Janie Is Not So Welljanieishappy
หมดทุกข์หมดโศกหมดโรคหมดภัย...สาธุ
  • ยาที่หมอจิตให้มาคือ fluoxetine กินตอนเช้าวันละเม็ด กินไปได้อาทิตย์นึงก็เห็นผลแล้วอะ อารมณ์ดีขึ้นมาก ผลข้างเคียงก็มีนิดๆ หน่อยๆ ก็ทนๆ เอา ตอนนั้นก็ปวดหัวกับกรดไหลย้อนอยู่อาทิตย์กว่าแล้วมันก็หาย กลายเป็นเจนคนใหม่ เจนคนที่ไม่น้ำตาเอ่อกับเรื่องงี่เง่า เจนคนที่ทำได้ทุกอย่างที่บอสสั่ง เจนคนที่ตลก อารมณ์ดี คนรอบข้างก็แฮปปี้ อิเจนหายบ้าแล้ว

    หลังจากหาหมอจิตก็มีนัดกับหมอออโธต่อหลังจากนั้นไม่นาน เราบอกหมอออโธว่าเราเป็นซึมเศร้า หมอออโธดูพยายามทำตาโตให้เห็นว่านางตกใจ ซึ่งมันก็ไม่โตเท่าไหร่อะนะ ดูเป็นการตกใจแบบเฟ้คๆ เราก็ถามหมอตกใจอะไร ไม่ได้รู้อยู่แล้วหรอ นางก็ไม่ตอบ ทำไมหมอต้องทำตัวมีลับลมคมในด้วยเนี่ย คือที่นางส่งไปไม่ใช่เป็นเพราะนางเห็นอะไรบางอย่างมันไม่ปกติหรอกหรอ เอาจริงๆ นี่ต้องขอบคุณหมอออโธนะ ถ้าหมอไม่ส่งเราไปหาหมอจิต เราคงไม่มีชีวิตอยู่แล้วป่านนี้ เราถามหมอออโธไปว่ามันเป็นเพราะยา pregabalin ที่เรากินรึเปล่า หมอก็บอกประมาณว่าให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นเพราะยา แม้ว่าเค้าจะมองว่ามันไม่น่าจะใช่ก็ตาม เราก็เลยตัดสินใจว่าจะหยุดกิน pregabalin แม้ว่ามันจะทำให้เราปวดลงขาน้อยลงก็ตาม แต่ถ้ามันทำให้เราบ้า เราก็ควรจะอยู่ห่างๆ มันไว้

    ไม่รู้เป็นเพราะเราสภาพจิตดีหรือเพราะอาการที่หลังเรามันดีขึ้น อาการปวดลงขา ขาชา เท้าชา มันแทบจะหายไปเลย มีปวดหลังบ้างบางวัน แต่ก็ทนๆ เอา ทนไม่ไหวก็กิน celebrex ชีวิตก็ดีมาตลอดจนกระทั่งเราไปหาหมอจิตเพื่อรับยาตามนัด หมอถามถึงอาการต่างๆ เราก็พูดเรื่องที่เราฝันเยอะให้หมอฟัง เพราะดูเหมือนมันจะเยอะขึ้นทุกวันๆ นอนก็หลับสนิทดีนะ ฝันก็ไม่ใช่ฝันร้าย ก็ฝันเรื่องปัญญาอ่อนทั่วๆ ไป แต่ตื่นมามันรู้สึกเพลียๆ นิดหน่อย หมอก็เลยให้เปลี่ยนยา แล้วนรกก็มาเยือน

    หมอให้ bupropion มาแทนตัวเก่า ราคาแพงจนน้ำตาไหล ไม่น่าบอกหมอเลยเรื่องฝัน หาเรื่องแท้ๆ กินไปได้เกือบสองกระปุก ทรมานสุดๆ ปวดหัว อ้วกจะแตก อารมณ์ร้าย ยาบ้าไร แพงก็แพง กินแล้วไม่ได้ช่วยอะไรเลย ก็บอกหมอ หมอก็เปลี่ยนยาอีกรอบ มาเป็น escitalopram ซึ่งก็แพงน้อยลงกว่าตัวก่อน แต่ก็สู้ตัวแรกไม่ได้ที่ถูกแสนถูก พยายามอ้อนหมอจะกลับไปกินตัวแรก แต่หมอไม่ให้ ก็เออ รับกรรมไป

    กินยาใหม่ได้สักพักก็กลับมาอารมณ์ดี ซึ่งตอนนั้นก็ครบ 6 เดือน ที่หาหมอจิตพอดี หมอเห็นว่าเราดูโอเคแล้วก็เลยให้เราลองหยุดยา หมอกำชับว่า ให้เอาอารมณ์ตอนนี้เป็นเกณฑ์นะ ถ้ามันต่ำลงจากนี้เมื่อไหร่ให้มาหาหมอทันที แล้วก็อย่ารอให้เป็นขนาดตอนแรกที่มา เข้าใจมั้ย นี่ก็พยักหน้าเข้าใจไป แต่ถามว่าเข้าใจจริงๆ มั้ย คิดว่าไม่อะ ก่อนจากกันหมอก็เขียนสรุปอาการเราว่าเป็น double depression นี่ก็งงสิว่ามันคืออะไร ถามหมอไปหมอก็ตอบประมาณว่า มีอาการซึมเศร้าแบบอ่อนเรื้อรังมานาน พอมีอะไรมากระตุ้นก็เกิดอาการซึมเศร้ารุนแรงซ้อนขึ้นมา อะไรทำนองนี้ เราเป็นคนซับซ้อน โรคที่เราเป็นมันก็เลยต้องซับซ้อนตามไปด้วยสินะ

    หลังจากบอกเลิกกับหมอจิตไปแล้ว ตอนนั้นอาการปวดหลัง ปวดลงขา ชาเชออะไรนี่แทบไม่มีแล้ว เราก็เลยบอกเลิกหมอออโธไปด้วยเลย ด้วยความคิดที่ว่าคงถึงเวลาพ้นกรรมแล้วจริงๆ เราหายแล้วทุกโรค เย้ ในที่สุดเราก็มีช่วงเวลาปลอดโรคเหมือนคนทั่วไปเค้าสักที 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in