Moon's Tale #KAISOOmoontrela
บทนำ #KAISOO
  • 'ถวายบังคมเพคะ องค์ชาย'

    คิมจงอินรู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาชาไปทั้งตัวและหยุดฝีเท้าลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงทุ้มหวานที่ตอนนี้แปลกไปอยู่บ้างจากครั้งแรกยามได้พบกัน เมื่อครั้งที่เขาได้พบกับนางตอนอายุได้เจ็ดปี 

    ชายหนุ่มยืนนิ่ง แม้ผู้คนที่รายล้อมจะดูไม่ออก แต่เขารู้ว่าตัวเองกำลังยืนแข็งทื่อเหมือนตุ๊กตาหินประดับสวนที่วางตกแต่งอยู่ตามทางเดินที่ผ่านมา เว้นเสียแต่ว่าหัวใจของเขากำลังเต้นแรงจนเขาเกรงว่าเหล่าข้าราชบริพารที่อยู่รอบข้างจะได้ยินเสียงมันไปด้วย

    ฝ่ามือและใบหน้าของเขาเย็นวูบเมื่อมีลมพัดผ่านทำให้เขารู้ตัวว่าเหงื่อเม็ดเล็กๆ ได้ผุดพรายขึ้นมาทั่วร่าง จากความรู้สึกที่เขาเองก็ยังบอกไม่ได้ว่าคืออะไร ตื่นเต้น ตกใจ หรือดีใจจนแตกตื่นกันแน่

    ทั้งๆ ที่เขาเคยสาบานกับตนเองแล้วว่าเขาจะละทิ้งความรู้สึกต่างๆ ลงตั้งแต่เมื่อสี่ปีก่อนแล้วแท้ๆ  แต่ทำไมแค่คำพูดประโยคเดียวที่เข้ามากระทบโสตจึงทำให้เขากลับกลายเป็นเช่นนี้

    คิมจงอินพยายามข่มกลั้นความรู้สึกทุกอย่างของตนแล้วหันกายกลับไปพบกับบุคคลที่เรียกเขาให้หยุดลงอย่างกระทันหันคนนั้น

    ไม่เพียงแต่น้ำเสียงจะกลายเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่ตัวคนเองก็ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วเช่นกัน

    นางสูงขึ้น แต่ก็ไม่ได้สูงจนแตกต่างจากสตรีอื่นมากนัก ผิวกายที่เคยขาวนวลดุจไข่มุก บัดนี้คร้ามแดดเข้มขึ้นเล็กน้อย หากพวงแก้มทั้งสองยังคงเจือรอยเลือดฝาดนิดๆ เช่นเดียวกับริมฝีปากรูปหัวใจอิ่มเอิบที่มักประดับด้วยรอยยิ้มขี้เล่นอยู่เสมอ ดวงตากลมโตดูสดใสราวกับลูกแก้วมีคิ้วเข้มได้รูปพาดแขวนอยู่ 
  • แต่สิ่งที่เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนคือความซุกซนของนางที่บัดนี้ปรากฎให้เห็นผ่านการแต่งกาย คนตรงหน้าเขาอยู่ในชุดที่ประหลาดที่สุดที่สตรีนางหนึ่งจะสวมใส่ได้ หากให้เดาเขาก็คงจะเดาว่านางไปหยิบชุดของคนเลี้ยงวัวในจวนมาใส่เสียเป็นแน่แท้ แถมยังไปคลุกฝุ่นดินทรายมาจนมอมแมมไปทั้งร่าง ผมที่ควรเกล้าเป็นมวยเป็นทรงตามกฎในการเข้าวังถูกนางทำลายลงไม่มีชิ้นดีด้วยเปียสองสายที่มีเศษใบไม้และดอกหญ้าแซมอยู่บนนั้น 

    เขาจ้องนางแน่นิ่งด้วยสายตาที่ไม่มีผู้ใดอ่านออก 

    เว้นนาง

    เจ้าจะแกล้งคนจนถึงเมื่อไหร่หรือคยองซูอา

    ข้าจะแกล้งเจ้าจนตายเลย

    นางตอบเขาด้วยสายตา ริมฝีปากของนางคลี่ยิ้มซุกซนก่อนจะแสร้งเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มนุ่มนวลอ่อนโยนอย่างที่สตรีในวังชอบใช้ยามสนทนากัน แต่ความนุ่มนวลนั้นแผ่ไปไม่ถึงดวงตากระเซ้าเย้าแหย่ของนาง นางเหลือบตาไปมองแม่นมของตนซึ่งลอบมองมาด้วยสายตาตำหนิเป็นระยะ แล้วจึงคุกเข่าลงเบื้องหน้าเขาพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดที่ตัวเขารู้สึกว่าหาความจริงใจไม่ได้

    'กราบขอพระราชทานอภัยองค์ชายเพคะ ไม่พบองค์ชายเสียสี่ปี กลับมาพบกันอีกครั้ง หม่อมฉันแต่งกายไม่เรียบร้อยเหมาะสม ขอองค์ชายโปรดลงโทษด้วยเพคะ'

    บุตรสาวคนเดียวแห่งจวนแม่ทัพอุดรซึ่งเป็นพระเชษฐาบุญธรรมของพระมเหสีในรัชกาลปัจจุบัน กลับแต่งกายด้วยผ้าป่านเนื้อหยาบมอซอ ทั้งยังเดินคล้ายไม่รู้ประสีประสาอยู่ในวัง ล้วนเป็นที่ขบขันของผู้พบเห็น โดยเฉพาะหากเป็นคุณหนูสกุลอื่นๆ ซึ่งอาจมีเหตุให้เข้าวังในวันเดียวกันนี้ด้วย  

    'ช่างเถิด แม่นางโด'

    เขาเองก็เล่นละครไปกับนาง บนหน้าแต้มรอยยิ้มมีเมตตาอย่างที่ใช้สนทนากับบุคคลอื่นๆ พร้อมกับบอกปัดคล้ายกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร ทว่ามีแต่เขาที่รู้ดีว่าหัวใจของตนเต้นตึกตักอยู่เป็นคลื่นอารมณ์นับร้อยนับพันความรู้สึก

    ก็นางมายืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง ราวกับฝันที่เป็นจริง

    'ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันต้องขอพระราชทานอภัยอีกครั้งที่มาขวางขบวนเสด็จขององค์ชาย หม่อมฉันได้รับพระราชเสาวนีย์จากพระมเหสีให้เข้าเฝ้าในงานเลี้ยงบุปผา ทรงดำริให้ผู้มาร่วมงานแต่งกายให้คล้ายกับดอกไม้อย่างใดอย่างหนึ่ง หม่อมฉันจึงเลือกเป็นดอกหญ้า การแต่งกายอาจจะไม่งดงามไปบ้าง แต่เพื่อความคล้ายคลึง จึงต้องแต่งให้เหมาะสมเพคะ'

    หากผู้อื่นได้ยินได้ฟังก็คงจะพาลคิดไปว่าธิดาแม่ทัพอุดรนางนี้จากคำพูดแฝงความใสซื่อปนโง่งมเอาไว้หลายส่วน เลือกดอกไม้ยังเลือกได้ต่ำเตี้ย แล้วยังแต่งกายได้ต่ำต้อย ช่างไม่รู้คิดเอาเสียเลย 

    มีเพียงแต่เขาเท่านั้นที่รู้ว่านางจงใจแต่งกายให้ดูด้อยกว่าผู้อื่นถึงเพียงนี้เพราะอะไร หัวใจของเขาเจ็บแปลบขึ้นมาอีกระลอกเมื่อคิดถึงตรงนี้

    ทว่าในพริบตาราวกับรู้ว่าเขากำลังเริ่มคิดฟุ้งซ่าน ทันใดนั้นหญิงสาวตรงหน้ากลับพรวดพราดยืนขึ้นท่ามกลางผู้คนนับร้อยที่ยืนค้อมตัวรับฟังพวกเขาสนทนากันอยู่ โดคยองซูจับมือใหญ่ของเขาด้วยมือเล็กนุ่มละมุนของนาง นางก้าวเข้ามายืนประชิดข้างกายเขาแล้วหัวเราะร่าด้วยเสียงทุ้มๆ 

    'จงอินอา ข้าอยากออกไปขี่ม้า ไปขี่ม้ากับข้าเถิด'

    ดวงตาของนางที่จ้องมองเขาพราวไปด้วยประกายเจิดจ้า รอยยิ้มบนใบหน้าเป็นรอยยิ้มจากทั้งตาและปาก จริงใจสุดหาใดเปรียบ เป็นรอยยิ้มที่เขาเฝ้าคิดถึงคะนึงหาอยู่ทุกเช้าค่ำ

    'ไปกับข้านะจงอินอา ไปแดนอุดรที่ท่านพ่อดูแลอยู่ก็ได้ ไปให้ไกลจากวังหลวง'

    เขายังคงยืนนิ่งเป็นตุ๊กตาหินแต่งสวนอยู่เช่นเดิม ข้าราชบริพารข้างตัวก็เงียบนิ่งคล้ายกับกลายเป็นหินไปหมดด้วยแล้วอย่างไรอย่างนั้น มีเพียงนางที่จูงมือเขาแล้วเริ่มก้าวเดิน

    'ไปนะ มีเจ้า มีข้า มีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ มีม้าของเราสองคน มีอิสระเสรีภายใต้ท้องฟ้าสีคราม ไปกับข้านะ จงอินอา'

    ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ เขาอยากจะเดินตามนางแต่กลับก้าวขาไม่ออก ทั้งๆ ที่โดคยองซูเดินหัวเราะห่างออกไปแล้ว ชายหนุ่มงุนงง เหตุใดเขาจึงไม่สามารถตามนางไปได้ คิมจงอินเริ่มร้อนรนและสูญเสียความเยือกเย็นทั้งหมดที่เคยมี เขาตะโกนตามแผ่นหลังของนางออกไป เขาจะไม่ปล่อยให้นางจากไปอีกเป็นครั้งที่สอง

    ไม่มีวัน

    รอข้าด้วยคยองซูอา

    ไม่มีเสียงออกมาจากลำคอของเขา เขาลองตะโกนอีกครั้ง กลับมีเพียงสายลมพัดผ่านร่างตนไปเท่านั้น มือของเขายื่นออกไปหมายจะคว้านางเอาไว้ แต่ร่างกายเริ่มขยับไม่สะดวกคล้ายติดขัด เขาร้อนใจดุจไฟลน เหตุใดจึงไม่อาจตามนางไป เพราะเหตุใด

    คยองซูอา เจ้าหยุดเดินเดี๋ยวนี้

    เขาตะโกนไม่ได้หยุด แต่โดคยองซูก็ยังคงไม่หยุดเดิน นางเพียงหันมาหาเขาพร้อมรอยยิ้มงดงาม ข้างแก้มทั้งสองหยักลึกเป็นยิ้มแห่งความสุข แต่จะอย่างไร นางก็ยังคงไม่หยุดเดิน

    ได้โปรดเถอะ คยองซู โปรดหยุดเดินเถิด เจ้ารอข้าด้วย

    กระทั่งมือของเขาก็เริ่มขยับไม่ได้ ทำไม เพราะอะไร คิมจงอินตกใจจนลนลาน ดวงตาร้อนขึ้นจากน้ำตาที่เริ่มเอ่อขึ้นมา

    คยองซูอาอย่าไป

    นางกำลังจะเลี้ยวพ้นกำแพงไปแล้ว กำลังจะลับหายไปจากสายตาของเขา ชายหนุ่มหายใจไม่ออก ทั้งร่างกายร้อนรุ่ม เหงื่อไหลโซมไปทั้งร่าง แม้จะพยายามดิ้นรนเท่าไหร่ แต่ก็ขยับตัวไม่ได้ คนรอบข้างเขาหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงแต่เขาที่ยืนแข็งค้าง เอื้อมมือออกไปหานาง

    โดคยองซู! หยุด อย่าไป โดคยองซู!

    "แฮ่ก.. เฮือก!"

    คิมจงอินลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงบรรทม เสื้อตัวในของเขาเปียกชุ่ม ใบหน้ายังคงมีหยาดเหงื่อเกาะพราว เขาหอบหายใจด้วยท่าทางสั่นสะท้าน องครักษ์ที่ยืนดูแลอยู่มุมห้องทำท่าจะสะอึกตัวเข้ามาด้วยความตกใจกับปฏิกิริยาของเขา ชายหนุ่มโบกมือไล่ เขาสูดหายใจ พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่

    เขาฝัน ฝันทั้งๆ ที่ไม่ได้ฝันมานานมาก ฝันทั้งๆ ที่คิดว่าชีวิตนี้ตนเองได้ลืมเลือนและละทิ้งทุกอย่างเหลือไว้เพียงแต่การครองแผ่นดินเพื่อประชาราษฎร์ไปแล้ว 

    แต่เขายังคงฝัน 

    ฝันถึงสตรีนางนั้น 

    โดคยองซู

    ชายหนุ่มพยายามขืนตัวให้นั่งตรง พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อีกหลายครั้งจึงเริ่มควบคุมตัวเองได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเสียอาการเช่นนี้ เพียงเพราะแค่ฝันถึงนาง

    "ทรงบรรทมต่ออีกนิดเถิดกระหม่อม พระราชพิธีอภิเสกสมรสกำลังรอท่าอยู่พะยะค่ะ"

    องครักษ์ข้างกายกล่าวเตือนด้วยความเป็นห่วง เกรงว่าในระหว่างพระราชพิธีเขาจะไม่มีเรี่ยวแรงเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ 

    เขาพยักหน้าเล็กน้อยขณะหลุบตาลง โดคยองซูที่ปรากฎกายในฝันทำลายสติของเขาจนแตกกระเจิงจนถึงกับลืมไปว่าพรุ่งนี้เป็นวันอภิเษกสมรสของตน 

    คยองซูอา ข้าจะแต่งงานแล้ว

    เขากล่าวในใจขณะลูบคลำถุงเครื่องรางข้างเอวที่ไม่เคยปล่อยให้ห่างกายนับตั้งแต่วันที่ได้มันมาจากมือผู้ปักให้

    'มันอาจจะไม่งาม หากท่านไม่ชอบก็ทิ้งเสียเถิดนะ'

    นางยื่นส่งๆ ให้เขาตอนทั้งคู่อายุสิบเอ็ดปีด้วยท่าทางเขินๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง

    คิดถึง

    คิดถึงเจ้าเหลือเกินคยองซูอา

    คิมจงอินเอนกายนอนลงบนเตียงอีกครั้งพร้อมกับหลับตาลงอย่างรวดร้าว เขาพึ่งตระหนักว่าตนเองกำลังมีน้ำตา

    อยากให้เจ้าสาวของข้าเป็นเจ้าเหลือเกิน 

    อยากเหลือเกิน

    แต่เขาก็รู้ดีว่ามันก็คงเป็นเพียงฝัน 

    คนตายแล้วไม่อาจเป็นเจ้าสาวของใครได้ 

    หัวใจเจ็บแปลบเกินจะทานทน เขาข่มตาหลับลงแสร้งทำเป็นหลับ หยาดน้ำตาไหลรินจากหางตาตกลงสู่หมอนจนเปียกเป็นวงกว้าง เขาแสร้งนอนไปเช่นนั้น ทั้งๆ ที่ไม่อาจหลับลงได้อีกตลอดคืน







    --

    • ไม่ได้แต่งนิยายหรือฟิคมานานมาก ภาษาอาจจะแปลกๆ ไปบาง แต่อยากลองแต่งดูค่ะ  
    • น้องโด้ในฟิคนี้เป็นผู้หญิงแท้นะคะ ขออภัยไว้ล่วงหน้าด้วย พอดีอยากแต่งให้เป็นเรื่องในวัง แบบแย่งอำนาจกันนิดหน่อย เลยคิดว่าเป็นหญิงจริงเลยน่าจะเหมาะสมกว่าสมเหตุสมผลกว่าค่ะ ใครไม่ชอบไม่เป็นไรน้า รอเรื่องอื่นๆ ได้ค่ะ เราเข้าใจ <3
    • ประเทศในฟิคไม่อิงตามประเทศใดนะคะ เป็นแคว้นสมมติค่ะ
    • เรื่องคำราชาศัพท์ต่างๆ หรือคำพูดที่ดูขัดๆ ตา ต้องอภัยล่วงหน้านะคะ ยังไม่ได้เกลามาก อีกอย่างคือไม่ค่อยแม่นด้วย จะพยายามศึกษาวิธีใช้ค่ะ 
    • ชื่อเรื่องยังไม่มีค่ะ เป็น Moon's Tale ไปก่อนนะคะ ตอนนี้ ชื่อไทยก็ไม่มีค่ะ ฮา เป็นคนตั้งชื่อเรื่องไม่เก่งเลย
    • ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านค่ะ ^^ และขออภัยที่ผลงานนี้อาจจะมีจุดผิดพลาดใดๆ นะคะ น้อมรับคำติติงของทุกท่านค่ะ 
    • สุดท้าย อยากแต่งหน้านิยายมากค่ะ แต่ทำรูปไม่ค่อยเป็น เดี๋ยวจะลองๆ ทำดูนะคะ 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in