ไดอารี่ละมั้งนะcoolcat_ww
เสียไปเท่าไหร่แล้วกับคำว่ารีวิว
  • แบบว่าในที่สุดก็อ่านปราชญ์กู้บัลลังก์จบซะที เลยหาหนังสือเล่มใหม่แล้วก็เลยได้ This time lucky in game, lucky in love ของ月下蝶影 มาอ่าน แบบว่าคราวนี้ก็ว่าตัวเองรอบคอบพอสมควร อ่านรีวิวในเว็บร้านหนังสือ มีคนกดให้คะแนนเต็มตั้งหลายคน รีวิวก็ดี。。。 แต่ก็นะ ลางเนื้อชอบลางยา คนที่รีวิวอาจจะชอบเรื่องนี้ แต่เราอ่านมาค่อนเล่มแล้วยังม่ายยยยยยยยยยยย รู้สึกสนุกเลย ได้แต่คิดว่านี่มันนนิยายรักจริงดิ。。。
    เราไม่ได้คาดหวังว่านิยายรักจะต้องมานั่งจีบกันทั้งเล่ม หรือมีฉากหื่นทุกสิบหน้า แต่สำหรับเรา นิยายรักคือ นิยายที่เล่าให้เรารู้ว่า"ทำไม" ทั้งสองคนถึงรักกัน อธิบายว่า คนๆนี้มีอะไรให้รัก และทำให้เรารู้สึกตามไปด้วยได้ 
    คือเรื่องนี้ พระเอก(ฝ่ายรุก) เป็นเจ้าของบริษัทหล่อรวย แต่ออกจะนิ่งๆ ขรึมๆ ส่วนนายเอก(ฝ่ายรับ) ตายไปรอบนึง และได้ย้อนกลับมาสมัยที่ตัวเองเพิ่งเรียนจบ เลยได้โอกาสแก้ไขชีวิตตัวเองที่ผิดพลาดและดวงซวย 
    นายเอกหน้าตาดี ฉลาด มีมารยาท และค่อนข้างสู้ชีวิตเพราะพ่อแม่เสียไปแล้วเลยต้องอยู่ตัวคนเดียว นี่คือทั้งหมดที่พระเอกรับรู้เกี่ยวกับนายเอก และค่อยๆตกหลุมรัก (เราอ่านถึงตอนที่ฮีนั่งงงหน้าทีวีหลังจากเก็บกวาดห้องให้นายเอกที่เมาหลับอยู่) เอาจริงๆเลยนะ พออ่านแล้วเราก็ได้แต่คิดว่า นี่เพียงพอแล้วเหรอที่ทำให้คนอย่างพระเอกตกหลุมรัก คนที่ฐานะระดับนั้น เป็นถึงประธานบริษัทใหญ่ หล่อ รวย เราไม่เชื่อว่าคนระดับนี้จะไม่เคยพานพบคนหน้าตาดี ฉลาด มีมารยาท มาก่อน นอกจากเรื่องสู้ชีวิตแล้ว มันไม่มีอย่างอื่นที่มีน้ำหนักพอมาทำให้เรารู้สึกว่า นายเอกแตกต่างจากคนอื่นที่เข้ามาในชีวิตพระเอก บอกตามตรง เราไม่รู้สึกเลยว่านายเอกมีเสน่ห์ หรือมีมีเหตุการณ์อะไรที่สมควรให้ตกหลุมรัก
     อย่างน้อยจนถึงตรงที่เราอ่านนักเขียนก็ไม่ได้บรรยายส่วนนั้นออกมาเลย

    ส่วนพระเอก ตอนแรกคนเขียนปูมาเหมือนพระเอกจะเงียบขรึม ฉลาด มีมาดเพราะเป็นถึงประธานบริษัทใหญ่ แต่ทุกอย่างที่ทำหลังจากนั้นมันเหมือนกับหลุดคาเร็คเตอร์ซะอย่างนั้น ตั้งกะให้นายเอกยืมรถราคาเป็นล้านง่ายๆ ไปจนถึงเก็บกวาดห้องให้อีกฝ่ายยังกะตัวเองเป็นสาวใช้ ไม่รู้แล้วว่าคนไหนลูกน้อง คนไหนเจ้านาย พูดตามตรง มันทำให้ฮีดูตื้นเขินยังไงชอบกล ทำให้รู้สึกอินไม่ลงจริงๆ 

    แต่นี่ก็เป็นความคิดเห็นของเราที่เพิ่งอ่านมาค่อนเล่ม ได้แต่คาดหวังว่ามันจะดีขึ้นหลังจากนี้ ไม่งั้นคงได้ขายทิ้งพร้อมปราชญ์กู้บัลลังก์ 

    พูดถึงเรื่องรีวิวพาแป็กแล้ว พอมานึกดูก็ไม่ใช่แค่เรื่องหนังสือ แบบว่ากลางดึกเมื่อวานซืนหาร้านน่ากินในวงในแล้วไปเจอร้านทสึเคเมนร้านนึงในห้าง รีวิวดีโครต(เบ้หน้า มองบน)เป็นร้านต้นตำหรับจากญี่ปุ่นโง้นงี้ อยากกินมาก วันรุ่งขึ้นก็เลยไปเลยจ้า ไปถึงก็จัดทสึเคเมนเซ็ตละสามร้อยกว่าบาท แต่ซดน้ำเข้าไปคำเดียวก็หวนนึกถึงตอนไปญี่ปุ่น... ไม่ใช่อร่อยจนทำให้หวนนึกถึงญี่ปุ่นนะ แต่เป็นทำให้รู้ซึ้งว่าลิ้นคนญี่ปุ่นกะลิ้นคนไทยมันม่ายยยยยใช่ลิ้นแบบเดียวกัน อร่อยของเขากะอร่อยของเรามันม่ายยยเหมือนกัน พยายามกินให้หมดด้วยความเสียดายและได้ข้อสรุปว่าตูโครตเกลียดอิน้ำซุปปลาแห้งนี่เลย เหม็นคาวชะมัด เหอๆ แถมหมูในชามยังนุ่มไม่สู้ที่เราเคยตุ๋นโดยใช้หม้อหุงข้าวตุ๋นตามวิดิโอง่อยๆของเทสตี้ในเฟสบุ๊ค จะบอกให้ ไอ้วิดิโอนั้นทำให้เราตรัสรู้ว่าตุ๋นหมูให้นุ่มใช้เวลาแค่ชม.เดียวก็แทบทำให้หมูละลายในปากได้ละ ยัดทุกอย่างลงหม้อหุงข้าวกดปุ่มตุ๋น นั่งเล่นโทสับ อ่านสือ ดูทีวี แบบเดียวก็ได้กินละ ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยสักนิด พูดแล้วเสียดายตังค์ มื้อนั้นหมดไปสี่ร้อยกว่า รู้สึกเหมือนจ่ายเงินเล่มเกมลงโทษ 
    รีวิวหนอรีวิว จริงแท้เท่าใด ไหนกี่เปอร์เซ็น ใจใคร่รู้








เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in