Me after people, places, and things.medusawrites
ผี | #umaywrite2020
  • ยังไม่ตาย.

    หลิวไห่ควานลืมตาขึ้นมองเพดานห้องสีขาว ห้องนอนสี่เหลี่ยมจัตุรัสผนังสีขาวไข่สี่ด้านโล่ง มีเพียงเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นอย่างเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า เครื่องปรับอากาศ โต๊ะนั่งเล่นและเก้าอี้ ห้องที่เขาเป็นเจ้าของมาตั้งแต่เขาจำความได้ แต่ไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงตัวตนของเจ้าของห้องอย่างหลิวไห่ควานเลยแม้แต่น้อย เขาหายใจเข้าลึกๆ เพื่อยืนยันสัญญาณแห่งการมีชีวิตของตนเองอีกครั้ง หลิวไห่ควานลุกขึ้นจากเตียง เก็บที่นอนโดยแทบจะไม่ต้องคิด ร่างกายของเขาขยับเองด้วยความเคยชิน ก่อนจะเดินตรงเข้าไปจัดการตัวเอง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการไปทำงาน บ้านทั้งหลังของครอบครัวของหลิวไห่ควานมีสัญญาณของสิ่งชีวิตเพียงเวลาที่เจ้าของบ้านอย่างหลิวไห่ควานตื่นนอนอย่างในเวลานี้เพียงเท่านั้น อาจจะมีเสียงของแมวจรจัดที่หลงมาเรียกหาอาหารบ้าง นอกเหนือจากนั้นบ้านหลังนี้ก็เงียบราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัย หรือต้องการที่จะอาศัยอยู่ที่นี่

    หลิวไห่ควานแต่งกายด้วยเสื้อเชิ๊ตสีขาวและกางเกงสแล็คสีดำในทุกวันที่ต้องทำงาน ส่วนเวลาที่ไม่ต้องไปทำงาน เขาก็เปลี่ยนจากเสื้อเชิ๊ตขาวเป็นเสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงสแล็คสีดำเป็นกางเกงยีนและรองเท้าผ้าใบเพียงเท่านั้น หลิวไห่ควานถอนหายใจให้กับการเริ่มต้นชีวิตประจำวันของตนในอีกวัน เทน้ำร้อนใส่กาแฟดำสำเร็จรูปอย่างที่ทำในทุกเช้า ทันทีที่กาแฟร้อนสีดำรสชาติขมปร่าหมดลง เขาจะล้างแก้วกาแฟ ก่อนจะหยิบหนังสือที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ต้องสอนในวันนี้มาอ่านทบทวนใหม่อีกครั้ง อาจารย์สอนปรัชญาในมหาวิทยาลัยอย่างหลิวไห่ควาน ไม่ได้เป็นบุคคลที่ใครจะจดจำได้ นอกจากเพื่อนร่วมงานในสาขาวิชาเดียวกัน 2-3 คน และนักศึกษาที่เขาเป็นที่ปรึกษา นอกเหนือจากนั้นคือนักศึกษาที่ลงเรียนวิชาของเขาในแต่ละเทอมที่มีไม่ถึง 20 คนเสียด้วยซ้ำไป และตอนนี้เขาไม่ได้เหลือความพลุ่งพล่านในการสอนเหมือนสมัยที่เริ่มสอนใหม่ๆแล้ว ตอนนี้หลิวไห่ควานเหลือเพียงหน้าที่ที่ต้องไปทำในแต่ละวินาทีที่ยังมีชีวิตอยู่ก็เท่านั้น หลิวไห่ควานใช้ชีวิตราวกับ ผี ที่ไม่มีใครมองเห็น ไม่มีใครสนใจ แตกต่างเพียงแค่หลิวไห่ควานยังมีลมหายใจแค่นั้น

    "มาเช้าเหมือนเดิมเลยนะครับ ไห่ควาน"

    เสียงใสของเพื่อนร่วมงานดังขึ้นระหว่างที่หลิวไห่ควานกำลังนั่งนิ่ง ดวงตาไม่ได้โฟกัสอะไรมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย หลิวไห่ควานเพียงแค่นั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เพื่อรอให้ถึงเวลาคลาสของเขาและลุกจากโต๊ะของเขาไปที่ห้องเรียน

    "ไห่ควาน..."

    เพื่อนร่วมงานของหลิวไห่ควาน วังจั๋วเฉิง ดอกเตอร์วังจั๋วเฉิง อาจารย์ภาควิชาปรัชญาที่อายุน้อยที่สุดของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผู้เป็นศูนย์รวมของความมีชีวิตชีวาของภาควิชาปรัชญา ด้วยความเป็นมิตร และรอยยิ้มแสนจริงใจอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว เอ่ยปากเรียกเพื่อนร่วมงานของตนอีกครั้ง เมื่อหลิวไห่ควานหันมาสบตากลมโตของตน วังจั๋วเฉิงจึงระบายรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของตนให้อีกฝ่ายอย่างที่ทำให้เป็นประจำ หลิวไห่ควานพยักหน้าทักทายเพื่อนร่วมงาน ก่อนจะหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับเข้าไปสู่ความเงียบ เพื่อนสนิทของเขาอีกครั้ง วังจั๋วเฉิงส่ายหัวยอมแพ้กับความไร้ชีวิตของหลิวไห่ควาน เพื่อนร่วมงานของตน คนที่ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ไม่ชอบมีตัวตน จนเกือบจะกลายเป็น ผี ที่ยังมีชีวิตอยู่แล้ว




    .




    ยังมีชีวิตอยู่.

    เมื่อจบคลาสสอน ร่างที่ยังมีวิญญาณของหลิวไห่ควานเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานของตนในห้องพักอาจารย์ เก็บของใส่กระเป๋า เพื่อจะกลับบ้านอย่างที่ทำเหมือนเดิมในทุกวัน โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ไม่ได้ทักทายหรือกล่าวลาใคร หลิวไห่ควานหายใจเข้าลึกๆอีกครั้งระหว่างเก็บของ พลันสายตาของหลิวไห่ควานหันไปมองที่โต๊ะของเพื่อนร่วมงานที่ถ้าเป็นวันปกติจะต้องเอ่ยลาเขาแล้ว หากแต่วันนี้ไม่ปกติ วันนี้ไม่มีวังจั๋วเฉิงกล่าวลาเขา วันนี้ผีอย่างหลิวไห่ควาน ไม่มีใครเรียกหา ไร้ตัวตนจริงๆแล้วสินะ

    'กลับแล้วหรอครับ ไห่ควาน?'

    'กลับบ้านดีๆนะครับ ไห่ควาน'

    'พรุ่งนี้เจอกันนะครับ ไห่ควาน'

    วังจั๋วเฉิงจะเอ่ยคำเหล่านั้นจนกว่าหลิวไห่ควานจะพยักหน้ารับ หากแต่วันนี้ไม่มีเสียงใส ไม่มีรอยยิ้มกว้าง ไม่มีดวงตาอันเป็นมิตร และไม่มีการปรากฏตัวของวังจั๋วเฉิง หลักฐานเพียงไม่กี่อย่างในแต่ละวันของหลิวไห่ควานว่าเขายังมีชีวิตอยู่ หลิวไห่ควานหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่ได้สังเกตตัวเองเลยว่ามือขยับเก็บของช้าลง เหมือนกำลังรอเวลา รอให้อีกฝ่ายปรากฏตัว รอได้ยินเสียง ได้เห็นรอยยิ้มของวังจั๋วเฉิงเสียก่อน ถึงจะยอมกลับบ้าน

    'ไห่ควาน...'

    'ไห่ควาน...'

    'ไห่ควาน...'



    "ไห่ควานครับ..."

    เสียงเรียกของวังจั๋วเฉิงทำให้หลิวไห่ควานหลุดจากภวังค์ รอยยิ้มของคนข้างตัวทำให้เขารู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ หลิวไห่ควานยังไม่ตาย และก็คงจะไม่มีวันตาย หากเขายังได้เห็นรอยยิ้มของวังจั๋วเฉิงเหมือนอย่างตอนนี้ หลิวไห่ควานยื่นมือออกมาจับมือของอีกฝ่ายเอาไว้ ไม่ได้กล่าวอะไร วังจั๋วเฉิงคลี่ยิ้มกว้างอีกครั้งให้คนข้างตัวที่ยังคงเงียบเหมือนกับวันแรกที่เจอกัน หลิวไห่ควานรู้ว่าต่อให้เขาจะไม่มีตัวตน หรือดูเหมือน ผี ที่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งหมดนั่นไม่สำคัญเลย หากมือของเขายังจับอยู่กับมือของวังจั๋วเฉิงเหมือนในเวลานี้ และต่อให้หลิวไห่ควานไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่วังจั๋วเฉิงจะเป็นหลักฐานยืนยันการมีชีวิตอยู่ของเขาเสมอไป อย่างที่เป็นมาตลอดเสมอมา




    .

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in