SCENE TAKE ROLLunnderbar__
MY FAV TOP10 MOVIES 2018

  • แล้วก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วอีก 1 ปี เป็นปีที่มีหนังดีๆให้ดูเยอะมาก พร้อมกับการผลิตหนังอย่างขยันขันแข็งของ netflix จึงขอสรุปความชอบและความประทับใจในหนังที่ได้ดูในปี 2018 ที่ผ่านมา เก็บรวบรวมไว้เป็นลิสต์ส่วนตัว แบบไม่เรียงลำดับความชอบก่อนหลัง เพราะเรียงไม่ได้ แค่คัดมาแค่ 10 เรื่องนี่ก็ยากแล้ว


    เริ่มกันเลย




    • Burning
               ผู้กำกับ : Lee Chang Dong
               นักแสดงนำ : Yoo Ah In, Jun Jong Seo, Steven Yeun

               ข้อมูล IMDB

    พอได้ยินว่าจะมีการนำงานเขียนของมูราคามิมาทำเป็นหนัง เราก็ตั้งตารอคอยเลย เพราะมันน่าสนใจมากๆ ซึ่งมาจากหนังสือรวมเรื่องสั้นของมูราคามิ "เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน" ชื่อตอน "มือเพลิง" เหมือนกับชื่อหนัง ซึ่งหากใครได้อ่านแล้วก็จะคิดว่ามันจะเอามาทำเป็นหนังยาวได้ยังไง เพราะมันคือเรื่องสั้นแบบสั้นจริงๆ แถวๆฉากปุ๊นนะแหละ แล้วจบแบบคลุมเคลือ แต่ผู้กำกับได้ปรับเปลี่ยนเรื่องในหนังสือเล็กน้อย พร้อมใส่เรื่องอื่นขยายลงไป อย่างเรื่องชนชั้นนี่ชัดมากๆ ชอบบรรยากาศ ความอึดอัด กระอั่กกระอ่วนของเรื่อง พาไปสู่จุดแตกหักของพระเอกในตอนจบ ติดตาและตราตรึงไม่ลืม นางเอกก็ไม่น่าเชื่อว่าเล่นเรื่องนี้เรื่องแรก แถมหนังยังคุมโทนหนังสือของมูราคามิได้ดี เพราะเรารู้สึกว่างานของมูราคามิจะเด่นที่บรรยากาศ ความคลุมเคลือ รู้สึกเหมือนได้อ่านหนังสือออกมาเป็นภาพ เป็นหนังที่มีความเป็นตัวตนของผู้กำกับและคนเขียนอยู่ในนั้นด้วย 




    • Phantom Thread
               ผู้กำกับ : Paul Thomas Anderson           
               นักแสดงนำ : Daniel Day-Lewis, Vicky Krieps
               ข้อมูล IMDB

    ตั้งแต่ดูหนังของ Paul Thomas Anderson มาเรื่องนี้น่าจะดูง่ายสุด ดูมีเรื่องราวให้จับต้น กลาง ปลาย ชอบเรื่อง ดูเป็นความสัมพันธ์ของคนสองคนที่ประหลาดๆ ชอบความติสท์แตกของคาแรคเตอร์ตัวพระเอกมาก แดเนียลเดเล่นได้โคตรมีเสน่ห์ นางเอกก็เล่นประกบได้ดี โดยเฉพาะฉากตอนเซอร์ไพรส์บนโต๊ะอาหาร ไม่จมไปกับเรื่องทั้งๆที่เจอดาราเบอร์ใหญ่ หนังสวย ประณีต ดูละเมียดในทุกๆฉาก ทั้งยุค เสื้อผ้า แน่นอนว่าเสื้อผ้าต้องสวย ผู้คน ดูศิวิไลซ์ไปหมด ชอบทุกๆอย่างที่อยู่ในหนังเลย ยิ่งจังหวะตอนขมวดเรื่องจบอันเลื่องลือ ทำให้หนังค้างติดตาตรึงใจ วนอยู่ในหัว เอากลับมาคิดอีกหลายวัน น่าจะเป็นหนังออสการ์ของปีแล้วที่ชอบที่สุดเลย (แต่ได้ดูปีนี้)




    • Girls Don't Cry
               ผู้กำกับ : เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์                      
               นักแสดงนำ : BNK48

    ความจริงเฉยๆกับวง BNK แต่ชอบและติดตามผลงานของพี่เต๋อ ตอนที่ทำสารคดีเรื่องพี่แว่นเราก็ชอบ พอเรื่องนี้เห็นว่านวพลทำก็เลยไปดู แต่ถ้าใครฟอลแกในทวิตเตอร์ก็คงไปดูแหละ โดนพลังการโปรโมทบิ้วท์ขนาดนั้น 55555 ดูจบรู้สึกเกินคาด เพราะก็คิดเอาไว้ว่าคงประมาณหนึ่ง แต่คือชอบมาก ดูสนุกไหลลื่น เหมือนเรื่องมันเล่าให้คนที่ไม่ได้อินกับวงมากก็สามารถดูได้ แถมได้ความดราม่าแบบไม่คาดคิด ถึงจุดหนึ่งหนังยังทำให้เราซึ่งอยู่วงนอกมากๆ น้ำตาไหลได้ ในเรื่องนี้ฉากน้องเจนคือเดอะเบสสำหรับเรา จังหวะ สีหน้า น้ำเสียงฉากนั้นมันลงล็อคทุกอย่างเหมือนเซตมา แต่ความจริงคือโคตรเรียล เป็นหนังวัยรุ่นที่ทำให้เรากลับไปคิดถึงช่วงอายุตอนนั้น มันก็มีเรื่องว้าวุ่น เรื่องที่เราคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในโลกตอนนั้นแล้ว แต่เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปตามช่วงวัย ที่สำคัญคือชอบดนตรีประกอบของจิตดีด้วย อยู่ในทุกอณูของหนังเลย ดีมากๆ




    • A Quiet Place
               ผู้กำกับ : John Krasinski             
               นักแสดงนำ : Emily Blunt, John Krasinski, Millicent Simmonds

           ข้อมูล IMDB


    หนังเรื่องนี้เด่นเรื่องบรรยากาศสุดๆ ทั้งความเงียบ ความเสียวสันหลังวาบๆ หนังวันสิ้นโลกแบบนี้คิดไว้แล้วว่าเราตายคนแรกแน่นอน ไม่น่ารอด สถานการณ์ในหนังมันปูให้เข้าสู้ฉากหวาดเสียวจนต้องปิดตาอยู่ตลอดเวลา ความจริงมันก็เดาได้นะ แต่เรื่องมันก็ยังทำถึง ขนาดบางฉากที่เรารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปก็ยังน่าหวาดเสียวอยู่ดี ชอบบรรยากาศมาก ดูในโรงคือเหมือนทุกคนกลั้นหายใจ ไม่มีแม้แต่เสียงดูดน้ำ มันเงียบแบบเงียบจริงๆ ลุ้นจนเกร็ง พอมาถึงฉากไคลแมกซ์นี่พีคมาก น้ำตาไหล (อีกแล้ว) อิน เป็นหนังตื่นเต้นระทึกขวัญที่ชอบมากในปีนี้




    • Ryuichi Sakamoto: CODA
               ผู้กำกับ : Stephen Nomura Schible                     
               นักแสดงนำ : Ryuichi Sakamoto

           ข้อมูล IMDB


    เรื่องนี้เคยเขียนไว้ก่อนหน้าแล้ว (Ryuichi Sakamoto: CODA : Music requires peace) ดูแล้วชอบคุณลุงริวอิจิมาก คือต่อให้หนังมันเฉยๆ แต่เรื่องของคนๆนี้มันดี มันก็ทำให้ดีไปหมด ดูแล้วอิน ซึ่งตัวเองเป็นคนแพ้ทางหนังเกี่ยวกับเพลงอยู่แล้ว พอเจอเรื่องของคนที่มีแรงบันดาลใจในเรื่องดนตรีมากๆ มันรู้สึกเต็มตื้น ได้รู้วิธีคิด วิธีการทำงาน วิธีใช้ชีวิตของคนที่สุดยอดคนหนึ่ง มันดูน่าทึ่งไปหมด แล้วแกดูเป็นคนน่ารัก ถ่อมตัวมาก ซึ่งความจริงหนังถ้าให้ดูโดยรวมค่อนข้างเนือยๆไปหน่อยสำหรับเรา แต่ติดโผเข้ามาได้ เพราะพลังของผลงานเพลงและพลังของคุณลุงริวอิจิโดยแท้ เปิดโลกการฟังเพลงให้เราด้วย เพราะเทสคุณลุงล้ำเหลือเกิน ขอชาบู





    • First Man
               ผู้กำกับ : Damien Chazelle                               
               นักแสดงนำ : Ryan Gosling, Claire Foy

           ข้อมูล IMDB


    นอกจากหนังเพลงแล้ว หนังอวกาศคืออีกหมวดที่เราจะแพ้ทาง และเรื่องนี้เป็นอวกาศแบบเหงาๆ กับผู้ชายที่กวาดบทคนเหงามาแล้วทั่วราชอาณาจักร ไรอัน กอสลิ่งแสดงเป็นนีล อาร์มสตรอง คนที่เคยได้ยินชื่อมาตั้งแต่ตอนเรียน สปช. แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาเป็นคนยังไง ชีวิตเป็นแบบไหน รู้อีกทีก็เหยียบดวงจันทร์ได้แล้ว ซึ่งโมเมนต์ตอนนั้นดีมากๆ ดูแล้วลุ้นๆแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าทำสำเร็จ แล้วความเงียบของอวกาศในเรื่องนี้มันสุดๆ ทั้งเงียบและทั้งเหงา หนังค่อนข้างเรียบเอื่อย แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับเรา ดูได้เรื่อยๆ เป็นคนอินกับเรื่องนาซ่า คือปกติหนังอวกาศเทคโนโลยีมันจะล้ำมาก แต่เรื่องนี้รู้สึกกระป๋องกระแป๋ง พร้อมพังตลอดเวลา ฮ่าๆ สนุกกับเรื่องยานอวกาศแต่อึดอัดกับตัวละคร (ตามที่หนังอยากให้เป็น) เพราะพระเอกเป็นคนงำ ไม่ได้เป็นคนแสดงออกด้วยคำพูด และมีปมมาก เก็บสะสมมาจนถึงจุดที่หนังปลดล็อคให้มันดีมากเลย ชอบงานของผู้กำกับ ดาเมียน ชาเซลด้วย ขนาดทำเรื่องนีล อาร์มสตรอง ยังใส่เพลงแจ๊สเข้าไปได้อีก น้องจะติดตามเป็นทาสหนังพี่ตลอดไป




    • Lady Bird
               ผู้กำกับ : Greta Gerwig                                
               นักแสดงนำ : Saoirse Ronan, Laurie Metcalf, Tracy Letts

           ข้อมูล IMDB


    เป็นอีกเรื่องของออสการ์ปีที่แล้วที่ชอบมาก ชอบตั้งแต่ทีเซอร์ ชอบเซอร์ช่าด้วย คือดูหนังที่เซอร์ช่าเล่นแล้วชอบเกือบทุกเรื่อง ตั้งแต่ Brooklyn ย้อนไปถึงเด็กผีใน Atonement แรกๆอาจจะเหมือนหนังวัยรุ่นมันๆเรื่องหนึ่ง แต่หลักๆคือเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของแม่กับลูกสาวช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ถือเป็นหนัง coming of age ที่ดีมากๆเรื่องหนึ่งสำหรับเรา นางเอกมีความกบฎนิดๆ อยากจะหนีออกไปจากกรอบ หนีออกไปจากเมืองที่อยู่ ดูแล้วรู้สึกตั้งคำถามว่าความเป็นตัวตนของเรามันคืออะไรกันแน่ พล็อตก็เล่าเรื่องธรรมดาทั่วๆไป แต่หนังนำเสนอเรื่องละเอียดอ่อนได้ดี จังหวะดี ไม่มากไม่น้อย พอดีไปหมด เป็นเรื่องที่ทำให้บทสนทนาธรรมดาๆ ดูพิเศษขึ้นมาได้ อย่างคำพูด "What if this is the best version?" ฉากแม่กับลูกสาวคุยกันในรถตอนต้นเรื่อง หรือฉากที่แม่ไปส่งที่สนามบินคือชอบมาก ทำให้ซึ้งและเข้าใจไปพร้อมๆกัน คุณแม่เล่นดี เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนก็เป็นมุมที่น่ารัก ดูกี่รอบก็จะน้ำตาไหลกับฉากเดิมๆทุกครั้ง เป็นหนังที่ให้ความอบอุ่น และน้องทิมมี่ (Timothee Chalamet) มาน้อยแต่คลู คนอะไรทำไมเล่นบทคูลๆได้คลู๊คลู เลิฟ 




    • Annihilation
               ผู้กำกับ : Alex Garland
               นักแสดงนำ : Natalie Portman, Jennifer Jason Leigh, Tessa Thompson
    ชอบเรื่องนี้เพราะจินตนาการ งานภาพ การดีไซน์สิ่งประหลาดๆในโลกหลังม่านสีรุ้ง มันสวยแล้วก็น่าขนลุกไปพร้อมๆกัน รู้สึกเป็นงานขั้นกว่าของ Ex machina กับเรื่องประเด็นต่างๆ เรื่องโรคภัย ความเป็นมนุษย์ ซึ่งถ้าจะให้พูดจริงๆมันลึกซึ้งมาก แต่หนังก็ทำออกมาให้ดูง่าย (พอมาถึงตอนจบ ชักไม่แน่ใจ) ดูสนุก มีความล้ำหลายอย่าง และทำให้เราได้ลุ้นไปพร้อมๆกับตัวละคร แถมซ่อนสัญลักษณ์การเปรียบเทียบไว้เยอะมาก ใส่แบบเต็มข้อ ชนิดที่ว่าคนที่ชอบดูหนังแล้วชอบตีความต้องสนุกสุดๆไปเลย กับโมเมนต์มหากาพย์ความเซอร์ในตอนสุดท้าย คือมีสองอย่าง ถ้าไม่ดวงตาเห็นธรรมก็เหวอรับประทานกันไป 55555




    • ROMA
               ผู้กำกับ : Alfonso Cuaron                                
               นักแสดงนำ : Yalitza Aparicio, Marina de Tavira, Diego Cortina Autrey

           ข้อมูล IMDB


    สำหรับเรื่องนี้ไม่พูดเยอะแล้ว เจ็บคอ เคยเขียนไว้แล้วเป็นตอนแรกเลย (ROMA : AMOR) หนังเล่าเรื่องชีวิตธรรมดาๆ แต่ถึงใจ ถึงอารมณ์ ภาพสวยจัดๆ สวยมากๆ แต่เห็นว่าใช้ cg เยอะมากๆเหมือนกัน เสียงก็เป็นอีกอย่างที่ดีงาม พวกเสียงบรรยากาศ คนจอกแจกจอแจที่อยู่พื้นหลัง ลองเทคโชว์ของ โชว์ความสามารถผู้กำกับแบบที่สุด ดูเองที่บ้านจบ ลุกขึ้น standing ovation เองโดยอัตโนมัติ ปรบมือออ



    • Hereditary

    (เสียงเดาะลิ้น)

    เรื่องนี้คิดอยู่นานว่าจะเอาเข้าลิสต์ดีไหม เพราะตัวเองไม่ชอบดูหนังผีเลย เป็นคนขี้กลัว แต่เห็นรีวิวว่าดี ก็คิดว่ามันอาจจะเป็นการกลัวที่คุ้มค่า ถ้าเราได้ดูหนังดีๆสักเรื่อง แต่เห็นอย่างก็นี้ผ่าน The Witch กับ The Wailing มาแล้วนะ ว่าไม่ได้ แม้จะผ่านมาด้วยความทุลักทุเลก็ตาม แต่พอดูแล้วโคตรหลอน หลายฉากมันกลับบ้านมากับเราด้วย วนๆในหัว นอนไม่หลับไปสามวัน เป็นความหลอนแบบซึมลึกเข้าไปในหัวแล้วติดนาน พอดูแล้วรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าชอบหรือเกลียดกันแน่ ดูย้อนแย้งไปหมด รู้สึกว่าเรื่องราวมันชั่วร้ายมาก แรกๆโมโหตัวเอง ไม่น่าไปดูเลย แต่พอเวลาผ่านไปก็รู้สึกว่าการที่หนังมันทำปฏิกิริยากับเราได้ขนาดนี้ แสดงว่ามันต้องทำถึงสุดๆ ถึงจุดหนึ่งเออ มันดีแหะ ก็เลยใส่มาด้วย แต่กลัวมากเลยนะ ขนาดพิมพ์ไปนี่ภาพก็เริ่มมาละ เรื่องนี้เลยไม่ใส่รูป ไม่ใส่รายละเอียดอะไรทั้งนั้น ไม่อยากเสิร์จ กลัวแล้ว 




    สำหรับปี 2018 ก็จะประมาณนี้ กว่าจะเลือกได้นี่ต้องทำใจตัดเรื่องที่ชอบมากเหมือนกันทิ้งด้วย เช่น Isle of dogs, The Florida Project, Bohemian Rhapsody, Shoplifters, Leave no trace (อันหลังนี้ตัดออกทั้งน้ำตา) และหวังว่าปีใหม่ 2019 นี้จะมีหนังดีๆให้ดูอีกเยอะๆ


    ขอให้เป็นปีที่ดีค่ะ

    สวัสดีปีใหม่ 2019

    .




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in