MAD DOG #MINNOninezexsky
Intro




  •           อากาศร้อนอบอ้าวที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองทางตอนใต้ยังคงเรียกความร้อนออกจากร่างกายในรูปของเหงื่อกันจนเป็นที่คุ้นเคย สภาพอากาศคงที่เช่นนี้ของ‘ฮาร์เดนเจอร์นับว่าไม่แปรปรวนเท่ากับเมืองที่อยู่ถัดขึ้นไปไล่ไปจนสุดระหว่างเขตแดนของทั้งแดนใต้และแดนเหนือเช่นเดอะฮิลล์  



              หยาดเหงื่อซึ่งผุดขึ้นตามไรผมสีอ่อนที่ชื้นเหงื่อนั้นไม่ได้สร้างความรำคาญให้กับคนผิวสีคร้ามแดดแต่อย่างใด ความเงียบสงบในงามดึกสงัดยามที่ผู้คนต่างหลับใหลนั้นบ่งบอกถึงเวลาที่เริ่มใกล้เข้ามา จนทำให้แววตาดุคมที่สะท้อนกับแสงจันทร์ในยามค่ำคืนนั้นวูบไหวเหมือนกับสัตว์นักล่าที่กำลังออกล่าเหยื่อในยามค่ำคืน



              แผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อยังคงเอนพิงกำแพงอิฐก่อด้านหลังอย่างรอเวลาในขณะที่มือหยาบซึ่งยังคงหลงเหลือคราบเลือดติดอยู่บ้างเล็กน้อยนั้นจะหมุนเล่นอาวุธที่ถนัดมืออย่างใจเย็น 



              คราบเลือดของทหารที่เฝ้าคุมเชิงอยู่บริเวณรอบตัวปราสาทขนาดย่อมนั้นช่างน่าเสียดายที่ไม่อาจมีลมหายใจอยู่ได้ต่อไป  สิ่งก่อสร้างซึ่งถูกสร้างขึ้นอยู่กลางทะเลสาบนั้นแม้จะดูงดงามสักเท่าไหร่แต่มันก็กลับแสนเคว้งคว้างและหดหู่ชวนให้เป็นความสวยงามที่ขื่นขม



              ปราสาทขนาดย่อมกลางทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ถัดออกมาจากเมืองจนห่างไกลจากผู้คนที่ชุกชุม ยังคงเป็นที่เลื่องชื่อของความลับที่สร้างความคลาดแคลงใจให้กับผู้คนในเมือง  เรื่องเล่าที่เป็นเพียงคำบอกเล่าปากต่อปากในวงสนทนาของชาวเมือง สุดท้ายต่างก็ล้วนแล้วแต่จะปิดหูปิดตาเมินเฉยกับเรื่องพวกนี้เพื่อรักษาความอยู่รอดของตัวเอง



              คุกชั้นดีที่อยู่ในรูปแบบของความงดงามชวนให้พิศวงคงไม่มีใครอยากจะเฉียดกรายเข้ามาใกล้



              และหากมีใครสักคนที่กล้าหยิบยกเรื่องของตระกูลเยลเวอร์ตันขึ้นมาพูดคุยและถกเถียงอย่างเปิดเผยก็คงจะใจกล้าใช่เล่น 



             ชนชั้นซึ่งถูกแบ่งแยกจากสภาพวรรณะและจากวงศ์ตระกูลที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น จะยังไงเสียในฮาร์เดนเจอร์คนที่มีอิทธพลมากที่สุดก็คงจะไม่พ้นตระกูลเยลเวอร์ตันที่ครองเมืองนี้มาเกินสองศตวรรษ 



              ‘หากไม่ใช่โอเมก้าจริงๆ มีหรือที่เยลเวอร์ตันจะส่งคนมาปิดตายที่นี่ขนาดนี้’ 



              บทสนทนาที่ได้ยินเพียงผ่านเลยในยามเดินปะปนเข้าออกร้านรวงภายในเมืองจากผู้คนแปลกหน้าที่จับกลุ่มพูดคุย ยังคงก้องอยู่ในหูของเจ้าของผิวสีคร้ามแดดจนยากที่จะลืมเลือน



              เจ้าของดวงตาดุคมปล่อยเวลาที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้าอีกครู่ใหญ่ ก่อนที่เจ้าของร่างกำยำจะเริ่มเคลื่อนไหวด้วยความเงียบดั่งเช่นบรรยากาศรอบข้างที่ไร้สายลมซึ่งพัดผ่านให้ใบไม้ได้ไหวติง 



              ทางเดินทอดยาวซึ่งประดับด้วยแสงสว่างจากคบเพลิงด้านข้างค่อยๆ ถูกดับลงทีละดวงตามเงาของร่างที่ร่วงล้มโดยยังไม่ทันได้แผดเสียงร้องของความเจ็บปวดออกมา ดวงตาที่เบิกโพลนและค้างอยู่เช่นนั้นเป็นตัวบ่งบอกถึงความตกใจของเจ้าของร่างที่ไร้ลมหายใจได้ดีว่ารู้สึกเช่นไรก่อนที่จะตาย 



             แสงไฟรอบข้างปราสาทถูกดับลงจนเหลือแต่เพียงความมืด  ฝีเท้าที่ยังคงก้าวเดินอย่างเงียบเชียบราวกับไร้ตัวตนนั้นคงไม่ต่างจากอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้าไปภายในตัวปราสาท บรรดาผู้คนที่กำลังหลับใหลคงไม่มีทางระวังตัวใดๆ ทั้งสิ้นนอกเสียจากจะจมดิ่งไปกับความฝันที่ขับกล่อมให้ผู้คนนั้นหลับใหล 



              ฝันร้ายที่ถูกปลุกขึ้นในยามค่ำคืนคงเป็นเรื่องโชคร้ายสำหรับใครสักคนที่ตื่นขึ้นมาในช่วงเวลานี้ 



             ภายในที่ถูกตกแต่งด้วยข้าวของมีค่านั้นต่อให้ดูน่ามองสักเท่าไหร่ แต่หากพิจารณาดูดีๆแล้วก็กลับเป็นเพียงความงดงามที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อบังหน้า  ห้องหับที่ถูกแบ่งแยกเป็นสัดส่วนทำให้เจ้าของร่างกำยำนั้นต้องตัดสินใจเลือกทิศทางในการก้าวเดินเพื่อหาเป้าหมายที่ทำให้ตัวเองต้องมาเหยียบที่ฮาร์เดนเจอร์ในครั้งนี้ 



              และมันก็ไม่ผิดอย่างที่คิดเสียจริงว่าในปราสาทนี้นั้นมันคือความจอมปลอมของตระกูลเยลเวอร์ตันอย่างแท้จริง เพราะแม้แต่เหล่าคนรับใช้เองก็มีนับน้อยคนเสียจนนับได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว  



              บันไดวนที่ถูกแกะสลักอย่างบรรจงขึ้นไปด้านบนซึ่งหลงเหลืออีกหนึ่งห้องที่เจ้าของร่างกำยำนั้นยังไม่ได้สำรวจ คงเป็นที่สุดท้ายและเป็นเป้าหมายของเจ้าตัวเองด้วยในครั้งนี้ 



              บานประตูไม้ที่ถูกประดับตกแต่งบดบังด้วยผ้าลวดลายราคาแพงที่ห้อยลงมาก็ถือได้ว่าเยลเวอร์ตันยังคงมีเกียรติพอหลงเหลือให้กับใครอีกคนอยู่บ้าง



              เสียงแว่วจากทางด้านในห้องคลับคล้ายจะเป็นเสียงของโซ่ที่ถูกลากไปมากับพื้นห้องทำให้คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าประตูหยุดยืนฟังอย่างเงียบๆ แต่ก็ยังคงได้ยินเสียงพึมพำที่เล็ดลอดออกมาเพียงแผ่วเบาให้พอจับใจความได้คร่าวๆว่านั่นคือการสวดภาวนา และแน่นอนว่าผู้บุกรุกก็ยังคงใจเย็นมากพอที่รอให้เสียงด้านในนั้นเงียบลงจึงเอื้อมมือไปเปิดบานประตูตรงหน้าอย่างช้าๆ 



              เสียงบานประตูที่เปิดขึ้นพร้อมกับผู้มาใหม่ทำให้คนที่อยู่ภายในห้องซึ่งเป็นเจ้าของเสียงเมื่อครู่นั้นผินหน้ากลับมามองด้วยความตื่นตระหนก แม้เงาดำจะพาดผ่านเข้าที่ใบหน้าของร่างกำยำก็จริงแต่ทว่าเมื่อช่วงขาแข็งแรงนั้นก้าวเท้าเดินเข้ามาอีกก้าวภายในห้องก็ทำให้คนที่เคยคุกเข่าอยู่ก่อนหน้านั้นถดตัวถอยหลังหนีในทันที 



              ดวงตาดุคมจ้องมองร่างขาวคล้ายจะชอบใจที่ร่างกายของโอเมก้าตรงหน้ากำลังสั่นเทาด้วยความตื่นกลัว มือขาวซีดเหมือนคนที่ไม่เคยโดนแดดนั้นแม้จะมีเพียงแสงไฟอันน้อยนิดภายในห้อง แต่ก็ยังคงทำให้ทรูอัลฟ่าอดดูแคลนความอ่อนแอที่สะท้อนของอีกฝ่ายอย่างเสียไม่ได้  ท่าทางขี้โรคเสียขนาดนี้มันก็คงไม่แปลกที่จะต้องถูกเก็บซ่อน..



              ความกระวนกระวายจากอีกฝ่ายสะท้อนผ่านการกระทำทุกอย่างตั้งแต่ดวงตาคู่งามที่กำลังเอ่อล้นด้วยหยาดน้ำสีใสหรือแม้กระทั่งมือขาวที่แสนจะสั่นเทาซึ่งพยายามจะปลดโซ่ที่ล่ามข้อเท้าของตัวเองไว้ 



              ก็คงต้องเชื่อจริงๆแล้วล่ะว่าเรื่องจุดด่างพร้อยของตระกูลเยลเวอร์ตันนั้นมีอยู่จริง หลักฐานสำคัญที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในที่หวงห้ามซึ่งไม่ต่างจากที่คุมขังซึ่งกักตัว เธียร์ เยลเวอร์ตัน คงเป็นตัวยืนยันชั้นดี  



              ร่างกายที่ดูตัวเล็กกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันนั้นคงเป็นผลมาจากสภาพวรรณะที่กำหนดค่าทางสังคมของอีกฝ่าย เส้นผมสีเข้มที่คลอเคลียปกปิดใบหน้าเองก็ยังคงไม่สามารถปิดบังเครื่องหน้าที่ชัดเจนที่งดงามของอีกฝ่ายได้  



              ยิ่ง แมดส์ ไทเลอร์ ขยับตัวเข้าไปใกล้กับอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้คนตัวขาวนั้นขยับจนแทบจะกลืนกินเข้าไปกับกำแพงห้องเสียจนน่าขัน 



              ทั้งที่ยังไม่ได้แม้จะเปิดปากสนทนาใดๆ แต่ตัวตนของแมดส์ ไทเลอร์ เองก็คงสร้างความหวาดกลัวให้บุตรชายคนเล็กของตระกูลเยลเวอร์ตันได้มากโขเสียจนเหยื่อตัวน้อยนั้นแทบจะขาดหายใจแม้จะยังไม่ถูกแตะต้องก็ตาม



              โซ่ตรวนเส้นใหญ่นั้นดูจะหนักเกินไปสำหรับข้อเท้าเล็กของคนที่ถูกจองจำ รอยแดงที่ยังคงมีให้เห็นเล็กน้อยนี่ก็คงจะเกิดจากการเสียดสีของผิวเนื้อและเหล็กที่บาดเข้ากับผิวเนื้ออ่อนจนขึ้นรอยแดง 



             “ไม่คิดจะคุยกันหน่อยหรือ?”



               ประโยคคำถามที่เหมือนจะเป็นมิตรแต่กลับหยาบกระด้างทั้งน้ำเสียงและแววตาของทรูอัลฟ่าไม่ได้ช่วยทำให้ริมฝีปากสีระเรื่อนั้นยอมอ้าปากพูดแต่อย่างใด จนกระทั่ง..



               “อึก….”



               แต่นั่นก็เป็นเพียงเสียงที่ถูกข่มไว้อย่างถึงที่สุดเมื่อมือใหญ่นั้นจงใจกระชากโซ่อย่างแรงจนทำให้คนที่กำลังนั่งชันเข่านั้นถลาเข้ามาใกล้กับตัวเองมากขึ้นจนได้กลิ่นหอมหวานของดอกแม็กโนเลียที่ลอยเข้าแตะจมูกอย่างชัดเจน 



               กลิ่นประจำตัวที่ควรจะแสดงออกถึงความสง่างามเช่นดอกไม้ที่บอบช้ำได้ยากแม้จะโดนพายุพัดกระหน่ำ ภายนอกงดงามดูละมุนตาที่ควรจะแข็งแกร่งเช่นกลีบดอกแม็กโนเลียซึ่งมีความแข็งแรง




              “ช่างเป็นเยลเวอร์ตันที่ไร้เกียรติเสียจริง..”









    HASTAG : #maddogmn 







    Talk : มันสั้นเพราะมันคืออินโทร


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in