WILD BRIGHT NEON NIGHT (K/DA Fanfiction)เพลิงRF
โพสต์นี้มีเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมกับเยาวชน D for Discipline (Evelynn x Akali)



  • มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาซักพักในการยอมรับ , แต่ในที่สุด, ทุกคนก็เห็นตรงกันว่าอาคาลิเป็นคนที่มีวินัยมากที่สุดในวง



    มีระเบียบ? ไม่ค่อยนัก ทำตัวดี? ฮ่าฮ่าฮ่า แต่พอเป็นเรื่องวินัย? นั่น.. ชัดเจนจนสังเกตได้ไม่ยาก แม้เจ้าตัวจะไม่คิดอย่างนั้นก็ตาม



    ผลจาการมีบ้านเป็นโรงฝึกล่ะมั้ง นอกจากทำให้เธออันตรายและมีกล้ามเนื้อแน่นอยู่ใต้ผิวแล้ว มันยังทำให้อาคาลิเป็นเด็กที่มีวินัย– มันยากจะเชื่ออยู่หน่อย ถ้าดูจากภาพที่เธอแสดงออก– แต่เธอสามารถตื่นตามเวลาที่ต้องการได้โดยไม่จำเป็นต้องมีคนหรือนาฬิกามาปลุก ถ้าวันนั้นไม่ติดงานก็จะออกไปวิ่งทุกเช้ามืด ออกกำลังกายวันละชั่วโมงทุกเย็น ไม่เคยอิดออดที่จะซ้อมตามเวลาที่กำหนดไว้ (แต่ถ้าเกินกว่านั้น? ก็พอมีบ้าง) ล้วนเป็นไปอย่างไม่รู้ตัวมากกว่าจากความต้องการ เหมือนถูกฝึกมาจนกลายเป็นนิสัยที่ทำไปตามความเคยชิน



    รวมถึงความอดทนที่น่าประทับใจนี่ด้วย



    ไม่ใช่แค่ความอดทนประเภทที่อดทนรับมือกับความเอาแต่ใจของสมาชิกคนอื่น หรืออดทนกับการออกงานต่อเนื่องเกินยี่สิบชั่วโมงได้อย่างเดียว เอฟเวอลินเห็นมันบ่อยขึ้นในพักหลังมานี้ เมื่อเธอเริ่มเปิดเผยความชอบพอใจในตัวยัยเด็กใหม่มากขึ้น สายตาที่พราวระยับไม่ปิดบัง, การต่อปากต่อคำที่ใช้เสียงต่ำและยานคางกว่าปกติ, การสกินชิพที่ชวนให้สงสัย ทุกอย่างเรียกปฏิกิริยาตอบรับได้อย่างน่ามองที่สุด 



    อาคาลิเขินอายได้ง่ายเหลือเกิน, แดงไปแทบทั้งตัว, แม้แต่จากการเเหย่เล่นของอาริก็มีผล แต่จะยิ่งง่ายและรุนแรงเป็นพิเศษถ้าเป็นเธอ ไม่มีเหตุผลอะไรห้ามไม่ให้เอฟเวอลินคิดเข้าข้างตัวเอง หรือห้ามไม่ให้เธอยิ่งอยากเเกล้งมากขึ้นไปอีก



    เเต่ส่วนใหญ่มันก็จบลงแค่นั้น เธอเย้าแหย่ อาคาลิแยกเขี้ยว หน้าแดง และถ้าเธอยังไม่เลิก อาคาลิจะหน้าแดงลามไปถึงหูหรือคอ รอบนี้อาจจะโวยวายขึ้นมาหน่อย มีสัญญาณเตือนชัดอยู่ในแววตา แทบจะอ่านเป็นคำว่าลองเข้ามาอีกสิ แล้วเธอก็พอใจแค่นั้น ยอมรามือไปทำอย่างอื่น มันวนไปวนมาอยู่อย่างนั้นหลายต่อหลายครั้ง



    จะบอกว่าไม่มีอารมณ์ร่วมก็ไม่ใช่ เอฟเวอลินระมัดระวังมากพอ สังเกตจนแน่ใจเสียก่อนจะลงมือทำอะไรต่อ และที่ผ่านมา อาคาลิไม่เคย.. ต่อต้านเธอ - อย่างจริงจัง - ซักครั้งเดียว



    หลายต่อหลายครั้งที่เด็กนี่แทบจะกระชากคอเธอเข้าหาด้วยสายตาอยู่แล้ว– ไม่ว่าจะกระชากไปทำอะไรก็ตาม– แต่ก็เป็นแค่นั้น แค่สายตา มือยังกำแน่นอยู่ข้างตัว ไม่ก็บีบประสานกันไว้บนหน้าตัก เม้มปากเก็บอารมณ์ มันทำให้เธอเริ่มสงสัย อะไรที่หยุดอาคาลิไว้ไม่ให้ทำแบบนั้น?



    จนครั้งหนึ่ง อยู่ๆ เอฟเวอลินก็ตัดสินใจว่า อืม ฉันอยากรู้ แล้วขยับเข้าไปอีก ต้อนให้หงายลงไปนั่งบนโซฟา แขนยกพาดบนบ่า ใบหน้าขยับเข้าใกล้ในมุมที่ชัดเจนว่านี่-ไม่-ใช่-การ-กอด



    เเค่นั้นเอง แล้วอาคาลิก็ค้างไปเลย



    นอกจากตัวที่แข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนกับมือที่กำแน่นอยู่กับเบาะโซฟา ในระยะใกล้แค่ลมหายใจ, เธอเห็นวิธีที่ม่านตาของอาคาลิขยายด้วยความตกใจก่อน– แล้วจึงเป็นอย่างอื่น– วิธีที่สีดำสนิทกลืนกินสีน้ำเงินเข้มของเจ้าตัวไป กลายเป็นเงามืดที่สะท้อนดวงตาของเธอกลับมา, ลำคอขยับเป็นการกลืนน้ำลาย, ลมหายใจสะดุดอยู่ในคอ เอฟเวอลินหัวเราะ



    “กลัวซะเเล้วเหรอ?” เธอกระซิบถามไปแบบนั้น ปลายจมูกแทบแตะกัน “หรือแค่ไม่กล้า?”



    อาคาลิไม่ตอบ แต่ตาไหวระริกเมื่อปะติดปะต่อได้ว่าเธอพูดถึงอะไร ดูก็รู้ว่าพยายามรักษาจุดสนใจเอาไว้ ไม่เลื่อนสายตาลงมาที่ริมฝีปากเธอ



    “รู้ใช่ไหมว่าเธอห้ามฉันได้เสมอ?” เอฟเวอลินฮัมต่อ “ถ้าฉันเข้าใจอะไรผิดไป.. ถ้าทั้งหมดนี่เป็นการเข้าใจผิด แค่บอกมา–”



    “ไม่” ครั้งนี้อาคาลิตอบ เสียงแตกพร่าไม่คุ้นหู, ทำเธอขนลุก “เธอ– เธอแค่– ไม่เคยพูดว่าอยากจูบ”



    เอฟเวอลินเลิกคิ้วสูง “..เธอก็เลยไม่จูบ?”



    อาคาลิพยักหน้า



    “จนกว่าฉันจะ.. ขอ?”



    เธอทันเห็นรอยยิ้มที่มุมปาก “ก็..ใช่ แค่บอกก็ได้, ไม่ต้องเป็นการพูดก็ได้ แค่.. ให้ฉันรู้”



    มันมี.. รอยของความท้าทายบางอย่างอยู่ในน้ำเสียง, บางเบา, แต่ก็มีอยู่



    นั่นทำเอฟเวอลินหัวเราะออกมาอีกครั้ง, คราวนี้จริงใจและนานกว่าเดิม อาคาลิขมวดคิ้ว กำลังจะอ้าปากถาม แต่ถูกเธอหยุดเอาไว้ก่อน



    “จะบอกว่า ต่อให้ฉันทำแบบนี้?” เอฟเวอลินเลิกคิ้ว ขณะโน้มตัวเข้าไปอีก นาบริมฝีปากตัวลงกับใบหูของเจ้าเด็กดื้อดึง ผิวบริเวณนั้นขึ้นสีจัดแทบจะในทันที อาคาลิสูดหายใจเฮือก



    “..แบบนี้..” ค่อยๆ เอียงหัว ปล่อยให้ปลายจมูกเรี่ยไปกับกรอบคาง แล้วลากขึ้นไปผิวแก้ม



    “..หรือแบบนี้..” ในที่สุด เธอก็หยุดอยู่ตรงมุมปาก จมูกกดลงไปกับเเก้ม เหลือแค่หันมาให้ถูกมุมเท่านั้น รอยยิ้มหยัดกว้างขึ้นอีกเมื่อได้ยินเสียงอาคาลิหลุดครวญในลำคอ, อย่างสิ้นหวัง อย่างร้อนรนต้องการ, เห็นความกระหายที่ใบหน้าตึงเครียดนั่นปิดเอาไว้ไม่มิด เอฟเวอลินดื่มด่ำกับภาพนั้นก่อนจะผละออกมาเล็กน้อย เมื่อเอ่ยปากอีกครั้ง, เสียงเธอสั่น “เธอก็จะไม่จูบฉันอยู่ดี? หืม?”



    ไม่มีคำตอบ แต่การกระทำยืนยันว่าคำตอบคือใช่ อาคาลิยังคงนั่งนิ่ง อกกระเพื่อมขึ้น-ลงช้าๆ ตามลมหายใจ เหมือนกำลังพยายามตั้งสติ มีเเค่สายตาที่กล้าหาญกว่าใครเพื่อน มันลากขึ้นไปตั้งแต่ไหปลาร้า, ลำคอ, เชื่องช้า จนกลับขึ้นไปอ้อยอิ่งอยู่ที่ริมฝีปาก จ้องเหมือนกำลังไล่พรมจูบเธอด้วยสายตา



    เอฟเวอลินเลียปาก ใจเต้นแรงขึ้น



    อะไรกัน ใช้ได้เลยไม่ใช่เหรอเนี่ย



    “เด็กดี” เธอชมอย่างอดไม่ได้ ขยับตัวขึ้นไปจรดจูบบนหน้าผาก ยีผมเบาๆ เหมือนให้รางวัล แล้วจึงขยับจะดันตัวเองออก ถ้าเด็กนี่ทนได้ ทำไมเธอจะทนไม่ได้? เอฟเวอลินลอบถอนหายใจเงียบงัน เสียดายอยู่ไม่ใช่น้อย เธออาจจะ.. คาดหวังมันอยู่บ้าง แต่ยังไงฝ่ายที่จะดิ้นตายก็ไม่ใช่เธออยู่แล้ว..



    แต่เมื่อเธอสบตากันอีกครั้ง อาคาลิก็คำรามเสียงต่ำ ประโยคสั้นๆ ที่ทำเธอชะงัก



    “กลัวเเล้วเหรอ?”



    ..แต่จะทนไปทำไมกันนะ?



    “แล้วจะเสียใจที่พูดออกมา”



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Kanoon Natcha (@fb1184518901706)
มาเรื่อยๆเถอะพี่ถือว่าหนูขอ