SCENE TAKE ROLLunnderbar__
YOU (Season 1) : Everythingship
  • "บางครั้ง คนเราก็ยอมทำเรื่องเลวร้ายเพื่อคนที่เรารัก 

    ไม่ได้แปลว่ามันเป็นเรื่องถูกต้อง แต่มันแปลว่าความรักสำคัญกว่า"




    YOU (Season 1 : 2018) ซีรีส์ทาง Netflix สร้างจากหนังสือนิยายชื่อเรื่องเดียวกัน (YOU) แต่งโดย Caroline Kepnes ซึ่งมีแปลเป็นภาษาไทยแล้วโดยสำนักพิมพ์ Merry-Go-Round Publishing เป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดการร้านหนังสือ "โจ" ผู้มีบุคลิกภายในเข้าขั้นโรคจิต เป็นพวกสตอล์กเกอร์ ที่พยายามทำทุกวิถีทางให้ "เบค" สาวสวยผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียนซึ่งพบกันในร้านหนังสือตกหลุมรักเขาให้ได้

     




    โจเป็นคนฉลาด แก้สถานการณ์เก่ง มีไหวพริบ และอ่านคนเก่งมาก ภายนอกดูเป็นคนปกติธรรมดา แต่ข้างในจิตใจมีความหมกมุ่นจนเข้าขั้นโรคจิต โดยเราจะรู้ว่าโจคิดอะไรทั้งหมด จากผู้บรรยายซึ่งนั่นก็คือตัวเขาเอง เป็นบทบรรยายที่สนุกทีเดียว บางตอนก็ใช้ส่วนนี้เป็นลูกเล่นในการใส่อารมณ์ขันเข้าไป ไม่งั้นบทพระเอกคงจะจืดกว่านี้ ส่วนเบคเป็นผู้หญิงสวย แต่ก็ไม่ใช่คนเพอร์เฟค เป็นคนธรรมดามากๆที่มีอยู่ในสังคม อยู่ในเมืองใหญ่ มีความฝัน คล้อยตามคนง่ายแต่ก็ไม่เชิงหัวอ่อนสะทีเดียว เล่นโซเชียลมีเดียเป็นกิจวัตร มีสังคม มีกลุ่มเพื่อนสนิทที่ไม่รู้ว่าสนิทใจกันจริงหรือไม่
     



    ซีรีส์แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เรื่องความรักของคน กับตัวเอกที่มีคาแรกเตอร์ซ่อนเร้น สิ่งที่แสดงออกกับสิ่งที่อยู่ในใจไม่เหมือนกัน บท Narrator จึงทำให้เราหยั่งลึกความรู้สึกนั้น เหมือนเข้าไปอยู่ในหัวสมองของโจ ที่ป่วยไข้เข้าขั้นวิปริตจนน่ากลัว แต่พอดูไปเรื่อยๆเราจะรู้ว่าอะไรที่ล่อหลอมให้พระเอกเป็นคนแบบนี้ (ประหนึ่งมี life coach ส่วนตัว) กับความสัมพันธ์แบบคาดหวัง หมกมุ่น การก้าวข้ามเส้นของสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นความรักกับความหลงใหลจนเข้าข่ายโรคจิต กับพฤติกรรมสตอล์กเกอร์ ทั้งสืบและค้นอย่างที่คนปกติไม่ทำกัน เป็นความรักแบบผมรักคุณ คุณจะต้องรักผมคืนสิ ผมทำทุกอย่างเพื่อคุณ คุณมีชีวิตที่ดีแบบนี้ได้เพราะผมนะเห็นไหม เราเกิดมาเพื่อเป็นของกันและกัน 

    แค่นี้ก็ชวนให้อึดอัดแล้ว



    เรื่องราวก็ดำเนินไปเรื่อยๆ ซึ่งพระเอกจะเป็นผู้ชักใย เป็นผู้ทำให้เกิด โดยใช้ประโยชน์จากสื่อโซเชียลมีเดียที่สมานเข้ากับเส้นเรื่องจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน เพราะโจสืบเรื่องของเบคจากสื่อสังคมออนไลน์แทบทั้งนั้น และช่องทางออนไลน์เหล่านี้ก็เป็นเหมือนตัวแทนการมีอยู่ของคนเรามากกว่าการแสดงบัตรประชาชนเสียอีก มันคือสิ่งที่คนทั่วไปเชื่อและยึดติดกับมันมาก ซึ่งโจก็เข้าใจกลไกนี้เป็นอย่างดีและใช้ประโยชน์จากมัน เข้าพัวพันกับเรื่องรอบตัวและผู้คนรอบข้างของนางเอกทั้งหมด จนเลยเถิดบานปลาย กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตจนถึงจุดแตกหักในช่วงท้าย ซีรีส์เล่นกับความซับซ้อนของจิตใจมนุษย์ ว่าเราทั้งหมดล้วนมีทั้งด้านดีและด้านที่ไม่ดีอยู่ในตัว แม้กระทั่งนางเอกซึ่งในบางทีก็ไม่ได้ดูเป็นเหยื่อเสมอไป และถึงท้ายที่สุด คนเราล้วนหาข้ออ้างให้ตัวเองเมื่อได้ทำผิดอะไรสักอย่าง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสะอิดสะเอียนเหลือเกิน ที่โจเชื่อว่าข้ออ้างทั้งหมดของเขานั้น มันคือสิ่งที่เรียกว่าความรัก




    สำหรับเรื่องนี้เราดูได้เพลินๆ ถึงช่วงแรกจะไม่ค่อยหวือหวามาก แต่ก็น่าติดตามประมาณนึง มันครึ่งๆกลางๆ ไม่ได้รู้สึกโรแมนติกอะไร เพราะรู้ว่าพระเอกข้างในใจมันป่วยมาก ทำเรื่องแย่ๆแต่สามารถหาเหตุผลมารองรับได้ตลอด ซึ่งมันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวในลักษณะที่ว่าทำเพื่อตัวเอง แต่มันเชื่ออย่างนั้นจริงๆว่าสิ่งที่ทำเพราะความรักที่มีให้นะ ตรงนี้แหละที่น่ากลัวมากๆ คือเกินเยียวยาแล้ว แบบยังไงๆฉันก็ไม่ผิด นางเอกบางทีก็ดูน่าสงสาร บางทีก็น่ารำคาญ ชอบดีไซน์ห้องกระจกชั้นใต้ดินด้วย ดูโรคจิตขั้นสุด เนื้อเรื่องเดาได้ไม่ยาก แต่ก็พอมีให้ลุ้นพลิกไปพลิกมาในตอนท้าย ชอบเรื่องของพีชเพื่อนนางเอก มันดูเรียลและรู้สึกว่าคนแบบนี้มีอยู่จริง แต่ไม่ค่อยซื้อเรื่องของพาโคเท่าไร

    ความจริงรู้สึกว่าแผลเยอะพอสมควร บางตอนไม่ค่อยน่าเชื่อ แต่ก็พอมองข้ามไปได้ สิ่งที่ทำให้ยังไปกับเรื่องได้จริงๆ คือการตัดสินใจจะทำหรือไม่ทำอะไรของพระเอก กับเรื่องปมในอดีตที่ค่อยๆแทรกเข้ามาให้เราอยากรู้อยู่เรื่อยๆ แถมทิ้งเชื้อไว้ให้อยากดูต่อซีซั่นหน้าอีก แต่สิ่งที่ได้หลังจากการดูจบจริงๆก็คือ ถ้าชีวิตเราได้มาเกี่ยวพันธ์กับคนแบบนี้คือโคตรซวย 

    แล้วนางเอกในเรื่องคือที่สุดของความซวย

    .


      
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Sarane Champa (@Sarane)
เราดูเป็นตลกร้าย ดูไปก็ฮาไป ทั้งๆที่ควรจะอึดอัด
unnderbar__ (@unnderbar__)
@Sarane ไม่อึดอัดเหมือนกันค่ะ เอือมความโรคจิตพระเอก 5555
Sarane Champa (@Sarane)
@unnderbar__ 555555