Janie Is Not So Welljanieishappy
ตอนที่ 4 : คนใกล้ตัวที่ไม่ค่อยจะเข้าใจ
  • การหาหมอจิตครั้งแรกก็ดูจะไม่แย่เท่าไหร่ ก็แค่น้ำตาเอ่อมาสามสี่หยด ใช้ทิชชู่ฟรีไปหนึ่งแผ่นถ้วน ใช่ค่ะ ในห้องตรวจมีกล่องทิชชู่หนึ่งกล่อง หยิบได้ฟรี ไม่คิดตังเพิ่ม คือค่าหมอก็แพงอยู่แล้ว ถ้ามาคิดค่าทิชชู่อีกคงจะดูน่าเกลียด

    สิ่งที่ดูจะแย่มากสุดคือการดีลกับคนรอบตัวทั้งก่อนและหลังหาหมอมากกว่า ก่อนไปหาเราก็สติแตกในระดับนึง แต่ก็พยายามแบกทุกอย่างเอาไว้ ทั้งงาน ทั้งความสัมพันธ์กับคนรอบตัว แต่สุดท้ายมันก็หลุด

    เราพยายามอย่างมากที่จะเป็นคนปกติในสายตาคนอื่น ไม่อยากให้เค้ารู้ว่าเราไม่โอเค เราเป็นอย่างงี้มาตลอดกับทุกโรคที่เราเป็น ตอนเด็กๆ เราจะรอ รอจนทนไม่ไหวถึงค่อยบอกคนที่บ้าน พอโตมาก็จะใช้วิธีทนเอาเป็นหลัก ทนไม่ไหวก็ลากตัวเองไปหาหมอ กับอิหมอนรองกระดูกไม่รักดีนี่ก็เหมือนกัน ก็ทนอยู่นานหลายปีกว่าจะไปหาหมอ จากที่ปวดน้อยๆ มันก็เพิ่มมากขึ้นๆ สลับกับหายไปบ้าง แต่ก็หายไปได้ไม่นาน มันก็กลับมาใหม่ จนปวดจนยืนจนเดินไม่ได้เนี่ยแหละถึงได้สนใจที่จะหาหมอ 

    หลังจากหาหมอเราก็ยังคงเป็นแบบเดิมคือทนเอา ไม่บ่น ไม่งอแง ไม่โวยวาย เราจะทำงานอย่างคนปกติ ปวดเราก็กินยา กินยาไม่หายเราก็ทนเอา ทนไม่ไหวก็เนียนๆ หาที่นั่งเอา บอกว่าเมื่อยว่าอะไร ก็ไม่มีใครสนใจและ ทุกคนก็เลยมองเห็นว่าเราสบายดีมั้ง เราไม่ได้ปวดหลังอะไรมาก เรายังใช้ชีวิตได้ปกติโดยที่คนไม่สงสัยเลยสักนิด จนเพื่อนด่าว่าเราควรบ่น ควรงอแง ควรพูดอะไรบ้าง ว่าปวดนะ ว่าเจ็บนะ ไม่ใช่ทำตัวไม่รู้สึกอะไรแบบนี้ หน้านี่ยิ้มสุด หัวเราะได้ ตลกได้ ในขณะที่ในไลน์นี่บ่นว่าปวดอย่างกับจะตายเอา อันนี้ก็ต้องขออภัยเพื่อนๆ น้องๆ พี่ๆ มา ณ ที่นี้ มันคือการลดความทรมานวิธีหนึ่งของเรา พิมพ์บ่นไปงั้นแหละ จริงๆ น่ะทนได้ เพราะถ้าทนไม่ได้คือไม่มานั่งบ่นแล้ว วิ่งไปหาหมอแล้ว ก็อ่านๆ ไปนะ คิดซะว่าทำบุญ

    กลับมาที่เรื่องหมอจิต ก่อนจะไปหาเราก็บอกเพื่อนทุกคน เพื่อนก็ดูตกใจกันว่า เห้ย มึงถึงขนาดต้องไปหาหมอจิตเลยหรอ มึงเป็นมากขนาดนั้นเลยหรอ คือเพื่อนก็ยังคงไม่เชื่อกัน คงคิดว่าเราไปขอหมอออโธเองว่าให้ส่งเราไป เราบอกกับคนที่ทำงาน แน่นอน ทุกคนงง ทุกคนก็สงสัยว่าเราไปบอกหมอออโธว่าอะไร หมอถึงได้ส่งเราไปหาหมอจิต เราก็บอกไป แต่ทุกคนก็ดูจะไม่หายงง

    จริงๆ เราก็ไม่ได้อยากบอกคนที่ทำงานหรอกนะ แต่ด้วยว่างานที่เราทำมันค่อนข้างเครียดและกดดัน เวลาเครียดมากๆ เราก็จะหลุด คนที่ทำงานก็จะงงๆ กันว่าอิเจนมันเป็นอะไรของมัน แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร พักหลังเราเริ่มเป็นบ่อยขึ้น ตามอาการที่หนักขึ้น จนมีมนุษย์ผู้กล้าบางคนเสี่ยงตายมาถามเราตรงๆ ว่าเราเป็นอะไร เลยรู้สึกว่ามันไม่แฟร์ถ้าจะไม่บอกเค้า 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in