนี้ดวงตาเรียวทั้งสองข้างกลับฉายแววโศกเศร้า หลิวไห่ควานไม่ได้สะอื้น เขาเพียงแค่ปล่อยให้น้ำจากดวงตาไหลออกมาอย่างช้าๆ โดยที่ไม่ได้พยายามจะหยุดตัวเองแต่อย่างใด

    หลิวไห่ควานไม่เคยเชื่อว่าจะมีอะไรใช้บันทึกความรู้สึกได้ดีไปกว่าน้ำใสๆที่ไหลออกจากดวงตาลงบนใบหน้าของคนเรา น้ำตาช่วยยืนยันได้ว่าความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกที่ไม่ได้คิดจินตนาการไปเอง น้ำตาเป็นสสารที่เกิดขึ้นเพื่อให้เราสามารถยืนยันกับตัวเองได้ว่าความรู้สึกที่ทำให้เกิดน้ำตาเหล่านี้ได้เกิดขึ้นจริง และตอนนี้น้ำตาบนใบหน้าของเขาก็เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดีถึงความคิดที่เขายึดติดจนกลายมาเป็นการไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเองในวันนี้

    วังจั๋วเฉิงยืนมองหลิวไห่ควานมาสักพักจากชานชาลาฝั่งตรงข้าม เขาเห็นตั้งแต่คนตัวสูงวิ่งขึ้นมาที่ชานชาลาฝั่งตรงข้าม ก่อนที่หลิวไห่ควานจะยืนนิ่งและปล่อยให้น้ำตาไหลบนใบหน้างามของเจ้าตัวอย่างน่าสงสาร วังจั๋วเฉิงกำลังมองคนที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าได้เห็นน้ำตา  ร้องไห้อยู่ที่อีกฝั่งของชานชาลารถไฟ ทันทีที่ดวงตาทั้งสองคู่สบกัน วังจั๋วเฉิงเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ก้อนสะอื้นกำลังไล่ขึ้นมาในระบบการหายใจของวังจั๋วเฉิง ก่อนจะพบว่าตัวเองเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายขึ้นมา ถึงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้ยินก็ตาม

    "ควานเกอ..."

    หลิวไห่ควานยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่กำลังไหลออกจากดวงตาทั้งสองข้างของตัวเองอย่างลวกๆ น้ำตายังไม่ยอมหยุดไหลง่ายๆ หลิวไห่ควานหายใจเข้าลึกๆ กลืนก้อนสะอื้นลงคอ พยายามควบคุมไม่ให้น้ำเสียงที่กำลังจะเปล่งออกมาสั่น

    "เฉิงจื่อ เกอ..."

    สีหน้าของหลิวไห่ควานไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย แต่ดวงตาทั้งสองข้างกลับสั่นระริก น้ำตาที่หยุดไหลไปก่อนหน้าเพียงชั่วครู่ กลับล้นเอ่อจากดวงตาไหลลงอาบแก้ม น้ำตาหล่นร่วงลงไปถึงปลายคางของคนตัวสูง วังจั๋วเฉิงที่ยืนอยู่ที่ชานชาลาฝั่งตรงข้าม พยายามอ่านปากของหลิวไห่ควาน เนื่องจากเสียงรถไฟและผู้คนบนชานชาลาทำให้เขาไม่ได้ยินว่าอีกฝ่ายพูดว่าอะไร เขาจับได้เพียงอีกฝ่ายเรียกชื่อเขา แต่ไม่รู้ว่าประโยคต่อมาหลิวไห่ควานกล่าวอะไร

    เสียงประกาศเตือนเวลาที่วังจั๋วเฉิงต้องขึ้นรถไฟดังขึ้น มือข้างที่ถือตั๋วรถไฟเอาไว้ของวังจั๋วเฉิงเผลอกำตั๋วรถไฟเอาไว้แน่นอย่างไม่รู้ตัว วังจั๋วเฉิงกำลังลังเล ดวงตากลมสวยของเจ้าตัวกำลังมองไปที่หลิวไห่ควานด้วยความรู้สึกสับสน เขาไม่เข้าใจ ไม่อยากจะเข้าใจ ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองเหมือนอย่างที่ทำมาตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับหลิวไห่ควาน 


    'ถ้าควานเกอไม่ได้รักผมจริงๆ...'


    'ถ้าเกอคิดว่าความรู้สึกของเกอมันไม่จริง...'


    'ถ้าผมจะไปจากเกอ...'


    ''เกอก็คงไม่ร้องไห้หรอกใช่ไหมครับ?...'


    น้ำตาที่กำลังไหลยืนยันให้คนเชื่อมั่นในตัวเองมาตลอดอย่างหลิวไห่ควานต้องยอมรับความรู้สึกของตัวเองอย่างหมดรูป ทั้งๆที่เขาเชื่อมาตลอดว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับวังจั๋วเฉิงไปมากกว่ารุ่นน้องคนสนิท หากแต่ตอนนี้น้ำตาที่กำลังไหลเปรอะเปื้อนบนใบหน้าของเขา เป็นบันทึกถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อวังจั๋วเฉิง เป็นความรู้สึกของเขาที่เกิดขึ้นจริง เขารู้สึกไปแล้ว ไม่ว่าตัวเองจะยอมรับหรือไม่ หลิวไห่ควานมองไปที่รถไฟที่กำลังเทียบเข้าชานชาลาฝั่งตรงข้ามที่วังจั๋วเฉิงกำลังยืนอยู่ เขามาช้าเกินไป วังจั๋วเฉิงกำลังจะไปจากเขาแล้ว




    .




    ร้องไห้.

    หลิวไห่ควานกำลังร้องไห้

    เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดใบหน้าที่กำลังแสดงความเศร้าอย่างไม่สามารถปิดบังได้อีก หลิวไห่ควานไม่สามารถห้ามเสียงสะอื้นของตัวเองได้ ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามมากแค่ไหน เขาปล่อยให้ตัวเองร้องไห้อย่างหมดสภาพ มองขบวนรถไฟที่กำลังจากไป พร้อมกับความรู้สึกที่หลิวไห่ควานเพิ่งจะยอมรับกับตัวเอง

    เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดใบหน้าที่กำลังแสดงความเศร้าอย่างไม่สามารถปิดบังได้อีก หลิวไห่ควานไม่สามารถห้ามเสียงสะอื้นของตัวเองได้ ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามมากแค่ไหน ไหล่กว้างของหลิวไห่ควานสั่น เขาปล่อยให้ตัวเองร้องไห้อย่างหมดสภาพ มองขบวนรถไฟที่กำลังจากไป พร้อมกับความรู้สึกที่หลิวไห่ควานเพิ่งจะยอมรับกับตัวเอง

    เขารักวังจั๋วเฉิง

    "ร้องไห้ทำไมครับ?"

    เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหลัง หลิวไห่ควานรีบหันกลับไปดูในทันที วังจั๋วเฉิงกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมกับน้ำตาบนใบหน้า น้ำตาที่เป็นบันทึกความรู้สึก บันทึกที่บอกกับเขาว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง บันทึกที่ทำให้เขารู้ว่าวังจั๋วเฉิงรักเขามากแค่ไหน

    "เฉิงจื่อ..."

    "ยอมรับได้หรือยังว่าชอบผม? หรือนี่ก็แค่ร้องไห้เพราะผมจะไม่อยู่กับ..."

    "เกอรักเฉิงจื่อ..."

    หลิวไห่ควานไม่รอให้วังจั๋วเฉิงพูดจนจบประโยค เขาพูดความรู้สึกของตัวเองออกไปพร้อมด้วยเสียงสะอื้น หลิวไห่ควานจะไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่าไปอีกแม้แต่วินาทีเดียว เขาพูดประโยคบอกรักที่เพิ่งกล่าวออกไปซ้ำไปซ้ำมา หากแต่ฟังไม่ได้ความ เพราะเสียงสะอื้นที่ดังขึ้นเรื่อยๆจากการร้องไห้ของคนตัวสูง วังจั๋วเฉิงปล่อยให้น้ำตาของตัวเองไหล เขาไม่ได้สะอื้น และน้ำตาที่กำลังไหลก็ไม่ใช่เพราะความเศร้า หากแต่เป็นความดีใจ

    หลิวไห่ควานรักเขา

    "ผมก็รักควานเกอครับ"


    นับตั้งแต่วินาทีนี้น้ำตาของหลิวไห่ควานและวังจั๋วเฉิงคือบันทึกความรู้สึกของคนทั้งคู่ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริง ความรู้สึกที่ต่อให้ไม่ยอมรับหรือปฏิเสธตนเองมากแค่ไหน พวกเขาก็รู้สึกไปแล้ว



    รัก.




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in